จู่ๆ ร่างสูงใหญ่กำยำของคีทก็ทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าผมที่กำลังนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางห้องนั่งเล่น การเคลื่อนไหวของมันช่างแ่เบาทว่าแฝงไปด้วยความรู้สึกมั่นคงราวกับหินผาที่ไม่มีวันสั่นคลอน แผ่นหลังกว้างเหยียดตรงอย่างสง่างามในท่าคุกเข่าข้างหนึ่ง
ขณะที่ดวงตาคมกริบสีน้ำตาลเข้มอมเทาตามสายเืลูกครึ่งไทย-เยอรมันจดจ้องตรงเข้ามาในดวงตาของผมอย่างเงียบงันและมั่นคง มันไม่ได้เอ่ยคำพูดใดๆ ออกมาในทันที ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่บีบเค้นหัวใจของผมให้เต้นผิดจังหวะ
มีเพียงฝ่ามือหนาอุ่นที่ค่อยๆ ยื่นกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มขลับทรงเหลี่ยมมนออกมาตรงหน้าผม ผิวััของกำมะหยี่ชั้นดีสะท้อนแสงไฟสลัวดูนุ่มนวลชวนฝัน คีทใช้ปลายนิ้วยาวเรียวเปิดฝากล่องออกช้าๆ อย่างประณีต เผยให้เห็นแหวนหมั้นสีเงินประกายเรียบหรูที่นอนนิ่งอยู่บนเบาะรองสีดำสนิทภายใน แหวนวงนั้นประดับด้วยเพชรน้ำงามดีไซน์โมเดิร์นคลาสสิกที่แฝงความหรูหราอย่างมีระดับ ตัวเรือนขัดเงาวับจนสะท้อนแสงไฟโทนอุ่นภายในห้องส่งประกายระยิบระยับชวนให้สายตาของผมพร่าเลือนไปชั่วขณะ
ผมเบิกตากว้างด้วยความสับสนมึนงงอย่างที่สุด สมองขาวโพลนราวกับถูกกระชากความรู้สึกนึกคิดออกไปจนหมดสิ้น หัวใจในอกซ้ายพลันสั่นสะท้านระรัวราวกระหน่ำกลองศึก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อภาพตรงหน้าเป็สิ่งที่ไม่เคยคิดฝันมาก่อนในชีวิต ความรู้สึกวาบหวามใจเต้นสั่นระรัวปะปนไปกับความรู้สึกสับสนมึนงงจนแทบควบคุมร่างกายให้เป็ปกติไม่ได้ มือไม้ของผมเริ่มเย็นเฉียบในขณะที่ใบหน้าร้อนผ่าว
บรรยากาศรอบตัวตกอยู่ในความเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่พัดผ่านแ่เบา คอนโดมิเนียมหรูหราขนาดใหญ่ย่านใจกลางเมืองใกล้มหาวิทยาลัยที่พวกเราสองคนแชร์อยู่ด้วยกันตอนนี้เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ร่องรอยของความรกรุงรังตามประสาเด็กหนุ่มวัยรุ่นที่เพิ่งเข้าเรียนปีหนึ่งหายวับไปกับตา ราวกับมีคนมาเนรมิตใหม่ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ข้าวของเครื่องใช้ที่เคยกระจัดกระจายไม่เป็ระเบียบถูกจัดวางเข้าที่เข้าทางอย่างประณีตเรียบร้อย
โซฟาผ้าเนื้อนุ่มสีเทาอ่อนที่ผมกำลังนั่งอยู่ถูกจัดแจงให้สะอาดสะอ้านและเรียบตึง หมอนอิงลายคลาสสิกโทนสีน้ำเงินเทาถูกวางเรียงกันอย่างสวยงาม บนโต๊ะกาแฟกระจกใสเบื้องหน้ามีเทียนหอมกลิ่นวานิลลาขวดหรูถูกจุดทิ้งไว้ เปลวไฟสีส้มเหลืองดวงเล็กขยับไหวไปตามแรงลมแ่เบา ส่งกลิ่นหอมหวานละมุนเข้มข้นผสมผสานกับน้ำมันหอมระเหยกลิ่นแซนดัลวูดบางเบา อบอวลไปทั่วทั้งห้องนั่งเล่น
กลิ่นหอมหวานปนความอบอุ่นนั้นทำให้รู้สึกผ่อนคลายและโรแมนติกอย่างประหลาด ราวกับห้องนี้ไม่ใช่ห้องพักแชร์ของเพื่อนสนิทชายหนุ่มสองคนอีกต่อไปแล้ว ทว่ามันกำลังแปรสภาพกลายเป็ 'รังรัก' หรือบ้านแสนสุขสำหรับคู่รักหนุ่มสาวที่กำลังจะเริ่มต้นชีวิตคู่ร่วมกัน
ผมพยายามสูดกลิ่นวานิลลาที่อบอวลอยู่รอบตัวเข้าปอดลึกๆ เพื่อดึงสติอันกระเจิดกระเจิงให้กลับคืนมา พยายามรวบรวมน้ำเสียงที่แห้งผากอยู่ในลำคอเพื่อเอ่ยถามออกไปด้วยความข้องใจและตื่นตระหนก
"คีท... คีททำอะไรเนี่ย ทำไมจู่ๆ ถึงลงไปคุกเข่าแบบนั้น... แล้วนี่มัน..."
