10.......
ธีรยุทธหันไปสบตากับสมจิตรด้วยสีหน้ามีกังวล แต่เมื่อเห็นฝ่ายนั้นพยักหน้ากับเขาเป็ทำนองให้เขาพูด เขาก็ได้แต่ถอนหายใจก่อนจะค่อย ๆ ลุกจากเก้าอี้ข้างเตียงคนป่วยแล้วเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องแล้วก็เดินเปิดประตูออกไปคล้ายกับกำลังอยู่ระหว่างตัดสินใจ
“สมจิตร….ฉันเป็หัวหลักหัวตอไม่มีความหมายอะไรแล้วใช่ไหม…”
นวลพรรณพูดกับสมจิตรด้วยความน้อยใจลูกชายที่เดินออกจากห้องผู้ป่วยไปโดยไม่ยอมเปิดปากบอกอะไรให้รับรู้
“ดิฉันว่าคุณธีมคงไม่คิดว่าคุณนวลเป็หัวหลักหัวตออะไรหรอกค่ะ..แต่คงเป็ห่วงคุณนวลมากกว่าก็เลยไม่อยากให้กลุ้มใจน่ะค่ะ..อย่าคิดมากนะคะ..” สมจิตรปลอบใจ
“ฉันไม่อยากให้ลูกต้องแบกรับความกลุ้มไว้คนเดียวนี่นา…ฉันเป็แม่เขาเขาก็ควรไว้วางใจที่จะบอกเล่าความทุกข์ ปัญหาให้ฉันฟังสิถึงจะถูก”
สมจิตรได้แต่นั่งนิ่งรับฟังนวลพรรณระบายความทุกข์กังวลใจ
ธีรยุทธกลับเข้าห้องผู้ป่วยไปอยู่กับมารดาจนถึงห้าทุ่มก็กลับบ้านปล่อยให้สมจิตรนอนเฝ้าคนป่วยตามปกติ เขายังไม่ได้บอกความจริงกับมารดา ถ้าจะพูดเพียงครึ่ง ๆ กลาง ๆ มารดาเขาก็คงไม่เชื่อแต่หากเขาพูดความจริงทั้งหมดเขาก็หวั่นใจว่าอาการของมารดาอาจจะทรุดหนัก แต่การที่เขาไม่พูดอะไรเลย กลับทำให้มารดาดูหมางเมินไปอย่างสังเกตได้บางทีมันอาจจะถึงเวลาแล้วก็ได้ ที่เขาจะต้องพูดความจริงทุกอย่างในวันพรุ่งนี้
เขาโทรศัพท์ไปหา นภาพร หวังจะขอคำปรึกษาจากหล่อนแต่เมื่อโทรศัพท์เข้ามือถือไม่มีสัญญาณตอบรับ เขาจึงโทรไปที่บ้าน คนรับสายคือ อรรคพงษ์
“ยัยแมวไปพัทยาั้แ่เช้าแล้วล่ะเขาพาแม่พาครอบครัวยัยหมอนไปเที่ยวกันน่ะ ยัยแมวไม่ได้บอกธีมหรือ“
อรรคพงษ์ ถามธีรยุทธ
“เธอบอกผมั้แ่เมื่อวานแล้วล่ะครับแต่ผมไม่แน่ใจว่าแมวจะไปวันไหนพอดีโทรเข้ามือถือแล้วไม่มีสัญญานก็เลยลองโทรมาที่บ้าน”
“ธีมจะขับรถตามไปไหมล่ะพ่อจะบอกโรงแรมที่พักให้ พวกนั้นคงอยู่กันหลายวันเห็นพูดว่ากลับจากพัทยาก็จะขึ้นเชียงใหม่ต่อด้วยนี่…งานนี้คงเที่ยวกันเป็เดือนเชียวล่ะ”
“ผมก็อยากจะไปด้วยนะครับ…แต่เผอิญว่าคุณแม่เข้าโรงพยาบาลพอดี”
“พ่อก็ได้ยินยัยแมวพูดอยู่เหมือนกัน พ่อเป็กำลังใจให้นะธีม ปัญหาต่าง ๆ ขอให้ใช้ความอดทนอะไรจะเกิดก็ปล่อยให้มันเกิดเถอะ แต่อย่าสิ้นหวังท้อแท้เป็ใช้ได้”
บิดาของคนรักให้กำลังใจ เขาคิดว่านภาพรคงบอกเื่ที่บริษัทของเขาประสบปัญหาให้กับอรรคพงษ์ได้รับรู้แล้ว
สมร มาเคาะประตูห้องพักของน้องสาวภายในโรงแรมที่พัก ซึ่งนภาพร พักรวมอยู่กับปรางทอง ส่วนสมรพร้อมด้วยสามีและลูกพักอยู่ที่ห้องติดกัน ในขณะที่มาร์คได้ห้องพักถัดจากห้องของสมรไป
“อ้าวแม่..จะเข้านอนแล้วเหรอไหนบอกว่าจะพาน้องจีน่าไปเดินชายหาดตอนค่ำไงคะ.”
