ห้องนอนชิงหลี คฤหาสน์ตระกูลหยาง
ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก!
ชิงหลีสะดุ้งตื่นขึ้นบนโซฟาแคบๆ เธอกะพริบตาไล่ความง่วงงุนพลางขยับกายความขัดยอกแล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลังจนต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บหญิงสาวพยุงกายไปเปิดประตูในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง อาภรณ์ซาตินสายเดี่ยวเลื่อนหลุดจากไหล่ลาดมนเผยให้เห็นลำคอขาวผ่องและผิวเนียนละเอียดที่ดูเซ็กซี่อย่างไม่ตั้งใจ
เธอแง้มประตูออกเพียงนิด พลางชะโงกหน้าออกไปมอง "ขอโทษค่ะพอดีเมื่อคืนเหนื่อยไปหน่อยเลยตื่นสาย"เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ชวนให้คนฟังใจสั่น
"นายหญิงคะ เฮียบอกให้รีบแต่งตัวค่ะต้องไปคฤหาสน์หลักของตระกูลหยางตอนนี้เลย" แม่บ้านเอ่ยพลางก้มหน้าหลบสายตาไม่กล้ามองความเย้ายวนของสตรีตรงหน้าแม้แต่นิดเดียว
"เดี๋ยวๆ..." ชิงหลียกมือห้าม "เรียกฉันว่าชิงหลีก็พอ...อย่าใช้คำสูงส่งนั่นเลย" เธอถอนหายใจยาวพลางยกมือลูบหน้าแรงๆเพื่อสลัดภาพหลอนจากฝันร้ายอันมืดมิดที่แสนเหนื่อยล้า
"เอ่อ... แต่เฮียสั่งไว้ว่า..."แม่บ้านอึกอัก สีหน้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัดเพราะคำสั่งของหยางเป่ยคือประกาศิตที่ไม่มีใครกล้าบิดพลิ้ว
"ช่างเถอะ บอกเ้านายป้าว่าเดี๋ยวฉันลงไป"ชิงหลีตัดบท ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบห้องสีชมพูที่เธอเกลียดชัง "อ้อ...มีห้องอื่นอีกไหมคะ? ฉันไม่ชอบการตกแต่งห้องนี้เลยมันไม่ใช่ฉัน"
"ป้า... ป้าจะลองถามเฮียให้ค่ะ"แม่บ้านรับคำก่อนจะรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งจากไป
ชิงหลีหมุนตัวกลับเข้าห้องไปรื้อกระเป๋าเดินทางที่ยังไม่ได้จัดระเบียบเธอพยายามมองหาชุดที่มิดชิดที่สุดเพื่อให้เกียรติสถานที่และหลีกเลี่ยงสายตาดูแคลนจากคนตระกูลหยางทว่าในกระเป๋ากลับมีแต่เสื้อผ้ารัดรูปและสั้นกุดทั้งนั้น
“ตอนขนมาก็ไม่ได้คิดสิว่าต้องไปเจอผู้ใหญ่ในเช้าวันต่อมาแบบนี้”บ่นพึมพำพลางนวดขมับเพื่อขับไล่ความอ่อนล้า เรียกสติตัวเอง สุดท้ายเธอก็คว้าเดรสรัดรึงโทนสีนู้ดขึ้นมาทาบทับเรือนร่าง"นี่แหละ... เรียบร้อยที่สุดเท่าที่มีแล้วมั้ง"
โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า ไอ้ชุดสีเบจที่ดูเหมือนจะเรียบร้อยนั่นแหละเมื่ออยู่บนเรือนร่างของเธอ มันกลับขับเน้นทรวดทรงองเอวให้เด่นชัดจนดูอันตรายยิ่งกว่าสีแดงฉานเสียอีก...อันตรายเสียจนอาจปลุกสัญชาตญาณดิบของหยางเป่ยให้ลุกโชนจนอยากจะขังเธอไว้ไม่ให้ใครเห็น!
ห้องโถงกลาง คฤหาสน์ตระกูลหยาง | เวลา 11:20 น.
