เมฆาสืบล่าผี The Mini Series

    2.อรัญญา

            Series : ปิศาจสาวร้อยปี

             

            ตอนที่ 2 – อรัญญา


            คืนเดียวกัน สองทุ่มกว่าๆ  

            โบสถ์ร้างยังคงเงียบสนิท มีเพียงเสียงฝนกระทบหลังคาสังกะสีที่เหลืออยู่ครึ่งเดียว


            เมฆายืนนิ่งอยู่ตรงกลางโบสถ์ มือล้วงกระเป๋าแจ็คเก็ต สายตาจับจ้องก้อนควันที่ลอยตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบถึงคานเพดาน


            ใบหน้าผู้หญิงที่ก่อตัวจากควันธูปยังคงยิ้ม แต่ไม่มีเสียง ไม่มีคำพูด มีเพียงกลิ่นหอมหวานปนขมของธูปอย่างดีที่หนาขึ้นทุกขณะ


            เจ้าพรายลอยวนอยู่ข้างหลังเมฆา ตัวสั่นราวกับไม่ใช่ผี 

            “ท่านครับ… ข้าไม่ชอบยิ้มแบบนี้เลย มันยังกะ ยิ้มก่อนเชือด !”


            “ฉันก็ไม่ชอบ” เมฆาตอบเสียงเรียบ “แต่ถ้าแกกลัว แกออกไปรอข้างนอกก็ได้”


            เจ้าพรายเงียบกริบทันที


            เมฆาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ยกมือขวาขึ้นทำท่าทางเชื้อเชิญ


            “ถ้าเธออยากคุย ฉันพร้อมฟัง  

            แต่ถ้าเธออยากฆ่าฉันเหมือนสามคนนั้น… ลองดูก็ได้”


            ควันธูปสั่นไหวเล็กน้อย แล้วค่อยๆ ลดระดับลงมาเป็นเส้นตรง ช้าๆ จนมาหยุดอยู่ตรงหน้าเมฆา ห่างไม่ถึงสองเมตร


            ร่างของนางเริ่มชัดขึ้น  

            ผิวขาวซีดเกินมนุษย์ ชุดไทยสีครามเข้มปักลายทองจางๆ ผมยาวดำสนิทสยายลงมาปิดหน้าเกือบหมด เหลือเพียงปากที่ทาแดงเข้มโค้งเป็นรอยยิ้ม


            นางยกมือขึ้นช้าๆ ชี้ไปที่กองศพสามศพ


            แล้วเสียงแรกดังขึ้น  

            แหบพร่า ราวกับพูดผ่านควันหนาทั้งปอด


            “พวกเขา… จุดธูปให้ข้า”


            เมฆาขมวดคิ้ว “คนงานก่อสร้างจุดธูปให้เธอ?”


            นางส่ายหน้าเบาๆ ผมยาวไหวตาม


            “ไม่ใช่พวกเขา… คนข้างนอก  

            คนที่บอกว่า ‘ขอให้แม่นางคอยคุ้มครอง’  

            ทุกครั้งที่จุด… ข้าก็ต้องรับ”


            เมฆาเข้าใจทันที


            คนที่มากราบไหว้ขอโชคลาภตามวัดร้างโดยไม่รู้ประวัติ บางคนจุดธูปขอให้ “แม่นางคอย” ช่วยโดยไม่รู้ว่านางคือใคร  

            ทุกครั้งที่ธูปถูกจุดโดยไม่ตั้งใจเรียกชื่อนางจริง… พลังของนางก็เพิ่มขึ้น


            และเมื่อพลังล้น… นางจะฆ่าโดยไม่ตั้งใจ


            “เธอควบคุมตัวเองไม่ได้” เมฆาพูดชัดๆ “ใช่ไหม”


            ปากนางกระตุก รอยยิ้มหายไปชั่วขณะ


            “ข้าตาย… ด้วยธูป  

            ถูกเผาทั้งเป็นในโบสถ์นี้… ด้วยธูป 108 ดอก  

            ทุกครั้งที่ใครจุดธูปให้ข้า… ข้าก็ต้องเผาคนนั้นตอบ”


            เสียงนางสั่นเครือ ควันรอบตัวเริ่มหมุนวนเร็วขึ้น


            เมฆายกมือขึ้นทำท่าสงบ “ฉันเข้าใจ  

            แต่ตอนนี้มีคนตายไปแล้วสามคน  

            ถ้าฉันปล่อยเธอไว้แบบนี้ พรุ่งนี้จะมีศพเพิ่มอีก”


