รถยนต์ของทันตแพทย์ชยณัฐจอดหน้าบ้านเดี่ยวหลังเล็กในหมู่บ้านหรูตอนเกือบ3 ทุ่ม อัปสราหันไปขอบคุณก่อนลงจากรถแต่ชายหนุ่มกลับปลดสายคาดเข็มขัดนิรภัยออกแล้วเปิดประตูรถเดินลงมาด้วย
“หิวมีอะไรกินบ้างมั้ย” หมอหนุ่มบอกเมื่อเห็นเธอมองอย่างฉงน
เฮ้ย! อะไรกันเนี่ย
“ทำไมไม่ไปร้าน”
“เงินหมด ไม่มีเงินกินข้าว”
เชื่อก็บ้าแล้ว!เพิ่งจะต้นเดือนอีกอย่างเงินเดือนทันตแพทย์ก็ไม่ใช่น้อยๆ ไหนจะรับจ็อบตามคลินิกอีก
“ไม่รู้ว่าในตู้เย็นมีอะไรเหลือบ้างนะ”
หญิงสาวถอนใจวันนี้คงหนีกันไม่พ้นแล้วล่ะถือซะว่าตอบแทนที่เขาจ่ายดอกเบี้ยเป็ค่าทำฟัน
“อะไรก็ได้ตอนนี้หิวมาก”ชยณัฐถอดรองเท้าแล้วตีมึนเดินตามเ้าของบ้านเข้ามาหน้าตาเฉย
“พี่เลี้ยงหมาด้วยเหรอ” แขกหนุ่มมองเห็นก้อนกลมๆ ขนฟูสีน้ำตาลของสัตว์เลี้ยงที่พื้นที่อยู่บนโซฟารับแขก
“เปล่าไม่ได้เลี้ยงหมา”
“อ้าว ก็อยู่บนโซฟา”
ชยณัฐทำหน้าเหวอเมื่อเ้าขนปุยที่เขาคิดว่าเป็สุนัขหันหน้ามามองแขกของนายสาวหูยาวๆสองข้างตั้งชูขึ้นบ่งบอกว่าไม่ใช่สุนัขแต่เป็กระต่ายสีน้ำตาลแถมตัวอวบอ้วนอีกต่างหาก
“มันชื่อคุริว คุริวนี่หมอไนซ์”เ้าของบ้านแนะนำกระต่ายให้รู้จักกับแขกหนุ่มราวกับมันรู้ความ
ไม่น่าเชื่อว่าเ้าคุริวจะเอี้ยวตัวมาดมกลิ่นที่ตัวชายหนุ่มจริงๆอึดใจเดียวมันก็หันกลับไปนอนต่อ
“มีอีกตัวนะชื่อบันบัน บันบันอยู่ไหนลูก” บันบันเป็กระต่ายเพศเมียขนฟูสีขาวตาสีแดงเมื่อได้ยินเสียงเรียกก็วิ่งออกมาจากที่ซ่อนแต่พอวิ่งมาใกล้ถึงตัวชายหนุ่มมันก็หันหลังกลับแล้วไปซุกอยู่ใต้โต๊ะคอมพิวเตอร์ตามเดิม
แปลกมากปกติบันบันที่เป็กระต่ายขี้อ้อนโดยเฉพาะกับหนุ่มหล่อนางจะชอบคลอเคลียเป็พิเศษ
“หมอทำอะไรกระต่ายพี่”
ชยณัฐก็หล่อมากทำไมบันบันวิ่งหนี
“ผมเปล่า”
“ปกติกระต่ายพี่วิ่งเข้าหาหนุ่มๆนะหรือว่านางรู้ว่าเป็หมอเลยกลัว”
“สงสัยเพราะตัวผมมีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ”อาจเป็ได้แถมจะยังเสื้อกาวน์ที่เขาใส่อีก
คุริวกับบันบันเป็โรคกลัวหมอขึ้นสมองเพราะเธอพาไปผ่าตัดทำหมันทั้งคู่ั้แ่นั้นมาพอเห็นคนใส่เสื้อกาวน์ก็จะวิ่งหนีทันที
“ลองเอานมล่อดูมั้ย เดี๋ยวเธอก็ออกมา”อัปสราหยิบนมถั่วเหลืองกล่องสีฟ้ายื่นให้ชายหนุ่มพร้อมกับถ้วยใส่นม
ชยณัฐไม่ใช่คนรักสัตว์ แต่พอเห็นกระต่ายขนฟูขนน่าจะนุ่มมือก็ลองทดสอบดูเขาเทนมลงในถ้วยเล็กๆ แล้วเรียกให้มันออกมา บันบันดูมีท่าทีลังเลแต่สุดท้ายก็ซุกตัวอยู่ในมุมไม่ยอมออกมา
“คงกลัวหมอจริงๆ” อัปสราหัวเราะ “ในตู้เย็นมีผักหมู ไข่ หมอคงต้องกินมาม่าแล้วนะ เอาเปล่า”
“ได้ครับ”
“มีรสต้มยำกับหมูสับ”
“หมูสับ ผมไม่กินเผ็ด”
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสต้มยำนี่นะเผ็ด!
