เสียงปืนของคาเอลคำรามก้องไปทั่วโถงห้องสมุดพร้อมกับแสงวาบจากปากกระบอก C-14 นัดแรกของระลอกใหม่เจาะทะลุกะโหลกสิ่งมีชีวิตตัวหน้าสุดจนมันหมุนคว้างกลางอากาศแล้วร่วงกระแทกพื้นน้ำที่ยังขังอยู่บางส่วนใต้แสงฉุกเฉินสีแดง ข้างกันนั้น “ฟ้าผ่า” ป้อมปืนชั่วคราวที่แจ็กซ์ดัดจากหุ่นขนหนังสือ หมุนหัวเซ็นเซอร์กระตุกหนึ่งครั้งก่อนปล่อยกระแสไฟฟ้าใส่ตัวที่พุ่งตามมา แสงน้ำเงินแตกเปรี๊ยะไปตามพื้นเปียกเหมือนสายฟ้าจำลองที่โกรธจัดเกินขนาดของมัน
ฝูงไม่ได้พุ่งแบบไร้ทิศทางเหมือนรอบก่อนอีกแล้ว
มันมาเป็ระเบียบ
เป็คลื่น
ตัวหน้าเร็ว ตัวหลังชะลอ ตัวข้างผนังไต่ต่ำ ตัวที่เพดานเลี้ยวขนานกับคานรอจังหวะลงซ้ำจากมุมอับ ราวกับมีสมองบางอย่างอยู่ข้างหลังทุกกรงเล็บที่กระโจนเข้ามา และสมองนั้นกำลังเรียนรู้พวกเขาอยู่ทุกวินาที
โวร่าวาบผ่านแนวปืนของคาเอลไปในเงามืด มีดในมือทั้งสองเล่มทิ้งเส้นสีเงินสั้น ๆ ไว้กลางอากาศก่อนจะจมเข้าไปในข้อพับคอของตัวที่รอดผ่านป้อมปืนมาได้ เธอไม่เสียแรงเกินจำเป็ ไม่ฟาด ไม่แทงเผื่อ มีแต่จังหวะที่สั้น คม และโหดพอจะทำให้สิ่งมีชีวิตตรงหน้าหยุดขยับทันทีเหมือนถูกลบคำสั่งทั้งหมดออกจากร่าง
บัลธาซาร์ยืนอยู่หน้ากลุ่มผู้รอดชีวิต ดวงตาสงบแต่ขอบตาซีดลงชัดเจน เขายกมือทั้งสองขึ้นแล้วม่านพลังสีฟ้าก็แผ่โค้งออกจากปลายนิ้วรับแรงกระแทกของสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งที่พุ่งเข้ามาจากด้านข้าง ม่านสั่นไหวเป็คลื่นเหมือนผิวน้ำที่ถูกหินั์ทุบซ้ำ แต่ก็ยังรับอยู่ได้ เด็กหลายคนที่อยู่ด้านหลังร้องไห้เงียบ ๆ แล้วซุกหน้ากับอกแม่แน่นกว่าเดิม
แจ็กซ์นั่งกึ่งคุกเข่าข้างฐานป้อมปืนที่เหลืออยู่ มือขยับเร็วพอ ๆ กับปาก
“ซ้าย! ซ้าย! เ้าเข็ม นายห้ามตายอีกรอบนะ วันนี้นายมีภารกิจช่วยโลกไว้!”
เขาะโใส่เครื่องจักรของตัวเองทั้งที่รู้ว่ามันไม่มีวันเข้าใจ จากนั้นก็หันมาสบถกับอะไรบางอย่างในแผงวงจร
“ไม่ ไม่ ไม่ อย่าแฮงก์สิไอ้เศษเหล็กเวร เอ๊ะ ได้ละ!”
