หลังจากที่การแข่งขันในรอบที่ 3 จบลง ชิงหลงเยว่เลอ (ศิษย์พี่สี่) มีคะแนนสะสมทั้งหมด 600 คะแนน ซึ่งได้มาจากรอบสอง 100 คะแนนและรอบสาม 500 คะแนน ส่วนอันลู่เหลียนมีคะแนนสะสมทั้งหมด 550 คะแนน ซึ่งได้มาจากรอบสอง 50 คะแนนและรอบสาม 500 คะแนน น้องชายของหลี่ซูเม่ยมีคะแนนสะสมทั้งหมด 550 คะแนนเช่นกัน โดยได้มาจากรอบสอง 50 คะแนนและรอบสาม 500 คะแนน
รอบถัดไปคือรอบที่สี่ ซึ่งจะมีการคัดเหลือ 25 คนจาก 50 คน รอบนี้เป็นการจับคู่ประลองและไม่มีคะแนนให้เพราะผู้ชนะจะได้ไปต่อยังรอบต่อไป คู่ประลองในรอบนี้มาจากการจับฉลาก
น้องชายของหลี่ซูเม่ยได้แข่งเป็นคู่แรกๆ และได้แพ้ให้กับคู่ต่อสู้ที่มีอายุ 10 ปี นี่ถือว่าเป็นผลที่ดีกว่าที่คาดไว้นักเพราะน้องชายของหลี่ซูเม่ยสามารถเข้ามาถึงรอบ 50 คนสุดท้ายแม้ว่าจะการแข่งครั้งแรกและมีอายุเพียง 8 ปีก็ตาม
หลี่ซูเม่ยคิดว่าน้องชายของตนโชคดีมากที่ได้อยู่กลุ่มเดียวกับศิษย์พี่ของนางและอันลู่เหลียนในรอบที่ผ่านมา เพราะนอกจากชัยชนะที่ได้มา น้องชายของนางย่อมได้ประสบการณ์ดีๆ จากทั้งสองคนอย่างแน่นอน ทั้งด้านการใช้พลัง การควบคุมพลัง และการเอาตัวรอดในป่า
ส่วนทางด้านชิงหลงเยว่เลอและอันลู่เหลียน ทั้งคู่ได้เอาชนะคู่ต่อสู้ของตนได้อย่างง่ายดาย ทำให้ทั้งสองได้ผ่านเข้ารอบต่อไป ทุกคนคาดเดาว่าทั้งคู่จะได้ผ่านรอบต่อไปอย่างแน่นอน
วันต่อมาการแข่งขันรอบสุดท้ายได้เริ่มต้นขึ้น รายชื่อของผู้แข่งขัน 10 คนสุดท้ายถูกติดประกาศไว้หน้าทางเข้า โดยเป็นการนำคะแนนมาเรียงจากมากไปน้อย ผู้ที่มีคะแนนมากสุด 10 อันดับแรกจะมีโอกาสได้เข้าชิงที่ 1 ซึ่งทั้งชิงหลงเยว่เลอและอันลู่เหลียนได้เข้ารอบสุดท้ายดังคาด
การแข่งขันในรอบที่ 5 นี้จะค่อนข้างคล้ายกับรอบที่ 4 คือมีการจับคู่ต่อสู้กัน แต่ต่างกันตรงที่ทุกคนต้องเจอกันหนึ่งรอบ หากแพ้จะไม่ได้คะแนน ตรงกันข้ามกันถ้าชนะจะได้ 50 คะแนน
การแข่งขันรอบนี้ใช้เวลา 5 วัน ที่เป็นเช่นนี้เพราะทางคณะกรรมการไม่ต้องการให้ผู้เข้าร่วมต่อสู้โดยที่สภาพร่างกายไม่พร้อม ทั้งนี้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะต้องทำการแข่งขันทั้งหมดคนละ 9 รอบ นั่นคือต้องต่อสู้กับทุกคนที่ผ่านเข้ามายังรอบนี้ด้วยกัน
โดยวันแรกถึงวันที่สี่ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะต้องทำการแข่งขันคนละ 2 รอบ และวันที่ห้าคนละ 1 รอบ เมื่อทุกคนทำการแข่งขันครบเรียบร้อยแล้ว ทางกรรมการจะทำการรวมคะแนนและประกาศผลในช่วงบ่ายของวันที่ห้า หากมีคนที่ได้คะแนนเท่ากันให้ถือว่าได้ลำดับร่วม
