บทที่6.พบเจอ
หยางซินโหยวรู้สึกสนใจเื่ราวของมู่หรงอ๋องและคอยติดตามข่าวคราวของเขาอยู่เสมอแม้ว่าจะมีข่าวลือมากมายและเป็ความจริงอยู่เกือบทั้งหมดเลยก็ตามแต่นางที่เคยเห็นมุมบางมุมที่คนอื่นๆ ไม่มีโอกาสเคยได้เห็นกลับทำให้นางรู้สึกตราตรึงใจเข้าเต็มหัวใจจนถึงทุกวันนี้
เป็เมื่อครั้งงานล่าสัตว์เมื่อปีก่อนที่นางได้มีโอกาสติดตามท่านพ่อและพี่ใหญ่ไปด้วยเพราะฝ่าามีรับสั่งให้ขุนนางทั้งบู๊และบุ๋นสามารถพาคนในครอบครัวติดตามไปด้วยได้นั้นเอง
ยามนั้นเมื่อนางได้พบเจอมู่หรงอ๋องในลานพิธีล่าสัตว์ครั้งแรกก็เกิดหัวใจเต้นแรงขึ้นมาโดยพลันแต่ก็ด้วยชื่อเสียงไม่ดีและน่ากลัวนั้นทำให้นางพยายามหักห้ามใจไว้หากไม่อยากเ็ปทุกข์ใจเพราะรักคนร้ายกาจเช่นนั้นก็ควรรีบตัดใจเสีย
แต่เพราะคราวนั้นที่ลำธารหลังกระโจมที่พักที่นางแอบมานั่งเอาขาหย่อนลงในน้ำอยู่นั้นซินโหยวเห็นเรือนร่างสูงโปร่งของมู่หรงอ๋องเดินมาทอดสายตามองไปที่ลำธารและทุ่งหญ้าอันไกลโพ้นสุดลูกหูลูกตาด้านหน้าสายตานั้น สายตาอ้างว้างโดดเดี๋ยวและดูเปลี่ยวเหงาช่างจับจิตจับใจนางให้ยิ่งถลำลึกลงจนยากจะถอดถอนจนนางคิดกับตนเองว่าชาตินี้คงแต่งออกไปกับบุรุษอื่นได้ยากแล้วแต่ก็หาได้คาดหวังว่าจะได้แต่งกับมู่หรงอ๋องดังนั้นจึงเตรียมใจที่จะเป็สาวเทื้อเฝ้าจวนตระกูลหยางนับแต่นั้นเป็ต้นมาเลยทีเดียว
ร่างบางยังคงเหม่อลอยคิดเื่นี้จนกระทั่งได้ยินเสียงอิงอิงสาวใช้ข้างกายเอ่ยขึ้นหลังจากเกล้าผมและติดเครื่องประดับเล็กๆน่ารักที่ผมให้นางจนเรียบร้อย
“เรียบร้อยแล้วเ้าค่ะคุณหนูจะเดินทางเลยหรือไม่เ้าคะ”
“อืมไปสิ”วันนี้ซินโหยวจะออกไปซื้อหาของมาเตรียมตัวไปไหว้พระโดยนางจะซื้อผมไม้และของมาทำขนมเพื่อนำไปถวายที่อารามหรูอี้ด้วยนั้นเอง
รถม้าที่มีตราสัญญาณจวนแม่ทัพหยางเคลื่อนล้อไปตามถนนโดยมีบ่าวชายที่เป็วรยุทธคอยบังคับม้าให้วิ่งเยาะๆไปตามเส้นทางที่ทอดยาวมุ่งหน้าตรงไปยังตลาดกลางใจกลางเมืองทันที...