ป้อม “เ้าเข็ม” รุ่นซ่อมกระตุกหนึ่งครั้งก่อนหมุนฐานกลับมาทันเวลา ปืนยิงตะปูที่ติดอยู่กับแขนกลรัวยิงใส่แนวกระจกแตกฝั่งตะวันออกเป็ชุด ตะปูหลายดอกฝังเข้าหนังเกล็ดของสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งจนมันเสียหลักเปิดช่องให้คาเอลยิงซ้ำเข้าฐานกะโหลกเต็มแรง
เสียงปืนคำรามอีกนัด
เืสีดำกระเซ็นเป็ฝอย
ร่างนั้นล้มพาดบนกรอบหน้าต่างคาอยู่ตรงนั้น
คาเอลไม่ปล่อยให้ตัวเองคิดมากกว่านี้ เขาไม่มีเวลาหลงกับความแม่นยำของ C-14 ไม่มีเวลาสงสัยว่าทำไมการประทับปืนถึงแนบสนิทกับไหล่ราวกับเป็อวัยวะอีกชิ้นของร่างกาย ไม่มีเวลาถามว่าทำไมเสียงในหัวถึงเงียบลงทุกครั้งที่เขาเลือกเป้าถูกตัว เหลือเพียงความนิ่งแบบแปลกประหลาดที่ไหลผ่านเส้นประสาทแล้วเปลี่ยนโลกทั้งใบให้กลายเป็สนามยิง
หน้าต่างสถานะซึ่งลอยอยู่ตรงมุมสายตาวาบขึ้นอีกครั้ง
[อัตราซิงก์: 26%]
[ประสิทธิภาพการคำนวณเส้นทางการยิง: เพิ่มขึ้น]
[คำแนะนำ: กำจัดเป้าหมายควบคุมฝูง]
เขาเห็นเงาร่างนั้นอีกครั้ง
สิ่งที่ยืนอยู่บนฝากระโปรงรถครึ่งคันด้านนอกท่ามกลางฝูง กึ่งคนกึ่งเงา เส้นสีดำถักทอกันเป็ลำตัวสูงชะลูด ดวงตาหรือสิ่งที่ควรเป็ดวงตาเรืองสีขาวขุ่น มันไม่ได้ขยับเข้ามาเอง ไม่จำเป็ต้องทำเช่นนั้น แค่ยืนมองและปล่อยให้ฝูงถล่มเข้ามาตามการชี้นำของมันก็พอ
คาเอลเล็งไปที่มัน
แต่ทันทีที่ศูนย์เล็งตัดกับอกของสิ่งนั้น หน้าต่างสถานะก็สั่นแรง
[คำเตือน: เป้าหมายอยู่ไกลเกินระยะเหมาะสม]
[คำเตือน: มีการรบกวนเส้นทางะุ]
[คำแนะนำ: กำจัดแนวหน้า / รอจังหวะเปิด]
เขากัดฟันแล้วเปลี่ยนเป้าทันที ตัวใหญ่สามตัวพุ่งพร้อมกันทางฝั่งซ้าย เขายิงตัดตัวหน้า โวร่าปาดตัวกลาง บัลธาซาร์ผลักตัวหลังให้ชนชั้นหนังสือจนล้มทั้งแถว แล้วสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น
เสียงปืนลูกซองดังสนั่นมาจากด้านหลังของโถง
ไม่ใช่จากฝั่งศัตรู
แต่จากทางประตูบริการฉุกเฉินด้านตะวันตกซึ่งควรปิดอยู่
เสียงนั้นหนัก ดิบ และใกล้จนทุกคนในโถงหันขวับแทบพร้อมกัน เศษกระจกจากช่องหน้าต่างแคบของประตูนั้นะเิกระจายออกด้านในราวกับถูกใครบางคนถีบแตกจากข้างนอก แล้วเงาร่างหนึ่งก็ก้าวผ่านควันผงกระจกเข้ามาอย่างไม่ลังเล
ผู้หญิงคนหนึ่ง
ใส่รองเท้าบูตสีเข้มเปียกน้ำและฝุ่น เลกกิ้งยุทธวิธีสีดำ เสื้อเกราะเบาแบบทหารภาคสนาม เสื้อคลุมกันฝนสีหม่นถูกฉีกที่ชายเสื้อหลายแห่ง ปืนลูกซองยาวสีด้านในมือยังมีควันลอยจากปากกระบอก เธอมีผมสั้นสีแดงเข้มเปียกชื้นแนบแก้ม หน้าตาไม่ได้อ่อนหวาน ไม่ได้พยายามดูน่ากลัว แต่มีบางอย่างในแววตาที่นิ่งเกินกว่าจะเป็คนธรรมดาในคืนโลกแตก
เธอไม่ได้ดูใที่เห็นสัตว์ประหลาด
ไม่ได้ดูใที่เห็นคนกำลังตั้งแนวป้องกันในห้องสมุด
เธอกวาดสายตามองทุกอย่างเร็วมาก เหมือนคนที่เคยผ่านสนามที่เลวร้ายกว่านี้มาแล้ว และในเสี้ยววินาทีนั้น คำเดียวก็หลุดจากปากแจ็กซ์
“โคตรเท่ โคตรอันตรายอ่ะ”
โวร่าเหลือบมองเขาอย่างเ็า
“นายช่วยเลือกเวลาชื่นชมผู้หญิงได้ไหม”
แต่ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้สนใจเสียงพวกเขาเลย เธอยกปืนลูกซองขึ้นแล้วลั่นไกใส่สัตว์ประหลาดตัวหนึ่งที่กำลังปีนเข้ามาทางกระจกแตกฝั่งซ้าย ะุกระแทกเข้ากลางอกมันเต็มแรงจนร่างปลิวถอยหลังออกไปนอกหน้าต่างพร้อมเสียงกระดูกแตกดังลั่น จากนั้นเธอก็กดบรรจุะุเพิ่มอย่างคล่องมือแล้วพูดขึ้น
“ถ้ายังอยากรอด อย่าปล่อยให้พวกมันเข้ามากินพื้นที่กลางห้อง”
น้ำเสียงของเธอชัด เจาะตรง และไม่มีความตระหนกปนอยู่เลย
คาเอลขยับศูนย์ปืนลงเล็กน้อยแต่ยังไม่ลดการระวัง
“เธอเป็ใคร”
ผู้หญิงคนนั้นหันมามองเขาเร็วมาก สายตาเธอไล่จากปืน C-14 ในมือเขาไปถึงหน้าของเขา ดวงตาคมคู่นั้นหยุดอยู่ตรงหน้าเขานานกว่าคนอื่นเสี้ยววินาที ก่อนตอบสั้น ๆ
“มิเลีย”
ชื่อของเธอเข้ากับบุคลิกมากกว่าที่คาเอลคิด มันไม่ได้อ่อนโยน แต่มันมั่นคง
“เธอมาจากไหน” บัลธาซาร์ถาม
มิเลียยกปืนลูกซองขึ้นยิงซ้ำใส่ตัวที่โผล่มาใหม่อีกนัดก่อนตอบ
“หน่วยรักษาการณ์ภาคสนามชั่วคราว ฝั่งเขตเหนือ”
“ของเมือง?”
