ภายในห้องโถงขนาดใหญ่มีบุรุษมากมายแต่งกายด้วยชุดผ้าสีดำคาดแดงยืนเรียงรายกันอยู่ด้วยรอบ ส่วนด้านในสุดก็มีเก้าอี้ไม้สีเหลืองทองอร่ามราคาตั้งอยู่ พร้อมชายร่างกำยำใบหน้าเหี้ยมเกรียมดุดันที่นั่งอยู่บนนั้น ข้างกายของมันมีชายร่างเล็กรูปร่างผอมแห้ง ใบหน้าดูเ้าเล่ห์ในชุดสีม่วงยาวอยู่ด้วย ทั้งสองคือ ผู้มีอำนาจสูงสุดของพรรคมารสาขานี้ หัวหน้าสาขาหวู่เกา และที่ปรึกษาฉีฟูนั้นเอง หลังจากที่ลูกศิษย์ของพรรคสองคนกลับมาจากทำธุระภายนอก พวกมันทั้งสองก็กลับมาพร้อมกับชายหญิงสามคน และได้พามาพบกับ หวู่เกา ทันที “พวกเ้าทั้งสามบอกว่าถูกขับไล่ออกมาจากสำนักเก้าัเช่นนั้นรึ และ้ามาเข้าร่วมกับพรรคมารของพวกข้าอย่างนั้นใช่หรือไม่” ฉีฟูหรี่ตามองพวกิเจียวจูพร้อมกล่าวถามขึ้น มันเป็คนที่มีอุปนิสัยขี้ระแวง และไม่เคยไว้ใจใครง่าย ๆ ดังนั้นการที่ จู่ ๆ มีคนจากสำนักเก้าัขอมาสวามิภักดิ์จึงถือเป็เื่ไม่ปรกติ ถึงแม้นเจียวจูจะเล่าสาเหตุที่พวกมันทั้งสามต้องถูกขับออกมาให้ฟังแล้วก็ตาม
“ท่านเข้าใจถูกต้องแล้ว พวกข้าสามพี่น้องถูกเ้าแก่ไท่หยวนอี้ และ เ้าแก่ฟูเทียนซ่าน ไล่ออกมาเ้าคะ เ้าแก่ฟูเทียนซ่านเดิมเป็อาจารย์ของข้าแต่มันนั้นบ้าตัณหา และพยายามจะข่มเหงข้า พอพี่ชายสองคนของข้าเข้าปกป้อง มันก็เอาเื่ไปฟ้องเ้าแก่ไท่หยวนอี้ที่หูเบาไม่ฟังเหตุผล ข้าคิดว่าเป็เพราะพวกมันทั้งคู่เป็สหายเก่าแก่ที่ก่อตั้งสำนักมา สุดท้ายเ้าแก่ไท่หยวนอี้จึงไล่พวกเราออกจากสำนักอย่างที่ท่านเห็น พวกเราอยู่ที่นั่นั้แ่เยาว์วัย จำบ้านเกิดไม่ได้ ไม่รู้บิดามารดาอยู่ไหน ไร้ที่ไป จึงอยากขอท่านเมตรให้เราทำงานในพรรคเพื่อแลกที่คุ้มหัว และอาหารเล็กน้อยจะได้หรือไม่..”
ิเจียวจูกล่าวขึ้นด้วยวาจาแ่เบาพร้อมแววตาเศร้าสร้อย ที่ดูน่าสงสารยิ่งหนัก คำพูดของนางทำเอาคนในห้องหลายคนเกิดความสงสารขึ้นมาเร็วพลัน บางทีอาจจะมิใช่แค่น้ำเสียงอย่างเดียวที่ทำให้หลายคนใจอ่อน สาเหตุคงเป็เพราะใบหน้า ผิวพรรณ รูปร่างที่ดูเย้ายวนของิเจียวจูด้วยกระมัง คนในพรรคมารแทบทุกคนเป็บุรุษเพศ ถึงจะมีสตรีก็มีแค่แม่ครัว กับสาวใช้ที่มีอายุ และหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ ไม่เคยมาสตรีที่งดงามราวกับเทพธิดาเช่นนี้เข้ามาขอเป็ศิษย์ แต่ถึงแม้ความงาม กับมารยาของิเจียวจูจะทรงพลัง และมีอำนาจสักเพียงใด มันก็หาได้ใช่กับ ฉีฟูได้ผลไม่ มันเป็บุรุษลึกลับที่ไม่เคยสนใจอิสตรี ไม่ปรากฏว่าเคยมีคนรัก หรือครอบครัว สิ่งเดียวที่มันสนคืออำนาจ และความยิ่งใหญ่ ความ้าเดียวของ ฉีฟูก็คือ กลับไปที่พรรคมารสาขาใหญ่ให้จงได้ มันถูกส่งมาอยู่สาขาย่อยแห่งนี้ด้วยความผิดบางอย่างที่ถูกใครบางคนกลั่นแกล้ง ฉีฟู เจ็บแค้นมากมันเฝ้ารอที่จะกลับไปที่ที่มันจากมาในสักวัน