ตำหนักชินอ๋อง
“เรียนท่านอ๋องคนของเรารายงานว่าว่าที่พระชายากำลังไปตลาดพ่ะย่ะค่ะ”ลู่ฟงเอ่ยรายงานและเรียกหยางซินโหยวว่า 'ว่าที่พระชายา'ตามคำสั่งของท่านอ๋องด้วยหากเรียกว่าพระชายาเลยหากใครมาได้ยินเข้าจะมองนางไม่ดีเอาได้
“เตรียมรถม้าข้าจะไปตลาด”
“พ่ะย่ะค่ะ” ลู่ฟงรับคำสั่งก่อนเดินออกไปเพื่อสั่งคนเตรียมรถม้าทันที
“หลิวกงกงเ้าว่าข้าใส่ชุดสีน้ำเงินนี้เป็เช่นไรบ้าง” ร่างสูงโปร่งยืนกางแขนก่อนทำท่าหมุนตัวไปมาพร้อมสอบถามความคิดเห็นของหลิวกงกงไปด้วย
“งดงามมากพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”หลิวกงกงเอ่ยตอบจากใจจริงในเมืองหลวงนี้ท่านอ๋องมู่หรงซีเหมินนั้นนับได้ว่าเป็บุรุษผู้หล่อเหลาติดอันดับบุรุษงามแห่งเมืองหลวงเลยทีเดียว
“แต่ข้าว่าข้าเปลี่ยนเป็สีแดงเข้มดีกว่าหรือไม่”คิ้วคมเข้มขมวดเข้าหากันพร้อมคิดใส่สีใดดีที่เมื่อซินโหยวของเขาเห็นแล้วจะได้จดจำและตราตรึงใจในตัวเขาได้
“เอ่อสีแดงเข้มก็ยิ่งงดงามพ่ะย่ะค่ะเพราะยิ่งขับเน้นผิวพรรณของท่านอ๋องให้ยิ่งโดดเด่นสะดุดตานัก จะต้องทำให้ว่าที่พระชายาไม่อาจละสายตาจากท่านอ๋องได้เป็แน่พ่ะย่ะค่ะ”กล่าวแนะนำไปก็ยิ้มน้อยๆไปเขาไม่เคยเห็นท่านอ๋องยิ้มแย้มและดูตื่นเต้นเช่นนี้มาก่อนเลยช่างเป็เื่ที่ดีจริงๆ
“ดี งั้นเปลี่ยนชุด เอาสีแดงมา”
จากนั้นหลิวกงกงและบ่าวชายที่ถูกคัดเลือกเข้ามาทำหน้าที่แทนบ่าวสตรีทั้งหมดก็เข้ามาเร่งเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์ให้คนเป็นายทันทีเพียงสองเค่อร่างสูงโปร่งก็นั่งอยู่บนรถม้ามุ่งหน้าสู่ตลาดกลางเมืองแล้ว
เสียงจ้อกแจ้กจอแจของผู้คนที่มาเดินตลาดเพื่อซื้อของบางคนก็นัดแนะสหายออกมาเพื่อจะดื่มชากินขนมพูดคุยกันในโรงน้ำชาบ้าง ที่เหลาอาหารบ้างพ่อค้าแม่ค้าที่มาตั้งแผงลอยข้างทางก็มีให้เห็นอยู่เป็ระยะๆพากันส่งเสียงเรียกลูกค้ากันใหญ่ ส่วนร้านรวงใหญ่ๆที่มีอาคารหน้าร้านก็ส่งคนงานออกมาคอยร้องเรียกลูกค้ากันอย่างคึกคักเช่นกันนับว่าเมืองหลวงนี้เป็เมืองที่มีการค้าคึกคักมากเลยทีเดียว นับว่าคนเมืองหลวงไม่ขาดแคลนเงินตำลึงจริงๆ
“คุณหนูจะไปซื้อขอเลยหรือจะเดินดูก่อนดีเ้าคะ”อิงอิงเอ่ยถามในมือก็คอยถือตะกร้าใส่ของด้านหลังยังมีบ่างชาวเดินตามมาอีกสองคน
“ยังก่อนข้าจะนำชาไปส่งให้ที่โรงน้ำชาหอมหมื่นลี้ก่อนดีกว่า”
“ได้เ้าค่ะ”
เพราะชื่นชอบการปลูกต้นไม้ดอกไม้และชื่นชอบการดื่มชาเป็พิเศษดังนั้นสองสามปีที่ผ่านมาซินโหยวจึงคิดทำชาจากดอกไม้และผลไม้ออกมาขายแม้ไม่ได้มีหน้าร้านเป็ของตนเองแต่ก็นำมาฝากขายที่โรงน้ำชาหอมหมื่นลี้ได้เงินเป็กอบเป็กำเลยทีเดียว
แม้จวนตระกูลหยางจะมีทรัพย์สินและสมบัติมากมายที่ได้รับพระราชทานยามที่ท่านพ่อและพี่ใหญ่ของนางทำความดีความชอบแต่นางก็อยากที่จะทำงานหาเงินเองอีกทาง ทั้งยังได้ความรู้ติดตัวไปที่ไหนก็ไม่ลำบากเพราะชีวิตนั้นไม่มีสิ่งใดแน่นอนวันนี้มีวาสนามีอำนาจบารมีใครจะรู้ภายภาคหน้าอาจจะสูญสิ้นทุกอย่างก็ได้ดังนั้นการมีวิชาความรู้ติดตัวเช่นนี้ย่อมจะดีกว่าอยู่แล้ว