“ของเมืองเมื่อหกชั่วโมงก่อน” เธอเปลี่ยนแม็กะุอย่างรวดเร็ว
“ตอนนี้ไม่รู้จะเรียกของอะไร”
สัตว์ประหลาดอีกสองตัวกระโจนเข้ามาพร้อมกัน โวร่าเสียบตัวหนึ่งจากด้านข้าง คาเอลยิงอีกตัวตกกลางอากาศ
มิเลียหมุนตัวถีบซากที่ล้มเข้ามาให้พ้นทางอย่างไม่ลังเล จังหวะการเคลื่อนไหวของเธอไม่มีความฟุ่มเฟือย ทุกอย่างถูกใช้เพื่อให้ตัวเองมีระยะยิง มีที่ยืน และมีชีวิตต่ออีกวินาที
คาเอลเห็นสิ่งนั้นแล้วจดจำทันที
เธอไม่ใช่คนที่เพิ่งเจอโลกบ้าแบบนี้คืนนี้
“นายคือคนยิงตัวคุมแนวเมื่อกี้?” มิเลียถามเขาโดยยังไม่หันมาเต็มตัว
“ใช่”
“ดี” เธอตอบ
“ถ้างั้นนายเป็คนเดียวในห้องนี้ที่อาจยิงตัวใหญ่ข้างนอกได้”
แจ็กซ์เงยหน้าจากแผงวงจร
“เฮ…เฮ้ ผมเองก็มีส่วนในแนวรับนี้นะครับ”
“ถ้าไม่มีเธอ ป้อมเหล็กของนายเละเป็ขี้แน่” โวร่าพูด
“ขอบคุณมากสำหรับกำลังใจ”
มิเลียไม่ได้สนใจบทสนทนานั้น เธอขยับมายืนในมุมคุมระยะฝั่งตะวันตกข้างเสา อ่านสนามรบรอบโถงภายในสามวินาทีอย่างน่าทึ่ง
“พวกมันกำลังถ่วงเวลา” เธอพูด
“ฝูงหน้าแค่กดดันให้เราใช้ะุ แต่ตัวคุมจริงยังรอจังหวะพังเข้ามา”
คาเอลเล็งยิงตัวหนึ่งทางเหนือแล้วตอบ
“พวกเราก็รู้”
“ไม่ นายแค่เดา” เธอสวนทันที
“ฉันเห็นรูปแบบนี้มาสองรอบแล้ว เขตเหนือพังเพราะปล่อยให้ตัวคุมมองผ่านฝูงอยู่ข้างนอกนานเกินไป”
คาเอลหันขวับ
“เขตเหนือ”
เธอยิงอีกนัดแล้วกระแทกบั้นท้ายปืนใส่ขากรรไกรของตัวที่หลุดเข้ามาใกล้ ก่อนถอยก้าวเดียวเพื่อรีเซ็ตจังหวะ
“ค่ายพักชั่วคราว ฝั่งเหนือเมือง เรากั้นแนวอยู่สองชั่วโมง ก่อนที่พวกมันจะเปลี่ยนจากบุกมั่วเป็บุกเป็คลื่น แล้วก็มีตัวที่ไม่ใช่ฝูงโผล่มา มันไม่เข้ามาเอง มันแค่มอง”
คำพูดนั้นทำให้ผู้รอดชีวิตหลายคนตัวแข็ง
แจ็กซ์ชะงักไปเสี้ยวหนึ่ง
“แล้วค่ายนั้นล่ะ”
มิเลียไม่ตอบตรง ๆ แต่ดวงตาที่นิ่งลงชั่วครู่เพียงพอ
ค่ายไม่เหลือแล้ว
ไม่มีใครต้องพูดคำนี้ออกมา
คาเอลมองเธออีกครั้ง ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงไม่ใ เธอไม่ได้เพิ่งก้าวเข้าสู่โลกฝันร้ายนี้ เธอกำลังเดินมาตามรอยของมัน
“เธอมาที่นี่ทำไม” คาเอลถาม
มิเลียบรรจุะุเพิ่มโดยไม่ละสายตาจากฝูง
