หนึ่งไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปั้แ่เมื่อไหร่หลังจากที่ทานข้าวต้มของธัญเสร็จก็เป็่เวลาพักผ่อนอย่างแท้จริงตอนแรกคิดว่าธัญจะอยู่กวนมากกว่านี้ แต่กลับกลายเป็ว่าอีกฝ่ายปล่อยให้เขาพักแบบง่ายกว่าที่คิด
เตียงนอนนุ่มๆพร้อมอากาศเย็นๆกำลังสบายแบบนี้ยิ่งทำให้เขาไม่ค่อยอยากจะตื่นมือของหนึ่งกระชับผ้าห่มไว้แน่นไม่ยอมปล่อยเปลือกตาก็ยังคงหลับอยู่แม้สติสัมปชัญญะจะครบถ้วน แต่ก็ยังไม่อยากตื่นอยู่ดี
น้ำหนึ่งนอนกลิ้งไปมาอยู่บนเตียงสักพัก่ที่ผ่านมาเขาคงจะทำงานหนักมากเกินไปจริงๆพอได้พักก็กลับกลายเป็ว่าไม่อยากจะลุกออกจากตรงนี้
ก่อนจะได้ยินเสียงประตูเปิดแม้อีกฝ่ายจะพยายามเปิดให้เบาแค่ไหนแต่แสงจากภายนอกที่ลอดเข้ามาก็ทำให้รู้อยู่ดีน้ำหนึ่งคิดในใจอย่างหงุดหงิดว่าทำไมตนเองถึงไม่ล็อคประตูก่อนจะไปนอน
ััอบอุ่นจากมือของอีกคนที่ลูบบนหัวของหนึ่งเบาๆทำให้เดาได้ไม่ยากนักว่าใครกันที่แอบเข้ามาในห้องของเขาตอนนี้พอลืมตาขึ้นช้าๆก็พบกับธัญวลัยที่ดูเหมือนจะยังไม่รู้ตัวว่าเขาตื่นอยู่ััมือที่ลูบลงมาอย่างนุ่มนวลก็ทำให้รู้สึกดีอยู่ไม่น้อย
เพลินจนรู้สึกเหมือนจะหลับไปอีกรอบ
“พี่หนึ่ง”ธัญเอ่ยเรียกเบาๆพลางเขย่าตัวอีกคนให้ตื่นเวลาตอนนี้ก็ปาเข้าไปสองทุ่มแล้วแต่หนึ่งฤทัยก็ไม่ยอมตื่นซักทีจนเขาเริ่มกังวลว่าจะเป็อะไรรึเปล่า
แต่พอมาเห็นว่าหลับสบายใจดีอยู่แบบนี้ก็โล่งใจอยู่หรอก
เพียงแต่ว่าถ้าหากนอนเสียจนไม่ได้ทานข้าวเย็นคงจะไม่ดีสักเท่าไหร่
ใบหน้าของน้ำหนึ่งยามหลับใหลมันช่างดูน่ารักเสียจนเขาไม่อยากปลุกเลยจริงๆนานๆทีหนึ่งจะได้มีโอกาสพักผ่อนแบบนี้
ขณะที่ธัญกับลังชั่งใจคิดอยู่ว่าควรจะปลุกต่อหรือปล่อยให้นอนต่อไปอีกคนก็ขยับตัวลุกขึ้นมานั่งพอดีด้วยท่าทีง่วงนอน
น้ำหนึ่งคว้ามือไปหยิบแว่นที่วางอยู่ตรงโต๊ะข้างเตียงขยี้ตาตัวเองเบาๆก่อนจะสวมมันเข้าไปแล้วหันมามองหน้าอีกคนที่นั่งอยู่ตรงขอบเตียง
“มาปลุกเหรอ?”