หยางเป่ยซึ่งนั่งจิบชาร้อนรออยู่บนโซฟาหนังราคาแพงถึงกับมือสั่นคลอนสายตาคมกริบจดจ้องร่างระหงในชุดเดรสรัดรูปที่แนบสนิทไปกับเรือนร่างยั่วยวน ขณะที่ร่างระหงเยื้องกรายลงมาจากบันไดหินอ่อนอย่างเชื่องช้าอย่างเป็ธรรมชาติ
ชุดเดรสสีเบจที่ชิงหลีคิดว่ามิดชิดที่สุดกลับทำหน้าที่ของมันได้แย่มากในสายตาเขาเพราะเนื้อผ้าเนียนละเอียดรัดรึงไปตามส่วนสัดราวกับจะหลอมรวมเป็ิัเว้าโค้งจนเห็นสัดส่วนชัดเจนไปทุกตารางนิ้วทรวงอกอวบอิ่มที่ถูกดันทรงจนดูหวาดเสียว เอวบางคอดกิ่วและเรียวขาเพรียวสวยที่โผล่พ้นชายกระโปรงขึ้นมาเหนือเข่ามือบางถือรองเท้าส้นสูงลงมาด้วย ทำหน้าที่ล่อลวงั์ตาพยัคฆ์ร้ายให้ติดบ่วงเสน่หาอย่างเลี่ยงไม่ได้
หยางเป่ยรู้สึกร้อนวูบขึ้นมาที่ลำคออย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อทัศนียภาพเบื้องหน้าคือความอรชรอ้อนแอ่นที่ชวนสติกระเจิง"มึงจะไปบ้านพ่อกูหรือจะไปอ่อยผู้ชายที่นั่นกันแน่?" เขาถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดที่อธิบายไม่ได้ว่าโกรธที่เธอไม่ให้เกียรติสถานที่หรือกำลังหวงจนไม่อยากให้ใครเห็นเรือนร่างนี้กันแน่
"ปกติฉันก็แต่งตัวแบบนี้ ในกระเป๋าก็มีแต่เสื้อประเภทนี้...คุณก็น่าจะทราบดี" ชิงหลีตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเธอเดินมาหยุดตรงหน้าเขาพลางก้มลงสวมรองเท้าส้นสูงอย่างใจเย็นท่วงท่าของเธอแฝงไปด้วยความเย้ายวนโดยธรรมชาติจนคนมองยิ่งอารมณ์เสีย
"ส่วนเื่ห้อง... ถ้ามึงไม่อยากอยู่ห้องนั้นก็เชิญไปนอนเรือนคนใช้หลังบ้าน" หยางเป่ยแค่นยิ้มเ็า กวาดสายตาคมปลาบมองเธออย่างหยาบโลนเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว"แต่งกายชั้นต่ำไม่ต่างจากพวกโสเภณีริมทาง"
ชิงหลีชะงักไปเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะเงยหน้าสบตากับเขาด้วยั์ตาสีเทาที่ว่างเปล่าราวกับคำถากถางนั้นเป็เพียงสายลมที่พัดผ่าน"งั้นก็ถือซะว่าคุณมีเมียเป็โสเภณีก็แล้วกันค่ะ..."
คำตอกกลับนิ่งสนิททว่าแฝงไปด้วยความประชดประชันทำเอาเส้นความอดทนของหยางเป่ยขาดสะบั้นเขาพุ่งเข้าไปกระชากต้นแขนเรียวเล็กเข้าหาตัวอย่างแรงจนทรวงอกนุ่มหยุ่นปะทะกับแผงอกแกร่งจนไร้ช่องว่างให้อากาศไหลผ่าน
"มึง...!"เขาตวาดลั่นจนแม่บ้านแถวนั้นสะดุ้งตัวโยน ั์ตาสีเทาจ้องมองใบหน้างามอย่างอาฆาต"จำใส่หัวมึงไว้! ต่อหน้าคนอื่นเรียกกูว่าเฮียอย่าทำให้กูเสียหน้าอย่าให้ใครรู้ว่าเธอมาแต่งงานแทนยัยน้องสาวที่ทำตัวใสซื่อนั่นและอย่าทำตัวน่าอายเด็ดขาด... เพราะถ้าเธอทำให้กูอัปยศแม้แต่นิดเดียว กูจะทำให้มึงรู้ว่าการตายในบ้านหลังนี้มันเป็เื่ที่น่าอิจฉาที่สุด!"หยางเป่ยสะบัดแขนเธอออกอย่างแรงราวกับขยะสะอิดสะเอียนก่อนจะเดินนำออกไปที่รถลีมูซีน
ชิงหลียืนนิ่งจับแขนตัวเองที่เริ่มขึ้นรอยแดงเข้มอยู่ครู่หนึ่งเธอเม้มริมฝีปากแน่น ข่มความเ็ปที่แล่นริ้วจากต้นแขนลามไปถึงหัวใจก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกและสาวเท้าตามเขาไปอย่างเงียบเชียบ
บนรถมุ่งหน้าไปคฤหาสน์หลักตระกูลหยาง | เวลา 11:30 น.
