เป็อีกครั้งที่หลิวเข่อซิงกลับมาที่เรือนของหานหรงเหยาแต่ครั้งนี้ นางอยู่ที่นี้ในฐานะสาวใช้ของที่ปรึกษาหาน หญิงสาวนั่งประสานมือบนเก้าอี้กลมแต่ขยับตัวยุกยิก ดวงตาเป็ประกายวาววับจ้องมองอีกฝ่ายพร้อมริมฝีปากคลี่ยิ้มจนเห็นฟันขาวเรียงกันเป็ระเบียบ
“เ้าไม่จำเป็ต้องเป็สาวใช้ของข้า” หานหรงเหยาพยายามอธิบายรอบที่สาม เวลานี้ในเรือนหลังนี้มีเขาและนางอยู่กันตามลำพังปกติเขาไม่ชอบให้ใครมีผู้อื่นมาวุ่นวายอยู่ใกล้ แม้แต่คนรับใช้ก็ตาม
“ไม่ได้ เ้า เอ่อท่านซื้อตัวข้ามาจากหอชมบุหลันแล้ว ข้าก็ต้องเป็สาวใช้ของท่าน”
“ที่นี่ไม่ขาดแคลนทั้งคนและสิ่งของเ้าก็อยู่ที่นี่ให้สบายใจเถิด”
“ไม่ขาดแคลน” นางเอียงคอครุ่นคิดแล้วกลอกตามองรอบตัว“แต่ท่านไม่มีใครเลยนะ”
“เื่นั้น...”คิดจะอธิบายงรอบที่สี่ก็ถอนใจแล้ว “ช่างเถอะ หากเ้าอยากเป็สาวใช้ก็ตามใจเ้า”
“อื้ม!” หลิวเข่อซิงฉีกยิ้มกว้าง “ท่านไม่ควรดื้อดึงั้แ่แรกแล้วแค่เชื่อฟังข้า ข้าบอกว่าข้าเป็สาวใช้ของท่านท่านก็ไม่ต้องมาพูดอะไรวกไปวนมาเช่นนี้แล้ว”
คราวนี้หานหรงเหยาอับจนถ้อยคำ เอาเถิดเขาตัดสินใจรับนางมาแล้ว คงเปลี่ยนแปลงอันใดมิได้อีก ได้แต่ยอมรับอย่างจำนนแต่เหตุใดเขากลับรู้สึกพึงพอใจกับน้ำเสียงเจื้อยแจ้วของนางทั้งที่ที่ผ่านมาเขาชอบความเงียบสงบ
“ท่านไม่ต้องห่วงนะตอนที่ข้าอยู่หุบเขาจื่อเซ่อ ข้าทำเป็หมดทุกอย่าง ไม่ว่าจะซักเสื้อผ้าล้างถ้วยชาม ทำความสะอาดเรือน ชงชา ฝนหมึก ข้าล้วนทำได้ยอดเยี่ยมที่สุด ปีศาจทุกตนในหุบเขาต่างยกย่องข้ามอบหมายงานเหล่านี้ให้ข้าทำแต่เพียงผู้เดียว”
“เ้าชงชาเป็?”
“ใช่ ยากตรงไหน แค่ต้มน้ำให้เดือดใส่ใบชา เท่านี้ก็ได้น้ำชาแล้ว”
‘นั้นเรียกชงชาก็ได้รึ’
เป็อีกครั้งที่หลิวเข่อซิงทำให้หานหรงเหยาอึ้งไปนางพูดด้วยน้ำเสียงโอ้อวดและยืดตัวตรงอย่างภูมิใจ คงเพราะเหตุนี้นางจึงอยากเป็สาวใช้ของเขานัก แต่เขาก็อายุไม่น้อย จู่ๆมีสาวใช้ข้างกายก็รู้แปลกพิกล นางไร้เดียงสาถึงเพียงนี้เกรงว่าเขาคงต้องตามใจนางแล้ว
“ตกลงเ้าเป็สาวใช้ของข้า...”
