บทที่ 25
ของที่พากลับจากห้องลับ
แสงแดดยามเย็นสาดส่องเข้ามาในห้องนั่งเล่นเล็กๆ
ของอพาร์ตเมนต์ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยข้าวของระเกะระกะกลิ่นอายความเก่าแก่โบราณและกลิ่นสมุนไพรแปลกๆลอยคลุ้งไปทั่วห้องผสมกับกลิ่นกับข้าวจากห้องข้างๆ
"พี่ใหญ่! อย่าเอา 'กะโหลกลิงลม' ไปวางใกล้จานข้าวสิ! เดี๋ยวผงเข้าตา!"เสี่ยวเป่าร้องเตือนขณะนั่งขัดสมาธิอยู่กลางกองสมบัติที่เพิ่งขนกลับมาจากคฤหาสน์ผีสิงเธอกำลังใช้แว่นขยายส่องดูรอยจารึกบนเครื่องรางชิ้นหนึ่งอย่างพินิจพิเคราะห์
กู้หลินสะดุ้งโหยงรีบหยิบหัวกะโหลกแห้งๆ สีน้ำตาลเข้มย้ายไปวางบนหนังสือพิมพ์ที่ปูรองพื้นไว้ด้วยสีหน้าพะอืดพะอม"เสี่ยวเป่า... เราจะเก็บของพวกนี้ไว้ในบ้านจริงๆ เหรอ? พี่ว่ามันน่ากลัวออกดูสิ... ตามันเหมือนจ้องพี่ตลอดเวลาเลย"
"น่ากลัวที่ไหน! นี่มันเงินทั้งนั้น!" เสี่ยวเป่าตอบเสียงใส พลางหยิบ 'มีดหมอสนิมเขรอะ' ด้ามหนึ่งขึ้นมาเช็ดถูด้วยน้ำมันมะกอกอย่างเบามือ"ถ้าขัดดีๆ เล่มนี้ขายให้นักสะสมของเก่าได้เป็แสนเลยนะ!เหล็กที่ใช้ตีมีดเล่มนี้ผสม 'แร่เหล็กไหลดำ'
เชียวนะพี่รู้ไหม? มันกันภูตผีได้ชะงัดนักแล!"
กู้หยูนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์กำลังรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดอย่างเมามัน หน้าจอแสดงกราฟยอดวิวและคอมเมนต์ที่ไหลเป็น้ำตก"ยอดวิวคลิปย้อนหลังพุ่งไม่หยุดเลย! ยอดโดเนทตอนนี้รวมๆ แล้วเกือบห้าแสนหยวน!นี่ขนาดยังไม่รวมค่าสปอนเซอร์ที่มีคนติดต่อเข้ามานะ...เรามีเงินพอจะซื้อบ้านใหม่ได้สบายๆ แล้ว!"
