กาญเกล้าลืมตาด้วยความรู้สึกมึนงงว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนทำไมเธอรู้สึกถึงการเคลื่อนไหว ทั้งที่ไม่ได้เดินเพราะเท้าไม่ได้ััพื้นหัวของเธอกวัดไกว ผมยาวรุ่ยร่ายลงมาจนเห็นอะไรไม่ชัดจมูกของเธอชนเข้ากับแผ่นหลังของใครสักคน ไม่สิ ไม่ใช่แค่ใครสักคนแต่มันคือแผ่นหลังของณวัตต่างหาก ความทรงจำกลับมาทันควันเธอเห็นเขาและกำลังจะเอ่ยทัก ทว่าเขากลับต่อยเข้าที่ท้องจนเธอจุกก่อนที่จะรู้สึกเหมือนหูดับ จนมารู้สึกตัวในตอนนี้ มันคงแค่ไม่กี่นาทีกระมังที่เธอวูบไป
“พี่วัต...พี่วัตปล่อยกาญลง”
ไม่มีเสียงตอบกลับมาแต่ว่าร่างของกาญเกล้าถูกตวัดคล้ายจะกอด แต่มันไม่ใช่อย่างที่คิดร่างของเธอถูกโยนลงกับพื้นอย่างไม่ใยดีกาญเกล้ามองณวัตด้วยความใว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงทำกับเธอแบบนี้เธอได้กลิ่นเหล้าจางๆ จากเขา แต่นั่นไม่น่าใเท่าตอนนี้เธออยู่บนดาดฟ้าทั้งที่เพิ่งโล่งใจว่าไม่มีเกิดอะไรขึ้นอย่างที่กลัวเมื่อ 15 นาทีก่อน
“พี่วัตจะทำอะไรเราไปคุยกันที่อื่นดีกว่าไหม”
“ทำไมกาญถึงทำกับพี่แบบนี้นอกใจพี่ทำไม พี่กินไม่ได้ นอนไม่หลับ แต่กาญกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งๆที่กาญทำผิดต่อพี่” ณวัตตัดพ้อเสียงต่ำ สายตาของเขาที่มองกาญเกล้าเต็มไปด้วยความโกรธระคนเสียใจ
“กาญทั้งโทรหาทั้งส่งข้อความแล้ว แต่พี่วัตไม่ตอบกาญ ไม่รับสาย จะให้กาญทำยังไงกาญยังต้องกินต้องใช้นะ” กาญเกล้าลืมตัวเถียง แต่สายไปแล้ว ณวัตกลับยิ่งโกรธ
ณวัตคว้าแขนของกาญเกล้าแล้วเหวี่ยงจนหญิงสาวกองฟุบก่อนจะคว้าเอวแล้วดึงให้ลุกขึ้นมา กาญเกล้ากรีดร้องในวินาทีนั้นเองที่เธอเห็นธามิณียืนอยู่ด้านหลังของณวัตแล้วฟาดด้ามของไม้ถูพื้นที่แผ่นหลังกว้างเต็มแรง
“เจ็บนะโว้ย!” ณวัตหันไปตวาดใส่ธามิณี
กาญเกล้าฉวยโอกาสนั้นจะวิ่งหนีแต่หนีไม่ได้เพราะข้อมือของเธอยังถูกณวัตจับไว้ ธามิณีจะตีซ้ำเพื่อให้ณวัตปล่อยกาญเกล้าแต่เขากลับกระโจนเข้าใส่แล้วผลักเธอล้มลงไปกาญเกล้าตบหน้าณวัตและใช้เล็บข่วนไปตามแขนของเขาเพื่อให้ปล่อย แต่เขากลับยิ่งโมโหจนลากเธอไปที่ขอบตึกเธอจะตายที่นี่ตอนนี้ใช่ไหมกาญเกล้ากรีดร้องด้วยความกลัวและมองหาธามิณีที่โงนเงนลุกขึ้นมา
“ธาม...ช่วยฉันด้วย”
ธามิณีสะบัดใบหน้าเรียกสติตอนนี้เธอเห็นอะไรอยู่กันนะ กาญเกล้ากำลังะโเรียกเธออยู่ใช่ไหมผู้ชายคนนั้นกำลังดันร่างของกาญเกล้าขึ้นไปนั่งบนขอบตึก กาญเกล้าทั้งดิ้นทั้งถีบตะกุยด้วยความกลัว
ไม่...ไม่! เขาทำแบบนั้นไม่ได้!