“เผื่อพี่หนึ่งจะหิวข้าว”
น้ำหนึ่งพยักหน้าหงึกหงักตอนนี้ยังคงเบลอๆอยู่เล็กน้อยแต่ก็ยอมลุกขึ้นยืนแล้วตามไปที่ห้องอาหารแบบง่ายๆ
ภายในห้องมีข้าวสำหรับสองคนวางอยู่บนถาดบ่งบอกว่าธัญเองก็รอให้หนึ่งมาทานข้าวด้วยกัน
วันนี้ผู้เป็พ่อกับแม่ก็ไม่ได้กลับมาทานข้าวเหมือนเดิม
ไม่รู้ว่านานกี่อาทิตย์แล้วที่ไม่ได้เห็นใบหน้าของผู้เป็ผู้ปกครองงานที่บริษัทหลักก็เป็น้ำหนึ่งที่คอยจัดการบริหารให้ซึ่งถูกส่งต่อด้วยความไว้ใจจากทั้งคู่
หนึ่งแอบคิดเหมือนกันว่าพ่อแม่ไม่อยู่แบบนี้ธัญก็คงจะเหงาเหมือนกัน
การที่ชีวิตของธัญมีแต่น้ำหนึ่งมันจะเป็เหตุผลที่ทำให้กลายเป็ว่าธัญชอบเขารึเปล่านะ?
น้ำหนึ่งมองใบหน้าของธัญที่ตอนนี้ดูนิ่งเฉยไม่ได้รู้สึกอะไรเป็พิเศษ
“เป็อะไรรึเปล่าครับ?” ธัญสังเกตได้จากที่น้ำหนึ่งนิ่งไปแล้วเอาแต่มองหน้าของเขาอย่างเดียวถูกจ้องหน้าแบบนี้ไม่รู้ตัวก็แปลกแล้วล่ะ
น้ำหนึ่งส่ายหน้าเบาๆก่อนจะนั่งลงทานอาหารวันนี้อาจจะเป็วันที่ว่างเกินไปจนทำให้สมองเผลอคิดอะไรแปลกๆแต่พอมองหน้าของธัญแล้วก็รู้สึกโหวงในใจขึ้นมา
“เหงาไหม ?”เขาเอ่ยถามอีกฝ่ายแสดงสีหน้าประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด
จู่ๆถามแบบนั้นออกมาทั้งๆที่ก็กินข้าวกันอยู่สองคนเป็ปกติก็ชวนให้แปลกใจสุดท้ายเขาก็ยิ้มออกมาแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติ
“มีพี่หนึ่งแล้วไม่เหงาหรอก”
“จริงเหรอ ?”
“พูดจริงๆมีแค่พี่หนึ่งก็พอแล้ว”
ที่ธัญบอกเช่นนั้นเขาก็หมายถึงแบบนั้นจริงๆเขารู้ตัวดีมาั้แ่เด็กว่าพ่อกับแม่ไม่ค่อยมีเวลาให้น้ำหนึ่งเองในฐานะผู้ปกครองก็ค่อนข้างกังวลเื่นี้อยู่บ่อยครั้ง
สำหรับธัญแล้วถ้าเป็เมื่อก่อน ก่อนที่จะเจอกับน้ำหนึ่ง เขาคงรู้สึกเหงาและเป็ปัญหาเหมือนกันแต่พอหลังจากได้พบกับน้ำหนึ่งแล้วเขาก็ได้รู้ว่าการมีอยู่ของอีกฝ่ายสามารถทดแทนความเหงาที่เข้ามาเกาะกินหัวใจแทนได้
ขอเพียงแค่มีน้ำหนึ่งเท่านั้นธัญก็ไม่้าอะไรอีก
ความคิดของเขาอาจจะดูสุดโต่งเกินไปหน่อยแต่ถ้าถามความรู้สึกที่มีให้กับน้ำหนึ่งเขาก็ไม่ได้้าอะไรไปมากกว่านี้จริงๆ
น้ำหนึ่งเองได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาถึงอย่างนั้นก็รู้สึกผิดอยู่ดีที่พ่อแม่ที่แท้จริงของธัญกลับไม่มีเวลาให้เขาเลย
ความรู้สึกเห็นใจจนอยากปลอบใจขึ้นมาก็ทำให้หนึ่งยื่นมือไปััเบาๆที่หลังมือของธัญเพื่อปลอบโยนเขาบอกความรู้สึกของตัวเองไม่ถูกเหมือนกัน
ถ้าหากว่าจะตกหลุมรักกับคนที่เห็นกันมาั้แ่เด็กแบบนั้นจะพอเป็ไปได้รึเปล่านะ?