"เยี่ยมมาก!" เสี่ยวเป่ายกนิ้วโป้งให้ "เห็นไหมพี่ใหญ่ ความรวยมันอยู่แค่เอื้อม...แต่ก่อนอื่น เราต้องมาคัดแยก 'ขยะ' ออกจาก'ของดี' ก่อนของบางอย่างมันมีอาถรรพ์แรงเกินไป
ขืนปล่อยขายสุ่มสี่สุ่มห้าลูกค้าตายขึ้นมาจะยุ่ง"
เธอเริ่มหยิบของทีละชิ้นขึ้นมาตรวจสอบด้วยเนตร์แสงสีทองจางๆ เคลือบที่ดวงตาคู่โต
"โหลหนอนพิษเจ็ดสี... อื้ม ยังมีชีวิตอยู่ครบทุกตัว เก็บไว้สกัดยาถอนพิษได้หรือเอาไปทำยากระตุ้นลมปราณก็ได้... ผ่าน"เธอวางขวดโหลที่มีหนอนตัวอ้วนหลากสีกำลังกระดืบๆ ลงในกล่อง 'ของดี'
"ยันต์กันภัยสมัยราชวงศ์ชิง... ลายปักยังสวย แต่พลังเสื่อมไปเกือบหมดแล้วเหลือแค่กลิ่นอายจางๆ... เอาไปขายเป็งานศิลปะให้นักสะสมได้... ผ่าน"
"กริชกระดูกงู... โอ้โห เล่มนี้แรง! มีิญญางูจงอางอาฆาตสิงอยู่ถ้าคนจิตอ่อนจับไปอาจจะโดนสิงให้ฆ่าตัวตายได้...ต้องล้างอาถรรพ์ด้วยน้ำมนต์เจ็ดวัดก่อนถึงจะขายได้... แยกไว้ในกล่อง 'อันตราย'"
เสี่ยวเป่าคัดแยกของอย่างชำนาญจนกระทั่งมือของเธอไปัักับวัตถุชิ้นหนึ่งที่ก้นถุงผ้าสีดำ
มันคือ'แผ่นไม้สีดำสนิท'รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเท่าฝ่ามือผิวััหยาบกร้านและเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง ทันทีที่นิ้วของเธอแตะโดน ความรู้สึก'หิวโหย' ที่น่าขนลุกก็แผ่ออกมาจากมันราวกับปากปีศาจที่กำลังอ้ากว้าง
วูบ!
ภาพนิมิตสั้นๆแวบเข้ามาในหัวของเสี่ยวเป่า... ภาพของท้องฟ้าสีแดงฉาน กองซากศพทับถมกันเป็ูเาและดวงตาขนาดั์ที่ลุกโชนด้วยไฟนรกกำลังจ้องมองลงมา
"อ๊ะ!" เสี่ยวเป่าสะดุ้งเฮือก รีบปล่อยมือแผ่นไม้ร่วงลงบนพื้นเสียงดังตุบ
"เป็อะไรไหมเสี่ยวเป่า?" กู้หลินที่สังเกตเห็นอาการผิดปกติรีบเข้ามาดูน้องสาว"ทำไมหน้าซีดแบบนั้น?"
"ระวังพี่ใหญ่! อย่าจับมัน!"เสี่ยวเป่าร้องห้ามเสียงหลงเมื่อเห็นพี่ชายจะเอื้อมมือไปหยิบ "เ้านี่มัน...กินพลังปราณ!"
เธอจ้องมองแผ่นไม้บนพื้นด้วยสายตาเคร่งเครียด
บนแผ่นไม้มีรอยสลักลึกเป็รูป 'ดวงตาที่มีเปลวไฟล้อมรอบ'สัญลักษณ์นี้... เธอคุ้นตาอย่างประหลาดเหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่งในความทรงจำอันเลือนรางของชีวิตก่อนตอนที่เธอยังเป็เทพธิดาอยู่บน์
"มันไม่ใช่ของหมอผีธรรมดา..." เสี่ยวเป่าพึมพำ เหงื่อเม็ดเล็กๆผุดขึ้นที่หน้าผาก "ไอพลังงานแบบนี้มัน... เหมือนพวก
'มารนอกรีต' จากแดนอสูรที่ข้าเคยปราบเมื่อพันปีก่อน...ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่ได้?"
"มารนอกรีต?" กู้หยูหูผึ่ง หันเก้าอี้กลับมา "เหมือนในหนังกำลังภายในเหรอที่พวกตัวร้ายฝึกวิชามาร?"
"ร้ายกาจกว่าเยอะ" เสี่ยวเป่าตอบเสียงเครียด"เ้าหมอผีที่เราเพิ่งจัดการไป...น่าจะเป็แค่ลูกสมุนปลายแถวที่รับของมาจากใครสักคนที่มีอำนาจมากกว่านั้นและเ้านี่..." เธอชี้ไปที่แผ่นไม้ "...คือเครื่องรางสื่อสารหรือไม่ก็ตัวดูดพลังส่งกลับไปหาเ้านายมันใครที่ถือมันไว้จะถูกสูบพลังชีวิตไปเรื่อยๆ จนแห้งตายโดยไม่รู้ตัว"
"น่ากลัวชะมัด..." กู้หลินกลืนน้ำลาย "งั้นเราควรทิ้งมันไปไหม?เผาทิ้งไปเลยดีไหม?"