“ถูกต้อง” นางรีบชิงพูดขึ้น
เขานิ่งไปครู่หนึ่งลอบถอนหายใจอีกหนึ่งเฮือกแล้วเอ่ยต่อ“ช่างเถอะ ข้าอยากรู้ว่าเ้าควบคุมการกลายร่างเป็จิ้งจอกแดงได้หรือไม่ข้าเกรงว่าผู้อื่นรู้เห็นเข้าจะใ”
“แน่นอนข้าไม่โง่ให้มนุษย์จับได้หรอกนะ” นางเบ้ปากใส่เขา“หากข้ามีพลังเต็มเปี่ยมย่อมสามารถควบคุมการกลายร่างของตนได้ และหากข้าได้กินพลังชีวิตจนมีพลังแก่กล้าอย่างบรรดาศิษย์พี่หรือท่านแม่ละก็...ข้าก็จะสามารถเปลี่ยนร่างเป็ผู้ใดก็ย่อมได้”
“แล้วที่ข้าเห็นหูจิ้งจอกโผล่ก็เพราะไม่ได้กินพลังชีวิตหรือพลังิญญาอะไรนั้นหรือ”เขาถามย้ำเพื่อความมั่นใจ
“เ้าเป็ที่ปรึกษาได้อย่างไรกันนี่ท่านฉลาดไม่พอหรือจ้าอธิบายให้ท่านไม่เข้าใจกันแน่” นางส่ายหน้าด้วยและมองเขาว่าช่างโง่เขลานัก“พลังชีวิตก็คือลมหายใจ คือทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็ตัวเ้าแต่พลังิญญาคือดวงจิตของเ้า หากเ้าสูญเสียพลังชีวิตก็คือร่างกายที่ไร้ลมหายใจและหากเ้าไร้ลมหายใจเ้าก็กลายเป็เพียงดวงิญญา ดวงิญญาที่บริสุทธิ์เปี่ยมด้วยพลังิญญาเกิดจากเ้าของดวงจิตนั้นประกอบคุณงามความดีสร้างสมบารมีให้ตนเอง จึงได้ดวงจิตพิสุทธิ์ยามไปถึงปรโลกก็จะถูกเลือกให้ไปอยู่แดน์ไม่ต้องไปลงนรกอย่างไรเล่า”
“ข้าจำได้ว่า ผู้ดูแลหลิวบอกว่าข้ามีิญญาพิสุทธิ์ นั้นหมายความว่าข้าเป็คนดีหรือ?”
“ถูกต้อง” นางพยักหน้ายืนยัน“เหล่าภูตผีปีศาจชอบิญญาพิสุทธิ์ หากได้กลืนกินจะเพิ่มพลังให้แก่ตนเอง”
“เช่นนั้นเป็คนดีย่อมไม่ปลอดภัยสินะ” เขายิ้มขำ คนอย่างเขานะหรือ?ที่เรียกว่า “คนดี”หากเรียกว่า “เ้าเล่ห์เพทุบาย” น่าจะได้อยู่
“ไม่ๆ” นางส่ายหน้าไปมา “เพราะเป็คนดี์จึงคุ้มครอง ไม่ให้มารปีศาจตนใดจะแตะต้องได้ง่ายๆ”
“แล้วเ้าเล่า ไม่ใช่ปีศาจหรือไร”
“ข้า... “ นางยิ้มเก้อเขินเล็กน้อยแล้วเอ่ยต่อ “เพราะร่างเดิมข้าคือจิ้งจอกแดง ท่านแม่ข้าเป็จอมปีศาจชุบเลี้ยงข้าด้วยปราณปีศาจ ข้าจึงเป็ปีศาจแต่ข้ายังไม่กล้าแกร่ง ไอปีศาจเบาบาง เ้าเลยไม่รู้ว่าข้าเป็ปีศาจอย่างไรเล่า”
“เช่นนั้นร่างกายนี้เป็สิ่งที่ท่านแม่ของเ้าสร้างขึ้น”
“ถูกต้องข้าถึงเรียกนางว่าท่านแม่อย่างไร” นาวพยักหน้ารับ “ศิษย์พี่ใหญ่เคยบอกว่า จริงๆ พวกเราต้องเรียกท่านแม่ว่าอาจารย์แต่ท่านแม่ไม่ชอบ ท่านแม่แสดงให้เห็นว่ารักทุกตนเท่าเทียมกันจึงให้เรียกนางว่าท่านแม่และปีศาจจิ้งจอกแดงในหุบเขาก็แซ่เดียกันหมดคือแซ่หลิวเท่ากับว่าเราทุกตนเป็ครอบครัวเดียวกัน มีอะไรต้องช่วยเหลือพึ่งพากันและกัน”
