ตอนที่ 1
"ท่านพ่อ สร้อยเส้นนี้คืออะไร" เด็กหนุ่มถามขึ้นหลังจากรับสร้อยคอ ซึ่งจี้ตรงกลางเป็รูปหยดน้ำสีฟ้าส่องประกายดั่งน้ำทะเลเมื่อจ้องดูแล้วทำให้รู้สึกดึกดูดอย่างน่าประหลาด
"สร้อยคอเส้นนี้ติดตัวเ้ามาั้แ่เกิด"ฟางอี้พูดขึ้นพร้อมกับเอามือลูบศีรษะเด็กหนุ่ม ซึ่งตอนนี้ผู้ที่ถูกลูบได้เงยหน้าขึ้นมาสบตาอย่างสงสัย
“เ้าชอบสร้อยเส้นนี้ก็ดีมากแล้วมันติดตัวเ้ามาั้แ่เกิดตัวข้าและแม่ของเ้าฟางงหยู๋ปรึกษาเมื่อนานมาแล้วว่าเมื่อเวลานั้นมาถึงพวกเราสองคนจะบอกชาติกำเนิดของพวกเ้า”ฟางอี้พูดพร้อมทั้งเอามือทั้งสองข้างจับไหล่เด็กหนุ่มอย่างแ่เบา
"นี่ข้าไม่ได้เป็ลูกของพวกท่าน…"เด็กหนุ่มเริ่มรู้สึกหดหู่ขึ้นมาไม่น้อยหลังจากรู้ว่าตนเองนั้นไม่ใช่ลูกแท้ๆ
"ฮ่าๆ…เ้าเป็ลูกชายของอย่างไม่ต้องสงสัย พวกเราสองคนรักเ้าดั่งลูกชายเสมอมา เ้าอยากรู้ไหมว่าพวกเราเจอเ้าได้อย่างไร"ฟางอี้พูดขึ้น
"ข้าอยากรู้ๆ ท่านพ่อท่านพ่อโปรดเล่าให้ข้าฟังด้วยเถิด"เด็กหนั่มชื่อฟางหลงพูดด้วยความกระตือรือร้น
"เื่นี้มีอยู่ว่า เมื่อสิบห้าปีก่อน ได้เกิดพายุฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ภายในป่าเบญจดารา ตอนนั้นข้าจำได้ดี มันได้เกิดฟ้าผ่าขี้นมา มันเป็เสียงที่ดังมากก่าฟ้าผ่าทั่วไปจนพวกเราสองคนรู้สึกถึงแรงสั่นะเืจนต้องหาที่จับกันนึกถึงตอนนั้นข้ากับแม่เ้ายังรู้สึกกลัวไม่หาย แต่หลังจากนั้นไม่นานสิ่งที่ทำให้ข้ากับแม่เ้าใก็คือเสียงเด็กร้องนั่งก็คือเสียงเ้า มันดังกังวานเข้ามาในหูของพวกเราทั้งสอง จนต้องเดินไปตามเสียง จนในที่สุดพวกเราก็เจอเด็กตัวน้อยที่นอนร้องไห้ตากฝน พวกเราสองคนได้อุ้มเ้าขึ้นมาจากพื้นดินที่แตกระเอียด หลังจากวันนั้นเ้าก็ร้องไห้ติดต่อกันสามวันสามคืนจนไม่รู้จะทำอย่างไร พวกเราได้เชิญท่านหมอที่บังเอินผ่านมาช่วยดูแลเ้า จนได้รู้สาเหตุว่าเ้าเป็ไข้ ท่านใจดีมากนะ ท่านได้ให้ยาเ้าทั้งกำชับพวกเราว่ายานี้ใช้ดื่มและอาบให้ทำอย่างนี้เจ็ดวันเ้าจะดีขึ้นเอง มันก็เป็ดั่งที่ท่านว่าไว้จนเ้าดีขึ้นแล้วหายปกติและมาเป็เ้าที่แข็งแรงดั่งทุกวันนี้"ฟางอี้พูดทั้งขอบคุณจากใจจริงที่ในวันนั้นท่านหมอได้ผ่านทางมา ทั้งแววตาที่อ่อนโยน
"ท่านพ่อ… " ฟางหลงรู้สึกตื้นตันอย่างมากและรู้สึกขอบคุณท่านหมอคนนั้นอย่างลึกๆ
"เอาล่ะ เ้าสวมสร้อยเส้นนี้มันก็เข้ากับอยู่เหมือนกัน นี่ก็ดึกมากแล้ว เ้านอนเถอะ หญ้าดาราพรุ่งนี้ก็เป็แสงสุดท้ายเราก็จะสามารถเก็บไปขายให้ร้านยา ข้าคิดว่าเ้าต้องอยากเห็นมัน"ฟางอี้กล่าวต่อบุตรของตนด้วยความเอ็นดู
"ครับท่านพ่อ ข้าจะรีบนอน"ฟางหลงได้หลับลงอย่างรวดเร็ว
"ท่านพี่ก็มานอนได้แล้วอย่ารอช้าอีกเลย พวกเราทั้งสองต้องตื่นเช้าเหมือนกัน"ฟางหยูผู้เป็ภรรยาพูดด้วยเสียงแ่เบา
