TREE WORLD
ปฐีวินาศโลก
By : Jackmysoul
แจ็ก มายโซล : เขียน
บทที่ 16
ไร้รูปไร้นาม
จอสส์สูญพลังไปสิ้นโอกาสในการสวนกลับกลายเป็เปิดช่องโหว่ให้คู่ต่อสู้ถึงขนาดตัดสินความเป็ตายในพริบตา
ไม่ใช่เพราะความล้มเหลวในการใช้ไม้ตายแต่เป็ความล้มเหลวในการควบคุม สายพลังที่ไม่เสถียรกลับได้รับความไว้วางใจให้เป็ไม้ตายสุดท้ายคือความผิดพลาดมหันต์
ไม่มีเวลาให้นึกเสียใจความตื่นตระหนกถูกสยบด้วยฝ่าเท้าเข้าเต็มท้ายทอยนักมวยคิกบ๊อกซิ่งฉวยโอกาสโจมตีใส่จอสส์จากด้านหลัง ซึ่งดูเหมือนนักคาราเต้กับนักมวยปันจักสีลัตเป็แค่ตัวหลอกล่อสอดรับประสานกันอย่างไม่ได้นัดหมาย
เสียงดังโทนต่ำราวกระสอบทรายถูกทุบ ซ้ำแล้วซ้ำเล่านักสู้ทั้งสามรัวหมัดเท้าเข่าศอกประสานกันไม่เป็กระบวนท่าไม่จำเป็ต้องออกอาวุธประจำตัว เพียงเท่านี้นักสู้ข้ามรุ่นผู้ยโสโอหังก็หมดสภาพ ทรุดกายกองลงไปแทบเท้าแล้ว
ซ้ำด้วยสายตาเหยียดหยามจากนักสู้ปันจักสีลัตมันเบ้ปากอย่างหมั่นไส้ แววตาสาดประกายอำมหิตขึ้นวูบ ก่อนจะกระทืบส้นเท้าสุดท้ายใส่หัวกะโหลกเด็กน้อยเพื่อปิดฉากอำลา ส่งฝันร้ายไปหลอกหลอนมันตลอดชีวิต เพราะตำแหน่งตรงขมับบนหัวกะโหลกเป็จุดอันตรายถึงชีวิตถ้าจอสส์ไม่ตายก็ต้องกลายเป็ไอ้เอ๋อปัญญาอ่อนที่สมองพิการไร้ทางรักษา
หนึ่งในบรรดาผู้ชมบนอัฒจันทร์เท็ดดี้ทะลึ่งพรวดจากที่นั่ง มองดูนายน้อยของตัวเองตาไม่กระพริบคราวนี้เขาเองก็ช่วยสอดมือไม่ทัน และสิ่งที่เขาตกตะลึงจนปากอ้าตาค้างไม่ใช่เพราะการเห็นจอสส์โดนรุมซ้อมจนหมดสภาพ แต่เป็เพราะเห็นจอสส์กลับมาเป็ฝ่ายล้มคู่ต่อสู้ทั้งสามในสภาพที่ไม่น่าจะเป็ไปไม่ได้!!!
