ป๋ออวิ๋นยี่ตอบกลับ
"พูดกับคนแก่ที่แกล้งใบ้หูตึงอย่างนายถ้าไม่พูดดังหน่อยนายจะได้ยินหรือไง"
"ขยับไปหน่อย" โจวชิงฝานผลักหัวไหล่ของเด็กหนุ่มเบาๆ
"ทำไมอะ"ป๋ออวิ๋นยี่ใเล็กน้อย
"ขยับให้นั่งหน่อย"
ชายหนุ่มจับตรงเอวของตัวเอง
"เอวฉันไม่ดี ยืนนานไม่ได้ต้องพิงกับหัวเตียง"
ไม่ใช่ว่าโจวชิงฝานี้เีแต่อย่างใดหลังของเขามีปัญหาจริงๆ
มีอยู่ปีนึงที่เขาแสดงละครย้อนยุคต้องนั่งบนหลังม้าม้าใสะบัดเขาลงพื้น่เอวไปลงที่ก้อนหินต้องเข้ารับการรักษาไปครึ่งปีกลับคืนสู่สภาพเดิมไป 80-90เปอร์เซ็นต์ หมอบอกว่าไม่มีปัญหาร้ายแรงอะไรแต่ก็จะเหลือโรคอย่างหนึ่งไว้คือเมื่อยืนนานๆเขาจะรู้สึกเจ็บจี๊ด
ป๋ออวิ๋นยี่หูแดงอย่างเห็นได้ชัด
"ตาแก่นายอย่าคิดตุกติกกับฉันนะ"
พูดไปเด็กหนุ่มก็ขยับพื้นที่ว่างให้ชายหนุ่มได้นั่ง
โจวชิงฝานรู้สึกขำใบหน้าที่ขาวนุ่มแต่ใบหูที่แดงก่ำของเด็กน้อยรู้สึกเหมือนเป็ผู้ใหญ่อันธพาลที่กำลังรังแกเด็กน้อยที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
โจวชิงฝานดึงความคิดกลับมารีบถอดรองเท้าแตะดึงผ้าห่มแล้วขึ้นเตียงไปทั้งสองคนหลังพิงกับหัวเตียง
ป๋ออวิ๋นยี่นั่งตัวตรงมากเบิกตาโตจ้องมองจมูกใจเต้นอย่างกับเ้าสาวที่เพิ่งเข้าห้องหอ โจวชิงฝานไม่ทันได้สังเกตความตื่นเต้นของหนุ่มแม้แต่น้อยมัวแต่เปิดดูบทสรุปของเนื้อหาบทละคร ดูไปสักพักคิ้วก็ขมวดขึ้นมา
เื่นี้เป็เื่เมื่อหลายปีมาแล้วห่างกับปัจจุบันอย่างมาก เื่นี้เกี่ยวกับชาติในสมัยนั้น
ป๋ออวิ๋นยี่รับบทเป็เด็กหนุ่มในสมัยนั้นสิ่งสำคัญคือในสมัยนั้นครอบครัวใหญ่ในตอนนั้นตามประวัติศาสตร์ที่แปรเปลี่ยน ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา
ป๋ออวิ๋นยี่เป็พระเอกกินบทแสดงเยอะสุดเบื้องต้นคือการแสดงจากอายุสิบแปดสิบเก้า แสดงไปจนถึง่บั้นปลายชีวิตการแสดงก็จะมีความท้าทายมากขึ้น
"นายดูบทหรือยัง?"
โจวชิงฝานถามเบาๆ
"เมื่อวานดูรวมๆไปแล้วรอบนึง" ป๋ออวิ๋นยี่ตอบแบบผ่านๆ
"นายรู้สึกยังไงกับบทพระเอกตอนเป็หนุ่มนิสัยของเขานายมีความคิดเห็นอย่างไร"
ป๋ออวิ๋นยี่อึ้งไปพูดแบบไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นัก
"จะมีความคิดเห็นอะไรได้ล่ะก็เป็คุณชายบ้านรวยไง"
"คุณชายบ้านรวยแบบไหน?"โจวชิงฝานไล่ต้อนถาม
"เขาต้องมีนิสัยหรือจุดเด่นในตัวละครนั้นๆลูกชายคนรวยก็แบ่งออกได้หลายแบบ แบบไฮโซ แบบอ่อนโยน แบบตรงไปตรงมาแบบซื่อๆถ้านายไม่ระบุบุคลิกของตัวละครในบทให้ชัดเจน แล้วนายจะแสดงมันได้ดีได้ยังไง?"
