หลังจากการปะทะกับดอกเข็มในซอยจนได้แผลเป็ที่เรียบร้อยสุดท้ายก็ขี่จักรยานเป็จนได้
พี่เล็กมาเที่ยวบ้านตอนวันหยุดฤดูร้อนที่ยังไม่หมดพอเห็นพี่เล็กขี่จักรยานเท่านั้นแหล่ะโอ้แม่จ้าว
ขี่จักรยานปล่อยสองมือ ทำได้ไงว้า เราพึ่งขี่จักรยานปล่อยมือเดียวได้เมื่อไม่กี่วันมานี้เอง
นี่เล่นปล่อยสองมือแถวเลี้ยวได้อีก สุดยอด
"แข่งป่าวใครปล่อยมือได้ไกลกว่ากัน" เสียงพี่แฟงที่อยู่กลางซอยเอ่ยปากท้าพี่เล็ก
"มาดิ" พี่เล็กตอบ
เราเป็กรรมการ
-
ทั้งสองคนตั้งจักรยานพร้อมปั่นพี่แฟงออกตัวไปก่อนแล้วก็ปล่อยมือสองข้างปั่นไปแซงไป
พี่เล็กปั่นปล่อยมือตามไปแบบไม่รีบร้อนสุดท้ายก็ไล่ทัน
กติกามันไม่ได้ตัดสินว่าใครปั่นได้เร็วกว่าแต่เป็ใครปล่อยมือได้นานกว่า
ความเร็วเลยดูจะเอามาวัดไม่ได้กับการแข่งครั้งนี้ทั้งสองคนปั่นไปเรื่อยๆ มองหน้ากันเป็ระยะ
ต่างคนต่างคิดในใจว่าต้องชนะเท่านั้น
ปั่นเลยสะพานบ้านยายช่วยไปแล้วยังไม่มีใครยอมใคร
ปั่นเลยกลางซอย พี่แฟงนำเล็กน้อย
“แกว๊กแกว๊ก”
ปั่นไปถึงบ้านที่เลี้ยงห่านห่านวิ่งออกมาต้อนรับ นักแข่งทั้งสองเอียงตัวหลบห่านแบบสบายๆ
หมาสามตัวที่ตอนนี้รู้แล้วว่าประตูบ้านปิดตลอดส่งเสียงเห่าแต่สมาธิของสองคนก็ยังอยู่กับจักรยาน
ถึงท้ายซอยแล้ว
หมายเหตุ ซอยนี้เป็ซอยตันไม่มีทางไปต่อ
เราคิดในใจว่าคงเสมอกันแน่ แต่เปล่าเลย
บางครั้งเราก็ไม่สามารถตัดสินจุดสิ้นสุดของเส้นทางได้
เพราะเส้นทางของเราคือเส้นทางของเราเอามาวัดกับเส้นทางในหัวของคนอื่นไม่ได้
-
พี่เล็กหยุดจักรยานอยู่ตรงสวนท้ายซอยมั่นใจว่ายังไงก็ไม่มีทางแพ้แน่ๆเพราะมันไม่มีทางให้ไปต่อแล้ว
การแข่งขันครั้งนี้เขาเป็ฝ่ายชนะ
หันกลับมามองทางด้านซ้ายของตัวเองก็เห็นเงาแว้บๆของพี่แฟงที่ยังคงปั่นจักรยานต่อไปเรื่อยๆ
แม้ว่าจะสุดถนนในซอยแล้วแต่เมื่อมองเห็นว่าข้างหน้ายังมีทางไปต่อมีหรือจะไม่ปั่นต่อไป
สุดท้ายการแข่งจักรยานในตำนานครั้งนี้ก็มีผู้ชนะ
-
ผู้ชนะที่ตอนนี้ปั่นจักรยานตกคลองไปเรียบร้อยแล้ว