สถานการณ์พลิกกลับตาลปัตรเพียงแค่ละสายตาจากคู่ต่อสู้ข้อพับด้านในขาซ้ายของนักมวยคิกบ๊อกซิ่งก็ถูกโจมตีด้วยวายุสลาตันที่แฝงด้วยลมปราณ
เพราะการที่จอสส์ไม่ประสีประสาในการควบคุมลมปราณกลับส่งผลดีใน่คับขัน สัญชาตญาณเข้าควบคุมแทนที่จิตสำนึกจนลมปราณเป็อิสระต่อคำสั่งที่แค่ให้รวมศูนย์แช่ทิ้งไว้ที่สองฝ่ามือแต่มันกลับเคลื่อนย้ายตัวเองพุ่งไปรับแรงปะทะก่อนที่เ้าโง่ที่เป็เ้าของสายพลังจะได้ทันรู้ตัว
เพียงฉับพลันหัวข้อเข่าหลุดออกจากเบ้าเ้าของร่างที่เป็นักมวยคิกบ๊อกซิ่งลอยละลิ่วปลิวข้ามเชือกเส้นบนสุดก่อนลงไปอัดกระแทกกับพื้นนอกเวทีโดยไม่ทันตั้งตัวทั้งนี้เพราะโดนโจมตีจุดอ่อนอย่างกะทันหัน ทำให้เสียหลักพลาดพลั้งถึงกับตกเวทีเขาสำรวจตัวเองภายหลังแม้ไม่าเ็ขั้นพิการแต่ก็ไม่สามารถใช้ขาซ้ายออกอาวุธได้อีกในเร็ววันนี้
ขณะที่จอสส์ฟาดวายุสลาตันโจมตีจุดอ่อนใส่นักมวยคิกบ๊อกซิ่งพร้อมกับเอี้ยวตัวหลบพ้นส้นเท้าอำมหิตของนักสู้ปันจักสีลัตอาศัยแรงเหวี่ยงจากการหมุนตัวส่งฝ่ามือที่เร็วกว่าความคิดแทงสวนเข้าลิ้นปี่นักคาราเต้จนลอยไปกระแทกเสาเวทีต้นที่หักคาจู่ๆใบหน้าของนักสู้ปันจักสีลัตบิดเบี้ยวไปครึ่งหน้าจนลูกตาเหลือกถลนกลับด้านและหมดสติในสภาพล้มทั้งยืนกลางอากาศโดยที่เ้าตัวไม่ทันได้รู้สาเหตุว่าโดนอะไรเข้าไป
กว่าที่ทุกคนจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นร่างของนักสู้ทั้งสามก็พ่ายแพ้หมดสิ้นสภาพลงไปในชั่วพริบตาแม้แต่ตัวจอสส์เองก็ไม่อยากจะเชื่อว่านี่เป็ฝีมือตนเอง
“ไร้รูปไร้นาม”
เสียงอุทานบางเบาจากปากคำของเ้าสำนักบูเทนโดชิที่นั่งจับตาดูอย่างสงบนิ่งบนอัฒจันทร์พร้อมๆกับเสียงอุทานในใจของศิษย์ร่วมสำนักสองคนบนเวทีเดียวกันกับจอสส์ด้วยถ้อยคำที่ไม่ต่างกัน
สายตาของเ้าสำนักบูเทนโดชิบวกกับศิษย์อีกสองคนคือนักสู้ยูยิตสูกับนักมวยหย่งชุนจับจ้องมาที่จอสส์เป็จุดศูนย์กลางเดียวกัน
เวลาเหมือนหยุดนิ่งชั่วขณะนักสู้ที่เหลือบนเวทีต่างคนต่างขบคิดทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาทีว่าเกิดอะไรขึ้นพยายามลำดับเหตุการณ์พร้อมหาเหตุผลที่เป็ไปได้มารองรับ