สมร ทักมารดาเมื่อเห็นชุดที่มารดาใส่นอนอยู่บนเตียงพร้อมที่จะเข้านอน
“สงสัยจะเดินไม่ไหวแล้วล่ะแม่หมอน ก็วันนี้ตระเวนเที่ยวทั้งวันแม่ก็เหนื่อยน่ะสิเอาไว้พรุ่งนี้ก็แล้วกันแล้วจีน่าล่ะ” ปรางทองถามถึงหลานสาว
“รายนั้นกินข้าวเสร็จก็นอนหลับอุตุเลย…นี่ยัยแมวยังอาบน้ำไม่เสร็จหรือคะ”
“จะเสร็จแล้วค้า…พี่หมอนมีอะไรหรือเปล่า”
นภาพร ะโออกมาจากห้องน้ำที่อยู่ใกล้ๆ
“อ๋อ..พี่จะมาบอกให้เธอพามาร์คไปเที่ยวน่ะ...”
สมร ะโเข้าไปในห้องน้ำ
“ไปเที่ยวอะไรกันตอนค่ำมืดล่ะยัยหมอน…” ปรางทองทักท้วงขึ้น
“มาร์ค ก็คงอยากจะเห็นบรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองพัทยาน่ะค่ะ..เขาไม่กล้าชวนยัยแมวก็เลยให้หมอนมาชวนให้…”
สมร บอกพร้อมกับพยายามส่งสายตาให้มารดารับรู้
“ทำไมพี่หมอนไม่ให้มาร์คไปกับเอริคล่ะคะ…”
นภาพ รเปิดประตูห้องน้ำออกมาพูดในชุดกระโจมอกด้วยผ้าขนหนู
“เอริค บ่นปวดหัวขอตัวเข้านอนไปพร้อมจีน่าแล้ว พี่ถึงอยากจะให้แมวช่วยขับรถพามาร์คเขาไปเที่ยวชมเมืองหน่อย”
“มาร์คเขาอยากไปจริง ๆ เหรอคะ…”
นภาพรถามเพื่อความแน่ใจ
“ก็จริงน่ะสิ แต่งตัวรออยู่ที่ล็อบบี้ข้างล่างแล้วด้วย อย่าให้เขาต้องรอเก้อล่ะ พี่รู้ว่าแมวเก่งในการเอนเตอร์เทนอยู่แล้วช่วยกันหน่อยนะแมว..เขาเป็แขกของเรานะ”
สมรขอร้องทั้งน้ำเสียงและแววตา
“ไปกันสองคนกลางค่ำกลางคืนมันจะไม่เหมาะนา…แม่หมอน…”
ปรางทอง ติงขึ้นมาอย่างรู้สึกไม่สบายใจแม้หล่อนจะสนับสนุนให้มาร์คกับนภาพรได้มีสัมพันธ์อันดีต่อกัน แต่ก็ควรอยู่ในขอบเขตที่นางรับได้ด้วย
“แหม..แม่ขา..ไม่เป็ไรหรอกค่ะ…รับรองแมวไม่พามาร์คเขาไปทำมิดีมิร้ายหรอกค่ะ..”
นภาพร เป็ฝ่ายบอกมารดาอย่างขำ ๆก่อนจะเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อแต่งตัว
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะแม่..”
สมรย้ำกับมารดาอีกแรง ทำให้ปรางทองจำต้องพยักหน้าอนุญาต
“อย่ากลับให้มันดึกนักก็แล้วกัน…ถ้าเคาะประตูห้องแล้วแม่ไม่ได้ยินก็โทรศัพท์เข้าห้องก่อนก็ได้”
ปรางทอง บอกนภาพรเมื่อเห็นว่าลูกสาวกำลังจะออกไปจากห้อง
มาร์ค ชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นนภาพรมายืนตรงหน้าแววตาของเขาแสดงความชื่นชมหล่อนอย่างไม่ปิดบัง ยิ่งมองนภาพรก็ยิ่งดูสวยเซ็กซี่จนเขาอยากจะเข้าไปใกล้ชิดหล่อนให้มากกว่านี้
“คืนนี้คุณสวยมาก ๆ เลยครับ..”