อีกทั้งโรงน้ำชาหอมหมื่นลี้นี้ยังให้ราคาดีที่นี่โรงน้ำชาที่คนร่ำรวยและชนชั้นสูง ขุนนางเชื้อพระวงศ์คุณหนูคุณชายจากจวนตระกูลใหญ่ๆ ชื่นชอบเข้าไปใช้บริการไม่เคยขาดชาวบ้านธรรมดาทั่วไปก็สามารถเข้าไปใช้บริการได้แต่เพราะพวกเขาเห็นว่าโรงน้ำชาแห่งนี้มักได้รับรองผู้สูงศักดิ์อยู่บ่อยครั้งจึงทำให้ชาวบ้านคนธรรมดาทั่วไปรวมถึงชาวยุทธภพที่เป็จอมยุทธทั้งหลายมักไปใช้บริการโรงน้ำชาอื่นเสียมากกว่า
แต่หากจะพูดถึงผู้ที่เป็เ้าของโรงน้ำชาหอมหมื่นลี้แห่งนี้กลับไม่มีใครรู้ว่าเป็ผู้ใดกันแน่เพราะเขาปกปิดตัวตนไว้อย่างลึกลับจนตอนนี้หยางซินโหยวเองก็ยังไม่รู้เช่นกัน
ขณะร่างบางที่กำลังเดินไปที่โรงน้ำชานั้นจู่ๆก็มีเด็กชายตัวน้อยๆ อายุราวๆ แปดหนาววิ่งมาชนร่างบางเข้าเต็มแรงจนนางเซถลาไปด้านข้าง
“คุณหนูระวังเ้าคะ”อิงอิงร้องบอกพร้อมพยายามคว้าตัวคุณหนูไว้แต่ก็ไม่ทัน
ซินโหยวคิดว่าต้องเจ็บตัวแน่แล้วจึงหลับตาปี๋รอรับความเจ็บที่จะต้องล้มลงแต่ก็รู้สึกได้ว่าที่เอวบางของตนเองถูกแขนแข็งแรงของใครบางคนรวบไปกอดไว้ได้ด้วยมือเดียวก่อนที่ร่างนางจะถูกดึงเข้าหาจนซบเข้าที่อกแกร่งแน่นๆ นั้น
ฉากตรงหน้าดูแล้วช่างเป็เหตุบังเอิญที่น่าประทับใจของผู้คนยิ่งนักแต่ใครจะรู้ดีไปกว่าเหล่าองครักษ์ที่ติดตามทั้งที่เปิดเผยตัวตนและที่อยู่ในเงาว่าเ้านายของตนนั้นเป็ผู้วางแผนและจงใจใช้แผนวีรบุรุษช่วยสาวงามกับว่าที่พระชายาต่างหากเหล่าองครักษ์และคนสนิทของมู่หรงอ๋องทุกคนมองภาพตรงหน้าแล้วก็ได้แต่เบือนหน้าอย่างทนมองไม่ไหวจริงๆ
เฮ้อว่าที่พระชายาท่านช่างน่าสงสารที่มาต้องตาต้องใจบุรุษร้ายกาจเช่นท่านอ๋องของพวกเขาเสียได้
ดวงตาคมกริบจดจ้องมองดวงตากลมโตวาวกระจ่างใสที่ตื่นตระหนกต่อเหตุการณ์เมื่อครู่ตอนนี้หัวใจของซีเหมินเต้นแรงตึกตักๆจนแทบทะลุออกมานอกอก ในที่สุดก็ได้เจอได้มองนางใกล้ๆสักทีก่อนดวงตาคมกริบจะลอบปรายตามองไปที่เด็กชายตัวน้อยวัยแปดหนาวที่วิ่งมาชนซินโหยวเมื่อครู่ส่งสัญญาณบางอย่างให้ถอยออกไปจากตรงนี้
ก่อนที่ร่างเล็กของเด็กน้อยนั้นจะวิ่งหายไปจากที่ตรงนั้นอย่างรวดเร็วว่องไวจนมองตามแทบไม่ทันขาสั้นๆนั้นวิ่งมาจนถึงตรอกเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีใครเดินผ่าน
“เ้าทำได้ดีมากฟาไห่”
“ขอรับท่านตูเฉิง”
“นี่ค่าตอบแทนที่ท่านอ๋องมอบให้เ้ากลับไปได้แล้วหากมีงานอันใดข้าจะเรียกเ้ามาอีก”
“ขอบคุณขอรับ ฮิ ฮิ”ร่างเล็กจ้อยวิ่งจู๊ดดจากไปอย่างอารมณ์ดียิ่ง ด้วยความรวดเร็วเพราะจะรีบเอาเงินค่าตอบแทนนี่ไปซื้ออาหารดีๆมาให้น้องสาวน้องชายของเขาได้กิน เขาดีใจมากที่ได้ทำงานง่ายๆเช่นนี้แค่เพียงวิ่งไปชนพี่สาวตัวหอมผู้นั้นก็ได้เงินมามากถึงเพียงนี้แล้ว…