ในสายตาของนักยูโดกับนักมวยคูราชในหัวมันมีแต่ขี้เลื่อยกับคำถามเลื่อนลอย พวกเขามองไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ก็เห็นๆอยู่ว่านักเทควันโดร่างบางกำลังถูกรุมกินโต๊ะโดนประเคนทั้งหมัดเท้าเข่าศอกล้มคว่ำล้มหงายกองลงไปกับพื้นแล้วแท้ๆ แต่จู่ๆนักสู้ที่นับว่ามีฝีมือทั้งสามกลับถูกน็อกเอาท์ภายในเวลาไม่กี่อึดใจด้วยน้ำมือของนักสู้รุ่นเยาวชนเพียงคนเดียว แต่ที่คลางแคลงใจมันไม่ใช่เท่านั้นแค่เป็เด็กเพียงลำพังเอาชนะผู้ใหญ่สามคนยังพอว่าแต่การล้มคู่ต่อสู้ในสภาพที่ไม่น่าเป็ไปได้ต่างหากที่ไม่เข้าใจ ก็เมื่อสังเกตลงไปในแววตาของเด็กน้อยรับรู้ได้ถึงความว่างเปล่าและเลื่อนลอยแต่ทำไมถึงเอาชนะยอดฝีมือทั้งสามคนได้ในเวลาเดียวกันทั้งๆที่ไม่น่าจะอยู่ในฐานะพร้อมสู้ด้วยซ้ำ
ในหัวจึงมีแต่คำถามที่ไร้คำตอบ
แตกต่างจากสายตาของนักยูยิตสูกับนักมวยหย่งชุนที่แค่เห็นวิธีการใช้ลมปราณของจอสส์ก็เข้าใจทันทีพวกเขาต่างอุทานเบาๆเป็เสียงเดียวกันอีกครั้ง “ไร้รูปไร้นาม”เป็คำตอบให้อีกฝ่ายที่แม้ได้ยินก็ฟังไม่เข้าใจ
ตอนนี้ครึ่งอัฒจันทร์เหมือนตกอยู่ในความเงียบงันด้วยความรู้สึกไม่ทึ่งก็สงสัย แต่ก็เฉพาะคนที่จับตาดูเวทีนี้อยู่เท่านั้น
“เอาไงดีศิษย์พี่เชน...” นักมวยหย่งชุนเป็คนเอ่ยคำทำลายความเงียบ
“แกกลัวมันหรือไงเซ็ป” เชน นักยูยิตสูที่ถูกยกย่องให้มีตำแหน่งเป็ศิษย์พี่ ออกปากประณามความขาดเขลาของศิษย์น้องพลางยกมือขึ้นกอดอกเชิดหน้าขึ้น ราวกับอาการของคนที่ชอบแสดงอำนาจข่มผู้อื่น
เซ็ปสีหน้าจืดเจื่อน คิดในใจ ศิษย์พี่มาเยาะเย้าทำไม ทั้งที่ข้าก็ถามดีๆ
“ข้าแค่สงสัยไร้รูปไร้นามเป็ลมปราณลับของสำนัก แต่ไอ้หนูนี่มันใช้ออกมาได้อย่างสบายใจ...ใครเป็คนถ่ายทอดให้มันที่แท้มันเป็ใครกันแน่?” เซ็ปตอบพลางยกมือขึ้นกอดอกตาม ขณะใช้สายตาจดจ้องไปยังจอสส์อย่างเคลือบแคลง
ในแววตาของจอสส์ยังดูเ็าไร้ประกายจุดตกสายตาช่างเลื่อนลอยว่างเปล่า ไม่ตอบสนองต่อเป้าสายตาคนทั้งสี่ คล้ายไม่เป็ตัวของตัวเองแต่ก็ไม่ได้เป็ตัวตนของผู้อื่น
นักยูโดกับนักมวยคูราชเคลื่อนย้ายตัวเองถอยห่างไปจากจอสส์ไกลกว่าเชนกับเซ็ปพวกมันไม่เคยพบเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อน จึงตื่นตัวระมัดระวังอย่างหวาดวิตกกลายเป็ต่างฝ่ายต่างชะงักค้าง ก็จะมีใครที่ไหนล้มยอดฝีมือทีเดียวถึงสามคน นอกจากพวกตัวประหลาดในตำนานที่เกิดมาพร้อมพลังเหนืุ์กันเล่า
