ธิดาสามหันซ้ายหันขวาคิดหาทางช่วยจะแบกไปแดนบุปผาก็แบกไม่ไหว จะไปตามใครมาช่วยก็กลัวจะไม่ทันการณ์
พลัน! นางก็นึกได้...จริงซิท่านหนิงเฟิ่งบอกว่าเืสิงห์ขาวของเรารักษาาแได้นี่น่า
นางไม่รอช้ารีบกัดปลายนิ้วให้เืไหลแล้วก็หยดเืลงบนาแใหญ่บนหน้าอกบุรุษผู้าเ็
ดวงตาผู้าเ็ค่อยๆ ลืมขึ้นเห็นแมวป่าขาวสะอาดกำลังหยดเืลงบนาแตนเอง“แมว...งั้นรึ?”
เขาพยายามลุกขึ้นนั่ง
ธิดาสามรีบพูด“อย่าเพิ่งขยับซิ ข้าอุตส่าห์สละเืช่วยรักษาเ้าอยู่นะ”
เขานอนลงตามเดิม“เืแมวอย่างเ้าช่วยรักษาแผลให้ข้าไม่ได้หรอก อย่าพยายามเลยแต่ถ้าดื่มเืเ้าคงช่วยแก้กระหายน้ำได้อยู่หรอก”
“ฮึ! ท่านดูถูกเืข้าเกินไปหน่อยแล้วนะ” ธิดาสามค้อนขวับเมื่อเห็นว่าาแเริ่มสมานตัวนางก็ปิดปากแผลบนนิ้ว
ผู้าเ็ยิ้มให้“ขอบใจที่เ้าพยายามช่วยเหลือ แต่เ้ารีบไปซะเถอะ หากจอมมารตามมาเจอข้าเกรงว่าเ้าจะมีอันตรายไปด้วย”
“จอมมารเหรอ!” ธิดาสามใ “ผู้ที่ทำให้ท่านาเ็คือจอมมารงั้นหรือ”
“เ้ารีบหนีไปเถอะ”ผู้าเ็บอกอย่างเป็ห่วง
“งั้นข้าจะรีบไปตามคนมาช่วยแบกท่านกลับไปรออยู่นี่นะ” ธิดาสามพูดแล้วก็รีบวิ่งกลับไปที่ถ้ำแมวป่า
บุรุษผู้าเ็มองตามจนลับร่างสีขาวสะอาดตาเขาค่อยๆขยับตัวลุกขึ้น ไม่รู้สึกถึงความเ็ปตรงหน้าอกแล้ว เขาก้มลงมองตัวเอง
“แผลหายแล้วหรือ?”เขาครุ่นคิดอย่างสงสัย “แผลหายด้วยเืแมวขาวงั้นรึ?ข้าเคยได้ยินแต่ว่ามีแต่เืสิงห์ขาวเท่านั้นที่รักษาาแได้”
“อาจารย์ท่านอยู่ที่ไหน?”ๆๆๆๆๆๆๆ
เสียงเรียกดังก้องไปทั่วพร้อมกับร่างของชายชุดขาวหลายคนปรากฎขึ้น
“ข้าอยู่นี่”ชายผู้าเ็ตอบกลับไป
“อาจารย์!” เหล่าชายชุดขาวกรูกันเข้าไปหาชายผู้าเ็อย่างดีใจ “ท่านาเ็ ข้าว่าพวกเรารีบกลับตำหนักดีกว่าขอรับ”
“แล้วพวกจอมมารล่ะ”ชายผู้าเ็ถาม
“ล่าถอยกลับแดนมารไปแล้วขอรับั้แ่องค์รัชทายาทส่งทัพมาช่วยพวกเรา” ลูกศิษย์คนหนึ่งรายงาน
ชายผู้าเ็พยักหน้ารับรู้“ดีแล้ว เช่นนั้นก็กลับกันเถอะ”
“ขอรับ” บรรดาลูกศิษย์รับคำชายผู้าเ็หันไปมองตามทางที่แมวน้อยวิ่งหายไป...ไว้ข้าหายดีแล้วข้าจะมาพบเ้าเพื่อตอบแทนน้ำใจที่ช่วยเหลือข้า
ภาพแมวน้อยยังตราตรึงในความทรงจำไม่มีวันลบเลือนแล้วเขาและบรรดาลูกศิษย์ก็หายวับไป
ธิดาสามวิ่งไปถึงถ้ำแมวป่า“พวกเ้าตามข้ามาเร็ว มีคนาเ็อยู่ทางโน้น”
“พะย่ะค่ะธิดาสาม”แมวป่ารับคำสั่งแล้วก็รีบวิ่งตามเ้านายไป
แต่เมื่อธิดาสามไปถึงจุดที่พบคนเจ็บก็ไม่เห็นใครเลย“อ้าว! หายไปไหนแล้วล่ะ?”