ป๋ออวิ๋นยี่ไม่พูดจาโจวชิงฝานพูดขึ้นด้วยความใจร้อน
"พูดสิพฤติกรรมอะไรของนาย ยังอยากเรียนรู้อีกไหม?"
ป๋ออวิ๋นยี่ดวงตาสั่นไหวหันหน้าไปอีกทาง "ฉันไม่รู้"
"อะไรคือไม่รู้?"โจวชิงฝานรู้สึกโมโหขึ้นมา เขาเป็อาจารย์สอนมานาน เขาทนไม่ได้สำหรับคนที่ไม่รู้จักพัฒนาตัวเองนักเรียนที่ไม่ยอมฟังอาจารย์
"พรุ่งนี้นายก็จะถ่ายทำแล้วตอนนี้นายยังไม่รู้เลยว่าตัวละครตัวนี้เป็ยังไงนิสัยแบบไหน นายเอาอะไรไปแสดง?นายคิดว่าการแสดงคือแค่ท่องจำบทให้แม่นก็เพียงพอเหรอ?"
ป๋ออวิ๋นยี่ก็ยังคงไม่ปริปากพูดอะไรสายตาจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง
"มองฉัน"โจวชิงฝานจับคางของเด็กหนุ่มบังคับให้หันกลับมาหาเขา ขมวดคิ้วเข้าหากัน
"บนหน้าต่างเขียนคำตอบไว้รึไงไม่ตั้งใจฟังฉันมองแต่หน้าต่างมีประโยชน์อะไร?"
ป๋ออวิ๋นยี่กัดฟันกรอด
"ตาแก่!ฉันไม่ใช่นักเรียนของนายนะ อย่าใช้วิธีการแบบนั้นมาสั่งสอนฉัน"
"ฉันเกลียดคนที่ไม่มีความพยายาม"โจวชิงฝานพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
"อย่าคิดว่าคนอื่นอยากสอนนายโตขนาดนี้แล้วหัดรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองต้องทำหน่อยได้ไหม?"
"ฉันไม่ต้องเรียน"
ป๋ออวิ๋นยี่กัดฟันแน่นพูดด้วยพูดชัดถ้อยชัดคำ
"ฉันมีใบหน้าใบนี้ก็เพียงพอ"
โจวชิงฝานรู้สึกเ็ปใจ
"ป๋ออวิ๋นยี่เอ๋ยป๋ออวิ๋นยี่ ั้แ่เด็กสิ่งที่ฉันกลัวมากที่สุดคือ ใบหน้าของนายจะทำร้ายตัวนายเองกลัวว่านายจะคิดว่าตัวเองมีหน้าตาที่ดูดีแล้วไม่ต้องทำอะไรก็ได้ แต่ฉันก็คิดนะว่านายคงจัดการกับความคิดนี้ได้แต่คาดไม่ถึงนายก็ใช้หน้าตาเป็ฐานะของความหยิ่งยโสจองหอง"
ป๋ออวิ๋นยี่ดวงตาสั่นไหว ยิ้มแบบเ็า
"ตอนนี้รู้จักสอนฉันแล้วสิไม่ทำอะไรแต่แรกล่ะ โจวชิงฝานฉันจะบอกนายให้เข้าใจนะ ฉันกลายเป็คนไม่ดีแล้ว"
บรรยากาศชะงักนิ่งงันทันที โจวชิงฝานรู้สึกเหมือนหัวใจของเขามีหยดของน้ำมะนาวเกาะอยู่รู้สึกเจ็บจี๊ดและยังรู้สึกเสียใจ
เงียบไปนานโจวชิงฝานเลยทำลายความเงียบก่อน
"ตอนนายไปต่างประเทศข้างกายนายไม่มีคนอยู่เป็เพื่อนเลยเหรอ?"