.....เมื่อหูแว่วเสียงสนทนาลอยมาจอสส์จึงได้รู้สึกตัว แววตาไร้สีสันที่ดูเลื่อนลอยกลับมาฉายแววั์ตาดำเช่นเดิมเหมือนกับเพิ่งเรียกความเป็ตัวเองกลับมา ก่อนหน้านี้ไม่กี่วินาทีรู้สึกว่าท่าไม้ตายที่ตั้งศูนย์รวมไว้ที่สองฝ่ามือนั้นสูญสลายไปแล้วความรู้สึกก็ดับวูบลงไปชั่วขณะ เหมือนโดนโจมตีที่ท้ายทอยจากนั้นก็ร่วงลงกองกับพื้นเวทีทั่วร่างถูกรุมกระหน่ำด้วยหมัดเท้าเข่าศอกแต่ร่างกายไม่ปรากฏความเ็ปหรือร่องรอยฟกช้ำแม้แต่น้อยแล้วความคิดกับความรู้สึกมันตามร่างกายไปไม่ทันเหมือนทุกส่วนของร่างกายมันตอบโต้ไปเองโดยอัตโนมัติไร้การบังคับบัญชาอย่างสิ้นเชิง จนมารู้สึกตัวจริงๆก็ตอนนี้เอง
จอสส์เพิ่งรู้ว่านักสู้ยูยิตสูกันนักสู้หย่งชุนรู้จักกันแล้วเมื่อจับจุดสังเกตลงไป บนอกเสื้อพวกมันมีเข็มกลัดเล็กๆประดับอยู่ จ้องมองอยู่นานจึงรู้ว่ามันคือตราสัญลักษณ์ของสำนักบูเทนโดชิคนทั่วไปย่อมรู้ว่าศิษย์ของสำนักนี้ไม่จำเป็ต้องใส่ชุดฟอร์มประจำสำนักเสมอไปบางคนก็ปกปิดสถานะไม่ติดตราสัญลักษณ์ด้วยซ้ำไป แต่แล้วอย่างไร นี่ยังไม่ใช่ปัญหา ปัญหามันหลังจากนี้ต่างหาก
จอสส์เกิดคำถามที่ไร้คำตอบมากมายแม้ตนเองจะเป็ต้นเื่แต่มีความกังขาไม่ต่างจากนักยูโดกับนักมวยคูราชแต่ปัญหาต้องเก็บไว้ก่อน สิ่งสำคัญตอนนี้คือต้องเรียกสติตั้งสมาธิให้ตั้งมั่นที่สุดเพราะคู่ต่อสู้ที่เป็ยอดฝีมือยังเหลือให้ต้องจัดการอีกตั้งสี่คนและคนที่น่าจะรับมือได้ยากสุดก็คือนักมวยหย่งชุนที่ชื่อว่า ‘เซ็ป’
และความรู้สึกในใจส่วนที่ตื้นเขินที่สุดมันพลุ่งพล่านไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้จอสส์ตื่นเต้นเป็ที่สุดที่จะได้ใช้ไม้ตายได้เต็มที่ในศึกครั้งนี้แต่เมื่อมองดูคู่ต่อสู้แล้วไม่อยากหวังอะไรมากนักเพราะแต่ละคนกลับมาใช้นิสัยเยือกเย็นสุขุมอาจไม่ได้ปะทะกันแบบแฟร์ๆ สู้กันอย่างตรงไปตรงมาอย่างที่้า
คนที่พอหวังได้ก็น่าจะเป็เซ็ปที่แววตาดูใสซื่อกว่าทุกคนซึ่งน่าจะมีฝีมือสูงที่สุด จนชวนให้รู้สึกว่าไม่น่ามีลูกตุกติกเหมือนคนอื่นๆแต่จอสส์ก็คาดผิดเมื่อได้ลำดับเหตุการณ์ต่อไป
“ถ้าแกกลัวก็รีบถอนตัวออกไป”เชนกล่าว สีหน้าแทบไม่บ่งบอกความรู้สึก พวกมันยังเอาแต่คุยกัน คล้ายทีเล่นทีจริง ยังไม่ยอมลงมือออกอาวุธใดๆ
“ไม่ใช่อย่างนั้นหลอกครับศิษย์พี่เชน นอกจากอาจารย์กับศิษย์พี่ๆแล้ว นอกนั้นผมไม่กลัวใคร”เซ็ปตอบอย่างนอบน้อมแสดงท่าทีเคารพยำเกรงต่อผู้ที่ตนเรียกขานเป็ศิษย์พี่ถึงจะถูกเหน็บแนมบ้างแต่มันก็ยังกล่าวประจบเอาใจผู้อยู่สูงกว่า