ในเมื่อหลอกล่อให้เ้าบันบันออกมาจากที่ซ่อนไม่สำเร็จชายหนุ่มก็มุ่งเป้ามาที่คุริวแทน
“คุริวชอบถั่วฝักยาว”
ชยณัฐพยายามผูกมิตรกับกระต่ายอ้วนด้วยการยื่นถั่วฝักยาวให้มันยืนสองขาอ้าปากจะงับผักที่ถูกนำมาล่อแต่พอจังหวะที่มันกำลังยื่นปากเข้ามาใกล้ชายหนุ่มก็อ้อมมือข้ามหัวมันไปด้านหลังจนมันแหงนคอตามและหงายหลังในที่สุดเป็อย่างนี้วนไปสี่ห้ารอบพอไม่ได้กินสักทีคุริวก็ทำเสียงขู่
“หมออย่าแกล้ง เดี๋ยวคุริวโกรธ” ไม่ทันขาดคำเ้ากระต่ายขี้โมโหก็ะโพุ่งใส่หมอขี้แกล้งทันที
“คุริวปล่อยก่อน คุริว!”อัปสราใรีบวิ่งมาอุ้มกระต่ายสีน้ำตาลออกจากตัวหมอหนุ่ม ฟันซี่เล็กๆสี่ซี่ทำงานได้ดีเยี่ยมถึงจะกัดไม่ถึงผิวของชยณัฐแต่ก็ทำเสื้อเชิ้ตของเขาเป็รอยยับได้
“โอ๊ะ! ขี้โมโหซะด้วย”
เลี้ยงกระต่ายยังไงดุเหมือนเ้าของไม่มีผิด!
“แฮ่! แฮ่!” เสียงขู่เล็กๆ ดังออกมาจากปากคุริวเป็ครั้งแรกอัปสราก็เพิ่งเคยได้ยินแสดงว่าเ้าตัวคงโมโหมาก
หมออะไรเนี่ยทะเลาะกับกระต่ายก็ได้ด้วยเกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเห็น!
“ดูเหมือนลูกพี่จะไม่ค่อยชอบผมนะ”
ขู่ฟ่อซะขนาดนั้น ไม่บอกก็รู้
“นายต้องลดน้ำหนักแล้วล่ะพวกอวบอ้วนเป็ลูกหมูเลย”ชยณัฐหัวเราะในมือยังถือถั่วฝักยาวแกว่งไปมาแต่คุริวไม่ตามไล่งับถั่วแล้วจะงับหมอหนุ่มท่าเดียว
เพราะตัวอ้อนกลมอย่างนี้น่ะสิถึงไล่งับถั่วในมือเขาไม่ทันแม่สาวน้อยบันบันนั่นก็ตัวกลมไม่แพ้กันดูจากวิธีการเลี้ยงของคุณแม่แล้วจะไม่ให้ลูกอ้วนได้ยังไงก็เล่นให้กินนมถั่วเหลืองเป็อาหารเสริมซะขนาดนี้
***********************
วันรุ่งขึ้นอัปสรายังคงมาทำงานตามปกติไม่มีอาการปวดหรือบวมเพราะปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัดหญิงสาวก้มหน้าก้มตาทำงานั้แ่เช้าจนถึงเลิกงานตามปกติขณะที่กำลังเตรียมตัวจะกลับบ้านสาวบิวก็เข้ามาเตือนในห้องพักว่าเย็นนี้มีนัดกินส้มตำกับทันตแพทย์หญิงกวิตา
“อย่าบอกนะว่าพี่แอฟลืมถ้าหมอรู้แกโกรธตายเลยยิ่งขี้งอนอยู่ด้วย”
“ก็อย่าพูดสิเื่แค่นี้เอง”
“หมอติดประชุมอาจจะเลิกช้าให้เราไปที่ร้านสั่งอาหารรอเดี๋ยวตามไป”บิวแจ้งหัวหน้าสาวเพราะกวิตาบอกว่าโทรหาอัปสราแล้วแต่เธอไม่รับสาย
“อ้อ แล้วหมอต้าร์ก็บอกด้วยว่าจะชวนหมอไนซ์ไปกินด้วยฝากสั่งตำไทยเพิ่มอย่าลืมย้ำว่าพริกสองเม็ด”
พริกสองเม็ด!