ผมก้มลงมองกล่องแหวนสีน้ำเงินเข้มในมือหนา สลับกับใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติของเพื่อนสนิท คีทยังคงนิ่งเงียบ แววตาคมกริบคู่นั้นทอดมองลึกเข้ามาในดวงตาของผมราวกับ้าจะสะกดจิติญญาของผมให้ยอมสยบจำนนแต่โดยดี มันกุมความเงียบไว้ครู่หนึ่งเพื่อปล่อยให้แรงกดดันและบรรยากาศแสนโรแมนติกทำงานอย่างเต็มที่ ก่อนที่ริมฝีปากหยักลึกจะขยับเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล และหวานซึ้งปานจะละลายใจคนฟัง
"คีทอยากขอหมั้นหมายเมลด้วยตัวของคีทเองก่อนครับ... คีทอยากให้เมลตกลงหมั้นกับคีทจากความรู้สึกของเมลจริงๆ ก่อนที่คุณแม่ของพวกเราจะเดินทางมาถึงที่นี่เพื่อพูดคุยรายละเอียดในวันพรุ่งนี้ เมลจะยอมตกลงสวมแหวนของคีทไหมครับ?"
น้ำเสียงที่แสนละมุนและสายตาที่อ้อนวอนอย่างจริงใจทว่าทรงพลังและมั่นคง บีบคั้นหัวใจของผมให้สั่นไหวอย่างรุนแรงจนแทบจะกลายเป็ขี้ผึ้งลนไฟ ความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาทางคำพูดของมันแทรกซึมเข้าสู่หัวใจของผมทีละน้อย จนความรู้สึกขัดขืนใดๆ ที่เคยหลงเหลืออยู่มลายหายไปสิ้น
---
ผมจมดิ่งลงสู่ห้วงความคิดและความหลังที่ยาวนาน สายตาเหม่อมองไปยังประกายวิบวับของเพชรบนเรือนแหวน ความคิดในใจหมุนวนย้อนกลับไปถึงวันเวลาตลอดสิบเก้าปีที่พวกเราสองคนเติบโตเคียงข้างกันมาั้แ่ยังจำความไม่ได้
พวกเราคือเพื่อนผู้ชายที่สนิทกันที่สุด กอดคอเล่นเกมด้วยกัน ชวนกันไปเที่ยวเตร่ เล่นพิเรนทร์ๆ หรือแกล้งกันแรงๆ ตามประสาเด็กผู้ชายทั่วไปในวัยคะนอง ไม่มีเสี้ยววินาทีใดเลยที่หัวใจอันซื่อบื้อของผมจะคิดเลยเถิดไปถึงเื่ความรักฉันชู้สาว หรือคิดว่าวันหนึ่งเพื่อนสนิทร่างั์ที่ผมเคยกอดคอเย้าแหย่เรียกกันว่ากูมึงจะก้าวข้ามผ่านเส้นกั้นทางเพศสภาพมาขอหมั้นหมายผมในฐานะคนรักแบบนี้
ทว่า... ความจริงที่เพิ่งเกิดขึ้นใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมากลับฉายชัดขึ้นมาในสมอง ร่างกายที่ผิดปกติและแสนประหลาดของผมที่ได้รับเชื้อไวรัสกลายพันธุ์มาจากการได้รับตั๋ว VIP แล้วไปจับมือนางเอก AV คนโปรดในวันนั้น ร่างกายภายนอกที่ยังคงเป็ชายหนุ่มตัวเล็กส่วนสูง 168 เิเ ผิวขาวเนียนละเอียดตามสไตล์ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ
