หลังจากพบอ้ายสุ่ยที่แอ่งนํ้าสวี่หยุนและลู่เหมยก็แวะไปที่ลำธารเพื่อล้างเนื้อล้างตัวหลังล้างตัวเสร็จทั้งคู่ก็เดินจับมือกันมาถึงกระท่อมไม้ลู่เหมยก็ถอนหายใจและรีบตรงดิ่งไปที่เตียงทันที
"ฮ้าา วันนี้เหนื่อยจัง" ลู่เหมยกล่าวออกมาหลังจากวางอ้ายสุ่ยไว้ที่โต๊ะและเดินไปนอนบนเตียง
"นี่ยังพึ่งเย็นอีกนะลู่เหมยจะนอนแล้วหรอ" สวี่หยุนเดินเปิดประตูเข้ามาพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"หืมม ข้าแค่เหนื่อยขอพักนิดหน่อยน่า" ลู่เหมยพึมพำออกมาพร้อมกับฟุบหลับไป สวี่หยุนเห็นดังนั้นก็หัวเราะออกมาเล็กน้อยและเดินไปทางอ้ายสุ่ยที่ยื่นหัวออกมามองเขาด้วยสายตาแปลกๆ สวี่หยุนเห็นสายตาก็อ้ายสุ่ยก็รู้สึกแปลกๆพอลองสังเกตดีๆเด็กหนุ่มก็รู้ว่ามันกำลังมองเข้าไปทางกระเป๋าเสื้อที่มีลูกท้อสีฟ้าอยู่
สวี่หยุนเห็นสายตาของอ้ายสุ่ยก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมกับหยิบลูกท้อสีฟ้าออกมาวางไว้ข้างๆอ้ายสุ่ย ลูกท้อมีขนาดไม่ใหญ่มากนักแต่ถ้าเทียบกับอ้ายสุ่ยที่ตัวแค่ครึ่งเดียวของมือลู่เหมยก็ดูเหมือนจะกินได้อีกหลายวันเลยทีเดียว
อ้ายสุ่ยเห็นลูกท้อสีฟ้าวางอยู่ก็ตาเป็ประกายทันทีพร้อมกับเดินต้วมเตี้ยมไปทางลูกท้อหลังจากเดินมาจนถึงก็กัดลูกท้อสีฟ้าไปคำเล็กๆ ตาก็ยิ่งเป็ประกายมากกว่าเดิมและเริ่มกัดไปเรื่อยๆ
"อร่อยล่ะสิ" สวี่หยุนเห็นดังนั้นก็ยิ้มออกมาเหมือนเขาเห็นตัวเองที่กินลูกท้อสีฟ้าครั้งแรกสวี่หยุนยื่มนิ้วออกไปลูบหัวอ้ายสุ่ยเล็กน้อยหลังจากอ้ายสุ่ยกินไปสักพักมันก็หันหน้ามาผงกหัวให้สวี่หยุนพร้อมท่าทางหาวเล็กน้อยก่อนจะหดทุกส่วนของร่างกายไปในกระดอง
หลังจากนั้นสวี่หยุนก็เดินไปเก็บเสื้อผ้าและผ้าต่างๆมาไว้ในกระท่อม สวี่หยุนใช้ผ้าเล็กน้อยทำเป็หมอนให้ลู่เหมย ใช้เศษผ้าอีกนิดหน่อยมาทำเป็ที่นอนให้อ้ายสุ่ยและใช้ผ้าที่เหลือไปปูรองเตียงไม้เเข็งๆให้หนุ่มขึ้นมาบ้าง
หลังจากพับเสื้อผ้าวางไว้เป็โต๊ะได้หมดสวี่หยุนก็ตรงสอบหนังสือประวัติศาสตร์ต่างๆ แต่น่าเสียดายเขาไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่สถานที่ที่เรียกว่าอะไรเทียบกับกองหนังสือประวัตศาสตร์สถานที่เขาก็ได้แต่ถอนหายใจเงียบๆ เขาเริ่มมองไปยังหนังสือสมุนไพรเบื้องต้นเล่มหนาเตอะก็พบว่าเขาไม่รู้จักเลยสักชนิดและไม่มีสมุนไพรสักชนิดที่เขาเห็นที่รอบๆแอ่งนํ้าและลูกท้อสีฟ้า
สวี่หยุนเลิกสนใจหนังสือสมุนไพรเบื้องต้นและหาหนังสือเล่มที่น่าสนใจกว่าเขาก็สะดุดตากับหนังสือเล่มหนึ่งที่แสดงถึงลักษณะของอาวุธต่างๆออกมามีมากกว่า 20 ชนิดในหนังสือเล่มนั้นแต่คำโปรยในหนังสือหน้าแรกกล่าวไว้ว่า 'อาวุธมีชนิดมากมายนับไม่ถ้วนไม่ว่าจะเป็กิ่งไม้ก็เป็อาวุธได้ในสถานการณ์ที่จำเป็'
