หลิวเจียซื่อและเว่ยซื่อต่างแสดงละครร่วมกันฉากหนึ่ง ทว่าหว่านซีไม่สนใจเลยสักนิด การไม่สนใจผู้คนอย่างโจ่งแจ้งนี้ อีกนัยหนึ่งก็ถือเป็การตบหน้าอีกฝ่ายอย่างแรง และทำให้คนที่พยายามยั่วยุนางกระวนกระวายใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จะให้หักหน้าหว่านซีจริงๆ พวกนางก็ไม่กล้า ท้ายที่สุดแล้ว หากว่ากันในแง่ของสถานะหว่านซีก็ยังมีศักดิ์สูงกว่าพวกนาง แม้หลิวเจียซื่อและเว่ยซื่อรวมกันก็ยังไม่อาจเอาชนะนางได้
บรรยากาศในห้องเริ่มตึงเครียด ทุกคนมองหน้ากันเงียบๆ และไม่มีใครพูดอะไร
ต่งเอ้อซื่อที่เฝ้ามองดูความขัดแย้งระหว่างหว่านซีและหลิวเจียซื่อแค่นเสียงเย้ยหยันอย่างเ็าในใจพวกนางทั้งหมดมีเสน่ห์และสง่างามต่อหน้าองค์ชาย ทว่ายามอยู่ต่อหน้านางสตรีเหล่านี้ก็เปิดเผยใบหน้าอัปลักษณ์และนิสัยที่แท้จริงของตนเองออกมาจนสิ้นทั้งหมดนี้ก็ไม่มีอะไรนอกเสียจากเพื่อแย่งชิงความโปรดปราน
ธรรมเนียมปฏิบัติอะไร น้องสาวพี่สาวอะไรกัน
คำพูดฟังดูดี ทว่าเมื่อตนเองได้รับความโปรดปราน จะมีผู้ใดยินดีแบ่งปันความโปรดปรานนั้นให้กับผู้อื่นสุดท้ายแล้วต่างก็ไม่อาจยอมให้ผู้อื่นได้ดีกว่าตนก็เท่านั้นเมื่อนึกถึงว่านางเองก็ถูกละเลยมาโดยตลอด ต่งเอ้อซื่ออดไม่ได้ที่จะระบายความเกลียดชังและความขุ่นเคืองโดยการเย้ยหยันพวกนางอยู่ในใจนางมองไปรอบห้องก่อนที่สายตาจะจดจ้องอยู่กับหว่านซีที่นิ่งสงบท่ามกลางความอึดอัดทั้งหลาย
ต่งเอ้อซื่อหวาดกลัวความงามของหว่านซีนางอิจฉาที่อิ้นถังคอยปกป้องดูแลอีกฝ่ายจากการระบายความโกรธแค้นของนางต่งเอ้อซื่อมองหว่านซีที่ทำตัวคล้ายกับเป็คนนอกความขัดแย้งอย่างเ็า
ความจริงแล้ว หลังจากการทดสอบเล็กๆน้อยๆ นี้ นางค่อนข้างพอใจอยู่บ้าง แม้ว่าหว่านซีจะยังคงมีท่าทีเงียบสงบแต่การกระทำเช่นนั้นของอีกฝ่ายกลับดูเหมือนจะประกาศว่าตนเองเหนือกว่าความโปรดปรานที่หว่านซีได้รับนั้นก็อาจกระตุ้นให้เกิดความไม่พอใจของเหล่าสตรีในตำหนักในได้เช่นกันและพวกนางจะต้องรวมหัวกันจัดการอีกฝ่ายอย่างแน่นอนเมื่อคิดดังนั้นต่งเอ้อซื่อก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มบางเบาบนใบหน้าของตนเองแฝงแววเสียดสีขึ้นมาทันที
ในตำหนักในนี้ ผู้ที่ได้รับความโปรดปรานย่อมสามารถหยิ่งยโสได้ แต่ถ้าพวกนางหยิ่งยโสเกินไป แต่ความโอหังมากเกินไปก็จะทำให้คนผู้นั้นกลายเป็ศัตรูของคนหมู่มากเช่นเดียวกันเว้นเสียแต่ว่าจะได้รับความโปรดปรานไปตลอดชีวิต หากเป็เช่นนั้นแล้วก็ไม่มีอะไรต้องกลัวอีก