แต่กลับเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในครั้งใหญ่ มีอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิงเพิ่มขึ้นมาบริเวณช่องว่างใต้ลูกอัณฑะ พัฒนาเป็ร่องรักและช่องทางสืบพันธุ์ที่อุ่นร้อนชื้นแฉะและไวต่อทุกการััจนน่าละอาย อาการไข้ขึ้นสูงรุนแรงจากพิษไวรัสที่ทำให้เนื้อตัวร้อนรุ่มทรมานเจียนตายจนแทบสิ้นสติ ความ้าทางเพศที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไร้เหตุผลจนร่างบางนี้สั่นเทา
และทุกครั้งที่ผมตกลงสู่หุบเหวแห่งความทรมานจากพิษไข้กลายพันธุ์นั้น ก็มีเพียงอ้อมกอดหนาอุ่นของคีทที่คอยเข้ามารองรับ คอยประคับประคองและโอบอุ้มร่างของผมไว้ไม่ให้ล้มลง ปลายนิ้วยาวและฝ่ามือใหญ่ของมันที่พร่ำเช็ดตัวดูแลพยาบาล ลูบไล้ผิวกายของผมอย่างอ่อนโยนที่สุด ราวกับเกรงว่าผิวพรรณของผมจะเกิดรอยบอบช้ำ
คีทคอยป้อนน้ำ ป้อนยา และปรนเปรอความวาบหวามเสียวซ่านให้ผมเพื่อระบายความร้อนรุ่มในร่างกายอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ััที่ลึกซึ้ง รสรักแสนเร่าร้อนสะท้านทรวงสลับกับการประคบประหงมดูแลอย่างประณีตแสนอ่อนหวานเ่าั้ ค่อยๆ หลอมละลายความอึดอัด หวาดกลัว และความสับสนทางเพศสภาพในหัวใจของผมไปจนหมดสิ้น จากที่เคยคิดว่าตัวเองเป็ตัวประหลาดน่าเกลียดน่ากลัว คำพูดและการดูแลของคีทกลับทำให้ผมรู้สึกว่าร่างกายนี้เป็สิ่งล้ำค่าและสวยงามที่สุดยามอยู่ใต้การคุ้มครองของมัน
ยามที่ผมนึกย้อนไป ผมกลับััได้ถึงความมั่นคงที่ใจกูโหยหามาตลอด ความอ่อนโยนและการปกป้องดูแลจากคีททำให้ผมรู้ดีแก่ใจในวินาทีนี้ว่า ชีวิตของผมตอนนี้ไม่มีคำว่า 'เพื่อนสนิท' หลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว และที่สำคัญที่สุด... ผมเองก็ไม่ได้้ากลับไปเป็เพื่อนกับมันอีกแล้วด้วย
ผมโหยหาััของมัน โหยหาอ้อมกอดอุ่นกว้างที่ทำหน้าที่เป็ปราการปกป้องผมจากโลกภายนอก ผมรู้สึกปลอดภัยและมีความสุขที่สุดเวลาที่ได้นอนราบอยู่ใต้ร่างใหญ่กำยำของคีท ปล่อยให้มันลูบไล้ััและมอบความรักให้อย่างเอาแต่ใจ หัวใจของผมสยบยอมและจำนนต่อความรักครั้งนี้อย่างราบคาบไร้ข้อกังขาใดๆ อีกต่อไป
เออ... กูยอมแพ้มึงแล้วคีท... กูรักมึงเข้าแล้วจริงๆ... รักจนมองไม่เห็นทางที่จะอยู่โดยไม่มีมึงอีกแล้วว่ะ
ผมสารภาพกับตัวเองในใจด้วยความรู้สึกโล่งอกอย่างประหลาด ยอมรับในโชคชะตาแสนหวาน ยื่นมือเรียวบางที่สั่นเทาน้อยๆ ออกไปวางทับบนฝ่ามือหนาอุ่นของคีทที่ยังคงคอยท่าอยู่อย่างอดทน ก่อนจะสบตาคู่คมกริบนั้นนิ่งและพยักหน้าตอบตกลงด้วยรอยยิ้มบางเบา
"เมลตกลงครับคีท... เมลจะหมั้นกับคีท"
พริบตานั้น แววตาของคีททอประกายวาบด้วยความยินดีลึกซึ้งประหนึ่งผู้ชนะที่รอคอยนาทีนี้มาแสนนาน คีทบรรจงประคองมือนิ้วเรียวของผมขึ้นมาอย่างแ่เบา ค่อยๆ หยิบแหวนเงินเรียบหรูวงนั้นสวมเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายของผมอย่างทะนุถนอมที่สุด