“ฉันตามสัญญาณวิทยุฉุกเฉินมา แล้วก็เห็นอาคารนี้ยังยืนหยัดอยู่ทั้งที่รอบ ๆ เริ่มโดนลบ เลยเดาว่าถ้าโลกคืนนี้ยังเหลือคนมีสมองอยู่ คงมารวมกันตรงที่มีหนังสือเยอะที่สุด”
“ช่างน่าประทับใจเสียจริง ๆ ” โวร่าพูดแห้ง ๆ
“แล้วก็มีอีกอย่าง” มิเลียกล่าวต่อ
“ก่อนเข้ามา ฉันเห็นมีเงาตัวหนึ่งคุมยืนอยู่ข้างนอก มันกำลังดูอาคารนี้เหมือน… เหมือนกำลังรออะไรบางอย่างจากข้างใน”
คาเอลรู้ทันทีว่าคำพูดนั้นหมายถึงใคร
หรือหมายถึงอะไร
หน้าต่างสถานะของเขาวาบขึ้นตรงมุมสายตาอีกครั้ง
[เครื่องหมายเป้าหมายยังทำงานอยู่]
[ความเป็ไปได้ที่ศัตรูเฝ้าสังเกตผู้ใช้: สูง]
[คำเตือน: ยิ่งมีอัตราซิงก์สูง ยิ่งถูกตรวจจับ]
เขาบีบด้ามปืนแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
มิเลียสังเกตเห็นการเปลี่ยนสีหน้าของเขา
“นายรู้ใช่ไหมว่ามันมองหาอะไร”
“มันมาหาฉัน” คาเอลตอบตรง ๆ
บรรยากาศเงียบลงชั่ววูบ แม้กระทั่งแจ็กซ์ยังเงยหน้าขึ้นมาช้า ๆ
มิเลียมองเขาไม่กะพริบ
“งั้นคืนนี้นายคือเหตุผลที่อาคารนี้ยังไม่ถูกปล่อยทิ้ง”
ประโยคนั้นไม่ใช่คำกล่าวหา แต่มันหนักพอ ๆ กับหินถ่วงจิต
ก่อนที่คาเอลจะตอบ เสียงจากภาพสัญญาณของสวอนน์ที่ยังค้างอยู่บนเคาน์เตอร์ก็ดังแทรกขึ้น
“ไม่ว่าพ่อหนุ่มนั่นจะเป็เหตุผลหรือไม่ นี่ไม่ใช่เวลานั่งทำเก๊กหน้าเข้มกันนะเ้าหนูทั้งหลายถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ต่อ นายหญิงปืนลูกซองพูดถูก พวกนายต้องตัดตัวคุมก่อน หรือไม่ก็ทำให้มันเสียสมาธิพอให้ฝูงเสียจังหวะ”
แจ็กซ์ชี้ไปที่ภาพ
“นี่คือหัวหน้าช่างใหม่ของเรา”
มิเลียขมวดคิ้ว
“ฉันไม่ถามดีกว่าว่าเขาโผล่มาได้ยังไง”
“ฉลาด” โวร่าตอบ
แรงกระแทกจากด้านนอกดังขึ้นหนักกว่าเดิม ตัวคุมฝูงด้านนอกขยับเล็กน้อยเป็ครั้งแรก ราวกับมันเบื่อการดูอยู่ห่าง ๆ แล้วฝูงรอบตัวมันก็แยกออกเป็สองแนวทันที เปิดพื้นที่ตรงกลางเหมือนทางเดินให้มันหาก้าเข้ามา
มิเลียเห็นภาพนั้นแล้วพูดเร็ว
“มันจะเข้ามาเอง”
คาเอลรู้เช่นเดียวกัน
สิ่งที่ไม่ชอบที่สุดในตอนนี้คือ เขาเริ่ม “คาดการ” ความบ้าคลั่งแบบนี้ได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ
“ทุกคนฟัง” คาเอลหันไปทางผู้รอดชีวิตโดยไม่ะโ แต่เสียงกลับชัดพอให้ทุกคนเงียบ