"ทิ้งไม่ได้" เสี่ยวเป่าส่ายหน้า "ถ้าทิ้งไปคนอื่นอาจเก็บไปแล้วโดนดูดิญญาตาย หรือไม่เ้านายมันก็ตามกลิ่นมาเจอเราอยู่ดี...วิธีที่ดีที่สุดคือ 'ปิดผนึก' มันไว้แล้วเก็บไว้กับตัวเพื่อสืบหาต้นตอ"
เธอหยิบพู่กันจีนและถ้วยใส่'ชาดจอแส'(เืนกกระจอกผสมยางไม้และผงทองคำ) ขึ้นมาวาดอักขระสีแดงเข้มทับลงบนสัญลักษณ์ดวงตานั้นอย่างรวดเร็วปากขมุบขมิบร่ายคาถาผนึกมารโบราณ
"โอม... มหาผนึก์... ปิดกั้นทวารมาร... จงหลับใหล!"
วิ้ง!
แสงสีแดงวาบขึ้นชั่วครู่บนแผ่นไม้ก่อนจะจางหายไปพร้อมกับไอความเย็นะเื แผ่นไม้กลับมาดูเหมือนไม้กระดานธรรมดาๆอีกครั้ง
"เรียบร้อย... ตอนนี้มันเป็แค่ที่ทับกระดาษชั่วคราว"เสี่ยวเป่าถอนหายใจยาว วางพู่กันลง "แต่หนูสังหรณ์ใจว่า...เื่นี้ยังไม่จบง่ายๆ หรอก การที่เราไปถล่มรังหมอผีนั่นอาจจะไปเตะรังแตนเข้าให้แล้วน่ะสิ"
"หมายความว่าไง?" กู้หยูถาม"จะมีคนมาตามแก้แค้นเราเหรอ?"
"ก็เป็ไปได้" เสี่ยวเป่าพยักหน้า "คนที่มีของระดับนี้ในย่อมไม่ใช่คนธรรมดา แต่ช่างเถอะ! ใครกล้ามาแหยมกับท่านเทพธิดาเสี่ยวเป่าแม่จะฟาดให้ยับ!"
กริ๊งงงง!กริ๊งงงง!
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นขัดจังหวะบทสนทนา หน้าจอโชว์เบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย
"ฮัลโหล?" เสี่ยวเป่ากดรับสายเปิดลำโพง"สำนักเทพธิดาน้อยร้อยศพยินดีให้บริการค่ะ คิวดูดวงเต็มถึงเดือนหน้านะคะ
ถ้าจะจองคิวต้องโอนมัดจำมาก่อน..."
"สวัสดีครับ... ใช่คุณหนูเทพธิดาน้อยร้อยศพหรือเปล่าครับ?" เสียงปลายสายเป็ผู้ชายวัยกลางคนท่าทางสุภาพแต่แฝงความร้อนรนและเสียงรบกวนรอบข้างที่ดังจอแจ
"ใช่ค่ะ มีธุระอะไรคะ? ถ้าจะให้ไปปราบผี่นี้เรทราคาขึ้นนะคะ"
"อะ...เอ่อ คือผมไม่ใช่คนจะมาดูดวงครับ ผมชื่อ 'อาจื่อ'เป็ยามของอพาร์ตเมนต์ที่คุณหนูอาศัยอยู่ครับ คือ...ตอนนี้มีคนจำนวนมากมารวมตัวกันที่หน้าตึก จนรถเข้าออกไม่ได้แล้วครับ!ไม่ทราบว่าคุณหนูจะลงมาดูหน่อยได้ไหมครับ?"