มาร์ค ลุกขึ้นยืนเคียงข้างพร้อมกระซิบบอกหล่อน
นภาพรยิ้มรับ หล่อนอยู่ในชุดราตรีสั้นสีแดงแบบเกาะอกที่ค่อนข้างรัดรูปเผยให้เห็นสัดส่วนอันเซ็กซี่ของหล่อน ทั้งท่อนบนที่อวบอิ่มเผยให้เห็นเนินเนื้อขาวผ่องโดยมีผ้าพันคอบางเบาลายขาวดำผูกหลวมรอบคอช่วยเพิ่มความเก๋ให้กับชุด ในขณะที่ท่อนล่างก็เห็นเรียวขาสวยของหล่อนโผล่พ้นจากชายกระโปรงที่สั้นเหนือเข่าเล็กน้อย
“พี่หมอนบอกฉันว่า คุณอยากชมบรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองพัทยาฉันจึงเป็ไกด์นำทางให้กับคุณค่ะ”
นภาพรบอกเขาด้วยน้ำเสียงสดใส
“ผมโชคดีมาก ๆ เลยที่มีไกด์นำทางที่สวยเหมือนนางฟ้าแบบนี้..”
มาร์ค ส่งสายตาหวานเชื่อมประกอบคำพูดที่หวานซึ้งทำให้นภาพรถึงกับยิ้มขวยเขิน
“คุณอยากไปที่แบบไหนล่ะคะ..”
“อยากไปดูบาร์เบียร์ในเมืองพัทยาครับ….”
“คุณรู้จักบาร์เบียร์ที่นี่ด้วยหรือคะ…”
“เพื่อนผมเคยมาเที่ยวเขาเล่าให้ฟังก็เลยอยากจะเห็นด้วยตาน่ะครับ..เขาบอกว่าที่บาร์เบียร์มีผู้หญิงไทยสวยๆ นั่งให้บริการ แล้วก็เอาใจเก่งมาก เพื่อนผมยังติดใจมาทุกปีเลยครับ แล้วเขาก็บอกเพื่อนๆให้มาเที่ยวที่พัทยา”
“ฉันไม่อยากให้คุณคิดว่าเมืองไทยมีแต่เฉพาะสถานที่บันเทิงแบบนั้นนะมาร์ค..เมืองไทยทั้งประเทศ มีสิ่งที่คุณควรเที่ยวมากมาย เหมือนที่ฉันพาคุณไปดูไงคะสถาปัตยกรรมที่สวย ๆ งาม ๆ โบราณสถาน วิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ส่วนสถานที่แบบที่เพื่อนคุณพูดมีเพียงนิดเดียวเป็ส่วนน้อยแต่คนแบบเพื่อนคุณชอบเอาไปอวดว่าเป็สิ่งที่น่าประทับใจให้ชาวต่างชาติมาเมืองไทย คนไทยอย่างฉันไม่ภูมิใจนักหรอกนะ ที่คนอย่างเพื่อนคุณไปประทับใจเฉพาะเื่แบบนั้น.”
นภาพรมองค้อนมาร์คอย่างไม่ตั้งใจ
“โอ…อย่าเข้าใจผิดนะครับ…ผมไม่ได้คิดว่าเมืองไทยมีแต่แบบที่เพื่อนผมพูดผมรู้ว่ามีสิ่งที่น่าสนใจตั้งมากมายอย่างที่คุณพาผมไปเที่ยวที่กรุงเทพฯและมาดูทะเลที่นี่…ผมเพียงแต่อยากจะหาประสบการณ์ในสิ่งที่ได้ยินมาเท่านั้นเองครับ…”
คำอธิบายของมาร์คทำให้นภาพรเริ่มรู้สึกตัว หล่อนอาจจะเืรักชาติแรงไปหน่อยก็ได้จึงรีบยิ้มให้กับมาร์คที่เผลอทำกิริยาไม่น่ารักกับเขาไป
“ขอโทษค่ะมาร์ค..ฉันไม่ได้ตั้งใจว่าเพื่อนคุณ ตกลงฉันจะพาคุณไปดูที่นั่นค่ะ”
“ขอบคุณครับ..”
มาร์ค ดีใจที่เห็นหล่อนไม่โกรธเขา
นภาพร ขับรถพามาร์คชมรอบเมืองพัทยา ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกผับแห่งหนึ่งซึ่งเป็สถานบันเทิงที่ได้รับความนิยมและที่แห่งนี้หล่อนเคยมานั่งฟังเพลงกับธีรยุทธมาก่อน
นภาพรเลือกที่นั่งด้านในสุดเป็โซฟานุ่มนั่งสบาย
“ที่นี่มีวงดนตรีหลายวงมาเล่น แล้วเราก็สามารถขอเพลงที่เราชอบได้ด้วย”
หล่อนหันไปบอกมาร์ค ซึ่งเขาก็ดูจะพอใจกับสถานที่แห่งนี้เช่นกัน ทั้งสองตกลงใจสั่งเครื่องดื่มเป็บรั่นดี คืนนี้นภาพรจะรำลึกถึงวันคืนเก่า ๆที่เคยมานั่งกับคนรัก หล่อนไม่ลืมที่จะเขียนขอเพลงโปรดที่หล่อนกับธีรยุทธชอบไปด้วย และหล่อนก็ได้รับฟังเพลงโปรดนั้นในเวลาไม่นานนัก
“คุณชอบเพลงนี้หรือครับ..”