หนึ่งคิดหนักเขาไม่เคยคิดเลยว่าตนเองจะต้องมาคิดเื่อะไรแบบนี้ ตลอดชีวิตั้แ่รู้จักกับธัญวลัยเขาก็ไม่เคยสนใจเื่ของคนรักเลยแม้แต่น้อย
แค่ได้ดูแลเด็กดื้อและคอยดัดนิสัยคนคนนี้งานก็ยุ่งมากพอจนไม่ได้คิดถึงเื่ของตัวเองมาก่อน
ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าธัญเป็เพียงเด็กภายใต้การดูแลคนนึงส่วนตัวเขาเองก็เป็เหมือนกับผู้ปกครองมันเป็แบบนั้นมาตลอดจนกระทั่งธัญเผยความรู้สึกที่อยู่ข้างในใจออกมา
จยยขขขขขขขขขขมันเป็ครั้งแรกที่หัวใจเต้นขึ้นมาอย่างแปลกประหลาดจนต้องนิ่วหน้าเป็ความรู้สึกที่ดีหรือแย่ก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน
หลังรับประทานอาหารเสร็จทั้งสองก็แยกกันเหมือนอย่างเคยแม้ธัญจะแอบงอแงไปบ้างเพราะอยากจะใช้เวลากับหนึ่งมากกว่านี้แต่ด้วยงานที่หนึ่งยังมีรออยู่ก็เลยทำให้อยู่ด้วยกันไม่ได้
สรุปสุดท้ายแล้วธัญวลัยก็ดื้อมานอนเล่นอยู่ในห้องของน้ำหนึ่งอยู่ดี
ทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างเงียบเพราะรู้ว่าคนเป็พี่้าสมาธิอยู่พอสมควรงานที่แบกกลับมาจากบริษัทก็มีอยู่ไม่น้อย
“พี่พักหน่อยมั้ย ?”ธัญที่มองน้ำหนึ่งทำงานอยู่นานแล้วสุดท้ายเขาก็อดใจไม่ไหวที่จะเอ่ยปากบอกเวลาก็ผ่านไปเป็ชั่วโมงแล้วแต่เขาก็ยังเห็นน้ำหนึ่งทำงานแบบไม่หยุดพักเลยแม้แต่น้อย
อีกฝ่ายช่างสมกับเป็คนที่พ่อกับแม่ไว้ใจให้ดูแลบริษัทถึงแม้ตอนแรกจะดูไม่ได้คาดหวังว่าจะให้ความไว้ใจขนาดนี้ก็เถอะแต่น้ำหนึ่งก็ทำงานหนักเพื่อเป็การตอบแทนที่ทั้งคู่ไว้ใจได้เป็อย่างดี
ธัญเห็นแบบนี้แล้วก็อดนึกดีใจแทนพ่อกับแม่ไม่ได้รวมถึงดีใจแทนตัวเองด้วยที่เลือกคนชอบไม่ผิดคน
“ไม่ดีกว่า..เพราะวันนี้ไม่ได้ทำงานที่บริษัทเลย”อีกฝ่ายกล่าวตอบด้วยสึหน้าเป็กังวลวันทั้งวันนี้เขาแทบไม่ได้แตะงานของบริษัทเลยไม่ว่ายังไงก็ต้องทำงานให้เสร็จบ้างให้ได้“พี่ก็อย่าหักโหมมากนะ”อีกฝ่ายกล่าวบอกขณะที่นอนมองเขาจากบนเตียงเขายิ้มรับพร้อมกับหมุนเก้าอี้หันกลับไปทำงานต่อ
จนถึงตอนนี้งานก็เหลือไม่มากแล้วเพียงอีกแค่นิดเดียวก็จะเสร็จ
น้ำหนึ่งขยี้ตาของตัวเองทั้งสองข้างด้วยความเมื่อยล้าอายุเขาก็เยอะมากแล้วที่จะนั่งทำงานนานๆแล้วจะปวดหลังจู่ๆก็รู้สึกถึงความอบอุ่นขึ้นมาจากทางด้านหลัง
พอเงินหน้าขึ้นมองก็พบกับธัญที่เข้ามากอดเขาไว้จากด้านหลังน้ำหนึ่งตัวแข็งทื่อไม่รู้ว่าควรจะแสดงอาการแบบไหนแต่ที่แน่ๆคือเขาไม่กล้าที่จะขยับเลยแม้แต่นิดเดียว
ธัญกอดเขาไว้นิ่งๆไม่ได้พูดอะไรใช้หัวซุกลงกับไหล่ของน้ำหนึ่งแล้วขยับถูเบาๆเป็เชิงอ้อนเมื่อมองดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือของตนเองแล้วจึงได้รู้ว่าเวลาล่วงเลยมานานพอสมควร
