ไม่ว่าผู้ใด หากเพิ่งฟื้นจากถูกมอมยาสลบต่างต้องหงุดหงิดเป็พิเศษ
นั่นเพราะสาเหตุสองประการ...
ประการแรก แม้ฤทธิ์ยาจะหมดไป กระนั้นต้องมีอาการวิงเวียนหลงเหลืออีกเล็กน้อย
ประการที่สอง เพราะมันเจ็บใจ!
โยชิโอกะ ริวจิก็เช่นกัน มันรู้สึกเจ็บใจอย่างยิ่ง มิหนำซ้ำขณะนี้สิ่งซึ่งมันทำได้ก็เพียงรอคอยเท่านั้น
บุรุษหนุ่มหน้าขาวไร้ริ้วรอย เดินงุ่นง่านไปมา ไม่ผิดกับหนูติดจั่น
เหตุที่มันยินยอมรอคอย เนื่องเพราะมันทราบ เมื่อท่านโยชิอิติดตามออกไปย่อมไม่มีผู้ใดสามารถหนีรอด
นอกจากภูตผีเท่านั้น จึงหนีนาคามูระ โยชิอิพ้น...
ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยามแล้ว มันยิ่งร้อนรน กระสับกระส่ายมากยิ่งขึ้นนับว่ามันยังไม่ต้องเดือดดาล จนแทบคลั่งใจตายไปเสียก่อนเพราะประตูห้องบานใหญ่ได้เปิดออกแล้ว
มันบังเกิดรอยยิ้มบนใบหน้า ความขุ่นมัวสลายจากั์ตา กว่าสามส่วน
ผู้เข้ามาย่อมเป็นาคามูระ โยชิอิ เป็เื่ซึ่งคาดคิดอยู่หากที่มันคาดไม่ถึงคือ ท่านโยชิอิกลับพาชายหลังค่อมวัยกลางคนท่าทางเงอะงะผู้หนึ่งเข้ามาด้วย คนผู้นี้ใส่เสื้อผ้าเก่าคร่ำคร่าผมเผ้ายาวรุงรังปรกหน้า ร่างผอมบักโกรก หน้าตามอมแมม เนื้อตัวสกปรกยิ่ง
ทว่าเมื่อพิจารณาชายหลังค่อม อย่างละเอียดเพียงครู่ แววตาแดงก่ำเรืองโรจน์ด้วยความโกรธ กลับแปรเปลี่ยนเป็แวววาวกรุ้มกริ่ม เผยยิ้มออกมาจ้องดวงตาคู่นั้นเขม็ง
“ท่านโยชิอิ...ท่านพบคนที่เรา้าแล้ว”
โยชิโอกะ ริวจิกล่าวพลาง เดินเข้าไปตรงหน้า ชายหลังค่อมผู้นั้น
“แม่นางคาดว่าเ้าต้องขี้ริ้วอย่างยิ่ง จึงต้องปลอมตัวเป็ขอทานสกปรกเยี่ยงนี้”
เมื่อถูกผู้อื่นจับได้ นางย่อมไม่จำเป็ต้องปลอมแปลงสิ่งใดอีกสุ้มเสียงซึ่งเปล่งออก จากร่างชายหลังค่อมวัยกลางคน จึงกลายเป็เสียงไพเราะกังวานใสของดรุณีน้อยผู้หนึ่ง
นางถลึงตาตอบกลับ
“ตัวไม่ดีอย่างเ้า นับว่าพอมีสายตาอยู่บ้าง ยังจดจำมารดาได้”
เมื่อได้ยินเสียงราว สกุณาเริงไพรบริภาษตน ริวจิถึงกับหัวเราะเสียงดังอย่างลืมตัว
“ข้าพเ้าไม่นับเป็ตัวดีจริง ๆ แต่ตัวไม่ดี ย่อมมีคุณงามความดีของตัวไม่ดีอยู่บ้าง”
“เฮอะ...”