ดวงตาของสวี่หยุนสาดประกายพร้อมศึกษาหนังสือเล่มนั้นไปจนดวงจันทร์เริ่มเคลื่อนตัวมาพร้อมกับดวงดาวจำนวนมากในห้องที่มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังศึกษาหนังสืออยู่พร้อมกับตะเกียงสลัวๆดวงหนึ่งที่เหมือนไม่มีวันดับไป
หลังจากนั้นสักพักสวี่หยุนก็หาวออกมาทำให้เขาสึกง่วงเล็กน้อยจึงปิดหนังสือและเดินไปนอนขอบๆเตียงทันทีที่เขานอนลง หลังจากนอนลงสวี่หยุนก็มองไปทางลู่เหมยเขาก็เห็นเด็กสาวตัวสั่นเล็กน้อยเมื่อเขาไปแตะตัวลู่เหมยก็พบว่าผิวของนางค่อนข้างเย็น
ทันทีที่สวี่หยุนแตะตัวลู่เหมย ลู่เหมยก็รีบเข้ามากอดสวี่หยุนพร้อมซุกหัวไปที่อกเขาในทันที สวี่หยุนเหมือนลืมความเขินอายไปเพราะเขาพบว่าตัวของลู่เหมยค่อนข้างเย็นทำให้เขารู้สึกผิดขึ้นมาทันทีที่ไม่สังเกตั้แ่แรก สวี่หยุนกระชับตัวของลู่เหมยและนอนกอดนางไปพลางทบทวนสิ่งที่เขาอ่านในหนังสือ
'ข้าควรฝึกใช้อาวุธไว้บ้างถ้าเกิดสัตว์อสูรที่เจอในป่าลึกลับนั่นมาจะได้พอปกป้องลู่เหมยได้บ้าง' สวี่หยุนเริ่มคิดทบทวนหาอาสุธที่เหมาะสมที่เขาจะลองฝึกดูแต่คิดกี่รอบก็ยังไม่สามารถตอบได้ว่าอาวุธใดเหมาะกับเขา แต่ล่ะอาวุธต่างก็มีข้อดีข้อเสียของตนเอง
'ไว้ลองสร้างอาวุธจากไม้มาลองใช้ดูล่ะกัน ข้าเห็นหนังสือเกี่ยวกับงานช่างอยู่บ้าง' หลังจากที่สวี่หยุนคิดไปสักพักเขาก็รู้สึกได้ถึงความเย็นที่ลดลงจากตัวของลู่เหมยทำให้เขารู้สึกยินดีขึ้นในทันทีพร้อมกับหลับตาลงนอน
ยามเช้ามาถึง แสงแดดส่องออกมาทางหน้าต่างสวี่หยุนลืมตาขึ้นมาทั้งที่ยังงัวเงียอยู่หลังจากปรับสายตาให้คงที่เขาก็มองลงมายังลู่เหมยก็พบว่าลู่เหมยกำลังจ้องมองมาทางเขาจากอ้อมอกของเขา ทั้งสองมองตากันและกันสักพักสวี่หยุนก็เริ่มหน้าแดงขึ้นมา
"เอ่อ..คือว่า..เมื่อคืนค่อนข้างหนาว..." สวี่หยุนพูดความจริงออกมาอย่างยากลำบากทำให้เขาหน้าแดงขึ้นไปอีก
"อืม..ฮิฮิ ขอบคุณนะ.." ลู่เหมยหน้าแดงเล็กน้อยและซุกหน้าไปยังอกของสวี่หยุน
ใช้เวลาสักพักให้ทั้งคู่กลับคืนมาจากความเขินอายสวี่หยุนและลู่เหมยก็ลุกขึ้นจากเตียง ลู่เหมยมองไปทางอ้ายสุ่ยก็พบว่ามันยังคงหดหัวอยู่ในกระดองลู่เหมยก็เดาได้ว่าอ้ายสุ่ยน่าจะกำลังหลับอยู่ สวี่หยุนมองไปทางอ้ายสุ่ยก็แปลกใจเล็กน้อยเพราะลูกท้อสีฟ้าครึ่งลูกที่เคยวางข้างอ้ายสุ่ยอยู่ได้หายไปแล้ว
"อ่อ ลู่เหมยเสื้อผ้าแห้งแล้วนะถึงส่วนมากจะเป็เสื้อผ้าผู้ชายก็เถอะแต่ก็มีเสื้อผู้หญิงอยู่บ้างนะ" สวี่หยุนกล่าวออกมา