“ถ้าเป็อย่างนั้นจะมัวรออะไร ลุยมันซะทีสิเซ็ป” เชนออกคำสั่ง พร้อมกับตั้งท่ารุกในสไตล์ของยูยิตสู
“ผมรอดูว่าพวกเขาจะเอายัง...ไง”เซ็ปหมายถึงนักยูโดกับนักมวยคูราชแค่เหลือบตาดูก็รู้ว่าตอนนี้พวกเขากำลังยืนบนเส้นแบ่งระหว่างสู้หรือถอย
“นั่นเป็ฝีมือที่แท้จริงของเด็กคนนั้นคงเห็นกันแล้วว่าร้ายกาจขนาดไหน แต่มันไม่ใช่ตัวประหลาดในตำนานอย่างที่คิดกัน และพวกคุณเองก็ยังไม่ได้แสดงฝีมือที่แท้จริงออกมานี่ครับถ้าพวกเราร่วมมือกันเอาจริง ผมไม่เชื่อว่าเด็กคนเดียวจะรับมือไหว”คำพูดของเซ็ปเหมือนปลุกระดม น้อมนำนักสู้คนอื่นๆให้เห็นภาพรวมการสามัคคีชุมนุมชวนให้ตัดสินใจร่วมมือกันเพื่อบรรลุถึงผลลัพธ์ที่เป็ไปได้
เซ็ปพยักหน้าเป็สัญญาณทีหนึ่งก่อนแล้วนักยูโดกับนักมวยคูราชต่างพยักหน้าตอบแสดงความเห็นเป็การตัดสินใจแล้วว่าจะร่วมกันสามัคคีหมาหมู่โดยไม่มีความคิดเื่ศักดิ์ศรีเข้ามาเกี่ยวข้องแม้แต่น้อย ก็ในเมื่อรูปการลักษณะนี้มักเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนดูเหมือนจะกลายเป็กติกามาตรฐานสากลไปแล้ว คนที่แสดงตัวข่มคนอื่นว่าข้าเก่งกว่าจะโดนคนอื่นรุมสั่งสอนบ้างก็ไม่ใช่เื่ผิด
“สองคนนั่นมีฝีมือพอไหว...แกบุกก่อนฉันจะหาจังหวะเผด็จศึก” เชนกระซิบข้างหูเซ็ป แต่ดูเหมือนแม้กระทั่งจอสส์ยังได้ยิน
“ลุย!!!”
เชนออกคำสั่งให้เซ็ปเป็ทัพหน้าเมื่อเห็นว่ากองกำลังพร้อมแล้ว
เซ็ปจึงเป็คนแรกที่ต้องลงมือจู่โจมทันทีผสานกับการรุกขนาบของนักยูโดกับนักมวยคูราชที่สอดมาจากด้านข้าง และจะปิดท้ายด้วยการเผด็จศึกของศิษย์พี่เชนซึ่งเซ็ปแอบฝากความหวังไว้ ดังนั้นมันจึงยินดีทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย
สถานการณ์ก่อนหน้าที่ดูเหมือน7รุม1นั้นบางทีจอสส์อาจคิดไปเอง แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าทุกคนต่างร่วมมือกันถึงแม้สถานการณ์จะคับขันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จอสส์เกิดความมั่นใจเกินกว่าทุกครั้งเช่นกันเพราะท่าไม้ตายที่เก็บเอาไว้ไม่เคยได้ใช้จริงพอถึงเวลาเข้าขั้นวิกฤตมันได้แสดงอานุภาพเกินกว่าที่เคยตั้งหวังออกมาอย่างแรงกล้าและเกิดการพัฒนาก้าวะโอย่างง่ายดาย จนเขาไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ขณะนี้ตนเองเดินทางมาถึงที่สุดแห่งการฝึกฝนแล้ว