เขาอดกวาดตามองนางอีกครั้งไม่ได้ใบหน้าเรียวรูปไข่ จมูกเชิดรั้น ดวงตากลมโตเป็ประกาย ริมฝีปากดุจผลอิงเถา ผิวขาวราวหิมะ เรือนร่างอรชรนางถูกสรรค์สร้างมาอย่างงดงาม ‘ท่านแม่’ ที่นางเรียกขานคงตั้งใจสร้างนางเพื่อยั่วยวนบุรุษเพศทว่ากลับมีนิสัยไร้เดียงดุจเด็กน้อย
และเพราะกวาดตามองทำให้สะดุดกับเสื้อผ้าที่นางสวมมันช่างบางเบาจนแทบปกปิดอะไรไม่ได้ หานหรงเหยากระแอมไอแล้วพูดกับนาง
“หากเ้าเป็สาวใช้ จะแต่งกายเช่นนี้ไม่ได้”
“ไม่ได้รึ?”นางก้มมองตัวแล้วเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาเศร้าหมอง “ศิษย์พี่มอบให้ข้าคิดว่ามันสวยงามมาก เกิดมาข้าไม่เคยมีเสื้อผ้างดงามเช่นนี้มาก่อน เ้าดูสิตรงนี้ปักลายดอกไม้เล็กๆ ด้วยนะ มันช่างน่ารักเหลือเกิน”
นางตัดใจจากเสื้อผ้าชุดงามนี้ไม่ลงจริงๆยังชี้ให้เขาดูที่ลายปักดอกไม้ที่หน้าอกอวบอิ่มของตน แต่เขากลับเบือนหน้าหนีนางจึงลุกขึ้นเดินไปเบื้องหน้า กางแขนแล้วหมุนตัว
“เ้าทำอะไร”เขาดุนางแต่ก็อดยิ้มขำไม่ได้
“ก็...ข้าอยากให้เ้าเห็นว่าชุดนี้มันสวยจริงๆ”
“ข้ารู้ แต่ไม่เหมาะกับสาวใช้”
หลิวเข่อซิงหยุดหมุนตัวแล้วจ้องหน้าเขาดวงตางามกะพริบตาปริบๆ “แต่ข้ามีเสื้อผ้าแค่สามชุด ชุดที่สวมนี้ ชุดที่ท่านแม่ให้มาก่อนออกเดินทางและอีกชุดที่ท่านให้ข้า”
“เช่นนั้นเ้าไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้มัน...เอ่อ...มิดชิดกว่านี้หน่อยเวลาทำงานจะได้สะดวก”
“เข้าใจแล้ว”ชุดงามก็จริงแต่ไม่เหมาะกับงานสาวใช้ นางเคยซักผ้ากองเท่าูเาย่อมๆ มาแล้วชุดงามที่สวมนี้ไม่เหมาะจริงๆ “แต่ข้าเสกใบไม้เป็เงินไม่ได้”
“เอ่อ...ข้ามีเงินให้เ้าซื้อเสื้อผ้าเ้าเลือกมาหลายๆ ชุดหน่อย และเนื้อผ้าหนากว่านี้”
“แต่ข้าไม่เคยซื้อเสื้อผ้าเองเลย”
“ได้ พรุ่งนี้ข้าไปเป็เพื่อนเ้าหากมีของใช้อะไรที่เ้า้าก็ซื้อมาพร้อมกัน”
“อื้ม ตกลงตามนี้ แล้วข้านอนที่ไหน” นางมองไปด้านใน
“ข้าเกรงว่าเ้าจะกลายร่างให้ผู้อื่นเห็นเอาอย่างนี้ เ้านอนเตียงใหญ่ของข้า ข้าจะไปนอนตั่งเอง”
หลิวเข่อซิงหันมามองเขาั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าแม้เขานั่งอยู่ก็เห็นได้ชัดว่ารูปร่างสูงใหญ่ “ท่านตัวโตขนาดนี้ไปนอนที่ตั่งก็ปวดเมื่อยแย่ แต่เตียงท่านก็ใหญ่นอนสองคนไม่เบียดกันเท่าไหร่หรอก”
“แค่กๆ”
“เป็อะไรไป” นางเห็นเขาไอหนักจึงเข้าไปลูบหลังให้ “อาการกำเริบรึท่านไม่ได้กินยาหรอกหรือ?”