ต้องทำยังไงธามิณีจะวิ่งไปช่วยกาญเกล้า แต่เธอกลับก้าวขาไม่ได้ราวกับถูกทำให้เป็หินไปชั่วขณะ
...ทำไมถึงเป็แบบนี้ล่ะ?!
กรี๊ดดดดดดดดด
ไม่นะ!!!
พลังจากผลึกกาลย่อมทำตามความปรารถนาของธามิณีเธอเห็นแสงสีม่วงออกจากร่างของตัวเองแล้วมันพุ่งไปปะทะกับแสงสีม่วงอีกฝั่งธามิณีมองหาที่มาของแสงนั้น พระเสาร์อยู่ที่นี่อย่างนั้นหรือแต่ตอนนี้เธอยังไม่มีเวลาหาคำตอบเพราะต้องวิ่งไปสุดฝีเท้าพร้อมกับะโลั่น
“อย่านะ!!!”
พลันร่างของธามิณีราวกับถูกกระชากขึ้นไปจนเห็นร่างของกาญเกล้าที่กำลังจะเอนตกลงไปจากตึกสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเพียงแค่เธอคว้ามือออกไปในความว่างเปล่านั้นก็พลันเกิดแรงดึงนั้นไปถึงร่างของกาญเกล้าอย่างไรอย่างนั้นร่างที่กำลังจะตกลงไปกลับเหมือนถูกดึงไว้นิ่งๆ โดยมีขาพาดอยู่ที่ขอบตึก กาญเกล้ามองสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วกรีดร้องด้วยความกลัวพร้อมกับพยายามคว้าขอบตึกไว้แต่มันกลับเกินเอื้อมจนคว้าไว้ไม่ได้ แต่ร่างของเธอยังไม่ได้ตกลงไป
ธามิณีหอบแรงรู้สึกเหมือนกำลังจะหายใจไม่ออกกาญเกล้าจะอยู่ในสภาพนั้นได้ถึงเมื่อไหร่ ณวัตหันมามองธามิณีแล้วสลบไปต่อหน้าต่อตาเพราะศนิฟาดพลังใส่ไม่อย่างนั้นณวัตคงปรี่มาทำร้ายธามิณีอีกคนซึ่งมันไม่ควรเกิดขึ้นเพราะการตายของกาญเกล้าไม่มีธามิณีอยู่ในเหตุการณ์มาั้แ่ต้น
ชายคนหนึ่งปรากฏกายขึ้นในวินาทีนั้น!
กลางฝ่ามือของชายที่ธามิณีจำหน้าได้กำลังรับเงากิเลสสีดำที่ล่องลอยมาจากร่างของณวัตเขายิ้มพอใจพร้อมๆ กระโจนใส่ธามิณี แต่ร่างถูกสะท้อนกลับเพราะศนิฟาดพลังใส่แล้วเนรมิตครอบพลังล้อมรอบร่างของธามิณีไว้ทว่าช้าไปเพียงเสี้ยววินาทีร่างของธามิณีกลับตกลงไปในพื้นสีดำทั้งที่เมื่อครู่ยังเป็สีขาวราวกับมีแรงดูดมหาศาลเพื่อดึงเธอให้เข้าไปด้วย แม้จะฝืนไว้ แสงสีม่วงจากผลึกกาลพยายามปกป้องเ้าของร่างไว้
“อดทนไว้ธาม”ศนิบอกพลางส่งพลังมาดึงร่างธามิณีไว้
“คุณศนิ...”
ศนิต้องรับศึกสองด้านด้านหนึ่งเขาสกัดไม่ให้อีกฝ่ายเปิดอุโมงค์เวลาได้กว้างกว่านี้ ส่วนอีกด้านเขาส่งพลังไปเพื่อยับยั้งไม่ให้ธามิณีถูกอุโมงค์เวลาดึงดูดเข้าไปแต่มันสายไปแล้ว! ร่างของธามิณีได้ถูกกลืนหายเข้าไปในความมืดมิดนั้น
“กรี๊ดดดดดด...”