บุคลิกของจอสส์ตอนนี้ดูสงบเยือกเย็นผิดกับตอนเริ่มต่อสู้เหมือนไฟกับน้ำแข็งเขาไม่มีทีท่ากังวลหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อยที่ยอดฝีมือทั้งสี่จะกลุ้มรุมเข้ามาพร้อมกันครั้นเห็นว่าช้าเกินไปจึงเป็ฝ่ายกวักมือเรียกท้าทายให้เข้ามาพร้อมๆกันนั่นแหละ ก่อนที่เชนจะออกปากสั่งทุกคนเสียด้วยซ้ำ
สิ้นเสียงคำว่าลุยเซ็ปพุ่งเข้าหาจอสส์ด้วยความรวดเร็วล้ำหน้าทุกคนพร้อมกับวาดมือเป็สายกระบวนท่าตามแบบฉบับหย่งชุนแม้เซ็ปจะไม่ได้ะโบอกชื่อท่าไม้ตายอย่างที่จอสส์ทำแต่จอสส์ก็รับรู้ได้ทันทีว่านี่ต้องเป็กระบวนท่าสุดยอดวิชาของเซ็ปที่จงใจใช้ออกมาหวังปะทะขั้นแตกหักในคราเดียว
ถึงแม้จะมียอดฝีมือคอยรุกไล่มาจากด้านข้างแต่เป้าหมายคือเซ็ปคนเดียวที่จอสส์คิดว่าเป็ตัวอันตรายต้องจัดการเป็อันดับแรกฉะนั้นคนที่พุ่งเข้าหาจึงไม่เป็คนอื่นเขาเองก็เรียกไม้ตายมารวมไว้ที่สองฝ่ามือซึ่งคราวนี้มันไม่สลายหายไปที่อื่นเหมือนคราวแรกและครั้งนี้ไม่ใช่การตั้งรับสวนกลับแต่เป็การรุกไล่ขั้นเด็ดขาด
ทันทีที่ฝ่ามือทั้งคู่ปะทะกันเกิดเสียงดังโทนต่ำและวงคลื่นปะทุไปในอากาศ
ในสายตาของเชนมองเห็นภาพสั่นไหวเหมือนพยับแดดที่แตกวงออกจากศูนย์กลางของคนทั้งคู่ซึ่งเขาจับตาดูการต่อสู้แบบตาไม่กระพริบอย่างไม่รู้ร้อนหนาวทั้งนี้เพราะเขาคิดว่าตนเองอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยแล้วแต่ก็ไม่พ้นยังเกิดอาการสะดุ้งหน้ากระตุกในบางจังหวะที่ฝ่าเท้าและกำปั้นของจอสส์อัดกระแทกใส่นักยูโดกับนักมวยคูราชที่เป็ผู้ช่วยของเซ็ปซึ่งเชนลงความเห็นไปแล้วว่าไม่น่าจะตั้งรับได้นาน เพราะสังเกตเห็นร่องรอยความบอบช้ำที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามแขนขาพันธมิตรฝ่ายตน
หลังจากปะทะกันในกระบวนแรกเซ็ปก็รู้ซึ้งถึงความร้ายกาจของลมปราณในระดับที่ถูกเรียกว่า ‘ไร้รูปไร้นาม’เป็อย่างดี ขนาดถึงกับต้องใช้กระบวนท่าไม้ตายโจมตี อันที่จริงต้องเรียกว่าตั้งรับถึงจะถูกเพราะเป็ฝ่ายถูกกระหน่ำอยู่ฝ่ายเดียวการต่อสู้ดูเหมือนกับผ่านไปสิบกระบวนท่าแต่ในความเป็จริงนั้นมีเพียงกระบวนท่าแรกเท่านั้นที่เซ็ปปะทะกับจอสส์โดยตรงอีกเก้ากระบวนท่าที่เหลือเป็เพียงการล่าถอย หลอกล่อว่ารุกไล่แท้แล้วเพื่อหลบหลีกมันจึงเป็ภาพคว้าจับเงาในอากาศไม่มีทางที่เขาจะยอมปะทะโดยตรงอีกเด็ดขาดเพราะร่างกายมันไม่พร้อมที่จะยอมรับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นทำได้แค่ปล่อยให้นักมวยคูราชกับนักยูโดรับเคราะห์กรรมไปแทน