"หะ? หน้าอพาร์ตเมนต์?" เสี่ยวเป่าขมวดคิ้วหันขวับไปมองที่หน้าต่าง
เมื่อเธอลากเก้าอี้ไปปีนดูที่หน้าต่างแล้วชะโงกหน้ามองลงไปข้างล่าง...
"โอ้... คุณพระช่วยกล้วยทอด!"
ที่ลานจอดรถหน้าตึกเก่าๆสภาพโทรมๆ ตอนนี้เนืองแน่นไปด้วยฝูงชนนับร้อยคน! ราวกับมีงานวัดขนาดย่อมๆบางคนถือป้ายไฟเขียนชื่อ 'เทพธิดาน้อย' บางคนถือรูปถ่ายของเธอ(ที่แคปมาจากไลฟ์สดและปริ้นท์มาแบบแตกๆ)บางคนถึงขั้นตั้งโต๊ะหมู่บูชาจุดธูปไหว้ไปทางห้องของเธอ!
เสียงะโเซ็งแซ่ดังขึ้นมาถึงชั้น4
"ท่านเทพธิดา! โปรดประทานเลขเด็ดงวดนี้ด้วยเถิด! ลูกช้างหมดตัวแล้ว!"
"ท่านเทพ! ลูกชายผมสอบตกคณิตศาสตร์ช่วยเป่าหัวให้มันฉลาดขึ้นหน่อยครับ!"
"ท่านเทพ! ขอลายเซ็นลงบนยันต์กันผีหน่อยครับ! ผมจะเอาไปแปะหน้ารถ!"
"กรี๊ดดด! น้องเสี่ยวเป่า! ป้าขอจับแก้มหน่อยลูก!"
กู้หลินที่เดินตามมาดูด้วยหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเื "นะ... นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย? พวกเขารู้ที่อยู่เราได้ยังไง?เราไม่เคยบอกใครนี่!"
"พลังของโซเชียลไงพี่ใหญ่..." กู้หยูกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ เขาเปิดมือถือเช็คทวิตเตอร์"มีคนแอบถ่ายรูปตึกเราตอนไลฟ์สดแล้วเอาไปโพสต์พิกัด... ตอนนี้แฮชแท็ก #บุกบ้านเทพธิดา กำลังติดเทรนด์อันดับหนึ่งเลย!"
เสี่ยวเป่าตบหน้าผากตัวเองดังแปะ
"งานเข้าแล้วไง..." เธอบ่นอุบ "นึกว่าจะได้นอนนับเงินสบายๆ...ที่ไหนได้ ดันได้ลัทธิประหลาดแถมมาด้วยซะงั้น!ขืนเป็แบบนี้เราจะใช้ชีวิตปกติยังไงเนี่ย?"
"แล้วเราจะทำยังไงดี? จะลงไปไล่พวกเขาก็คงไม่ได้..."
กู้หลินถามอย่างหมดหนทาง
เสี่ยวเป่าถอนหายใจแล้วหันกลับมามองพี่ชายทั้งสองด้วยแววตามุ่งมั่น
"ช่วยไม่ได้... ในเมื่อหนีไม่ได้ก็ต้องเผชิญหน้า! พี่รอง...เตรียมเครื่องกระจายเสียง! พี่ใหญ่... เตรียมการ์ดต้อนรับ (ยันต์)!หนูจะลงไปประกาศกฎเหล็กของสำนักเดี๋ยวนี้!"
ความโด่งดังมาพร้อมกับความวุ่นวาย...และดูเหมือนว่าชีวิตสงบสุขของสามพี่น้องตระกูลกู้ กำลังจะจบลงอย่างเป็ทางการ!นี่คือบททดสอบแรกของการเป็ 'คนดัง' ที่ยากยิ่งกว่าการปราบผีดิบเสียอีก!