“ถ้ามันเข้ามา เราจะไม่แตกกระจาย ใครที่ขยับไหวให้พาเด็กกับคนเจ็บถอยไปห้องอ่านหนังสือเด็ก ปิดประตูด้วยหลังจากเข้าไปแล้ว ห้ามกลับมาไม่ว่าได้ยินอะไรก็ตามแต่”
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งถามเสียงสั่น
“แล้วพวกคุณล่ะ”
คาเอลตอบโดยไม่ลังเล
“เราจะตรึงมันไว้ตรงนี้”
มิเลียเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง เหมือนประเมินว่านี่คือความกล้าหรือความบ้า ก่อนจะพูดเสริม
“ถ้าใครมีอะไรที่เป็โลหะ หนัก หรือใช้ทุบได้ เอามาให้แถวหน้า ตอนนี้ไม่ใช่เวลาหวงข้าวของ”
ผู้รอดชีวิตเริ่มขยับ บางคนยื่นกรรไกร เข็มเย็บเล่มหนา ๆ ขาตั้งป้าย เหล็กค้ำชั้นหนังสือ อะไรก็ตามที่พอทำเป็อาวุธหรือกับดักได้ มิเลียรับมาจัดวางเป็แนวสั้น ๆ อย่างรวดเร็ว แจ็กซ์ฉวยคีมกับสายไฟจากกองนั้นไปเสริมป้อมทันที บัลธาซาร์พาคนแก่และเด็กกลุ่มแรกถอยลึกเข้าไปทางปีกตะวันตก ส่วนโวร่าปีนขึ้นไปบนแนวชั้นหนังสือเอียง ๆ เพื่อคุมมุมสูงโดยมีมีดสองเล่มและปืนยิงตะปูสั้นที่เพิ่งหยิบจากห้องเก็บอุปกรณ์คาดหลัง
มิเลียขยับมายืนใกล้คาเอลพอจะเห็นแนวยิงเดียวกัน เธอชำเลืองมอง C-14 ในมือเขาอีกครั้ง
“ปืนนั่นไม่ได้มาจากโลกนี้ใช่ไหม”
คาเอลเงียบไปเสี้ยวหนึ่งก่อนตอบ
“น่าจะไม่”
“ดี” เธอพูด
“คืนนี้โลกนี้แพ้ไปแล้ว เราต้องใช้กฎอีกฝั่งสู้กลับบ้าง”
ประโยคนั้นทำให้เขาหันมามองเต็ม ๆ เป็ครั้งแรก ใกล้กว่าตอนเธอบุกเข้ามา เขาเห็นรอยบาดเล็ก ๆ ที่คิ้วเธอ คราบฝุ่นดำตามปลายเสื้อ และความเหนื่อยลึกในดวงตาซึ่งถูกกดทับไว้ใต้ความนิ่งแข็งราวเหล็ก
“เธอไม่กลัวหรือไง” เขาถาม
มิเลียเปลี่ยนะุลูกซองอย่างเชื่องช้า
“กลัวสิ” เธอตอบตรง
“แต่ตอนนี้ความกลัวไม่มีค่าเท่าะุ”
คำตอบนั้นเรียบง่ายจนคาเอลไม่รู้จะตอบอะไรกลับ
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นเร็วมาก
ร่างคุมฝูงด้านนอกขยับลงจากฝากระโปรงรถอย่างช้า ๆ ทุกการก้าวของมันทำให้พื้นถนนแตกเป็เม็ดแสงสีขาว ฝูงที่ล้อมรอบอาคารทั้งสี่ด้านกรีดร้องประสานกันราวกับกำลังตอบรับพิธีกรรมบางอย่าง หน้าต่างสถานะของคาเอลสว่างวาบ
[ตรวจพบหน่วยควบคุมคลื่นโจมตี]
[ลำดับภัยคุกคาม: สูงสุด]
[คำแนะนำ: ทำให้เสียเสถียร / ทำลายแกนกลาง]
“มันมาแล้ว” คาเอลพูด
มิเลียพยักหน้าสั้น
“ฉันจะเปิดจังหวะให้ นายยิงจุดตาย”
“เธอแน่ใจ?”