เซ็ปดูออกทันทีว่าผู้ช่วยของตนทั้งคู่ต่างก็เป็ผู้ใช้ปราณต่างจากนักสู้ทั้งสามคนที่ถูกจอสส์น็อกไปก่อนหน้านี้อย่างง่ายดาย เพราะพวกนั้นยังเป็ผู้อ่อนหัดในโลกของการฝึกยุทธ์ตราบใดที่ยังไม่ก่อเกิดปราณก็ไม่สามารถเรียกว่านักยุทธ์ได้เต็มปาก
ทั้งนักยูโดกับนักมวยคูราชต่างทุ่มเทใช้ท่าไม้ตายของตนผสานเข้ากับลมปราณเพียงแต่ปราณของพวกเขายังอยู่ในระดับก่อร่างสร้างตัวและเรียกใช้ได้เพียงการป้องกันบางทีพวกเขาอาจไม่รู้จักหรือไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีความสามารถสร้างลมปราณให้เป็เกราะคุ้มกายได้ซึ่งการกระทำเช่นนี้มันเป็พื้นฐานอันดับแรกของวิชาหนังทองแดงกำแพงเหล็กวิชานี้จะสร้างิักล้ามเนื้อและกระดูกให้มีสภาพแข็งแกร่งทนทานต่อแรงปะทะมากกว่าคนปกติหลายสิบหลายร้อยเท่าซึ่งแม้จะไม่เรียกใช้ลมปราณเลยก็ยังสามารถใช้วิชานี้ป้องกันตัวได้เพราะมีลมปราณจึงฝึกฝนวิชานี้ได้แต่วิชานี้ถึงไม่ใช้ลมปราณก็มีสรรพคุณรักษาเนื้อรักษาตัวได้ดีในระดับหนึ่ง
ขบวนท่าแรกที่เซ็ปใช้ออกมาไม่ใช่ท่าไม้ตายของหย่งชุนเพียวๆอย่างที่หลายคนเข้าใจมันเป็เพียงท่าร่างหลอกล่อเพื่อให้คู่ต่อสู้เข้าใจผิดคิดว่า้าแลกหมัดกันเท่านั้นแต่เป็วิชาหนังทองแดงกำแพงเหล็กที่ใช้นำหน้าออกไปต่างหากเพื่อป้องกันและลดแรงปะทะจากการทำลายล้างของไร้รูปไร้นามและเสริมด้วยกระบวนท่าสลายพลังจากภายในที่หมุนวนเป็ทรงกลมของไทเก๊กในท่าร่างเปลือกนอกของหย่งชุนผสานเกื้อหนุนลดแรงปะทะจนได้ผลลัพธ์ออกมาแทบเป็เนื้อเดียวกัน
ความจริงเซ็ปไม่้าปะทะั้แ่แรกเขาคำนวณและรู้ผลั้แ่แรกแล้วว่าไม่อาจต่อกรกับผู้ใช้ลมปราณระดับเดียวกับอาจารย์ของเขาได้อย่าว่าแต่เอาชนะแค่รักษาชีวิตให้บอบช้ำน้อยที่สุดเพียงเท่านั้นดังนั้นจึง้าผละจากการต่อสู้ให้เร็วที่สุดแต่ที่ต้องทนยืดเยื้อไปถึงสิบกระบวนท่าก็เพราะคู่ต่อสู้เล็งเป้ามาที่เขาไม่เปิดโอกาสหนีได้อย่างปลอดภัย