ทั้งเขาทั้งธัญจนถึงป่านนี้ก็ยังไม่ได้อาบน้ำทำความสะอาดตัวกันเลยเวลาผ่านไปเกือบจะเที่ยงคืนเขาก็เพิ่งสังเกตว่าอีกฝ่ายรอเขามาตลอด
พอคิดได้ดังนั้นก็ช่วยไม่ได้ที่จะรู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อยเพียงความเอาใจใส่เล็กๆของธัญก็ทำให้หนึ่งรู้แล้วว่าเขากำลังถูกรักอยู่จริงๆ
มือเรียวยกขึ้นลูบเบาๆที่เส้นผมสีดำธรรมชาตินุ่มมือของธัญเบาๆถึงจะเบื่อจนไม่มีอะไรทำแต่ก็ยังรอ
“ถ้าง่วงจะไปนอนก่อนก็ได้นะพี่ยังเหลืองานอยู่อีกนิดหน่อย”เขาบอกก่อนจะหันร่างเข้าไปหาเด็กขี้อ้อนที่เหมือนจะเริ่มงอแงเขาสอนธัญมาเป็อย่างดีเพราะฉะนั้นแทบเป็ไปไม่ได้เลยที่เด็กคนนี้จะนอนดึก
หนึ่งค่อนข้างภูมิใจเล็กน้อยที่ธัญเป็เด็กดีอย่างที่เขาสอนมาแบบไม่มีผิดเพี้ยนถึงแม้ว่าจะโตเอาป่านนี้แล้วก็เถอะหากเป็เด็กวัยรุ่นคนอื่นคงยังไม่แม้แต่รู้สึกง่วงแท้ๆ
“คืนนี้อยากนอนด้วย..”
“ไปนอนห้องตัวเองไม่ดีกว่าเหรอ?
“นะ.. ?”
ในสายตาของน้ำหนึ่งจะให้ย้ำอีกกี่ครั้งกี่หน ธัญก็ยังเป็เด็กน้อยที่น่ารักในสายตาเขาอยู่ดีถึงบางทีจะออกลายดื้อไปบ้างก็เถอะเขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาเมื่อเห็นเด็กคนนี้เข้ามาอ้อน
“งั้นไปอาบน้ำแล้วมานอนที่นี่โอเคนะ ?”มือเรียวยังคงลูบเส้นผมนุ่มของธัญวลัยอยู่ด้วยความเอ็นดูใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอย่างมีความสุขรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไปเมื่อสมัยที่ธัญงอแงอยากจะนอนกับเขาทุกคืน
ธัญขยับแขนกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นก่อนจะยอมปล่อยเพื่อไปจัดการตัวเองให้สะอาดเรียบร้อยก่อนจะกลับมานอนบนเตียงของน้ำหนึ่ง
แต่ธัญก็ยังอยากให้น้ำหนึ่งมานอนด้วยอยู่ดีจึงได้แต่นอนมองอีกฝ่ายทำงานอยู่อย่างนั้น จนเวลาล่วงเลยผ่านไปอีกเกือบชั่วโมงเข้าวันใหม่แล้วแต่น้ำหนึ่งก็ยังทำงานอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งผล็อยหลับไป
น้ำหนึ่งเองที่ทำงานจนเหนื่อยล้าพอมองเวลาก็ใอยู่ไม่น้อยที่ทำมาจนถึงเกือบตีสาม
เขาลุกขึ้นยืนและบิดี้เีออกความเ็ปเข้าแทรกที่หลังจนรับรู้ได้ว่าคืนนี้เขาโหมงานหนักเกินไปแล้วหนึ่งย้ายตัวเองลงไปนั่งข้างเตียงแล้วมองดูคนตัวโตที่กำลังนอนหลับปุ๋ย
เมื่อเห็นก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือเข้าไปลูบที่หัวเบาๆพร้อมกับรอยยิ้ม
นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เห็นอีกฝ่ายนอนหลับเป็เด็กแบบนี้ทั้งๆที่สมัยก่อนก็นอนด้วยกันเกือบทุกคืนแท้ๆนิ้วเรียวสวยปัดเอาเส้นผมที่บังใบหน้าของอีกคนจัดให้ไม้เกะกะสายตาก่อนที่จะโน้มใบหน้าลงไปกดจูบเบาๆที่หน้าผากและกล่าวฝันดีออกมาเบาๆ
“ฝันดีนะธัญ”