ต่งเอ้อซื่อคิดคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว ยิ่งนางเห็นพฤติกรรมของหว่านซีที่ไม่สนใจใคร นางก็ยิ่งรู้สึกว่าสิ่งที่อิ่นหมัวมัวพูดนั้นถูกต้อง นางเป็ชายาเอก ขณะที่หว่านซีเป็เพียงอนุ ไม่ว่านางจะเป็ที่โปรดปรานเพียงใด มันเป็เพียงความรุ่งโรจน์ชั่วขณะ และไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต เมื่อคิดเช่นนี้แล้วความกังวลและหวาดระแวงที่สะสมอยู่ในใจส่วนใหญ่ก็พลันหายไปในทันที
หว่านซีถือถ้วยชาในมือ นิ้วค่อยๆ ลูบลวดลายบนถ้วยชา แต่จากหางตา นางสังเกตทุกคนที่อยู่ตรงนั้นอย่างละเอียดและจดจำการแสดงออกของพวกนางอย่างแเี นางรู้อยู่แก่ใจว่าตำหนักในเต็มไปด้วยเื่ราวซับซ้อน อำนาจพัวพัน ไม่ต่างอะไรการดึงผมเส้นหนึ่งแต่กลับะเืไปทั้งร่าง[1] ดังนั้นนางจึงตอบสนองด้วยความเงียบ ท่าทีอาจดูไม่แยแสแต่ก็ไม่ได้หยิ่งยโสจนเกินไป
นางไม่อยากถูกรังแกก็จริงแต่การที่นางไม่้าทนต่อการถูกทารุณก็ไม่ได้หมายความว่านางต้องทำอะไรหุนหันพลันแล่นเพราะท้ายที่สุดแล้ว นางก็ยังเป็เพียงผู้มาใหม่ที่ไม่อาจเทียบเคียงกับต่งเอ้อซื่อได้
ต่งเอ้อซื่อพูดจายั่วยุอีกสองสามคำครั้นเห็นแววตาทั้งไม่พอใจทั้งขุ่นเคืองในดวงตาของหลิวเจียซื่อและคนอื่นๆ ราวกับว่าพวกนางพร้อมก้าวไปข้างหน้าแล้วฉีกหว่านซีออกเป็ชิ้นๆ นางก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจแล้วโบกมือให้พวกนางกลับไป
อิ่นหมัวมัวยืนอยู่ข้างหลังต่งเอ้อซื่อ เฝ้าดูร่างของหว่านซีที่จากไป ความรู้สึกของนางบอกว่าวันนี้มีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้องแต่หากจะบอกว่าสิ่งใดไม่ถูกต้อง นางก็ไม่อาจบอกได้เช่นกันเมื่อหันไปมองตงกูกูที่อยู่อีกฟากหนึ่งและเห็นสีหน้าครุ่นคิดของอีกฝ่ายนางก็รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ภาพลวงตา และต้องมีบางสิ่งที่พวกนางมองข้ามไป
เมื่อเห็นสีหน้าพึงพอใจของต่งเอ้อซื่ออิ่นหมัวมัวก็ไม่กล้าพูดอะไร แต่นางตัดสินใจว่าจะต้องคุยกับตงกูกูเป็การส่วนตัวสักครั้ง
ระหว่างทางกลับมีฝนตกปรอยๆ คนอื่นๆ รีบก้าวจากไป ทว่าหว่านซีกลับไม่ยังคงมีท่าทีสงบนิ่ง และเดินฝ่าฝนปรอยๆ ไปโดยไม่รีบร้อน
"นายหญิงฝนในฤดูใบไม้ร่วงค่อนข้างเย็น ตากฝนเช่นนี้ไม่ดีต่อสุขภาพนะเ้าคะ" ทั้งทิงอวี่และทิงฉินถูกส่งมาโดยอิ้นถังผ่านหวังอันเพื่อให้คอยดูแลนางอย่างใกล้ชิดบ่าวสองคนนี้ย่อมต้องมีความสามารถไม่ด้อยกว่าทิงจู๋ที่หว่านซีพามาจากจวนเลย
เพียงแต่ว่านายหญิงผู้นี้ไม่ได้ไร้เดียงสาอย่างที่พวกนางคิด!