            นางยกหน้าขึ้นครั้งแรก  

            ผมยาวแหวกออก เผยให้เห็นใบหน้าที่เคยสวยงาม แต่ตอนนี้ตาทั้งสองข้างเป็นเพียงรูดำลึก ไม่มีลูกตา มีแต่ควันขาวลอยออกมาไม่หยุด


            “แล้วเจ้าจะทำอย่างไร… นักล่าผี”


            เมฆาไม่ตอบทันที เขาหันไปมองกองธูปที่ยังเหลือควันเก้าดอก


            “ฉันจะหาทางหยุดวงจรนี้  

            แต่ก่อนอื่น… ฉันต้องรู้ชื่อจริงของเธอ  

            ชื่อที่เขาใช้เรียกเธอตอนเผาเธอทั้งเป็น”


            ร่างนางสั่นสะท้าน ควันรอบตัวข้นขึ้นจนโบสถ์ทั้งหลังเริ่มมืดมิด


            “อย่า… อย่าพูดชื่อนั้น”


            เมฆายิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่แทบไม่มีความรู้สึก


            “ถ้าเธอไม่บอกฉันเอง  

            ฉันจะหาให้เจอ  

            แล้วฉันจะเรียกชื่อนั้น… ตรงนี้ คืนนี้”


            นางกรี๊ดเสียงแหลม ควันธูปเก้าดอกพุ่งออกมาพร้อมกัน กลายเป็นเส้นแหลมคมพุ่งเข้าใส่เมฆา


            เมฆาไม่ขยับตัวเลย


            เจ้าฮูกที่ลอยอยู่ด้านบนพุ่งลงมาขวางทันที ปีกขาวกางออกเต็มที่ เกิดลมวนเวียนแรงจนควันทั้งหมดถูกตีกระจาย


            ควันนางคอยถอยกลับไปรวมตัวที่มุมโบสถ์ หายไปในเงามืด


            เสียงสุดท้ายของนางลอยมาเบาๆ ก่อนหายไป


            “เจ้าจะเสียใจ… ที่เข้ามายุ่ง”


            เมฆาลดมือลง เรียกเจ้าฮูกกลับมาบนไหล่


            เจ้าพรายโผล่ขึ้นมาจากพื้น ร่างยังสั่นอยู่


            “ท่านครับ… ข้าขอขึ้นค่าตอบแทนได้ไหม”


            เมฆาเดินไปที่กองธูปเก้าดอก ใช้เท้าดับให้มอดสนิททีละดอก


            “แกได้ค่าตอบแทน เป็นการมีชีวิตอยู่ต่อทุกวัน ไม่พอหรือไง?”


            เจ้าพรายเงียบกริบ


            เมฆาคุกเข่าลงข้างกองธูป ใช้มือปัดฝุ่นออกจากพื้นกระเบื้องเก่า


            ใต้กองธูป… มีรอยไหม้เป็นวงกลมขนาดใหญ่


            และตรงกลางวง… สลักชื่อหนึ่งไว้ด้วยเล็บ


            ชื่อที่เขียนด้วยเลือด ที่แห้งติดพื้นมานานกว่าร้อยปี


            “…อรัญญา…”


            เมฆาอ่านออกเสียงเบาๆ


            เจ้าฮูกบนไหล่กระพริบตาเร็วสองครั้ง


            เจ้าพรายกลืนน้ำลายดังอึก (ทั้งที่มันไม่มีน้ำลาย)


            “ท่านครับ… คืนนี้ข้าขอนอนเฝ้าหน้าวัดได้ไหม”


            เมฆาลุกขึ้น มองไปที่มุมมืดที่นางหายไป


            “ไม่ต้อง  

            คืนนี้ฉันจะนอนที่นี่  

            คนเดียว”


            เขาหันกลับมามองเจ้าพราย


            “แกทั้งสอง… ไปหาข้อมูลให้ฉัน  

            หาว่าใครคือคนที่เผา ‘นางอรัญญา’ ทั้งเป็น เมื่อหนึ่งร้อยสิบแปดปีก่อน  

            และทำไม… เธอถึงยังวนเวียนอยู่แถวนี้”


            ลมเย็นพัดผ่านโบสถ์อีกครั้ง


            กลิ่นธูปที่ดับไปแล้ว… กลับหอมแรงขึ้นกว่าเดิม...?


            *โปรดติดตามตอนต่อไป*

    คล้ายกับเรื่องเมฆาสืบล่าผี The Mini Series ที่คุณอ่าน