“ไม่” เธอตอบ
“แต่นายก็ต้องยิงอยู่ดี”
ประโยคจบลงพร้อมกับกระจกฝั่งตะวันออกทั้งแนวะเิออกพร้อมกัน เงาดำหลายสิบร่างพุ่งเข้าโถงราวคลื่นที่แตกตัวเป็เขี้ยวและกรงเล็บ ป้อม “ฟ้าผ่า” ปล่อยไฟคำรามใส่แนวหน้า เ้าเข็มรุ่นซ่อมรัวยิงตะปูจนแขนกลสั่น โวร่าทิ้งตัวจากชั้นหนังสือ้าลงมาเสียบตัวที่หลุดเข้าจากมุมสูง บัลธาซาร์กางม่านพลังปิดแนวทางไปห้องอ่านเด็ก
และกลางคลื่นนั้นเอง ตัวคุมฝูงก็เดินผ่านกระจกแตกเข้ามา
มันไม่รีบร้อน
ไม่้าใช้ความเร็ว
อาคารทั้งหลังเหมือนเงียบลงเสี้ยวหนึ่งเพื่อให้การก้าวของมันดังชัดขึ้น ก้าวแรก พื้นหินใต้เท้าแตกพร่าเป็เม็ดแสง ก้าวที่สอง เสียงเตือนของห้องสมุดดับหายไปชั่วขณะ ราวกับตัวระบบของอาคารหลบให้สิ่งนี้เดินผ่าน ก้าวที่สาม มันเงยหน้า ดวงตาขาวขุ่นสองข้าง หรืออะไรก็ตามที่มันเป็หันมาจ้องคาเอลทันที
เหมือนมันไม่เห็นคนอื่นอยู่ในห้องเลย
“ตอนนี้!” มิเลียะโ
เธอพุ่งออกจากแนวกำบังอย่างไม่ลังเล ปืนลูกซองในมือส่งเสียงดังสนั่น ะุซัดเข้า่ไหล่ของตัวคุมเต็มแรงจนร่างมันกระตุก ซากโลหะ ขวาน และเก้าอี้ที่เธอจัดวางไว้ก่อนหน้า ถูกแรงะเิะุผลักกระจายเข้าทับทางเดินแคบ ทำให้ฝูงข้างหลังมันเสียจังหวะชั่ววูบ
คาเอลยก C-14 ขึ้นทันที
โลกช้าลง
เขาเห็นรอยเส้นสีขาวบาง ๆ ไหลอยู่ในอกของตัวคุม เห็นตำแหน่งแกนกลางสว่างกว่าจุดอื่นเพียงเล็กน้อย เห็นเส้นทางการขยับครั้งต่อไปของมัน เห็นแม้แต่จังหวะที่มิเลียกำลังถอยกลับหลังยิงนัดเปิดทาง
[คำแนะนำการสไนป์: พร้อมใช้งาน]
เขาค้างลมหายใจ
เหนี่ยวไก
ะุพุ่งเจาะเข้ากลางอกมันพอดี
ตัวคุมฝูงชะงัก ร่างทั้งร่างกระเพื่อมเหมือนผิวน้ำถูกรบกวนจากแกนกลาง เสียงกรีดของฝูงรอบ ๆ เพี้ยนไปพร้อมกันราวกับสัญญาณที่มันปล่อยกำลังสะดุด
“อีกนัด!” มิเลียะโขณะถอยมาถึงข้างเสา
คาเอลปรับมุมทันทีแล้วยิงซ้ำ
คราวนี้ะุทะลุผ่านรอยแตกเดิม แสงสีขาวะเิออกจากอกของมันจนทั่วโถงสว่างวาบ ฝูงหลายตัวล้มชะงักทันที บางตัวถึงกับฟาดกรงเล็บใส่กันเองเหมือนเสียการเชื่อมต่อ
โวร่าฉวยโอกาสนั้นเก็บตัวที่หลุดเข้ามาใกล้ผู้รอดชีวิตสองตัวติดกัน มิเลียยิงซ้ำใส่ตัวหน้าสุดอีกหนึ่งนัด บัลธาซาร์ผลักคลื่นพลังโถมใส่แนวที่กำลังงงงัน แจ็กซ์หัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่งขณะป้อมของเขายังยิงต่อเนื่องไม่หยุด
แต่ตัวคุมฝูงไม่ล้ม
มันถอยหลังหนึ่งก้าว ร่างกายแตกเป็เส้นรหัสพร่าชั่วคราว ก่อนกลับมาประกอบใหม่ รอยแผลตรงอกยังเรืองแสงผิดปกติ แต่ดวงตาขาวขุ่นของมันยังจับอยู่ที่คาเอล
แล้วมันยกมือขึ้นช้า ๆ
คาเอลแทบไม่เห็นการขยับ เขาแค่รู้สึกได้ว่าบางอย่างพุ่งตรงมาที่หัว เขาก้มหลบโดยสัญชาตญาณ เสี้ยวอากาศเหนือเขาถูกลบหายเป็ช่องบาง ๆ พร้อมเสียงแหลมแสบหู ชั้นหนังสือด้านหลังโดนเฉือนหายไปทั้งมุม หนังสือหลายสิบเล่มพร่ามัวแล้วดับหายต่อหน้าต่อตาเหมือนไม่เคยมีอยู่
“หมอบ!” มิเลียะโ
ทุกคนกดตัวต่ำเกือบพร้อมกัน ตัวคุมฝูงสะบัดมืออีกครั้ง คราวนี้ลบพื้นบริเวณหน้าป้อมเ้าเข็มไปแถบหนึ่ง หุ่นซ่อมสะดุ้งเสียศูนย์แต่ยังไม่พัง แจ็กซ์สบถหยาบชุดใหญ่แล้วะโไปดึงสายไฟให้พ้นช่องว่างที่ถูกลบ
“มันลบเป็เส้น!” แจ็กซ์ร้อง
“อย่าอยู่แนวเดียวกับมือมัน!”