บรรยากาศภายในรถยุโรปคันหรูเย็นเฉียบและอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกร่างบางนั่งพิงเบาะหนังนุ่มราคาแพงพลางเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ั์ตาสีเทาหม่นสะท้อนบนกระจก...ดูราวกับซากศพที่ไร้ดวงิญญา
หยางเป่ยลอบมองใบหน้าด้านข้างของชิงหลีพลางเคาะปลายนิ้วลงบนหน้าขาเป็จังหวะเดียวกับความระแวงที่ก่อตัวเขาพยายามประเมินว่าสตรีตรงหน้าซ่อนความนัยใดไว้ภายใต้ความสงบนิ่ง? ้าการยอมรับจากบิดาผู้เืเย็นหรือมีแผนร้ายอันใดซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าที่นิ่งสงบราวกับผิวน้ำนี้
“อีกนานไหมคะ? กว่าจะถึง” ชิงหลีถามขึ้นโดยไม่แม้แต่จะหันมามองเขา
“อีกสามสิบนาที” เขาตอบสั้นๆอย่างห้วนกระด้างพลางตวัดสายตามองนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือ
“พ่อคุณเกลียดหรือชอบอะไรเป็พิเศษไหมคะ? มีเื่อะไรที่ฉันห้ามพูดหรือเปล่า?”เธอถามเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง
“ไม่มี... คนตระกูลหยางจะชอบหรือเกลียดก็พูดกันตรงๆไม่มีการปั้นหน้าเข้าหาใครแบบครอบครัวจอมปลอมของมึง” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวกับกำลังเล่าเื่ดินฟ้าอากาศที่ไร้ความสำคัญ
“ถ้าอย่างนั้น...ฉันพูดความจริงเื่ของเราก็คงไม่เสียหายสินะคะ”ชิงหลีหันมาสบตาใบหน้าคมเข้มที่อยู่ข้างกาย
ประโยคนั้นทำให้เส้นอารมณ์ของหยางเป่ยขาดสะบั้นลง เอื้อมมือหนาไปกระชากต้นแขนเรียวรั้งร่างบางมาเผชิญหน้าอย่างรุนแรงจนร่างบางถลาเข้าปะทะแผงอกกว้าง
“มึง!!!” หยางเป่ยคำรามลั่นรถดวงตาแดงก่ำด้วยโทสะที่พุ่งพล่าน “มึงคิดว่ากูเล่นตลกอยู่เหรออีโสเภณี!ขืนมึงปากดีจนกูเสียหาย หรือแผนกูพังเพราะปากมึง...กูจะส่งมึงให้ลูกน้องเล่นเรียงตัวให้หมด!”
“เจ็บ... ปล่อย” ชิงหลีเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท แม้ผิวขาวผ่องขึ้นรอยจ้ำแดงจัดประจานความดิบเถื่อนอย่างไม่ปรานีของเขา“ก็ได้ค่ะ... ฉันจะทำตามที่สั่ง แต่ปล่อยเถอะ ฉันเจ็บ” คำว่าเจ็บหลุดออกมาจากริมฝีปากบางั์ตาสีเทาหม่นยังคงนิ่งสนิท... ไร้รอยกระเพื่อมของความหวาดกลัวราวกับความเ็ปทางกายส่งไปไม่ถึงดวงใจที่ด้านชาของเธอ
หยางเป่ยสะบัดแขนเธอทิ้งอย่างแรงจนร่างบางปลิวไปกระแทกพนักเบาะอีกฝั่งเขาขบกรามแน่นจนเป็สันนูน เพลิงอารมณ์พลุ่งพล่านเมื่อตระหนักว่าเขาไม่อาจสั่นคลอนความนิ่งเฉยนั้นได้ออกมาให้เขาเห็นเสียทียิ่งเธอเฉยชาเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งอยากบดขยี้เธอให้แหลกคามือมากขึ้นเท่านั้น!
คฤหาสน์หลักตระกูลหยาง | เวลา 12:10 น.