“วิชาแปลงโฉมของเ้า แม้นับว่าไม่เลว...” รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏเกลื่อนใบหน้า เพ่งสำรวจดรุณีน้อย ในร่างชายหลังค่อมั้แ่หัวจรดเท้า
แววตากรุ้มกริ่ม จับจ้องหน้าชายปลอมผู้นั้นอย่างขบขันเต็มที
“แต่สำหรับข้าพเ้า หากไม่สามารถแยกแยะ ผู้ใดเป็หญิงหรือชายย่อมเป็เื่แปลกประหลาดแล้ว”
นางถึงกับเม้มริมฝีปากแน่น เื่หลอกลวงบัณฑิตไร้ร่องรอยไม่ได้ไม่นับว่าน่าอับอายเท่าไร แต่นี่กระทั่งกงจื่อเ้าสำราญผู้หนึ่ง วิชาแปลงโฉมของนางกลับไม่อาจตบตามันได้ นับเป็เื่น่าขายหน้าจริง ๆซึ่งความจริงนางเป็เพียงดรุณีน้อย จึงย่อมไม่เข้าใจ
ในบางเื่ กงจื่อเ้าสำราญผู้หนึ่ง มีความช่ำชองมากกว่าบัณฑิตไร้ร่องรอยเสียอีก
“เป็นาง...” ริวจิทราบ ท่านโยชิอิย่อมไม่พาผู้อื่นเข้ามานอกจากผู้ลอบวางยาเท่านั้น
นาคามูระ โยชิอิเพียงพยักหน้า กล่าวด้วยน้ำเสียงปกติ
“เมื่อครู่ เราสอบถามเถ้าแก่ของที่นี่แล้ว มันบอกว่าคนผู้นี้เป็เถ้าแก่โรงเตี๊ยมเล็ก ๆ ในตำบลเทียนเฉียว ตอนใกล้รุ่งเข้าไปส่งผักในครัวนั่นเป็เวลาที่เด็กรับใช้ ชงน้ำชาพอดี” คำพูดของมัน ล้วนชัดเจนเสมอ
นาคามูระ โยชิอิรอบคอบอย่างยิ่ง มันเห็นชายหลังค่อมผู้นี้วิ่งออกจากตำบลเทียนเฉียว ซึ่งพวกตนเข้าพำนักเมื่อวันก่อน ด้วยอาการกระหืดกระหอบ
เพียงเห็นท่าร่างคนผู้นั้นก็จำได้ว่า นี่คือผู้ซึ่งตนวิ่งตามออกมานั่นเองหลังกลับถึงโรงเตี๊ยม มันพาคนผู้นี้ไปสอบถามกับเถ้าแก่ และเด็กรับใช้กระทั่งรู้ที่มาที่ไปของดรุณี ในร่างชายหลังค่อม
ยามนี้นาคามูระ โยชิอิ ทั้งไม่ได้ใช้กำลังคร่าคุมยิ่งไม่ได้ใช้สิ่งใดพันธนาการนางไว้ เพียงยืนขวางประตูไว้เท่านั้นกระนั้นริวจิย่อมทราบดี มีเพียงภูตผีจึงสามารถผ่านประตูซึ่งท่านโยชิอิยืนขวางอยู่ได้
ริวจิพยักหน้า สีหน้าเขม็งเกลียวขึ้น
“เ้าเป็ผู้ใด...ผู้ใดใช้ให้เ้ามา”
นางกัดริมฝีปากแน่น นิ่งเงียบไม่ตอบคำ แววตาสุกใสเปล่งประกายขุ่นมัวดื้อรั้น จ้องมองออกไปเบื้องหน้า อย่างขัดเคืองดรุณีน้อยทำประหนึ่ง ไม่เห็นริวจิอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
ยิ่งเห็นนางแสดงท่าทาง เย่อหยิ่งดื้อดึงเช่นนี้ ความโกรธของริวจิปะทุขึ้นอย่างช่วยไม่ได้
“เ้ารู้ไหมว่า ใครกำลังพูดกับเ้า!”
น้ำเสียงที่กล่าว ทั้งประชดประชัน ทั้งเยาะเย้ยถากถาง
“ในยุทธจักรน้อยคนนัก จะไม่รู้จักท่านโยชิอิและคุณชายริวจิกงจื่อเ้าสำราญแห่งหมู่ตึกบูรพา ผู้ที่สตรีไม่ควรเข้าใกล้มากที่สุด”
โยชิโอกะ ริวจิแค่นหัวร่อ ต่อคำประชดของนาง
“ที่แท้เ้านับว่ารู้จักพวกเรา ข้าพเ้าถามว่าใครใช้ให้เ้าลอบวางยาพวกเรา!”
นางจ้องหน้าริวจิเขม็ง
“เฮอะ ใครจะใช้ให้ข้าพเ้าทำอะไรได้ ทุกสิ่งล้วนทำตามความพอใจของตัวเองเสมอ”
โยชิโอกะ ริวจิ ไหนเลยเชื่อคำพูดของนาง สุ้มเสียงเริ่มหมดความอดทน
“อย่างเ้าน่ะหรือ จะกล้าตอแยหมู่ตึกบูรพา เพียงคนเดียว บอกมาตามตรงดีกว่า!มีใครอยู่เื้ัเ้ากันแน่!”