แหวนโลหะเย็นเฉียบค่อยๆ เลื่อนผ่านข้อนิ้วนางข้างซ้ายที่อุ่นร้อนของผมลงไปสู่โคนนิ้วได้อย่างพอดีราวกับถูกสั่งทำมาเพื่อผมโดยเฉพาะ จากนั้นร่างสูงใหญ่ก้มใบหน้าหล่อเหลาลงมา จรดริมฝีปากอุ่นร้อนทาบทับลงบนหลังมือของผมช้าๆ กดจูบเน้นหนักเพื่อแสดงความรักความจริงใจ ััอุ่นชื้นแฝงความหนักแน่นที่หลังมือแผ่ซ่านความอุ่นซ่านขึ้นมาถึงอกจนผมรู้สึกหัวใจพองโตอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
---
แหวนเงินประกายแวววาวที่ประดับอยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายของเมลช่างเป็ภาพที่งดงามและตราตรึงใจที่สุดเท่าที่คีทเคยเห็นมาในชีวิต ความปีติยินดีลึกซึ้งพรั่งพรูทับถมเข้ามาในอกจนรู้สึกราวกับหัวใจของคีทกำลังขยายใหญ่โตและเต้นแรงด้วยความสมหวัง ความพึงพอใจอย่างที่สุดเอ่อล้นออกมาจนแทบไม่สามารถเก็บซ่อนความยินดีไว้ได้
คีทเฝ้ารอมอบสิ่งนี้ให้เมลมาั้แ่จำความได้ คอยเฝ้าถนอม คอยกันท่าไม่ให้ใครหน้าไหนกล้าเข้ามาใกล้หรือคิดจะแย่งชิงเมลไปจากคีท แผนการทุกอย่างที่เฝ้าเพียรจัดวางหมากทีละตัวอย่างใจเย็นและยาวนาน
ั้แ่เื่การจัดฉากส่งตั๋ว VIP งานจับมือนางเอก AV ไปให้เมลเพื่อสร้างโอกาสแพร่เชื้อไวรัสเปลี่ยนเพศใส่เมล
การแอบตกลงกติการ่วมกับครอบครัวคุณแม่ทั้งสองฝ่ายที่ต่างก็เห็นพ้องต้องกันและพร้อมให้การสนับสนุนเพื่อจัดพิธีแต่งงานและหมั้นหมายเพื่อสืบสานความรักของพวกเราสองคน
บัดนี้ทุกหมากรบกำลังส่งผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด เมลยินยอมตกลงสวมแหวนหมั้นของคีท ยอมตกอยู่ในกรงรักที่คีทสร้างขึ้นด้วยความเต็มใจ และประกาศความเป็เ้าของอย่างเป็ทางการที่จะไม่มีวันแยกจากกันได้อีกต่อไป
คีทขยับกายลุกขึ้นจากพื้นห้องนั่งเล่นช้าๆ ก่อนจะก้าวขึ้นมานั่งเคียงข้างเมลบนโซฟาหนานุ่ม แขนแกร่งเลื่อนเข้าโอบรัดเอวคอดบางรั้งตัวร่างเล็กเข้ามาแนบกายทันที เมลไม่ได้ขัดขืนหรือแสดงท่าทีผลักไสเลยแม้แต่น้อย
ร่างบางกลับขยับซุกใบหน้าเนียนละเอียดเข้าหาอกกว้างของคีทอย่างแสนอ้อน ท่าทางว่าง่ายและพึ่งพิงขี้อ้อนของเมลทำให้ใจคีทพองฟู คีทก้มลงกดริมฝีปากจูบซับบนหน้าผากมนของเมลอย่างแสนรักช้าๆ สูดลมหายใจลึกยาวดึงเอาความหอมสะอาดอ่อนๆ จากกลุ่มผมนุ่มและกลิ่นกายเฉพาะตัวของเมลเข้าเต็มปอด กายบางช่างนุ่มนิ่มและอุ่นร้อนน่าฟัดเหลือเกินในความรู้สึกของคีท
"เมลชอบห้องนั่งเล่นที่คีทจัดใหม่ไหมครับ?"