“หมอไนซ์ไม่กินเผ็ด ผู้น้อยละอ่อนของบิวน่ารักจริงๆ”
น่าเอ็นดู! ตรงไหน!
“จะน่ารักกว่านี้อีกถ้าสั่งตำแบบพริกติดครก”อัปสราขำผู้ชายตัวโตที่พ่ายแพ้ให้กับพริกแค่เม็ดเล็กๆ
“บางคนก็ไม่เคยกินจริงๆ นะพี่” บิวแก้ต่างให้ไอดอลของตน
“กินเผ็ดไม่ได้อย่างนี้จะเข้าก๊วนกินอาหารอีสานกับเราได้ยังไงแล้วหมอต้าร์ยังชวนชีไปอีก เดี๋ยวคงมีคนน้ำตาพรากกลางร้านเจ๊อ้อยกันละงานนี้”
“ไม่เป็ไร บิวจะคอยซับน้ำตาให้หมอเอง” สาวบิวยิ้มกริ่มวาดวิมานในอากาศ
สองสาวไปถึงร้านส้มตำหน้าปากซอยั้แ่ห้าโมงเย็น สั่งเมนูโปรดของทันตแพทย์หญิงกวิตารอไว้นานแล้วแต่เ้าตัวก็ยังไม่เห็นมาจนกระทั่งได้รับข้อความให้รับประทานก่อนได้เลยทั้งคู่จึงตัดสินใจให้เสิร์ฟส้มตำปูปลาร้าน้ำตกหมู และยำวุ้นเส้นมาก่อนระหว่างรอคนทั้งคู่
“ขอโทษด้วยติดคอนซัลท์เคสรีแฮบกับหมอโรง’บาลเด็ก”สองหมอฟันตามมาสมทบที่ร้านส้มตำเกือบหกโมงเย็น
“ไม่เป็ไรหมอ นั่งๆ เพิ่งตัดริบบิ้นไปไม่กี่คำ”
กวิตานั่งลงข้างบิวดังนั้นชยณัฐจึงต้องนั่งข้างอัปสราไปโดยปริยายหมอหนุ่มเหลือบมองในจานหญิงสาวพอเห็นว่าเธอกินส้มตำปูปลาร้าเขาก็แทบจะไมเกรนขึ้น
ยัยผู้หญิงสมองน้อยเหมือนกระต่าย!
เขาอุตส่าห์ถอนฟันคุดและเย็บแผลให้สุดฝีมือแถมยังควักเงินจ่ายค่ารักษาให้อีกแต่ดูคุณเธอทำสิ
จ้วงปลาร้าฉ่ำ!
ฮึ่ย! เป็น้องเป็นุ่งจะจับตีให้ขาลาย
“พี่แอฟกินส้มตำปูปลาร้าเหรอ”
“อื่ออร่อยนะหมอลองมั้ย”
แน่ะ...ยังไม่รู้ตัวอีก!
“พี่เพิ่งถอนฟันคุดมาไม่ใช่เหรอ”พอได้ยินประโยคเตือนกลายๆ จากหมอฟันอัปสราก็เบิกตากว้างวางช้อนกระทบจานดังเกร๊ง
“ไม่ได้เหรอ?!”
“ถอนฟันคุดหรือผ่าฟันคุดกินปลาร้าไม่ได้แอฟไปหาหมอั้แ่เมื่อไหร่”
“เมื่อคืน”
“โอย แล้วก็ไม่บอกว่าไปทำฟันมาไม่งั้นต้าร์จะได้ชวนไปกินอย่างอื่น”
“ก็หมอไม่ได้บอกใครจะไปรู้ว่าห้ามกิน”คนที่เพิ่งถอนฟันคุดเมื่อคืนพูดเสียงอ่อย
‘หมอ’หน้าตึงจ้องคนไข้ราวกับเป็จะฉีกเนื้อออกเป็ชิ้นๆ
เย็นไว้ไอ้ไนซ์ใจเย็น!
“ผมสั่งตำไทยเอาไว้ให้แล้วทำไมไม่กินจานนั้น”ทันตแพทย์ชยณัฐดุคนไข้เสียงเข้ม
ห๊ะ! ส้มตำอนุบาลจานนั้นเป็ของเธอหรอกเหรอ
จริงอยู่เธอผิดเองที่เผลอไปกินของแสลงเข้าแต่ก็ไม่เห็นจำเป็ที่จะต้องดุกันต่อหน้าคนอื่นเลยนี่!
“อ้าว พี่ก็นึกว่าไนซ์จะกินเอง”
“เปล่าครับพี่ต้าร์ผมไม่กินส้มตำ”
ตัวเองไม่กินส้มตำนี่คงไม่รู้หรอกว่ามันยากที่จะหักห้ามใจขนาดไหน!