"อื้ม.." ลู่เหมยเดินไปที่โต๊ะพร้อมเลือกเสื้อผ้าจึงหนึ่งใน 20 กว่าตัวของเสื้อผ้าทั้งหมด
"อืม..ท่านว่าข้าเหมาะกับสีไหนมากกว่ากันหรอ?" ลู่เหมยกล่าวพร้อมหยิบชุดขึ้นมาสองตัว ตัวแรกมีสีชมพูอ่อนๆราวกับดอกเหมยปักรูปดอกไม้สีขาวหนึ่งตัวและอีกตัวสีเขียวราบเรียบไม่มีลายแต่ดูอ่อนโยนและเรียบง่ายหนึ่งตัว
"อะ..เอ่อ ข้าว่าลู่เหมยเหมาะกับสีอ่อนๆดีนะ" สวี่หยุนกล่าวพร้อมชี้ไปทางชุดสีชมพู
"อื้ม! อื้ม! ข้าก็ชอบชุดนีี้เหมือนกัน!!" ลู่เหมยกล่าวพร้อมรอยยิ้มกว้าง
"อะ..เอ่อ..ท่านช่วยหันไปก่อนได้ไหม..ห้ามหันมามองจนกว่าข้าจะบอกด้วย!" ลู่เหมยหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยและหลบสายตาจากสวี่หยุน
"อะ..อืม ข้าสัญญา" สวี่หยุนหน้าแดงขึ้นเล็กน้อยและรีบหันกลับหลังทันที
ลู่เหมยมองแผ่นหลังของสวี่หยุนด้วยความพึงพอใจพร้อมรอยยิ้มกว้างแล้วจึงเริ่มเปลี่ยนเสื้อผ้า
"ท่านหันมาได้แล้ว!" ลู่เหมยกล่าวขึ้น
หลังจากสวี่หยุนหันมาก็ตกตะลึงในความงดงามของลู่เหมยในทันที ริมฝีปากสีชมพู ั์ตาใสกระจ่าง ผิวขาวราวหิมะ ผมสีดำเงางาม รูปร่างสมควร หน้าอกที่พึ่งนูนออกมาเล็กน้อยของเด็กสาว 13-14 ปี เข้ากับชุดสีชมพูอ่อนลายดอกไม้ได้อย่างลงตัว
"ข้าดูเป็อย่างไรบ้าง.." ลู่เหมยกล่าวพร้อมหน้าแดงขึ้นเล้กน้อยหลังจากเห็นสีหน้าของสวี่หยุน
"งดงามมาก..." สวี่หยุนยังคงตะลึงค้างกับภาพที่เห็น ลู่เหมยหน้าแดงขึ้นอีกหลังจากได้ยินคำกล่าวของสวี่หยุน ผ่านไปสักพักสวี่หยุนเริ่มได้สติกับมาก็เริ่มละอายกับตนเองในทันทีจึงรีบกล่าวขึ้นมาว่า
"อะ..เอ่อ..อะแฮ่มๆ" สวี่หยุนกระแอมไออกมาเล็กน้อยแก้เขินแต่ก็ทำให้ลู่เหมยหัวเราะออกมาในทันที
"ไว้ข้าจะเอาเสื้อผ้าของลู่เหมยตัวเก่าไปซักตากให้" สวี่หยุนกล่าวออกมาพร้อมเดินไปหยิบเสื้อผ้าของลู่เหมยที่ยังอุ่นอยู่ขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ
"อืม..ท่านช่วยดูแลมันดีๆด้วยนะ ท่านแม่เย็บชุดนั้นด้วยตัวเองให้กับข้า" ลู่เหมยกล่าวพร้อมรอยยิ้มสดใส
"อ่า.." สวี่หยุนผงกหัวรับ
"อ่อ..จริงสิ! เราไปเก็บผลไม้สีฟ้านั่นกันเถอะ อ้ายสุ่ยเหมือนจะชอบมันมากเลยน่ะ" สวี่หยุนกล่าวขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มที่ยังคงเขินอายเล็กน้อย เมื่อมองไปทางลู่เหมย
"อ้ายสุ่ยชอบหรอ? เราไปเก็บมาเยอะๆกันเถอะ!!" ลู่เหมยกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มสดใส
"อืม..วันนี้ลู่เหมยอยากกินอะไรหรอ? หรืออยากกินผลไม้นั่นเหมือนเดิม" สวี่หยุนกล่าวถามออกมา
"ม่ายเอา วันนี้ข้าอยากกินปลาฝีมือท่านอีก!!" สวี่หยุนหัวเราะเล็กน้อยพร้อมเดินไปหยิบตะเกียงแสงสลัวๆติดตัวไปด้วย