ฉีฟูมองเจียวจูออกทะลุปรุโปร่ง ว่านางนั้นมันหญิงที่มีความเ้าเล่ห์ หลอกลวง เื่ที่นางเล่าก็คงมีส่วนจริงอยู่สัก สองส่วนอีกแปดส่วนก็น่าจะกุขึ้นมาเพื่อ้าเข้าพรรค แม้นนางจะมีนิสัยตรงตามที่พรรคมาร้าครบถ้วน แต่นางก็ดูอันตรายเกินไป สักวันนางคงหาทางแย่งชิงอำนาจ และก้าวขึ้นมาเป็ใหญ่อีกคนอย่างแน่นอน ฉีฟู้าคนที่มันจะใช้ประโยชน์ได้ แต่ไม่ได้้าคนที่อาจจะมาแว้งกัด มันในอนาคต มันจึงคิดว่าไม่ควรให้เจียวจูเข้าพรรค และกำลังจะหันไปบอก หวู่เกาเพื่อให้ไล่คนทั้งสามออกไป แต่ยังมิทันจะได้กระซิบ สิ่งที่ฉึฟูเห็นในแววตาของ เ้าหวู่เกาก็คือ ความหื่นกระหาย ในกามราคะ อันที่จริงเ้าหวู่เกาก็ตาโตเป็ไข่ห่านั้แ่ แรกเห็นิเจียวจูเข้ามานั่งคุกเข่าแล้ว น้ำลายมันไหลที่มุมปากอย่างน่าเกลียด พอฉีฟูเห็นอากัปกิริยาของหัวหน้าสาขาที่มันคอยให้คำปรึกษาเป็เช่นนั้น มันก็รู้แล้วถึงจะโน้มน้าว กล่าวทักท้องอันใดไปก็คงเสียเวลาเปล่า
ฉีฟูจะได้แต่อ้าปากก่อนจะส่ายหน้า และ ถอยห่างออกมายืนนิ่ง ๆ พร้อมกับรำพึงรำพันในใจ ว่าทำไมมันถึงต้องมาทำงานกับเ้าคนตัวใหญ่ไร้สมอง แถมโง่เขลาเช่นเ้าหวู่เกาด้วยนะ ช่างเป็การลงโทษมันที่สุดแสนทรมานเหลือเกิน “เอ่อ…ไม่ทราบว่าท่านหัวหน้าสาขาจะรับพวกข้าสามคนหรือไม่เ้าคะ” ิเจียวจูกล่าวถามอีกรอบ เพราะเห็นฉีฟูนั้นนิ่งเงียบไป ฉีฟูเมื่อได้ยินก็ถอนหายใจยาว ๆ ก่อนจะตอบนางกลับ
“เช่นนั้นก็ได้ ในเมื่อพวกเ้าหนีร้อนมาพึ่งเย็น ข้าจะเมตตารับพวกเ้าทั้งสามเข้าพรรคมารของเรา พี่ชายทั้งสองของเ้าก็หน่วยก้าวไม่เลว แม้จะสูญเสียวรยุทธ์ไป แต่เมื่อเข้ามาในพรรคข้าก็จะถ่ายทอดวิชาของพรรคให้ใหม่ เอาไว้ให้พวกมันเป็แนวหน้าเวลาเราไปบุกพรรคอื่น” พอหลู่ไกวฉือ กับหวังก้านเหลียงได้ยินเช่นนั้นพวกมันก็ใเล็กน้อย ก้านเหลียงนั้นไม่เท่าไหร่มันรู้สถานการณ์ดี แต่ไกวฉือ กลับแสดงสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดจนเป็ที่ผิดสังเกตในสายตาของฉีฟู “ไกวฉือ เ้าเก็บอาการหน่อยเดียวก็เสียแผนหมดหรอก ตอนนี้ตามน้ำไปก่อน มีข้าวกินที่ซุกหัวนอนก็ดีแล้ว” ก้าวเหลียงที่นั่งคุกเข่าก้มหน้าอยู่ต้องกระซิบบอกอย่างรวดเร็ว “ดูเหมือนพี่ชายคนขวาของเ้าท่าทางจะไม่พอใจกับน้ำใจของรึสาวน้อย..”