นางมองหา “พวกเ้าช่วยกันหาเร็ว”
“พะย่ะค่ะ” บรรดาแมวป่าต่างกระจายกำลังออกค้นหา
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่
“ไม่พบใครเลยพะย่ะค่ะ” หัวหน้าแมวป่ารายงาน
“ไม่เจอเลยหรือ”ธิดาสามมองไปรอบๆ
“ข้าคิดว่าผู้ที่ท่านพบคงกลับไปแล้วเป็แน่พะย่ะค่ะ”หัวหน้าแมวป่าคาดคะเน
“งั้นหรือ” ธิดาสามพยักหน้า“หวังว่าเขาคงกลับไปอย่างปลอดภัยนะ”
นางมองไปรอบๆอีกครั้ง“ถ้างั้นพวกเ้าก็กลับไปเถอะ ข้าก็จะกลับถ้ำสิงห์แล้วล่ะ”
“พะย่ะค่ะ”หัวหน้าแมวป่ารับคำสั่งแล้วก็เดินกลับถ้ำแมว
ธิดาสามก็กลับถ้ำสิงห์ก่อนถึงถ้ำสิงห์นางก็คืนร่างเป็สิงห์ขาวดังเดิม
วันรุ่งขึ้นเทพพฤกษาก็มารับธิดาสามตามสัญญา
“หนิงเฟิ่งเ้าต้องดูแลเ้าสามดีๆล่ะ” ราชินีสิงห์พูดอย่างเป็ห่วงพระธิดาน้อย
“เ้าไม่ต้องห่วงหรอกข้าต้องดูแลเ้าสามดีอยู่แล้ว” เทพพฤกษาตอบ
“ถ้าเ้าสามซุกซนมากเ้าก็รีบบอกข้าล่ะกัน ข้าจะตีนางเอง” าาสิงห์บอก วางท่าพระบิดาผู้ดุดัน
“เฮอะ! อย่างเ้าหรือจะตีนางลง” เทพพฤกษาเยาะ“ั้แ่นางเกิดมาข้ายังไม่เคยเห็นเ้าตีนางลงซักแปะ”
ดวงตางามค้อนให้ทีหนึ่งตามประสาสหายสนิท
าาสิงห์สะอึกไปที่ถูกจี้จุดอ่อน“เ้าสามเ้าก็อย่าซุกซนให้มากนักรู้ไหม”
“ข้ารู้แล้วเสด็จพ่อ”ธิดาสามรับคำ
“เ้าสามรีบไปรีบมานะ”องค์ชายทั้งสองกอดน้องด้วยความรัก
“อื้ม” ธิดาสามพยักหน้า
“ไปกันเถอะข้าจะได้รีบกลับมาดูแลสวนของข้าต่อ” เทพพฤกษาบอกแล้วก็ยื่นมือไปหาธิดาสาม
ธิดาสามผละจากพี่ชายหันไปจับมือเทพพฤกษาพลางโบกมืออีกข้างให้พี่ชายทั้งสองแล้วเทพพฤกษากับธิดาสามก็หายวับไป
าาสิงห์และราชินีพร้อมองค์ชายทั้งสองก็เสด็จกลับเข้าถ้ำสิงห์ด้วยท่าทางเหงาหงอยเพราะไร้เ้าตัวป่วนตัวน้อย
ณหน้าประตูทางเข้าตำหนักซีฮัน เทพพฤกษากับธิดาสามก็ปรากฎกายขึ้น
“ที่นี่เหรอตำหนักซีฮัน”ธิดาสามมองผ่านประตูเข้าไป
“ใช่แล้ว” เทพพฤกษาพยักหน้า“เ้าใช้มุกิญญาแมวแปลงเป็แมวป่าเถอะ”
“เ้าค่ะ”ธิดาสามรับคำแล้วก็แปลงเป็แมวป่า
เทพพฤกษามองอย่างพอใจแล้วก็ร่ายเวทมายาใส่แมวป่าแสนสวย“เอาล่ะตอนนี้เ้าเป็แมวป่าตัวผู้แล้วล่ะ อย่าให้ใครจับได้ล่ะว่าเ้าเป็หญิงน่ะเพราะหนิงจ้านตั้งกฎว่าไม่รับสตรีเข้าตำหนักซีฮัน ไม่ว่าจะเป็ลูกศิษย์หรือบ่าวไพร่ของที่นี่ล้วนเป็ชายทั้งสิ้น”
“ห๊า! มีกฎอย่างนี้ข้าก็อดเป็ศิษย์น่ะซิ” ธิดาสามใ