"งั้นเราไปกันเถอะ" สวี่หยุนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม หลังจากนั้นสวี่หยุนกับลู่เหมยจึงเดินจับมือกันไปเก็บผลไม้ ลู่เหมยเก็บมาแค่ 3 ผลเพราะไม่มีของใส่ผลไม้ทำให้เอามาได้น้อย พร้อมกับคำกล่าวของสวี่หยุนที่กลัวว่าผลไม้จะเน่าถ้ากินไม่ทัน
ทั้งสองเดินกลับไปยังลำธารหลังจากดื่มนํ้า ล้างตัวเสร็จแล้วสวี่หยุนจึงเดินไปหยิบหอกที่เขาเคยใช้ไปจับปลามาสองตัวและใช้ไฟจากตะเกียงและเริ่มมาก่อไฟย่างปลา เมื่อปลาสุกสวี่หยุนก็ยื่นให้ลู่เหมยหนึ่งไม้ ลู่เหมยกินอย่างเอร็ดอร่อยแต่ไม่ได้รีบร้อนมูมมามเหมือนครั้งแรกที่เคยกิน
"นี่..ถ้าเราต้องอยู่ที่นี่ตลอดไป..ทำให้ข้าทำตามสัญญาที่จะช่วยพ่อกับแม่ของลู่เหมยไม่ได้ ลู่เหมยจะโกรธข้าไหม.." สวี่หยุนกล่าวออกมาพร้อมไปยังลู่เหมยด้วยสีหน้าซับซ้อน
"ข้าโกรธท่านหรอก..แต่ถ้าทำตามสัญญานั้นไม่ได้...ท่านช่วยอยู่เป็เพื่อนข้าตลอดไป..ได้ไหม?" ลู่เหมยกล่าวออกมาเสียงเบาพร้อมจ้องมองกลับไปยังดวงตาของสวี่หยุน สวี่หยุนยิ้มขึ้นมาทันทีพร้อมกล่าวตอบไปอย่างใจเย็น
"ถ้าลู่เหมยไม่โกรธข้า ถึงลู่เหมยไม่พูดออกมาข้าก็จะอยู่กับลู่เหมยตลอดไปแน่นอน!!" สวี่หยุนพูดออกมาจากหัวใจจริง ตัวเขาที่ไม่รู้จักใครเลยแถมยังจดจำอดีตไม่ได้ตอนนี้มีเด็กสาวแสนสวยอยู่ข้างกายเป็เพื่อนที่ห่วงใยเขา ทำให้เขาเกิดความรู้สึกอันซับซ้อนออกมาราวกับเขาไม่มีทางขาดลู่เหมยไปได้ตลอดชีวิต...
ลู่เหมยได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างออกมาในทันที ั้แ่ได้เจอกับสวี่หยุนนางรู้สึกประทับใจเขามากขึ้นเรื่อยๆจนตอนนี้เป็ความรู้สึกอันซับซ้อนคล้ายกับเด็กหนุ่มเป็ครอบครัวแต่ก็ไม่ใช่ครอบครัวซะทีเดียว...
"อืม..ข้าก็อยากอยู่กับท่านตลอดไปเหมือนกัน.." ลู่เหมยกล่าวออกมาใบหน้าของเด็กสาวก็แดงขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อสวี่หยุนได้ยินดังนั้นก็หน้างแดงขึ้นมาทันทีเหมือนกัน..ผ่านไปสักพักสวี่หยุนก็สงบใจลงพูดทำลายความเงียบ
"อะ..เอ่อ เรากลับไปกระท่อมกันเลยไหม? ข้าอยากลองทำอะไรสักหน่อย" สวี่หยุนกล่าวถามออกมา
"อะ..อืม ข้าก็อยากไปดูอ้ายสุ่ยกับอ่านหนังสือบ้างเหมือนกัน" ลู่เหมยกล่าวออกมาทั้งที่ยังเขินอยู่เล็กน้อย
หลังจากทั้งคู่เดินจับมือกันมาถึงกระท่อม สวี่หยุนก็นําเสื้อผ้าของลู่เหมยไปซักตากส่วนลู่เหมยก็นำผลไม้ไปให้อ้ายสุ่ยและเริ่มอ่านหนังสือเกี่ยวกับเื่ทั่วไปกับกวีต่างๆบ้างเป็บางครั้ง
หลังจากเสร็จภารกิจทั้งหมดสวี่หยุนก็เดินไปทางหลังกระท่อมทันที...
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------