"จะมีใครได้ล่ะ?" ป๋ออวิ๋นยี่หยีตาของตัวเองพูดว่า
"แม้แต่พี่ชายที่ฉันเชื่อใจตลอดยังไม่เอาฉันเลยนายยังจะคาดหวังให้คนอื่นมาดูแลฉันอีกเหรอ?"
โจวชิงฝานนิ่งงันไป
"เสี่ยวยี่"
ป๋ออวิ๋นยี่หันหน้ากลับมาหาชายหนุ่มจ้องมองเขาด้วยสายตาที่โกรธแค้น
"เพราะฉะนั้นตอนนี้ที่ฉันกลายเป็คนไม่ดีโจวชิงฝานนายจำไว้เลยนะ ฉันกลายเป็คนแบบนี้ก็เพราะนายคนเดียว"พูดจบเด็กหนุ่มเหมือนจงใจจะหลบเลี่ยงนอนลงไปกับที่นอน ใช้ผ้าห่มคลุมโปงไว้
โจวชิงฝานมองไปยังผ้าห่มที่คลุมโปงอยู่ภายในใจเหมือนมีขวดที่มี 5 รสชาติหกใส่ในตอนนี้ เปรี้ยวเผ็ดเค็มหวานมีหมดในนั้นเขารู้สึกเสียใจ เสียใจในตอนนั้น เสียใจจนลำไส้เขียวหมดแล้ว ตอนนั้นไม่น่าใจร้อนถึงจะส่งเขากลับก็ควรถามความ้าของเขาก่อน ความหวังดีที่ตัดสินใจคนเดียวในวันนั้นไม่ได้ดีต่อเขาเลยกลับทำร้ายเขาด้วยซ้ำโจวชิงฝานถอนหายใจยาวๆ แตะหัวของเด็กหนุ่มผ่านผ้าห่มผืนนั้น ช่วยดึงผ้าห่มเล็กน้อยจากนั้นก็ลงจากเตียงด้วยความระมัดระวัง เดินกลับไปยังที่นอนเตียงคู่ข้างๆนอนหลับไป คืนนั้น เขาหลับสนิทจนไม่มีความฝันใดๆ นอนหลับสบายกว่าที่ผ่านมา
9โมงเช้า โจวชิงฝานนั่งรถของป๋ออวิ๋นยี่ไปที่กองถ่าย พอไปถึงกองปุ๊บหลี่ยี่อันก็ออกมาต้อนรับทันทีด้วยรอยยิ้มที่ประจบประแจง ยื่นมือออกมาให้เด็กหนุ่ม
"คุณชายป๋อคุณมาได้เช้าจริงๆ ต้องบอกว่าวางแผนมาดี เื่เวลาของคุณดีกว่าพวกนักแสดงเล็กๆ เยอะ"
โจวชิงฝานยักคิ้วด้วยความทึ่งตามตารางงานคือ 9 โมง นี่จะ 9 โมงครึ่งแล้ว ยังจะบอกว่าจัดการเวลาได้ดีเหรอยกยอคนก็ควรดูความจริงหน่อยเถอะ
ป๋ออวิ๋นยี่ไม่ได้จับมือกลับได้แต่มองไปรอบๆ
"ฉันต้องเปลี่ยนชุดตอนนี้ไหม?"
"เปลี่ยนเปลี่ยน เปลี่ยนครับ" หลี่ยี่อันรีบลุกพรวด
"เดี๋ยวผมให้ผู้ช่วยพาคุณไปห้องแต่งหน้า"
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/6f022e7fc3e41d1a313199c112713c91
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่หมาป่าน้อยของนายซุปตาร์ที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #หมาป่าน้อยของนายซุปตาร์ #readAwrite ด้วยน้า