คีทเอ่ยกระซิบข้างขมับบาง น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงความอบอุ่น
"อื้อ... สะอาดสะอ้านขึ้นเยอะเลย แถมกลิ่นเทียนหอมก็หวานมากด้วย" เมลตอบเสียงอู้อี้ ใบหน้าซบอยู่กับอกเสื้อของคีท
"คีทตั้งใจทำความสะอาดและตกแต่งใหม่ทั้งหมดเพื่อเมลเลยนะ รู้ไหมครับ... คีทจุดเทียนหอมกลิ่นวานิลลาที่เมลชอบ เปลี่ยนผ้าคลุมโซฟา จัดวางข้าวของให้เป็ระเบียบ เพราะคีทอยากให้คอนโดของเราสองคนเป็สถานที่ที่อบอุ่นและโรแมนติกที่สุด คีทอยากให้ห้องนี้เป็บ้านที่เมลรู้สึกปลอดภัย เป็ที่หลบภัยจากพายุความสับสนทั้งหลายด้านนอก คีทสัญญาว่าจะดูแลเมลให้ดีที่สุด จะไม่ยอมให้มีอันตรายหรือเื่กังวลใจใดๆ เข้ามาระคายเคืองเมลได้เลย... คีทรักเมลนะครับ"
คำหวานรักที่คีทพร่ำบอกข้างใบหูทำให้ร่างบางขยับตัวซุกเบียดเข้าหาความอบอุ่นของอกแกร่งลึกขึ้นอีก คีทลูบแผ่นหลังบางของเมลช้าๆ ััได้ถึงเนื้อตัวที่ยังมีความเหนื่อยล้าหลงเหลืออยู่บ้างจากพิษไข้ของไวรัสเปลี่ยนเพศ
คีทค่อยๆ ช้อนตัวอุ้มเมลขึ้นแนบอกอย่างแ่เบา สองแขนแกร่งช้อนใต้ข้อพับเข่าและแผ่นหลังบางพยุงร่างเล็กลอยขึ้นสู่อากาศ เมลสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบโอบแขนเรียวรอบลำคอของคีททันที ซบหน้าพิงไหล่กว้างอย่างเหนื่อยอ่อน ยอมรับการประคองอุ้มของคีทแต่โดยดี
"คีท... จะพาเมลไปไหนครับ?"