หน้าผาเบญจดารา ลึกลงไปได้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆท่ามกลางความมืดมิด พลังฟ้าดินได้ไหลรวมกันกลิ่นอายาแผ่ออกจากจุดศูนย์กลางของการรวมตัวเหมือนมีจุดประสงค์บางอย่าง
รุ่มเช้าวันต่อมา ท่ามกลางเสียงนกที่ร้องรับรุ่งอรุนก่อนที่ดวงอาทิตย์จะฉายแสง น้ำคางเกาะอยู่บนยอดหญ้า ดั่งแดน์ หมอกจางๆได้ถูกสายลมพัดพริ้วไหวเข้าปะทะร่างของทั้งสามคม
“ท่านพี่วันนี้ข้าว่าอากาศสดชื่นกว่าทุกๆวันนะ” ฟางหยูกล่าวกับสามีตนเอง พร้อมกับมองไปรอบๆ
“ข้าก็คิดเช่นนั้นวันนี้ช่างเป็วันที่อากาศดีจริงๆ” ฟางอี้ตอบกับทั้งสามได้สบตากันพร้อมๆกับก้าวเดินไปยังจุดหมายซึ่งเป็หญ้าเบญจดาราฟางหลงได้กระชับตะกร้าสานบนหลังให้เข้าที่ก่อนที่จะเดินตามทั้งสองคน
ทั้งสามเดินทางอย่างไม่เร่งรีบ สายลมอ่อนปะทะทั้งสามเป็ระยะทำให้ทั้งสามนั้นไม่เหนื่อยล้างจากการเดินทางมากนัก
การเก็บหญ้าเบญจดารานั้นการรักษาสรรพคุณทางยาที่ดีคือเก็บก่อนรุ่งเช้าหรือก่อนดวงอาทิตย์จะฉายแสงซึ่งจะสามารถนำไปขายได้ราคาที่ดี ถึงแม้การเก็บมันจะไม่ใช่เื่ยาก แต่การจะพบเจอนั้นไม่ใช่เื่งายนักการจะพบเจอหญ้าเบญจดารานั้น จะต้องเป็ที่อุดมสมบูรณ์ อากาศถ่ายเทพลังฟ้าดินหนุนส่งและลำต้นนั้นจะต้องสมบูรณ์ไม่มีสัตว์มาแทะหรือทำให้ช้ำ การเก็บนั้นยังต้องใช้เทคนิคทักษะที่ดีเพื่อรักษาลำต้นไม่ให้ช้ำหลังจากที่ออกแรงเพราะหญ้าเบญจดารานั้นยังขึ้นชื่อเื่ความบอบบาง
ในที่สุดการเดินทางก็มาถึงยังจุดหมายปลายทางซึ่งหญ้าเบญจดารานั้นขึ้นตั้งตรงเด่นสง่า
“ฟางหลง พวกเราสองคนได้ปรึกษากันก่อนหน้านี้หญ้าเบญจดาราต้นแรกพวกเราอยากให้เ้าเป็คนเก็บมันก่อน” ฟางอี้เชื่อมั่นในตัวเด็กหนุ่มเป็อย่างมากและอยากให้เขานั้นได้เปิดหูเปิดตาในการเก็บหญ้าต้นนี้เป็อย่างมาก
“แต่ข้าไม่มั่นใจว่าจะทำมันออกมาดี”ฟางหลงตอบพร้อมกับกำหมัดแน่น
“พวกเราสองคนเชื่อว่าเ้าทำมันได้แน่แม่เชื่อในตัวเ้า” ฟางหยูพูดกำลังใจและเข้าใจถึงความกดดันที่เด็กหนุ่มกำลังเจอในตอนนี้แต่เมื่อผ่านมันไปได้ เชื่อว่าการเก็บครั้งต่อไปย่อมไม่ยากนัก
เด็กหนุ่มค่อยเอื้อมไปเก็บอย่างเบามือ ส่วนรากค่อยๆโผล่จากดินอย่างช้าๆเม็ดเหงื่อผุดออกจากใบหน้าเด็กหนุ่มจนเห็นได้ชัด ในที่สุดหญ้าเบญจดารานั้นก็ได้อยู่ในมือของเด็กหนุ่ม
“พวกท่านดูสิ”เด็กหนุ่มได้ชูหญ้าเบญจดาราที่ตนเองเก็บมาได้ชูให้ทั้งสองได้ดูแต่ดูเหมือนทุกอย่างจะไม่เป็อย่างที่คิดไว้
ทั้งสองได้วิ่งเข้าไปหาเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็วแต่ดูเหมือนจะช้าเกินไป ระหว่างที่เด็กหนุ่มกำลังมีความสุขได้มีลมที่พัดขึ้นมากจากผาด้านล่างม้วนตัวดูดร่างของเขาลงไปอย่างรวดเร็ว
ทั้งสองต่างตื่นใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ดูเหมือนจะสายเกินไปกับพวกเขาทั้งสอง