เสี้ยววินาทีนั้นร่างของกาญเกล้าร่วงหล่นลงพื้นด้านล่างพร้อมกับธามิณีหายไปในอุโมงค์เวลาอันมืดมิดไร้ทางออกพลังจากผลึกกาลไม่อาจฉุดรั้งร่างของกาญเกล้าไว้ได้อีกต่อไปเพราะธามิณีถูกส่งไปอีกมิติหนึ่งแล้วการตายของเธอไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อสิ้นอายุขัย ต่อให้การแต่งกายเปลี่ยน เวลาเปลี่ยนสุดท้ายก็จบลงเหมือนเดิมอยู่ดี
อมรยิ้มพอใจเพราะไม่เสียแรงที่เขาตามธามิณีมาพักใหญ่จนกระทั่งหลายวันก่อนที่ธามิณีไปพบกาญเกล้าแล้วพูดเื่การตายในอนาคตเขาถึงได้รู้ว่าจะซ้อนแผนอย่างไร เมื่อทุกอย่างเป็ไปตามแผนอมรจึงวาร์ปหายไปต่อหน้าต่อตาของศนิแต่ศนิก็ติดตามไปทันที แม้จะรู้ดีว่ามันคือกับดัก เขาไม่มีทางเลือกเพราะธามิณีกำลังตกอยู่ในอันตรายเธอไม่ใช่เป้าหมายของอมร แต่เป็เขาต่างหาก
อมรรู้อายุขัยของของกาญเกล้ามาจากทางใดศนิยังไม่พบคำตอบแต่อมรใช้เหตุการณ์ในคราวนี้เป็เหยื่อล่อให้ธามิณีใช้พลังจากผลึกกาลแล้ววางกับดักให้เธอตกเข้าไปในอุโมงค์เวลา ซึ่งภายในเป็เขาวงกตหาทางเข้าได้ยากและทางออกก็แทบไม่มีหากอมรได้ผลึกกาลไป นั่นหมายความว่าเขาได้ฆ่าธามิณีไปแล้ว
ธามิณีมั่นใจว่าตัวเองกำลังหายใจซึ่งหมายถึงเธอยังมีชีวิตอยู่แต่เธอไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน หลังจากถูกดูดเข้ามาในอุโมงค์อันมืดมิดและร่างกายเหมือนผ่านอากาศมาอย่างรวดเร็วแต่กลับรู้สึกว่ามันนานมาก ในสมองของเธอมีแต่คำถามว่ากำลังถูกพาไปที่ใดเธอจะไม่ตายใช่ไหม จนกระทั่งเธอพบกับสายลมที่พัดเบาลงเรื่อยๆแล้วปลายอุโมงค์ก็จบลงที่ความสว่างจัดจ้าจนเธอต้องยกมือขึ้นมาปิดตา ก่อนจะค่อยๆลืมตามองว่าตัวเองอยู่ที่ใด เท้าทั้งสองข้างของเธอยืนได้อย่างมั่นคงบนพื้นนุ่มๆแต่ะโแล้วไม่กระเด้ง ทุกอย่างรอบตัวดูขาวโพลนเหมือนอยู่ท่ามกลางหิมะแต่เธอไม่รู้สึกหนาว ทว่าเธอกลับปวดแปลบที่อกจนต้องคุกเข่าลงแล้วเอามือยันพื้นก่อนจะกระอักเืออกมา
จู่ๆเหตุการณ์ที่ธามิณีเห็นในนิมิตก็กลับมาในความทรงจำ การตายของเธอไม่ได้เกิดขึ้นเพราะตกลงมาจากที่สูงแต่เพราะใช้พลังจากผลึกกาลแล้วเข้ามาในที่แห่งนี้แทนอย่างนั้นหรือ
...เราจะตายแล้วใช่ไหม