“พูดช้าไปนิดนะ!”
โวร่ากัดฟันตอบ ขณะกลิ้งหลบเส้นลบอีกชุดที่เฉือนผ่านจุดเดิมที่เธอยืนเมื่อวินาทีก่อน
คาเอลหายใจหนักขึ้น เขารู้ว่าพวกเขาไม่มีเวลายื้อแบบนี้นาน ถ้าตัวคุมฝูงเริ่มจับจังหวะพวกเขาได้ และถ้าป้อมของแจ็กซ์พังอีกตัว สายการบุกจะทะลักทันที
หน้าต่างสถานะวาบอีกครั้ง
[แกนกลางใกล้พัง]
[ต้องเพิ่มแรงโจมตี]
[คำแนะนำ: เปิดช่องโหว่ / ประสานการโจมตี]
ประสานการโจมตี
เขาหันไปมองมิเลียทันที
เธอเองก็มองมาอยู่ก่อนแล้ว เหมือนเข้าใจสิ่งเดียวกันโดยไม่ต้องใช้ข้อความระบบช่วย
“ฉันล่อ” เธอพูดสั้น
“ฉันยิง” คาเอลตอบ
“ถ้านายพลาด ฉันตาย”
คาเอลไม่ตอบประโยคปลอบแบบไร้ค่า เขาเพียงพูดจริงที่สุด
“ฉันไม่พลาด”
มิเลียมองหน้าเขาอยู่เสี้ยววินาที แล้วพยักหน้า
จากนั้นเธอก็วิ่ง
ตรงเข้าหาตัวคุมฝูงอย่างคนบ้า
เสียงลูกซองคำรามอีกนัด ะุซัดเข้า่ไหล่ขวาของมันจนแสงในร่างกระเพื่อม มิเลียไม่หยุด เธอวิ่งซิกแซ็กเข้าหาในระยะที่ใกล้เกินกว่าคนมีสติดีจะทำ เธอยิงอีกนัดใส่ส่วนคอแล้วสไลด์ตัวต่ำผ่านซากโต๊ะอ่านหนังสือไปอีกด้าน ตัวคุมฝูงหันตามเธอจริง มันยกมือขึ้นจะลบซ้ำ แต่จังหวะนั้นทำให้รอยแตกที่อกเปิดกว้างขึ้นเพียงเสี้ยววินาที
คาเอลประทับปืนแน่น
ลมหายใจหายไปจากโลก
เหลือเพียงศูนย์เล็ง
[สไนป์]
เขาเหนี่ยวไก
ะุพลังงานพุ่งเป็เส้นขาวตรงทะลุผ่านรอยแตกที่อกของมันเข้าไปถึงแกนกลางในวินาทีเดียว
ตัวคุมฝูงชะงัก
แสงในร่างมันะเิออกจากรอยแผลราวกับเส้นรหัสหลายล้านบรรทัดกำลังแตกพร้อมกัน เสียงกรีดประหลาดดังทะลุทุกประสาทของคนในโถง ฝูงทั้งหมดหยุดพร้อมกันชั่ววินาที ก่อนหลายตัวจะล้มลงราวกับถูกดึงสายเชื่อมออกจากข้างใน
ตัวคุมฝูงถอยหลังหนึ่งก้าว สองก้าว ร่างทั้งร่างพร่าเลือน แตกเป็เส้นดำ แล้วะเิออกเป็ฝุ่นรหัสสีขาวที่กระจายกลางอากาศก่อนหายไปหมดสิ้น
ความเงียบตามมา
ไม่สมบูรณ์ เพราะยังมีเสียงหอบ เสียงน้ำหยด และเสียงมอเตอร์ของฟ้าผ่าที่หมุนหาตัวเป้าใหม่อยู่ แต่พอให้ทุกคนรู้ว่าจังหวะหนึ่งของพายุเพิ่งผ่านไปแล้ว
มิเลียยืนนิ่งอยู่กลางโถง สูดหายใจแรง ลูกซองในมือควันจาง ๆ ยังลอยอยู่ เธอหันกลับมาทางคาเอลช้า ๆ และเป็ครั้งแรกที่เขาเห็นชัดว่าแม้เธอจะนิ่ง เธอก็เหนื่อยไม่ต่างจากทุกคน
โวร่าเป็คนแรกที่พูด
“ถ้านั่นเรียกว่าล่อ ฉันคงไม่อยากรู้ว่าคำว่าเสี่ยงตายของเธอแปลว่าอะไร”
มิเลียยกมุมปากบาง ๆ
“คงใกล้เคียงกัน”
แจ็กซ์ทิ้งตัวนั่งกับพื้นข้างซากเ้าเข็มแล้วหัวเราะออกมาเสียงดังด้วยอาการใกล้สติหลุด