“ข้าถึงได้ร่ายเวทมายาให้เ้าอย่างไรล่ะเ้าสาม”เทพพฤกษาแย้มยิ้ม “ต่อไปนี้เ้าก็คือแมวป่าตัวผู้ชื่อว่าไป๋เมา(白猫) จำเอาไว้ให้ดีล่ะไป๋เมา”
“อื้ม ข้าจะจำไว้” เจียวหลิงหรือที่ตอนนี้ได้ชื่อใหม่ว่าไป๋เมาพยักหน้า
“เอาล่ะ ไปกันเถอะ” เทพพฤกษาบอกแล้วก็เดินนำหน้าไป๋เมาผ่านประตูเข้าไปไป๋เมารีบเดินตามไปอย่างตื่นเต้น
เมื่อถึงหน้าตำหนักซีฮันศิษย์เอกของตำหนักก็ออกมาต้อนรับแขก
“น้อมคำนับท่านเทพธิดา”ศิษย์เอกกุมมือคารวะนอบน้อมท่วงท่าองอาจ
เทพพฤกษาค้อมศีรษะรับการเคารพจากผู้อ่อนวัย“ข้ามาพบหนิงจ้าน”
“ขออภัยด้วยขอรับท่านเทพธิดาอาจารย์กำลังเข้าฌานอยู่ขอรับ”
“งั้นรึเช่นนั้นข้าคงต้องรอแล้วล่ะ” เทพพฤกษาพยักหน้ารับรู้ “แล้วเ้าชื่ออะไรล่ะ?”
“ข้าชื่อลี่จิ่น(丽紧)เป็ศิษย์คนแรกของอาจารย์ขอรับ” ลี่จิ่นตอบนอบน้อม
“นี่ท่านหนิงเฟิ่งถ้าต้องรอนาน งั้นข้าไปเดินเล่นก่อนนะ” ไป๋เมาพูดแทรก
“ไปเถอะไป๋เมาแล้วอย่าซุกซนให้มากล่ะ” เทพพฤกษาพยักหน้าอนุญาต
ลี่จิ่นมองตามไป๋เมาไปพลางคิดในใจว่า...เ้าแมวป่านี่ช่างไม่มีสัมมาคารวะเอาเสียเลยเรียกชื่อท่านเทพธิดาอย่างสนิทสนมเช่นนี้ได้อย่างไรกัน แต่เมื่อได้ยินชื่อแล้วก็นึกขึ้นได้ว่า‘หนิงเฟิ่ง’ คือชื่อของเทพพฤกษา ซึ่งเป็ลูกพี่ลูกน้องของอาจารย์นั่นเอง
“ข้าขอตัวไปยกน้ำชามาให้ท่านนะขอรับ”ลี่จิ่นขออนุญาต
เทพพฤกษาพยักหน้า
พอศิษย์พี่เดินออกมาศิษย์น้องก็กรูกันเข้าไปถาม “นั่นใครหรือศิษย์พี่ใหญ่?”
“เทพพฤกษา” ศิษย์พี่ตอบแล้วก็บอกว่า“รีบไปเตรียมน้ำชามาต้อนรับท่านเทพธิดาเร็วเข้า”
“เป็วาสนายิ่งนักที่ได้เห็นเทพพฤกษาผู้เร้นกายจากพิภพ”บรรดาศิษย์น้องพูดอย่างปลื้มใจที่มีโอกาสได้เห็นท่านเทพธิดาผู้ที่ถูกร่ำลือว่างามสุดในพิภพ
“ไปๆๆๆ อย่ามัวพูดมาก”ศิษย์พี่ไล่บรรดาศิษย์น้อง
ครู่ต่อมาลี่จิ่นก็ยกน้ำชาและผลไม้ไปต้อนรับเทพพฤกษา “น้ำชาขอรับ”
“ขอบใจ” เทพพฤกษาแย้มยิ้มให้
ลี่จิ่นถอยออกไปอย่างรู้จักวางตัว
ไป๋เมาเดินเล่นเรื่อยไปจนกระทั่งถึงสวนแห่งหนึ่ง“มีแต่ไม้ใบ ไม่มีไม้ดอกบ้างเลย ดูแล้วเฉาๆ ยังไงก็ไม่รู้”
นางเดินเล่นไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงตำหนักด้านในด้วยความซุกซนอยากรู้อยากเห็นนางจึงค่อยๆ เดินขึ้นไปบนระเบียงหน้าตำหนัก
ประตูเปิดออกเทพาเดินออกมาไป๋เมาชะงักมองหน้าชายผู้นั้น
เทพาก็ชะงักไปเช่นกันเขามองเด็กหนุ่มตรงหน้า “เ้าเป็ใครหรือ? เข้ามาถึงในนี้เชียว?