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในที่สุดก็มาถึงวันสุดท้ายของการแข่งขัน จากการแข่งขันที่ผ่านมามีเพียงสองคนจากสิบคนที่ยังไม่เคยแพ้ใครมาก่อนซึ่งก็คือเยว่เลอกับลู่เหลียน และวันนี้ทั้งคู่ได้มาเจอกันอีกครั้ง
ครั้งที่แล้วทั้งคู่เคยต่อสู้กันตอนรอบที่สองและผลคือเยว่เลอเป็นฝ่ายชนะ รอบนี้ผู้คนต่างคาดเดาไปต่างๆ นานาถึงผู้ชนะในปีนี้ แน่นอนว่าในงานเช่นนี้ย่อมมีคนเปิดโต๊ะพนันและเจ้ามือประจำวันนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คนผู้นี้คือหลงชุนต๋านั่นเอง
หลี่ซูเม่ยได้เห็นถึงความต้องการของผู้ชมทงหลายจึงสั่งให้หลงชุนต๋าไปจัดการ ใช้เวลาเพียงไม่นานผู้คนจากทั่วทุกสารทิศต่างเข้ามารุมล้อมหลงชุนต๋าจนนางต้องส่งสือซานและสือปาเข้าไปช่วย
ด้วยความที่ปีนี้มีความเป็นไปได้ที่จะมีที่หนึ่งร่วม ดังนั้นจึงมีฝั่งที่คิดว่าชิงหลงเยว่เลอจะชนะ ฝั่งที่คิดว่าอันลู่เหลียนจะชนะ และฝั่งที่คิดว่าจะชนะทั้งคู่ โดยฝั่งชิงหลงเยว่เลอมีจำนวนมากที่สุด และฝั่งที่คิดว่าทั้งคู่จะชนะมีน้อยสุด
เมื่อการแข่งขันดำเนินมาถึงคู่ของเยว่เลอกบลู่เหลียน ผู้ชมเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องด้วยเป็นคู่ที่ได้รับความสนใจสูงสุด ทั้งคู่ขึ้นไปบนเวที ก่อนจะเริ่มทำการต่อสู้กันหลังได้รับสัญญาณจากกรรมการ
ทั้งสองคนได้ตกลงกันก่อนการแข่งขันว่าจะทำการแข่งขันเหมือนรอบที่แล้ว คือจะแข่งกันด้านการใช้พลัง ฝ่ายไหนเสียสมาธิหรือใช้พลังไปเกินครึ่งก่อนฝ่ายนั้นแพ้ เนื่องจากรอบที่แล้วทั้งคู่ได้ใช้พลังไปเกินกว่าที่จะใช้ได้ ทำให้ส่งผลเสียต่อร่างกาย รอบนี้ท่านนักพรตหญิงจึงนำสร้อยที่สามารถตรวจวัดพลังที่ใช้ไปได้มาให้ทั้งคู่ใส่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีก
โดยเรื่องนี้คณะกรรมการและผู้ชมทุกคนต่างรับรู้ กฎของการประลองไม่ได้มีข้อกำหนดที่ชัดเจนในเรื่องนี้ ดังนั้นจึงไม่เป็นปัญหาที่ทั้งคู่จะทำข้อตกลงกันก่อนแข่งเช่นนี้
รอบนี้เยว่เลอเริ่มด้วยการใช้พลังสร้างมังกรเขียวขึ้นมาจำนวนมาก เช่นเดัยวกันกับลู่เหลียนที่สร้าดอกบัวขึ้นมาเป็นจพนวนมากเช่นกัน เมื่อพลังของทั้งสองปะทะกัน มังกรเขียวและดอกบัวได้สลายหายไป เนื่องด้วยระดับพลังของทั้งคู่ที่เท่ากัน
เยว่เลอต้องคอยควบคุมมังกรเขียวให้ผ่านปราการดอกบัวของลู่เหลียนไปให้ได้ ส่วนลู่เหลียนต้องควบคุมดอกบัวให้เป็นปราการป้องกันไม่ให้มังกรเขียวมาถึงตัว บ้างครั้งก็กลับกัน เยว่เลอกลายมาเป็นฝ่ายป้องกัน และลู่เหลียนกลายมาเป็นฝ่ายโจมตี