ไร้รูปไร้นามไม่ใช่ถูกขนานนามมาอย่างไร้เหตุผล อาจารย์เคยบอกกับเขาว่าผู้ต่อกรกับผู้ใช้วิชานี้จะจับทิศทางการต่อสู้ไม่ได้เหมือนดังว่าคู่ต่อสู้ไม่มีตัวตนที่แท้จริงท่าร่างหรือวิชาที่เป็รูปแบบพื้นฐานมักจะหายไปแม้ดูคล้ายรูปแบบเดิมแต่มันก็ไม่ใช่แบบเดิม การเคลื่อนไหวไร้ทิศทาง ไร้รูปแบบยากแก่การคำนวณรับมือ เื่นี้จอสส์ได้พิสูจน์แสดงมันออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วเพราะเขาไม่แสดงกระบวนท่าหรือวิชาในแบบฉบับของเทควันโดอีกเลยถึงแม้วายุสลาตันที่ใช้ออกมาจะดูคล้ายแต่ความจริงแตกต่างอย่างสิ้นเชิงเื่แบบนี้เซ็ปก็อธิบายให้ตัวเองฟังได้ลำบากและดูเหมือนท่าร่างการออกหมัดของจอสส์ยังไร้ทิศทางไร้รูปแบบ ยากแก่การคำนวณ และจับทิศทางไม่ได้อย่างแท้จริง
ผลของการปะทะในกระบวนท่าแรกยืนยันชัดเจนขนาดใช้หนังทองแดงกำแพงเหล็กผสานหย่งชุนยังะเืจนกระดูกแขนแทบแตกร้าวกระบวนที่สองต้องหลอกล่อและหนีไปให้พ้น อย่างมากภายในห้ากระบวนแต่คิดไม่ถึงว่าต้องมาถึงกระบวนที่สิบจึงมีโอกาสตอนที่นักยูโดกับนักมวยคูราชสู้ไม่ถอยจนกลายเป็กระสอบทรายเคลื่อนที่ ถือได้ว่าเป็พวกบักอึดที่ทรหดอดทนไม่เบาเพราะการรุกและการตั้งรับมีแต่ช่องโหว่ให้จอสส์ได้เลือกโจมตีอย่างสนุกสนานแล้วในที่สุดทั้งคู่ก็ทิ้งตัวแกล้งทำเป็ล้มพับลงไปหรือวูบไปจริงๆเซ็ปเองก็ไม่แน่ใจก่อนจะลุกขึ้นมาตลบหลังพุ่งเข้าหาพร้อมกันอีกรอบจากด้านหลังคู่ต่อสู้
กระบวนที่สิบจึงเป็ไม้ตายก้นกรุของแท้แต่ไม่ใช่วิชาของตนเอง แต่มันเป็ท่าไม้ตายของคู่ต่อสู้
“วายุสลาตัน”เซ็ปะโเต็มคำ มันดังเข้าไปกระทบในสมองคู่ต่อสู้โดยตรงด้วยคลื่นเสียงแต่ทว่ามันไร้สุ้มเสียง
จอสส์ถึงกับผงะเผลอตกตะลึงและงุนงงกับเสียงะโที่ลอบเข้ามาสั่นะเืในหัวจนชะงักไปหนึ่งจังหวะเป็จังหวะเดียวกับที่ต้องหันไปรับมือกับคู่ต่อสู้ที่ลอบกัดจากด้านหลังและเป็จังหวะเดียวกับที่ต้องรับมือกับท่าไม้ตายของตนเองที่ถูกคนอื่นลอกเลียนแบบ
แล้วจอสส์ก็ใช้วายุสลาตันรับมือกับคนทั้งสามถ้าเป็เมื่อก่อนเขาไม่คิดว่าจะจัดการยอดฝีมือที่พุ่งเข้าจากสามทิศทางได้ในกระบวนท่าเดียวแต่ตอนนี้ไม่เกิดความคิดลังเลสักนิดแถมจะเป็คนที่สี่ที่ซุ่มโจมตีมาในมุมอับสายตาก็ไม่ใช่ปัญหาถ้าเป็อย่างนั้นจะสยบคนทั้งสี่ในกระบวนท่าเดียวให้ดู
*******************************************************************