เสียงลมที่พัดผ่านใบหน้าของฟางหลงพร้อมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกอย่างที่พัดผ่านเขามาในชีวิตของฟางหลงนั้นเป็ดั่งน้ำป่าที่ไหลหลากความสุขความทุกข์ที่เข้ามาในชีวิตได้เป็ภาพตัดเข้ามาในห้วงแห่งความคิดอย่างไม่ขาดสายน้ำตาที่อาบสองแก้มดั่งชีวิตไม่ได้หวนกลับมาอีกครั้งความเศร้าใจของฟางหลงที่ไม่สามารถที่จะดูแลทั้งผู้เป็บิดาและมารดาของเขาได้
“มันจบแล้วสินะ ตัวข้าในยามนี้..”พร้อมเสียงที่ขาดหายไปกับแสงที่หน้าผาเริ่มหายไปอย่างช้าๆในที่สุดเปลือกตาของเขาก็ปิดลงดำดิ่งสู่ความสิ้นหวัง
“...เ้าหนุ่มน้อย” เสียงปริศนาดังขึ้น
“นี่ข้าตายแล้วสินะ...” ฟางหลงพูดขึ้นอย่างแ่เบา
“เ้าลืมตาขึ้นเถิด ที่นี่ไม่ใช่อย่างที่เ้าคิด” เสียงปริศนาพูดขึ้นอีกครั้ง
ฟางหลงได้ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆทุกสิ่งรอบตัวเขามีแต่ความมืดแม้กระทั้งฝ่ามือทั้งสองก็ยังไม่อาจมองเห็นแต่ทันใดนั้นแสงสว่างจนแสบตาจ้าดั่งดวงอาทิตย์ได้พุ่งเสียดเขามาที่ดวงตาของเขาและทันใดนั้นดั่งตัวถูกเหวี่ยงอย่างรวดเร็วเพียงพริบตาเดียวเด็กหนุ่มได้มาอยู่ท่ามกลางทะเลดวงดาว
“ที่นี่คือ...” ฟางหลงพูดอย่างสับสนกับภาพที่ปรากฏตรงหน้า
“เด็กน้อย สิ่งที่เ้าเห็นนั้นเป็ดวงดาวที่เ้าได้อาศัยอยู่และตัวเ้านั้นมีบางสิ่งที่ข้านั้นไม่มี”
“ท่าน้าอะไรจากข้า” ฟางหลงถามอย่างหมดอาลัยในชีวิต
“ข้า้าให้เ้ามีชีวิตอีกครั้ง”
เป็ดั่งคำที่ฟางหลงไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยินเพราะเด็กหนุ่มนั้นเชื่อว่านี่อาจจะเป็โลกหลังความตายหรือภาพหลอนที่เกิดขึ้นระหว่างที่เขากำลังตกลง
“ข้ามีสิ่งใดที่จะเสียอย่างนั้นหรือ”ฟางหลงพูดขึ้นถึงแม้ในใจยังไม่คิดเชื่อสิ่งที่ได้ยิน
“ตัวเ้ามีดีกว่าที่เ้าคิดนัก ข้าเชื่อว่าเ้าจะต้องทำสิ่งที่ข้าขอได้ถึงแม้ตอนนี้ตัวข้าเองจะไม่มีมันอีกแล้ว แต่ข้าหวังว่าเ้าจะทำมันแทนข้าได้”
ภาพดวงดาวที่อยู่ตรงหน้าฟางหลงได้เลือนหายไปช้าๆ แทนที่ด้วยดวงดาวที่คล้ายดาวที่เขาได้อาศัยเพิ่มขึ้นมาอีกสิบดวง
“ที่ข้าให้เ้าดูคือ ดวงดาวทั้งสิบดวง ทั้งสิบดวงนั้นคือดาราเทวะพลังเหนือที่เ้าจะจินตนาการ สามารถที่จะบดขยี้ดวงดาวที่เ้าอาศัยอยู่เพียงชี้นิ้วทุกอย่างก็จะดับศูนย์ ข้าเข้าใจว่ามันเป็สิ่งที่เชื่อได้ยากแต่สิ่งนั้นอีกไม่นานเ้าก็จะได้รู้ และตัวข้านั้น้าจากเ้าคือ ผู้สืบทอด”
“ผู้สืบทอด...ท่านคงเข้าใจผิดแล้ว ตัวข้าเป็คนธรรมดา ข้าเกรงว่าจะทำให้ผู้าุโนั้นผิดหวัง”
“ข้าเข้าใจสิ่งนี้มิอาจรีบได้ เ้าคำนับข้าเป็อาจารย์แล้วทุกอย่างเ้าก็จะเข้าใจเอง”
ความคิดเื่การมีชีวิตของเด็กหนุ่มได้พรั่งพรูเข้ามาการดิ้นรนเอาชีวิตรอด ปกป้องครอบครัว ทุกอย่างทำให้เด็กหนุ่มคำนับอย่างไม่รู้ตัว
“ดีมากเด็กน้อยเอาล่ะของขวัญที่ข้าจะให้เ้าเพียงสองสิ่งจิตเทวะกับตำราเทวะ และเ้าจงผูกมิตรกับผู้หลับใหลจากกาลก่อน...”