“กะ...กิน...กินแล้ว” เขาโบกมือไปมาให้นางรู้ว่าเขาไม่เป็อะไรแล้ว
“กินแล้วยังสภาพเช่นนี้สู้ไม่กินจะดีกว่า” นางเบ้ปากใส่เขา “ยานั้นขมจะตาย ตัวเ้าก็มีแต่กลิ่นยายามข้ากลืนพลังชีวิตเ้าก็ได้กลิ่นยามาด้วย”
“นั้นสินะกินมาเป็สิบปีไม่เห็นดีขึ้น ไม่กินน่าจะดีกว่า”เขาคิดตามที่นางพูดก็คล้อยตามไปด้วยท่านพ่อท่านแม่เสียเงินทองไปมหาศาลแต่ไม่อาจทำให้หัวใจของเขาดีขึ้นมาได้ในเมื่อหนีความตายไม่พ้นก็ไม่รู้จะทรมานตัวเองไปเพื่อสิ่งใดอีก
“เชื่อฟังข้าแบบนี้ดียิ่ง” หลิวเข่อซิงยิ้มกว้างแล้วยื่นมือมาทาบที่หน้าอกซ้ายตรงตำแหน่งหัวใจของเขา“หัวใจเ้าเต้นแ่ช้ามาก แบบนี้อยู่ได้ไม่นานจริงๆ อย่างไรก็ถนอมตัวเองด้วย ข้าไม่อยากให้เ้าตายเร็วนักข้ามีความคิดว่าจะค่อยๆ กลืนกินพลังชีวิตของเ้าระหว่างนี้จะได้รู้จักมนุษย์อย่างพวกเ้าไปด้วย”
คุยกันมาตั้งนานเพิ่งเห็นว่านางมีความคิดอยู่เหมือนกัน หานหรงเหยาพยักหน้าเข้าใจแต่ยังยืนยันให้นางนอนที่เตียงและเขาไปนอนที่ตั่งแม้เตียงจะกว้าง แต่ให้นอนกันสองคนนั้น เห็นที่ว่า...เขาทำไม่ได้แน่นอน
“ถ้าไม่นอนด้วยกันข้าไปนอนตั่งแล้วเ้าเอ๊ยท่านไปนอนเตียง” นางพูดเหมือนตัดรำคาญ อยู่ในหุบเขาจื่อเซ่อนางถูกผู้อื่นชี้นิ้วสั่งอยู่กับบุรุษผู้นี้ เขากลับเชื่อฟังนาง ช่างเป็ความรู้สึกที่ดีอะไรเช่นนี้นะ!
หานหรงเหยาไม่รู้ความคิดของหญิงสาวเอ่อ...ปีศาจจิ้งจอกแดง ขอแค่ไม่ต้องนอนร่วมเตียงกับนาง เขายอมรับทุกข้อเสนอ
“ตกลงตามนี้ประเดี๋ยวข้าจะให้คนยกเครื่องนอนมาให้ และสำรับอาหาร เ้ากินข้าพร้อมข้าก็แล้วกัน”
“ได้”
“แล้วเวลาที่เ้า้ากินพลังชีวิตของข้าต้องไม่มีผู้อื่นเห็น”
“ได้” นางพยักหน้ารับ
หานหรงเหยาถอนหายใจนับครั้งไม่ถ้วนในที่สุดก็ตกลงกับนางได้สำเร็จเสียทีเขาลุกขึ้นจากเก้าอี้หมายจะเดินไปสั่งการให้บ่าวไพร่ของจวนแม่ทัพจัดการยกเครื่องนอนมา แต่มือเรียวเล็กคว้าแขนเขาไว้ก่อน
“ข้าไม่ได้ไปไหนไกลแค่จะไปสั่งบ่าวคนอื่นเตรียมที่นอนให้เ้า”
“เื่นั้นข้ารู้ข้าจะไปเอาเองได้อย่างไร ข้าไม่รู้ที่เก็บเสียหน่อย”นางทำหน้าเหมือนตนเองฉลาดเหลือเกิน “ข้าแค่จะบอกว่า ครั้งหน้าถ้าข้ากินพลังชีวิตห้ามสอดลิ้นเข้ามาในปากของข้า”
“เื่นั้น...”
เขาทำเื่น่าอายอย่างนั้นด้วยหรือ? เป็ไปไม่ได้น่า
“ความผิดครั้งแรกข้าอภัยให้ได้ครั้งหน้าอย่าทำอีก”
นางอายุหนึ่งร้อยสิบหกปี นับว่าอายุมากกว่าเขา เื่แค่นี้ต้องทำใจกว้างแต่นางไม่กล้าบอกความจริงว่า ยามลิ้นของเขาแตะลิ้นของนางมันนำพาความรู้สึกแปลกประหลาดที่นางไม่เคยรู้จัก นางไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองรู้สึกมันคืออะไรรู้เพียงแค่นาง้าอย่างไม่มีที่สิ่งสุด
แต่้าสิ่งใดนั้นคืออะไร นางก็ไม่อาจเข้าใจตนเองได้.