นางหัวเราะขบขัน แววตาสุกใส กลิ้งกลอกไปมาอย่างท้าทาย
“เ้ามองไม่เห็นหรือว่า ใครอยู่เื้ัข้าพเ้า?”
นางเหลียวไปมองด้านหลังแวบหนึ่ง
“ผู้ที่อยู่เื้ัข้าพเ้า คือนาคามูระ โยชิอิผู้มีฉายามือสังหารไร้รักแห่งหมู่ตึกบูรพา คาดว่าเ้าน่าจะรู้จักดี”
ริวจิบันดาลโทสะ จนพลุ่งพล่าน ความที่มันเป็คุณชายใหญ่แห่งหมู่ตึกทรงอิทธิพล ปกติมีแต่คนประจบประแจงเอาใจ ไม่เคยมีใครกล้าแสดงท่าทางยโสกล่าววาจายอกย้อนเช่นนี้ ต่อหน้ามันมาก่อนเลย
“คิดว่าข้าพเ้า ไม่มีปัญญาทำให้เ้าพูดรึ” มือแข็งดุจคีมเหล็กของริวจิจับคางนางแน่น แทบจะบดกรามนาง แหลกกระจุยคามือ
นางพยายาม เปล่งเสียงลอดไรฟัน ด้วยความเ็ป
“...เมื่อถูกจับกุมได้ ข้าพเ้าก็ไม่คิดรอด...” เชิดหน้าขึ้นสะบัดไปมาหวังให้พ้นมือแข็งแกร่ง สายตาเป็ประกายท้าทาย จ้องริวจิเขม็งไม่วางตาหยาดน้ำตาหยดหนึ่ง พลันเล็ดลอดจากดวงตาทั้งคู่
แววตาเกรี้ยวกราด เมื่อเผชิญหยาดน้ำหยดเล็ก ๆ กลับสลายคลี่คลายลงโดยพลัน!
โทสะซึ่งพลุ่งพล่าน จางหายไปกว่าหกส่วน ดวงตาแดงฉานขุ่นมัว บังเกิดแววสงสารเอ็นดูขึ้นหลายส่วน
เป็น้ำตาของอิสตรี!
อาวุธอันทรงอานุภาพที่สุดของอิสตรี และเป็มัจจุราชสำหรับบุรุษทุกคน!
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุรุษเช่นโยชิโอกะ ริวจิ
ริวจิยิ่งจับจ้อง ดรุณีในร่างเถ้าแก่ ยิ่งพบว่าท่วงท่าของนางละม้ายดรุณีซึ่งถูกบิดาจับได้ว่า แอบไปพบคู่รักยามวิกาลหากยังปากแข็งไม่ยอมรับความผิด
ทว่านางลืมเลือนไปเื่หนึ่ง ขณะนี้นางยังอยู่ในคราบชายอัปลักษณ์หลังค่อม!
ชายหลังค่อมเมื่อแสดงกิริยา เช่นนางในตอนนี้ กลับทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกพะอืดพะอมยิ่งนัก
กระนั้นริวจิไม่เพียง ไม่พะอืดพะอม ทั้งยังรู้สึกขบขันอย่างยิ่ง
สิ่งน่าขบขันที่สุดคือ ดรุณีผู้นี้ช่างไม่รู้ตัวเลยว่า กิริยาท่าทางของนางในขณะนี้เป็เช่นไร
จากหยาดน้ำตาหยดนี้ ผู้เชี่ยวชาญเื่อิสตรีเช่นริวจิเริ่มเห็นช่องทางแล้ว ควรจัดการกับนางอย่างไร
แม้ภายนอกจะดื้อรั้น หากความจริงนางยังเป็เพียง ดรุณีน้อยนางหนึ่ง
มือแข็งแกร่งเริ่มคลายออก
“ที่แท้เ้าคิดตาย นั่นกลับไม่ง่ายดายนักความจริงข้าพเ้าไม่ชอบขู่เข็ญผู้ใด แต่กับคนปากแข็งเช่นนี้หมู่ตึกของเรามีวิธีรับมือที่ดียิ่งอยู่มาก”
“นั่นย่อมแน่นอน หมู่ตึกโจรย่อมต้องเชี่ยวชาญ การทรมานผู้คนอยู่แล้ว”นางยังเชิดหน้า อย่างไม่สนใจไยดี
แม้วาจาจะเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว ริวจิกลับสังเกตเห็น เหงื่อเม็ดใหญ่จำนวนมากผุดขึ้นบนหน้าผากนาง