“โอเค…โอเค…ฉันขอยืนยันอีกครั้งว่าผู้หญิงคนนี้เท่ โคตร ๆ เลย”
คราวนี้แม้แต่โวร่าก็ไม่สวน
บัลธาซาร์ปล่อยม่านพลังลงช้า ๆ เหมือนคนแบกของหนักมานานเกินไป เขามองคาเอลกับมิเลียสลับกันแล้วเอ่ย
“ชัยชนะครั้งแรกในคืนที่ยังอีกยาว”
หน้าต่างสถานะของคาเอลขึ้นเองอีกครั้ง
[กำจัดหน่วยควบคุมสำเร็จ]
[อัตราการซิงค์เพิ่มขึ้น: 27%]
[เส้นทางเทอร์แรน เริ่มเสถียร]
[สถานะ: รอดชีวิต (ชั่วคราว)]
เขาอ่านมันแล้วเงียบ
เอาตัวรอดสำเร็จระยะสั้น
แค่ระยะสั้น
ยังไม่มีคำว่าปลอดภัย
เขาเงยหน้ามองมิเลียที่กำลังเดินกลับมาจากกลางโถง เธอหยุดห่างจากเขาไม่กี่ก้าว ดวงตาคมนั้นยังไม่หลบและไม่อ่อนลง
“นายเห็นอะไรบางอย่างก่อนยิง” เธอพูดตรง ๆ
“ฉันดูออก”
คาเอลชะงักไปเพียงเสี้ยวเดียว
“แล้วเธอล่ะ”
“ฉันคิดว่า ถ้าเราตามเกมของมันไม่ทัน เราจะกลายเป็เหยื่อของมัน” เธอตอบ
“แต่สิ่งที่นายเห็น…มันมากกว่านั้น”
คาเอลไม่รู้จะอธิบายหน้าต่างสถานะ ระบบซิงก์ หรือคำสั่งในหัวว่าอย่างไรให้ฟังดูไม่บ้าเกินไปในคืนแบบนี้ ทว่าก่อนเขาจะเลือกคำพูดใดได้ มิเลียก็พูดต่อ
“ไม่เป็ไร ยังไม่ต้องบอกก็ได้” เธอชำเลืองไปทางปืนในมือเขา
“ตอนนี้แค่ฉันรู้ว่านายยิงพวกมันได้ก็พอ”
แล้วเธอก็ยื่นมือออกมา
ไม่ใช่มือแบบอ่อนโยนของคนแปลกหน้าที่อยากทำความรู้จัก แต่เป็มือของคนที่ผ่านสนามเดียวกันมาและกำลังยืนยันข้อตกลงเงียบ ๆ ว่า อย่างน้อยคืนนี้เรายังหันหลังให้กันได้
คาเอลมองมือนั้นอยู่ชั่วครู่ก่อนยื่นมืออีกข้างออกไปจับ
“คาเอล” เขาพูด
“มิเลีย” เธอตอบ ทั้งที่เขารู้ชื่อเธอแล้ว
แจ็กซ์ทำเสียงฮือเบา ๆ จากด้านหลัง
“โอเค ฉันจะไม่พูดอะไร ฉันจะเก็บโมเมนต์นี้ไว้เงียบ ๆ”
โวร่าเหลือบมองเขา
“แต่นายพูดอยู่นะ”
“ใช่ แต่พูดเบา ๆ ไงจ๊ะ”
เป็ครั้งแรกั้แ่โลกเริ่มแตกที่มุมปากของคาเอลขยับขึ้นแทบมองไม่เห็น มันไม่ใช่รอยยิ้มเต็มรูป แต่ก็พอจะเรียกได้ว่าเป็เศษเสี้ยวของบางอย่างที่ยังเป็มนุษย์อยู่
แต่หน้าต่างสถานะตรงมุมสายตาเขาไม่ยอมปล่อย่นั้นไว้นาน
มันกะพริบขึ้นอีกครั้ง คราวนี้สั้นแต่คม
[คลื่นถัดไปจะรุนแรงกว่าเดิม]
[คำแนะนำ: เตรียมฐาน / เสริมอาวุธ / หาทางออก]
คาเอลปล่อยมือมิเลียช้า ๆ แล้วมองไปรอบโถงที่พังยับ ผู้รอดชีวิตที่อ่อนล้า เพื่อนของเขาที่เหนื่อยแทบหมดแรง ป้อมปืนชั่วคราวที่เหลือครึ่งเดียว และท้องฟ้าข้างนอกซึ่งยังเต็มไปด้วยรหัสเรืองแสง
คืนนี้ยังอีกยาว
แต่ตอนนี้ อย่างน้อย พวกเขาไม่ได้อยู่กันลำพังอีกแล้ว