เมลเอ่ยถามเสียงเบาหวิวขมวดคิ้วเล็กน้อย
"ไปพักผ่อนต่อในห้องนอนใหญ่ไงครับคนดี ตัวเมลยังรุมๆ อยู่เลย เดี๋ยวคีทพาไปนอนกอดอุ่นๆ นะครับ"
คีทกระซิบตอบพลางส่งยิ้มละมุนละไม สายตาจับจ้องใบหน้าหวานแสนรัก ก้าวขาเดินตรงไปยังห้องนอนใหญ่ที่คีทจัดการย้ายเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวเข้ามาจัดวางร่วมกับเมลอย่างเป็ทางการเรียบร้อยแล้ว
ในห้องนอนใหญ่บัดนี้มีเพียงเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่ปูด้วยผ้าเนื้อดีสีเทาเข้มหนานุ่มชวนให้หลับใหลไร้ความกังวล คีทค่อยๆ เย้าหยอกคลอเคลียจมูกโด่งลงบนแก้มเนียนของเมลเบาๆ ระหว่างก้าวเดิน ทำให้เมลหัวเราะคิกคักขัดเขินในอ้อมกอด
---
คีทบรรจงวางร่างของเมลลงบนเตียงกว้างอย่างอ่อนโยนที่สุด ราวกับเมลเป็สิ่งของเปราะบางที่ล้ำค่าเหนือสิ่งอื่นใดในโลก คีทก้าวตามขึ้นไปบนเตียงทันที ดึงร่างบางเข้ามากอดกระชับแน่นในอ้อมแขน ดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมทับหน้าอกของพวกเราทั้งสองคน
เมลพลิกตัวตะแคงเข้าหาคีททันที วางซบศีรษะลงบนต้นแขนแกร่งของคีทต่างหมอนชั่วคราว แพขนตางามหลับพริ้มลงด้วยความเหนื่อยอ่อนและวางใจในความปลอดภัยภายใต้การดูแลของคีทอย่างสิ้นเชิง ลมหายใจของเมลเริ่มสม่ำเสมอเป็จังหวะสม่ำเสมอบ่งบอกว่ากำลังเข้าสู่ห้วงนิทราอันแสนหวานและปลอดโปร่งใจ
บรรยากาศรอบกายตกอยู่ในความเงียบสงัดและสลัวราง มีเพียงแสงสว่างจางๆ จากดวงจันทร์ภายนอกหน้าต่างที่ลอดผ่านม่านบางเข้ามาทาบทับลงบนเตียง คีทยังนอนลืมตาขึ้นในความมืดที่ไร้แสงไฟส่องสว่าง แขนขวาโอบรัดกระชับเอวคอดกิ่วของเมลไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ลูบคลำหลังมือนุ่มที่มีแหวนหมั้นสีเงินสวมอยู่ด้วยความหวงแหนสุดหัวใจ ปลายจมูกคมจรดลงบนขมับบาง ดื่มด่ำกับชัยชนะที่อยู่ตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ เมลไม่เหลือทางให้หนีอีกแล้ว และคีทก็ไม่มีวันยอมปล่อยเมลไปไหนเด็ดขาด
มือซ้ายของคีทค่อยๆ เอื้อมหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมา หน้าจอสมาร์ตโฟนส่องสว่างวาบกระทบเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาคมคายของคีทในความมืด คีทใช้นิ้วปลดล็อกหน้าจอ เปิดเข้าสู่แอปพลิเคชันส่งข้อความสีเขียว ก่อนจะพิมพ์ส่งข้อความสั้นๆ ไปยังกลุ่มแชตที่มีคุณแม่ของคีทและคุณแม่ของเมลอยู่
'เมลตอบตกลงหมั้นกับคีทเรียบร้อยแล้วครับคุณแม่... คุณแม่สัญญากับคีทแล้วนะ พรุ่งนี้เดินทางมาจัดงานหมั้นที่คอนโดของเราสองคนได้เลยครับ'
คีทกดส่งข้อความเสร็จสิ้น แสงหน้าจอดับลงพร้อมกับที่คีทวางเครื่องมือสื่อสารลงที่เดิม ความมืดมิดกลับมาครอบงำห้องนอนอีกครั้ง ทว่าในความเงียบสงัดนั้น...
ริมฝีปากหยักลึกของคีทกลับแสยะยิ้มบางเบาอย่างมีเลศนัยและสมใจในผลลัพธ์ แววตาคมกริบเปล่งประกายร้ายกาจอย่างผู้ชนะที่สามารถควบคุมและต้อนเหยื่อตัวน้อยให้เดินเข้ามาในกรงขังแสนหวานได้ตามแผนการแบบไร้รอยตำหนิ
ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามแผนการที่จัดเตรียมไว้ทีละขั้นตอน เมลจะไม่มีวันหลุดพ้นไปจากกรงเล็บและอ้อมแขนของคีทได้อีกต่อไป และในวันพรุ่งนี้... เมลจะตกเป็ของคีททั้งทางพฤตินัยและนิตินัยอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ตลอดกาล...