มาร์ค ถามขึ้นเมื่อเห็นนภาพรตั้งใจฟังเพลงนั้นเขาให้ความสนใจทุกอย่างที่เกี่ยวกับหล่อน
“ใช่ค่ะ..เป็เพลงโปรดของฉันกับธีม…”
คำตอบตรง ๆ ของนภาพรทำให้มาร์คแอบถอนหายใจแต่เมื่อเขานึกถึงคำพูดของสมรแล้วเขาก็มีกำลังใจขึ้นมาอีกครั้งเขาจะต้องเอาชนะใจหล่อนให้ได้
“งั้นก็คิดเสียว่าผมเป็คุณธีมก็แล้วกัน..” เขากล่าวสัพยอก
“ก็ไม่เลวนะคะ…แต่ธีมของฉันเขาชอบดื่มเบียร์มากกว่าบรั่นดีค่ะ..”
นภาพรพูดกลั้วหัวเราะ ก่อนจะยกแก้วขึ้นชนกันกับมาร์คอย่างเบิกบานใจ
“คืนนี้ เราจะสนุกกันให้สุดเหวี่ยงเลยนะครับ..” มาร์คบอก
“แน่นอนค่ะ..ถ้าแม่ของธีมไม่ป่วย เขาก็คงจะได้มาสนุกร่วมกับเราด้วย”.
มาร์ค รับฟังอย่างเงียบ ๆเขาไม่สนใจว่าหล่อนจะเอ่ยถึงผู้ชายอื่น ขอเพียงให้เขาได้อยู่ใกล้ชิดหล่อนเขาก็มีความสุขแล้ว ความใกล้ชิดอาจจะทำให้หล่อนรู้สึกประทับใจในตัวเขาขึ้นมาก็ได้เขาหวังเช่นนั้น ยิ่งดึกเพลงที่นักดนตรีเล่นในผับ ก็ยิ่งสนุกสนานเร้าใจ จนทำให้มีแขกที่นั่งตามโต๊ะต่างๆ เริ่มออกไปยักย้ายส่ายสะโพกด้วยความสนุกสนาน แสงไฟระยิบระยับที่จงใจให้เต้นตามจังหวะเพลงเร็วนั้นปลุกเร้าให้นักเที่ยวทุกคนเกิดอารมณ์ร่วมไปกับบรรยากาศแห่งเสียงเพลงยิ่งใครที่ได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปก็ยิ่งเพิ่มความครึกครื้นให้ประสาทตื่นตัวมากขึ้นไม่เว้นแม้แต่มาร์ค กับ นภาพร ที่ดื่มบรั่นดีไปหลายแก้ว ทำให้ทั้งคู่รู้สึกสนุกสนานไปกับบรรยากาศของแสงสีและเสียงเพลง
“อุ๊ย..เพลงนี้สนุกน่าเต้นรำ”
นภาพรบอกมาร์คอย่างตื่นเต้น เมื่อดนตรีที่หนักหน่วงบรรเลงเพลงในจังหวะที่เร้าใจจนหล่อนต้องโยกศีรษะไปมาด้วยความคึกคัก
“งั้นเราออกไปเต้นรำกันเถอะ..”
มาร์ค ลุกขึ้นยืนโค้งให้นภาพรด้วยรอยยิ้ม หล่อนลุกขึ้นพร้อมยื่นมือไปให้มาร์คจูงหล่อนเดินไปยังฟลอร์ด้านหน้าที่มีคนอื่นๆ เต้นรำกันอยู่อย่างสนุกสนาน
นภาพรรู้สึกครึกครื้นไปกับเสียงเพลงและเสียงกรี๊ดจากลูกค้าโต๊ะอื่นๆ ที่มากันเป็กลุ่มใหญ่ ที่หล่อนรู้สึกสนุกสุดเหวี่ยงแบนนี้อาจจะเป็เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ส่วนหนึ่งก็ได้และอีกส่วนหนึ่งหล่อนก็ไม่ได้มาเที่ยวแบบนี้นานแล้วจึงเหมือนมารำลึกถึงอดีตที่เคยมากับคนรัก หล่อนเห็นทีจะต้องชวนธีรยุทธมาคลายเครียดแบบนี้บ้างแล้ว
มาร์คก็ดูจะมีความสุขกับการได้เต้นรำมากเขาเป็ผู้ชายที่แข็งแรงคนหนึ่ง สามารถเต้นรำได้หลายเพลงโดยไม่หยุดพักจนกระทั่งเปลี่ยนบรรยากาศเป็เพลงช้านภาพรก็เริ่มรู้สึกว่าเหนื่อยแล้ว