เสียงของฉึฟู กล่าวขึ้นอย่างเ็าพร้อมมองไปที่หลู่ไกวฉือ
ตอนนั้นเจียวจูใมาก นางต้องรีบแสดงละครเพื่อคะแนนความสงสารในทันที “มิได้ เ้าคะ มิได้ พี่ชายของข้าผู้นี้อาจจะประหม่านิดหน่อย แต่มันหาได้ไม่พอใจในความเมตตาของท่านไม่” ิเจียวจู กล่าวพร้อมก้มหัวลงบนพื้น แต่สายตาของนางนั้นเหลือบมามองหน้าของหลู่ไกวฉือราวกับจะกินเืกินเนี้อเสียให้ได้ หลู่ไกวฉือของหน้าเสียไปเหมือนกัน มันจึงรีบโขกหัวลงพื้นพร้อมเล่นละครตามน้ำไป ฉีฟูเองก็มองออกแต่มันมิอาจทำอันใดได้ ในเมื่อหวู่เกาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ คิดจะรีบิเจียวจูเข้าพรรคั้แ่แรกเห็น มันกล่าวอันใดไปก็ไร้ความหมาย “เช่นนั้นก็ดีแล้วเดียวพี่ชายของเ้าสองคนก็ตามลูกศิษย์ในพรรคไปที่ห้องพัก ส่วนเ้านั้นมีความสามารถเื่การปรุงยาใช่หรือไม่ เช่นนั้นข้าจะให้เ้ามาอยู่ในห้อง….”
“ในห้องข้า..!! นางต้องมาอยู่ในห้องคอยรับใช้ข้าเท่านั้น..!!!” เสียงตะคอกขัดจังหวะคำกล่าวของฉีฟูดังกึกก้องไปทั่วห้อง และมันหาใช่เสียงของผู้ใดนอกจากชายร่างใหญ่ หน้าตาหื่นกาม ในชุดหนังสัตว์สีน้ำตาลเทา บนเก้าอี้ หวู่เกา นั้นเอง
ฉีฟูพอได้ยินเช่นนั้นมันก็ถอนหายใจเบา ๆ และมิได้กล่าวอันใดต่อ ซึ่งมันก็คาดเดาคำตอบไว้แล้ว หากแต่ หลู่ไกวฉือ และ หวังก้านเหลียงนั้นใพอสมควร มันทั้งคู่กำหมัดแน่น ใครจะยอมให้เมียของตนไปอยู่กับชายอื่นได้กันเล่า แต่อย่างที่รู้ ก้านเหลียงเป็คนที่สงบเยือกเย็น ปรับตามสถานการณ์ได้ตลอด มันจึงทำได้ทำใจยอมรับ ผิดกับหลู่ไกวฉือที่โกรธจัดจนใบหน้าแดงก่ำ กำหมัดแน่นจนเจ็บ แต่สุดท้ายมันก็อดทนได้ไม่ทำให้เสียงานใหญ่ ทางด้านิเจียวจูนั้นพอรู้ว่า หวู่เกา หลงเสน่ห์มารยาหญิงของมัน นางก็ไม่รอช้ารีบลุกขึ้นมา แล้วเข้าไปประชิดตัวหวู่เกาเพื่อ ออดอ้อนถึงเนื้อถึงตัวทันที ชนิดที่ว่าเป็คนล่ะคนหญิงสาวที่น่าสงสารเมื่อสักครู่โดยสิ้นเชิง หวู่เกามีสีหน้าเคลิบเคลิ้ม ราวกับต้องมนตร์สะกด มันไม่สนสิ่งอื่นใดแล้วยามนี้
หวู่เการีบอุ้มร่างของเจียวจู และเดินจากไปต่อหน้าต่อตาของศิษย์ในพรรคทุกคนร่วมถึง ไกวฉือ กับ ก้านเหลียง “เอาล่ะการประชุมจบแล้ว พวกเ้าสามคนตรงนั้นจงพาเ้าสองคนนี้ไปที่พัก และหาชุดให้มันเปลี่ยน”
ฉึฟูชี้นิ้วให้คนในพรรคสามคนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ไกวฉือ กับก้านเหลียง พาพวกมันไป..