ละอองฝนที่โปรยปรายอย่างต่อเนื่อง บางหยดกระทบลงบนแก้มของนางชวนให้รู้สึกเย็นสบาย หว่านซีเผยยิ้มเล็กน้อย สีหน้าฉายแววรื่นรมย์ "ไม่เป็ไร ข้าชอบเล่นน้ำฝน ท่านแม่เคยดุว่าข้าหลายครั้งแล้วแต่ข้าก็ยังเปลี่ยนนิสัยไม่ได้เสียที”
ทิงอวี่ตื่นตะลึงเล็กน้อยกับคำพูดที่ไม่คาดฝันนั้นพูดตามตรง ยามที่นางเห็นทุกคนในห้องโถงเรือนหลักกำลังเอ่ยเสียดสียั่วยุนายหญิงทว่าหว่านซีกลับมีท่าทีนิ่งเฉย นางก็อยากจะก้าวออกไปปกป้องนายของตนเองแล้วแต่หว่านซีกลับนิ่งสนิทราวกับก้อนหินที่ไม่แยแสต่อสิ่งใดเลยสักนิด
"นายหญิงร่างกายของท่านล้ำค่ายิ่งนัก หากเจ็บป่วยไปองค์ชายจะต้องมาเอาโทษบ่าวอย่างแน่นอน”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น หว่านซีก็หัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนที่หันไปหาทิงอวี่และจ้องมองนางอย่างเ็า ทำให้ร่างกายของอีกฝ่ายแข็งทื่อไปทั้งตัว ก่อนที่นางจะถามว่า“ทิงอวี่ เ้ากับทิงฉินเป็คนขององค์ชาย หรือเป็คนของข้าอนุผู้นี้”
“นายหญิง...”ทิงอวี่ ไม่คาดคิดว่าหว่านซี จะถามคำถามเช่นนี้ และอดไม่ได้ที่จะยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
เมื่อเริ่มเข้าวังหมัวมัวผู้เคยสอนกฎแก่พวกนางกล่าวไว้ว่า ไม่ว่าจะเป็วังหลวงหรือเรือนหลัง สตรียิ่งอ่อนโยนยิ่งเปี่ยมอำนาจสตรียิ่งเรียบง่ายยิ่งเ้าเล่ห์แสนกล อย่าได้มองทุกอย่างเพียงผิวเผินแต่ต้องคิดให้ละเอียดรอบคอบ หากเชื่อเพียงสิ่งที่ตาเห็นก็อยู่ในวังได้ไม่นาน
ก่อนที่พวกนางจะถูกส่งเข้าวัง พวกนางทั้งสองไม่ได้เป็เพียงนางกำนัลจากกรมวังเท่านั้นแต่พวกนางกลับเป็คนที่อิ้นถังฝึกฝนมากับมือ หลังจากถูกส่งเข้ากรมวังแล้วพวกนางก็ทำตัวเสมือนนางกำนัลที่ไม่มีเ้านายแต่ความจริงแล้วกลับทำงานให้กับอิ้นถัง
คนที่อยู่ในเงามืดมักเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็นเสมอโดยเฉพาะเมื่อนางทั้งสองคนได้เห็นนางกำนัลที่ทำงานร่วมกันตายไปทีละคนๆด้วยเหตุผลนานัปการ พวกนางจึงค่อยๆ เข้าใจความหมายเื้ัคำพูดก่อนหน้านี้ของหมัวมัวและสิ่งที่หมัวมัว้าจะบอกอย่างแท้จริง
การถูกส่งมารับใช้หว่านซีเป็คำสั่งที่มาอย่างกะทันหันและไม่คาดคิดสำหรับพวกนางแต่มันก็เป็โอกาสเช่นกัน เพราะสุดท้ายแล้ว การมีเ้านายหรือไม่มีเ้านายก็ต่างกันอยู่ดียิ่งไปกว่านั้นก่อนที่พวกนางจะเข้าไปในเรือนหลังหลินกงกงได้เตือนพวกนางให้ว่าต้องจงรักภักดีและไม่ทรยศนายตนเอง
ในตำหนักในของวังหลวง บ่าวดีจะไม่มีสองนาย และคนที่ไม่ใช่ข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์จะไม่ตายดี การที่องค์ชายให้พวกนางมาอยู่ข้างกายหว่านซีนั่นหมายความว่าพวกนางต้องอุทิศชีวิตให้กับหว่านซี ไม่ว่านางจะฉลาดหรือโง่เขลา เป็หรือตายรุ่งเรืองหรืออัปยศของพวกนางล้วนผูกติดอยู่กับหว่านซีเพียงผู้เดียวพวกนางไม่มีสิทธิ์เลือก