“ข้าชื่อไป๋เมาแล้วท่านละเป็ใคร?” ไป๋เมาถามกลับ
“ข้า...หนิงจ้าน” เทพาตอบสายตาไม่ได้ละไปจากใบหน้าหนุ่มน้อยไปได้เลย...ใบหน้านี้ช่างดูคุ้นเคยยิ่งนัก พลัน! ภาพแมวป่าสีขาวในความทรงจำก็ทับซ้อนขึ้นมา อ่า...เ้าแมวน้อยนั่นเอง
“ท่านคงเป็ศิษย์เทพาล่ะซิอาจารย์ของท่านอยู่ที่ไหนเหรอ? ข้าอยากพบยิ่งนัก” ไป๋เมาพูดแล้วก็หันไปมองรอบๆ
“เ้าอยากพบเทพาด้วยเื่อะไรหรือ?”เทพาถามอย่างเอ็นดู
“ข้าจะมาขอเป็ศิษย์น่ะ”ไป๋เมาบอกแล้วก็หันไปมองต้นไม้ในสวน “ข้าอยากเห็นว่าเขามี 9 เศียรพันมืออย่างที่ร่ำลือกันจริงหรือไม่ จึงได้เก่งกาจนัก”
เทพาแย้มยิ้มขำขัน
“อาจารย์ของท่านอยู่ที่ไหนหรือ?”ไป๋เมาหันมาถาม “เอ...แล้วนั่นท่านขำอะไรหรือ?”
เทพารีบทำหน้าขรึม“ไม่มีอะไรหรอก”
ไป๋เมาเดินลงจากตำหนักเทพาเดินตามไป พลางคิดไปด้วยว่า...ในเมื่อเ้า้าเป็ศิษย์ข้าเช่นนั้นข้าก็จะรับเ้าไว้เพื่อตอบแทนบุญคุณที่เ้าช่วยข้าในครั้งนั้น
“เอ...อาจารย์ท่านอยู่ที่ไหนล่ะ?ข้าอยากพบจริงๆนะ” ไป๋เมาหันกลับไปพูดทำให้ตัวเองชนคนข้างหลัง “โอ๊ะ!”
เทพารีบช่วยประคองร่างเล็กไว้ไม่ให้ล้มลง“ระวังหน่อย”
“เอ่อ...” ไป๋เมาชะงักไม่รู้จะพูดอะไรดี พอตั้งสติได้ก็รีบพูดว่า “ขอบคุณ”
“อาจารย์”เสียงเรียกดังมาพร้อมกับลี่จิ่นเดินเข้ามา “ท่านออกจากฌานแล้ว”
แล้วเขาก็เหลือบมองร่างเล็กในอ้อมแขนอาจารย์“อ้าว...อยู่นี่เองรึ”
ไป๋เมามองหน้าลี่จิ่นแล้วก็มองหน้าผู้ที่ถูกเรียกว่าอาจารย์อย่างงงๆ“อาจารย์?”
นางหันไปมองลี่จิ่น ถามย้ำ“อาจารย์งั้นเหรอ?”
ลี่จิ่นพยักหน้า“ก็อาจารย์น่ะซิ”
ไป๋เมาหันขวับไปมองหน้าผู้ที่ถูกเรียกว่าอาจารย์อีกครั้ง“อาจารย์?...ท่านคือเทพางั้นหรือ?”
เทพาพยักหน้า “ใช่”
เขาปล่อยมือจากร่างเล็กพร้อมกับขยับถอยห่างไปนิดนึง
“จริงหรือ?” ไป๋เมาถามย้ำ
เทพาพยักหน้า“จริง”
ไป๋เมาหน้าตื่น “ท่านมี9 เศียรพันมือจริงๆหรือ? แล้วท่านซ่อนไว้ตรงไหนกันล่ะ?”
“ข้าไม่ได้มี 9 เศียรพันมือหรอก ข้ามีเพียงหัวเดียวและสองมือนี้เท่านั้น” เทพาตอบ
ไป๋เมาอึ้งไปตาก็มองเทพาไม่กะพริบเลย
“มีอะไรหรือ?”เทพาหันไปถามลี่จิ่น
“เทพพฤกษาเสด็จมาขอรับ”ลี่จิ่นตอบ
“งั้นรึ” เทพาพยักหน้ารับรู้แล้วเดินออกไปลี่จิ่นเดินตามไป ไป๋เมารีบตามไป
เทพพฤกษาละสายตาจากถ้วยชามองผู้ที่ค่อยๆ เดินเข้ามา “เ้าออกจากฌานแล้ว”
“ั้แ่ข้ามาอยู่ที่นี่นานๆ เ้าจะมาหาข้าสักครั้ง มาวันนี้มีเื่อะไรหรือ?” เทพาทักทาย
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจreadfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