นับั้แ่นั้นทั้งสามคนก็กลายเป็คนของพรรคมารโดยสมบูรณ์ หากแต่ความเป็อยู่นั้นผิดกันราวฟ้ากับดิน ิเจียวจูนั้นอยู่อย่างสุขสบาย มีเสื้อผ้า เครื่องประดับงดงามมากมาย ที่หวู่เกานำมาประเคนให้ไม่ว่านางอยากจะได้อะไรของแค่เอ่ยมาคำเดียว หวู่เกาจะสั่งให้คนพรรคบุกน้ำลุยไฟไปเอามาให้ทันที ิเจียวจูนั้นนางเองก็ไม่ต้องทำงานอันใดนอกจากบำเรอความสุขบนเตียงให้หวู่เกาเพียงอย่างเดียว หวู่เกาหลงนางหัวปักหัวปำ จนแทบจะไม่ทำการทำงาน ไม่ว่านางจะพูดอะไรหวู่เกาก็จะเชื่อนางทุกอย่าง เชื่อเสียยิ่งกว่าคำพูดของฉีฟูที่เป็ที่ปรึกษาคนสนิทซะอีก แล้วชายอีกสองคนที่มาพร้อมกับนางเล่าตอนนี้พวกมันเป็เช่นไรกัน
ชะตาชีวิตของหลู่ไกวฉือ กับ หวังก้านเหลียงนั้นย่ำแย่ที่สุด พวกมันไม่ต่างจากทาศ ต้องทำตามคำสั่งของศิษย์พี่ในพรรคมารที่อยู่มาก่อนทุกอย่าง หากไม่ทำก็จะถูกทำร้าย ถูกซ้อมจนาเ็ ต้องทำงานทุกอย่างแทนทั้งหมด ส่วนวิชาที่ฉีฟูบอกว่าจะสอนให้นั้นมันก็สอนจริง ๆ แต่อย่างที่รู้ มันก็เป็เพียงวิชาพรรคมารขั้นต่ำเหมือนที่ฉินฟงเคยฝึก อย่างมากก็เอาไว้พอป้องกันตัวได้ แต่เทียบกับวิชาที่พวกมันเคยร่ำเรียนมาจากสำนักเก่าไม่ได้เลย ก้านเหลียงที่เคยสงบเยือกเย็นก็แทบจะทนไม่ไหว ส่วนหลู่ไกวฉือไม่ต้องพูดถึงมันแทบจะกลายเป็บ้าแล้ว มันอยากพบกับ ิเจียวจูมากแต่ก็ทำได้ยากยิ่ง จากวันนี้จนถึงวันนี้ มันทั้งสองเคยพบกับิเจียวจูแค่ครั้งเดียว เป็่เวลาสั้น ๆ และนางก็กล่าว ๆ สั้นกับคนทั้งสองแค่ว่า “ให้อดทนไปก่อน..” กล่าวแค่นั้น และไม่เคยกล่าวอะไรอีก และไม่เคยคิดจะชายตามองคนทั้งคู่อีกเลย
นานวันเข้าพวกมันทั้งสองเริ่มรู้ตัวแล้วว่าทั้งหมดเป็แผนที่ิเจียวจูวางไว้ทั้งหมด นางหมักใหญ่ใฝ่สูงคิดจะไต่เต้าจนมีอำนาจในพรรคมารนั้นเอง แต่แม้จะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว ทั้งหลู่ไกวฉือ และ หวังก้านเหลียงทำอันใดมิได้อีกต่อไป ต่อจากนั้นไม่นาน ทั้งหลู่ไกวฉือ และฉีฟูก็ได้รับจดหมายจากพรรคมารสาขาใหญ่ เนื้อความเป็คำสั่งให้ เร่งจัดการกับสำนักเก้าัโดยไวเพราะหลังจากที่ไท่หยวนอี้กลับมา ภายในสำนักก็เกิดการเปลี่ยนแปลงจนส่งผลหลายอย่างเป็วงกว้าง
“บ้าที่สุดแล้วแบบนี้ข้าจะทำเช่นไรดี นับวันสำนักเก้าัก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น หากข้ายังทำลายมันไม่ได้คงโดนท่านประมุขลงโทษเป็แน่” หวู่เกากล่าวขึ้นด้วยสีหน้าที่เป็กังวล ฉีฟูเองก็ได้แต่นิ่งเงียบมันกำลังคิดแผนชั่วร้ายที่จะใช้เล่นงานสำนักเก้าัอยู่ แต่ในยามนั้นิเจียวจูก็ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมแววตาเ้าเล่ห์ และกล่าวบางอย่างขึ้น “อยากจัดการ พวกมันรึ ลองใช้แผนของข้าดูไหม..” ฉีฟูหรี่ตามองิเจียวจู และนิ่งเงียบ ส่วน หวู่เกานั้นทำตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้นดีใจ “จริงรึ น้องเจียวจูคนสวยของข้าเ้ามีแผนรึว่ามาเลยจีะว่ามาเลยข้ารอฟังอยู่..” เจียวจูแสยะยิ้มที่มุมปากก่อนจะบอกเล่าถึงแผนชั่วของนางเพื่อใช้เล่นงาน ไท่หยวนอี้ กับสำนักเก้าัพิทักษ์ธรรม..
จบบทที่ 17