หลังจากเธอหายเข้ามาในที่แห่งนี้กาญเกล้าเป็อย่างไรบ้าง จะมีใครช่วยกาญเกล้าให้รอดชีวิตได้บ้างหรือเปล่า แต่ลึกๆแล้วธามิณีรู้ว่าคำตอบคืออะไร แต่เธอไม่อาจยอมรับว่าการตายไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้หญิงสาวร้องไห้รู้สึกไม่ต่างจากคราวของป้ากับลุง ถ้านิมิตทำให้เธอเห็นการตายแล้วทำไมถึงไม่บอกด้วยว่าต้องแก้ไขอย่างไร ทำไมต้องทำให้เธอรู้สึกผิดแบบนี้ด้วย
“ขอโทษด้วยนะที่ผมต้องทำแบบนี้มันจำเป็จริงๆ”
อมรเดินออกมาจากประตูโปร่งใสคล้ายกระจกซึ่งเป็ทางเส้นเดียวที่จะเข้าและออกไปจากอุโมงค์เวลาได้
ธามิณีเงยหน้ามองผู้ชายที่เคยลืมโทรศัพท์ไว้ที่ร้านคำถามสำคัญคือเขาเป็ใครกันแน่ การที่เธอถูกทำให้มาอยู่ที่นี่ก็เพราะเขาเองสินะจุดประสงค์ของเขาคงเหมือนกับเวฬา ผลึกกาลในตัวเธอช่างเป็สิ่งที่ใครต่อใคร้าชีวิตของเธอมีค่าน้อยกว่าผลึกที่เธอไม่รู้ว่ามีรูปร่างเป็อย่างไรทำไมถึงใจร้ายกันเหลือเกิน
“คุณเป็ใครกันแน่”
หากมีทางเลือกอื่นอมรคงไม่ทำแบบนี้ เขาััได้ว่าจิตใจของมนุษย์ผู้นี้ดีไม่คิดร้ายกับใคร แต่หากไม่พาธามิณีมายังห้วงมนตราของเขาการที่จะใช้พลังดึงผลึกของพระเสาร์ออกมาจากร่างของมนุษย์จะทำได้ยาก แต่ที่นี่พลังของใครหรือสิ่งใดจะถูกลดทอนลงกึ่งหนึ่งฉะนั้นหากเขาจะฆ่าธามิณี พลังของผลึกกาลในตัวเธอจะไม่สามารถต้านทานพลังของเขาได้
“ผมเป็ใครไม่สำคัญหรอก”อมรเดินเข้ามาใกล้ธามิณีเรื่อยๆ พร้อมกับเกิดคำถามว่าพระเสาร์นำผลึกที่มีค่ามาไว้ในร่างของมนุษย์เพราะอะไรช่างประมาทเกินไปแล้ว “สิ่งที่ผมจะทำต่างหาก ที่คุณควรสนใจก่อนจะหายไปจากโลกใบนี้”
“คุณจะฆ่าฉันใช่ไหมคิดว่าทำได้ง่ายๆ งั้นหรือ” ธามิณีฝืนลุกขึ้นยืนอย่างน้อยเธอจะสู้จนลมหายใจสุดท้ายผลึกกาลจะช่วยเธอได้แค่ไหนกันนะ
อมรเห็นความกล้าหาญแม้จะหวาดกลัวในดวงตาของธามิณีก็นึกชมชอบบางทีพระเสาร์อาจเลือกมนุษย์ไม่ผิด เธออาจมีอะไรที่ทำให้เขาประหลาดใจก็ได้แต่มันช่วยไม่ได้เมื่อพลังที่เขา้ามันอยู่ในตัวเธอ หากไม่ฆ่าเธอเขาคงไม่ได้ผลึกกาลไปแก้แค้น นี่สิความสุขของการรอคอย
“ถ้าคุณอยากจะโทษใครสักคนที่ต้องมาตายในวันนี้คุณก็โทษพระเสาร์เสียเถอะ”
เงาสีดำกำลังลอยออกมาจากฝ่ามือของอมรก่อนที่กลุ่มเงาสีดำนั้นจะหมุนวนรวมกันเป็ทรงกลมขนาดใหญ่ที่สามารถครอบร่างของธามิณีได้หญิงสาวหลับตาพยายามมีสมาธิ มือทั้งสองข้างของเธอกำแน่นแม้ไม่รู้วิธีที่แน่ชัดว่าผลึกกาลใช้อย่างไรแต่ในทุกครั้งที่เธอตกอยู่ในความกลัวหรือความโกรธผลึกกาลจะเผยพลังออกมาเพื่อปกป้องตัวเธอ
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ
อัมราน_บรรพตี