การต่อสู้ดำเนินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งลู่เหลียนเปลี่ยนรูปแบบการโจมตี จากดอกบัวที่มีขนาดเท่ากันจำนวนมากเปลี่ยนเป็นดอกบัวหลากหลายขนาด ทำให้ดอกบัวบางส่วนสามารถเข้าถึงตัวของเยว่เลอได้ แต่นี้ได้แลกกับการที่ตัวนางเองก็ถูกมังกรเขียวของเยว่เลอมาถึงตัวเช่นกัน
เมื่อเยว่เลอเห็นดังนั้นก็ตกใจ นางจึงใช้พลังของนางต้านที่เหลือเอาไว้ และผลจากการใช้พลังในครั้งนี้ทำให้สร้อยที่นางใส่อยู่เปล่งแสงออกมา ซึ่งนั่นหมายความว่าเยว่เลอได้ใช้พลังไปเกินครึ่งเป็นที่เรียบร้อย ในขณะที่กำไลของลู่เหลียนเริ่มมีรอยร้าวจากพลังของเยว่เลอที่มาถึงตัวนางอย่างต่อเนื่อง
ลู่เหลียนได้ตัดสินใจที่จะลองเสี่ยงดูว่าระหว่างกำไลกับสร้อย ระหว่างนางกับเยว่เลอ ใครจะพ่ายแพ้ ใครจะชนะ และผลที่ออกมาได้แสดงให้เห็นว่านางคิดถูกแล้วที่จะลองเสี่ยง เพราะรอบนี้นางสามารถเอาชนะเยว่เลอได้แล้ว
การต่อสู้ของทั้งสองในรอบนี้จึงจบลงเพียงเท่านี้ ผู้ชมหลายคนยังไม่ต้องการให้จบเพราะทั้งคู่ต่อสู้ได้ดีมาก ทำให้อยากดูต่อและอยากรู้ว่าหากทั้งสองคนต่อสู้กันอย่างจริงจัง แบบที่ไม่ได้กำหนดว่าจะแข่งขันกันด้านใด ผลที่ออกมาจะเป็นเช่นไร
ช่วงบ่าย หลังจากที่ทุกคนทำการแข่งขันครบ 9 รอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคณะกรรมการได้ทำการคำนวณคะแนนของผู้เข้าแข่งขันทั้งสิบแล้ว ผู้อาวุโสประจำแคว้นหวงหลงจึงขึ้นไปบนเวทีเพื่อประกาศลำดับของผู้เข้าแข่งขัน
และผลคือ...ปีนี้มีที่หนึ่งสองคน ซึ่งก็คือชิงหลงเยว่เล่อแห่งแคว้นหวงหลง สำนักของนักพรตหญิงกับอันลู่เหลียนแห่งแคว้นเสวี่ยนอู่ ไม่สังกัดสำนัก
ทั้งคู่มีคะแนนรวมทั้งหมด 1,000 คะแนน ของเยว่เลอมาจากที่สะสมจากรอบก่อนหน้ามา 600 คะแนนและจากรอบที่ห้าจำนวน 400 คะแนน (ชนะ 8 ครั้ง ครั้งละ 50 คะแนน) ส่วนของลู่เหลียนมาจากคะแนนสะสมจากรอบก่อนหน้า 550 คะแนนและจากรอบที่ห้าจำนวน 450 คะแนน (ชนะ 9 ครั้ง ครั้งละ 50 คะแนน)
ลำดับที่สามเป็นของสำนักเสือขาวจากแคว้นไป๋หู่
ลำดับสี่เป็นของสำนักหงส์แดงจากแคว้นจูเชวี่ย
ลำดับที่ห้าร่วมเป็นของสำนักมังกรเขียว แคว้นชิงหลงกับสำนักเต่าดำจากแคว้นเสวียนอู่
ลำดับที่เจ็ดร่วมเป็นของสำนักมังกรทองจากแคว้นหวงหลงกับสำนักจันทราจากแคว้นไป๋หู่
ลำดับที่เก้าเป็นของแคว้นจูเชวี่ย ไม่สังกัดสำนัก
และลำดับที่สิบเป็นของสำนักอัคคีจากแคว้นหวงหลง
-----------------------------------------------------
* มาแล้วค่า เลทนิดหน่อย????
** การพนันเป็นสิ่งที่ไม่ดีนะคะ ในเนื้อเรื่องมีเพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่านเฉยๆน้าา
*** ยังไงก็ฝากติดตามตอนต่อไปของไรท์ด้วยน้าาาขอบคุณค่ะ♥️