ยานยนต์คันหรูเคลื่อนตัวเข้าจอดสนิทหน้าคฤหาสน์จีนโบราณประยุกต์กับทรงยุโรปอันโอ่อ่าน่าเกรงขามดุจพยัคฆ์ชราที่หมอบซุ่ม... รอขย้ำเหยื่อที่หลงย่างกรายเข้าสู่ถิ่นหยางเป่ยโน้มตัวลงมาสบตากับชิงหลี ฝ่ามือหนาโอบรอบลำคอระหงพลางเค้นคลึงอย่างคุกคามทว่าแฝงนัยมุ่งร้ายพร้อมทำลายทิ้งได้ทุกเมื่อหากเธอคิดตุกติก
"อย่าลืม... ต้องเรียกกูว่าเฮีย และจงแสดงให้ทุกคนเห็นว่ามึงหลงกูจนโงหัวไม่ขึ้น"เขาขู่เสียงต่ำกระซิบที่ข้างใบหู "ป้อนคำลวงให้ทุกคนเชื่อว่าวิวาห์นี้อบอวลด้วยไอรัก...ไม่ใช่การแต่งงานตัวตายตัวแทนแบบที่ตระกูลมึงวางแผนไว้" เขาละมือจากลำคอขาวผ่องด้วยสายตาแข็งกร้าวก่อนจะก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าสง่างามและดุดันสมเป็ทายาทสายตรงของตระกูลหยางชายหนุ่มเดินอ้อมไปเปิดประตูให้ชิงหลีตามมารยาทจอมปลอมที่ฉาบไว้ด้วยยาพิษ พลางผายมือรับหญิงสาวด้วยท่วงท่าที่เปี่ยมด้วยเกียรติจอมปลอม
ชิงหลีวางมือบางลงบนฝ่ามือของเขานิ้วเรียวที่ประดับด้วยแหวนเพชรน้ำงามส่องประกายวาววับล้อสายตาลูกน้องนับสิบที่ยืนอารักขาอยู่รอบคฤหาสน์เธอก้าวลงมายืนอย่างมั่นคงก่อนจะวาดวงแขนเรียวเข้าคล้องแขนแกร่งไว้แนบชิดในทันใด
คู่รักผู้มั่งคั่งเดินเคียงคู่กันเข้าไปภายในโถงใหญ่ ดูสง่างามดุจกิ่งทองใบหยกที่เพิ่งผ่านค่ำคืนอันรุ่มร้อนมาหมาดๆโดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มแย้มนั้น... คือสมรภูมิทางอารมณ์ที่พร้อมจะแหลกสลายได้ทุกลมหายใจ
ห้องโถงหลัก คฤหาสน์หลักตระกูลหยาง | เวลา 12:20 น.
บรรยากาศภายในห้องโถงกว้างขวางวิจิตรตระการด้วยเครื่องเรือนไม้หนานมู่ทองมูลค่าควรเมืองทว่ามันกลับเต็มไปด้วยรังสีอำนาจที่แผ่ซ่านกดทับมวลอากาศจนหน่วงหนักพี่ชายทั้งสามของหยางเป่ยต่างนั่งพร้อมหน้าพร้อมตาเคียงข้างครอบครัวทุกคนต่างแผ่รัศมีความยิ่งใหญ่ออกมาอย่างเป็ธรรมชาติ ดั่งนี่คือสิ่งที่ควรจะเป็
ทว่าท่ามกลางสายตาที่จับจ้องมา ชิงหลีกลับสวมิญญาเมียรักได้อย่างไร้รอยตะเข็บเธอโปรยยิ้มหวานละมุนตอบโต้บทสนทนากับเหล่าพี่สะใภ้และผู้าุโด้วยท่าทีอ่อนน้อมทว่าฉลาดเฉลียวกิริยาที่งดงามและลื่นไหล
หยางเป่ยที่ประทับอยู่เคียงข้างถึงกับชะงักด้วยความทึ่งสายตาที่เคยว่างเปล่าและเ็าถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากการแสดงที่สมบูรณ์แบบจนเกือบทำให้เขาเผลอเชื่อไปชั่วขณะว่าเธอคือผู้หญิงอ่อนหวานคนนั้นจริงๆ
ผ่านไปราวสามชั่วโมงท่ามกลางวงล้อมที่คละคลุ้งด้วยกลิ่นอายอำนาจของเหล่าพยัคฆ์ร้ายตระกูลหยางชิงหลีเริ่มรู้สึกอึดอัดจนโหยหาอากาศหายใจที่บริสุทธิ์ เธอโน้มใบหน้าเข้าหาพยัคฆ์หนุ่มพลางกระซิบด้วยสำเนียงออดอ้อนที่จงใจให้ได้ยินกันทั้งโต๊ะ “เฮียคะ...ชิงหลีขอออกไปเดินเล่นในสวนตรงศาลาต้นไม้ใหญ่หน่อยได้ไหมคะ? รู้สึกเวียนหัวนิดหน่อยค่ะ”เธอเอนศีรษะลงซบอิงไหล่หนาอย่างแสนงอน ราวกับหลงรักชายตรงหน้าอย่างสุดซึ้ง
หยางเป่ยหันมามองร่างบางที่กำลังคลอเคลียเขาอยู่ครู่หนึ่ง เขากระตุกยิ้มละมุนที่มุมปากเพื่อรับบทบาทในละครฉากใหญ่นี้ทว่าแววตาของเขากลับนิ่งสนิทไร้แววเสน่หา แต่สิ่งที่แสดงออกมากลับดูเป็สามีที่แสนอบอุ่น“ได้สิ เดี๋ยวเฮียไปเป็เพื่อน”หยางเป่ยปั้นรอยยิ้มที่ดูนุ่มนวลที่สุดเท่าที่เขาเคยทำมา วาดวงแขนแกร่งรั้งเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวอย่างแสดงความเป็เ้าของ“เดี๋ยวผมพาเมียออกไปสูดอากาศข้างนอกสักครู่นะครับพ่อ”