แม้ทิงอวี่จะไม่เข้าใจว่าเหตุใดหว่านซีที่เพิ่งเข้าตำหนักในมาจะมีท่าทีเกลียดชังสตรีฝ่ายในมากถึงเพียงนี้ทว่านั่นก็ไม่ได้ทำให้นางไม่ภักดีต่อหว่านซีเช่นกัน
"นายของบ่าวก็คือท่านเ้าค่ะ" ทิงอวี่กล่าว มองตรงไปที่ดวงตาของหว่านซี
"ดี ตราบใดที่เ้ารู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ หากเ้าภักดีข้าก็จะปฏิบัติต่อเ้าอย่างเป็ธรรมเช่นกัน” หว่านซีเห็นการเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่ายก็ยิ้มอย่างพึงใจและเอ่ยเสริมว่า "กลับกันเถอะตอนนี้องค์ชายคงกลับมาแล้วเช่นกัน”
“เ้าค่ะ"
เมื่อกลับมาถึงเรือน นางให้ทิงอวี่ไปพัก ก่อนให้ทิงฉินเตรียมน้ำร้อน
เมื่อเดินเข้าไปในห้องด้านใน หว่านซีผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชื้นฝนออกด้วยการช่วยเหลือของเกาหมัวมัวและทิงจู๋ เมื่อทราบว่าน้ำร้อนเตรียมพร้อมแล้วนางก็เดินตรงไปยังห้องอาบน้ำทันควัน
เกาหมัวมัวและทิงจู๋ต่างก็รู้ว่าหว่านซีไม่ชอบให้ใครรบกวนขณะอาบน้ำดังนั้นพวกนางจึงวางเสื้อผ้าของผู้เป็นายไว้บนชั้นวางข้างฉากกั้นเพื่อให้นางได้ใช้ผลัดเปลี่ยนหลังอาบน้ำ
ความรู้สึกของน้ำร้อนที่ไหลบนผิวของนางทำให้หว่านซีถอนหายใจด้วยความผ่อนคลายนางชอบที่จะเดินและเล่นกลางสายฝน รวมถึงชอบความรู้สึกที่ได้แช่น้ำร้อนหลังจากนั้น อย่างไรก็ตามด้วยอายุที่เปลี่ยนไปและตัวตนของนาง คงยากที่นางจะสามารถใช้ชีวิตไร้กังวลเช่นนั้นได้อีก
หลังจากแช่อยู่ครู่หนึ่ง หว่านซีลุกขึ้นจากอ่าง สวมชุดนอนของนางและออกมาจากห้องอาบน้ำ แต่ยังไม่ทันได้ตั้งหลักข้อมือก็ถูกจับเอาไว้และร่างทั้งร่างจะถูกยกขึ้นไปอยู่ในอ้อมกอดของใครบางคนที่แสนคุ้นเคย
เกาหมัวมัวเผยอริมฝีปากเล็กน้อยจากนั้นจึงสบตากับทิงจู๋และหลินชูจิ่วที่อยู่ด้านข้างก่อนที่ทั้งสามจะถอยออกไปจากห้องเงียบๆ
หว่านซีจ้องมองดวงตาที่แสนคุ้นเคยอย่างใก่อนที่ใบหน้างามจะฉายแววเปี่ยมสุข นางเอื้อมมือไปกอดคออีกฝ่ายพลางพูด “องค์ชายกลับมาแล้ว!”
"เป็อันใด ไม่อยากให้ข้ามาหรือ" อิ้นถังถามด้วยเสียงแหบพร่าคล้ายกำลังยับยั้งชั่งใจ พลางลูบผิวเนื้อนุ่มบริเวณลำคอของนาง
หว่านซีสูดจมูกเบาๆ มือของนางโอบรอบคอของเขาแน่น และพูดอย่างออดอ้อน "จะเป็ไปได้อย่างไร หม่อมฉันกลัว...กลัวว่าองค์ชายจะไม่มาด้วยซ้ำ”
"ถ้าเป็เช่นนั้น เ้าก็ปรนนิบัติข้าให้ดีสิ" อิ้นถังจ้องมองใบหน้างดงามของนางอย่างแน่วแน่ก่อนอุ้มนางเดินเข้าไปในห้องชั้นใน
หว่านซีเม้มริมฝีปาก แม้ว่านางจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นางก็ััได้ถึงความตื่นตัวและความหงุดหงิดของอิ้นถังได้อย่างชัดเจน
[1] หมายถึงตัวแปรเล็กๆ ก็สามารถส่งผลกระทบต่อเหตุการณ์โดยรวมได้คล้ายกับคำว่าเด็ดดอกไม้ะเืถึงดวงดาว หรือน้ำผึ้งหยดเดียว