ริวจิพลอยผสมโรง ไปกับคำด่าทอของนางด้วย
“ในเมื่อเ้าทราบเช่นนั้น ไฉนไม่ยอมพูดความจริงอีก หรือ้าให้ข้าพเ้าใช้วิธีเ่าั้จริง ๆ”
“ผู้กล้ายอมตายไม่เสียดายชีวิต ผู้ดีไม่ยอมก้มหัวให้โจร”
ริวจิกวาดสายตา สำรวจชายหลังค่อม ั้แ่หัวจรดเท้าอีกครั้ง
ไม่มีสัดส่วนใดเลย สามารถบ่งบอกได้ว่า ชายขอทานพิกลพิการผู้นี้เป็เ้าของเสียง เจื้อยแจ้วราวสกุณา ซึ่งกำลังตอบโต้กับมันได้อย่างไรทว่าแม้วิชาแปลงโฉม จะยอดเยี่ยมเพียงไร กลับไม่อาจปกปิดแววตาใสกระจ่างเปี่ยมชีวิตชีวาทั้งคู่ของนางได้
เพียงแวบแรก เมื่อััแววตาคู่นี้ ริวจิทราบทันทีนี่เป็แววตาดรุณีแรกรุ่น ซึ่งน่าสนใจอย่างยิ่ง
จะไม่น่าสนใจได้อย่างไร เพราะแม้ยามขมึงทึง ขุ่นมัวด้วยความโกรธกลับยังแฝงแวว ไร้เดียงสาอ่อนต่อโลก ความจริงมันคิดฉีกกระชาก หน้ากากอัปลักษณ์ออกดูหน้าผู้ที่กล้าตอแยหมู่ตึกบูรพา แต่เพราะแววตาคู่นี้เองยับยั้งไม่ให้มันกระทำเช่นนั้น
ยิ่งได้พูดจา ยิ่งกระตุ้นความสนใจ ใคร่เห็นหน้าแท้จริงของดรุณีดื้อรั้นผู้นี้ ทั้งยังคิดข่มขู่ลูกกวางน้อย ให้ทราบสถานะตนเองในขณะนี้เสียบ้าง
“ท่านโยชิอิ...ท่านว่าแม่นางผู้นี้ ต้องอัปลักษณ์อย่างยิ่งใช่หรือไม่”
ดรุณีในร่างเถ้าแก่ เห็นนาคามูระ โยชิอิเดินแช่มช้า มายืนนิ่งเบื้องหน้านาง
นับเป็โอกาสอันดีของนางแล้ว ทางด้านหลังไม่มีใครยืนขวางประตูนางสามารถวิ่งหนีออกไปได้ทุกเมื่อ
ทว่ายามเผชิญหน้าจัง ๆ กับบุรุษผู้นี้ นางไม่สามารถขยับเขยื้อน ร่างกายได้แม้แต่น้อย
ขาแข็งทื่อลำคอแห้งผาก นางไม่เคยรู้สึกเช่นนี้ไม่ว่ายามต้องเผชิญหน้าบุคคลเช่นไร ทว่าขณะนี้ผู้ยืนอยู่ตรงหน้ากลับคล้ายไม่ใช่ผู้คน ดั่งนางกำลังเผชิญพญามัจจุราช!
ชั่วไม่ทันกะพริบตา ประกายดาบพลันวาบขึ้น!
ดาบยาวหลุดจากฝัก วาดผ่านใบหน้าดรุณี ในร่างเถ้าแก่อย่างรวดเร็ว!
ทั้งคู่อยู่ในระยะประชิดกันมาก นางคาดว่าดาบนี้ต้องผ่าร่างนางเป็สองเสี่ยงอย่างแน่นอน ดวงตากลมโตเบิกโพลง ร่างกายแข็งทื่อหยาดเหงื่อโทรมใบหน้า
นี่เป็ความรู้สึกเช่นไร!
ใช่ความรู้สึกของผู้ซึ่งพบว่า ตนเองกลายเป็ภูตผีแล้วหรือไม่!
กระนั้นนางกลับมิใช่ภูตผี...หน้ากากหนังซึ่งสวมบนใบหน้า ขาดเป็สองเสี่ยงตกลงบนพื้นเบื้องหน้า
ใบหน้าอันปรากฏต่อสายตาริวจิ ไม่ใช่ใบหน้าของภูตผีอย่างแน่นอน
เนื่องเพราะหากเป็เช่นนั้น คาดว่าต้องมีบุรุษเป็จำนวนมากยอมปลิดชีวิตตนเอง เพียงเพื่อให้ได้เห็นใบหน้านี้ทุกเช้าค่ำ