หลังจากที่หนิงฮวากลับมาถึงบ้านก็เป็เวลายามเซิน (15.00 – 16.59 น.) แล้วนางจึงบอกให้บิดานำต้นอ่อนของต้นกล้วยไปลงปลูกที่สวนหลังบ้านข้างๆบ่อน้ำที่ใช้ในครอบครัว พอเสร็จแล้วนางก็เดินไปหามารดาและพี่สาวของนางก่อนจะชวนทั้งสองไปหาอะไรมาทำอาหารเย็นกัน
"ท่านแม่...พี่ใหญ่ เราไปหาอะไรมาทำอาหารเย็นกันเถอะเ้าค่ะ"
"เ้าจะไปหาที่ไหนหรือฮวาเออร์"
หนิงลี่เอ่ยถามบุตรสาวอย่างสงสัยเพราะว่า่นี้บุตรสาวคนรองของตนนั้นชอบทำอะไรแปลกๆอยู่บ่อยๆ
"ไปหาผักป่าและไปดูที่ลำธารว่ามีอะไรสามารถนำมาทำเป็อาหารทานได้หรือไม่กันเ้าคะ"
"งั้นรอแม่ซักครู่เดี๋ยวแม่ไปหยิบของก่อนส่วนเซียนเออร์พาน้องไปหยิบตระกร้าแล้วไปรอแม่ที่หน้าบ้านเสร็จแล้วเดี๋ยวแม่ตามไป"
หญิงลี่เอ่ยบอกกับบุตรสาวทั้งสองของตนก่อนจะเดินหายไปหยิบเอาอุปกรณ์ที่จะใช้ในการจับปลาหรือสิ่งที่บุตรสาวบอกว่าทานได้นางจะได้ไม่ต้องกลับมาเอาใหม่ที่บ้านเพราะจะได้ไม่เสียเวลาพอได้อุปกรณ์ที่้าครบแล้วนางจึงเดินไปสมทบกับบุตรสาวของตนที่หน้าบ้านทันที
"ไปกันเถอะ.....เดี๋ยวจะมืดค่ำซะก่อน"
"เ้าค่ะ"
หนิงเซียนและหนิงฮวาตอบรับมารดาอย่างพร้อมเพรียงกันก่อนที่ทั้งสามจะพากันเดินไปดูผักป่ากันก่อนแล้วค่อยกลับมาดูที่ลำธารเป็ลำดับสุดท้ายก่อนกลับบ้าน ในระหว่างทางที่พวกนางทั้งสามเดินผ่านนั้นหนิงฮวาก็ได้มองสำรวจรอบๆไปด้วยเผื่อจะเจอสิ่งที่น่าสนใจจะได้นำกลับบ้านไปด้วย พอทั้งสามคนเดินทางมาถึงจุดที่ผักป่าขึ้นมารดาและพี่สาวของหนิงฮวาก็เอ่ยถามนางทันที
"เ้าจะให้แม่กับพี่สาวของเ้าเก็บอะไรบ้างรึฮวาเออร์"
"นั้นซิจะให้พี่ช่วยเก็บอะไรบ้างเล่าน้องรอง"
นางจึงมองไปรอบๆพื้นที่ที่นางยืนอยู่ก่อนจะมองสบเข้ากับแตงกวา พริกหยวก ต้นแมงลักและสิ่งที่ทำให้นางดวงตาเบิกกว้างก็คือต้นย่านางหรือเครือย่านางนั้นเอง นางไม่คิดว่ามันจะมีที่นี้ด้วยแต่ก็ไม่แปลกแถวๆนี้เป็เขตป่าโปร่งต้นย่างนางก็เกิดเองได้ทุกสภาพอยู่แล้วพอนางเห็นต้นย่านางเมนูอาหารวันนี้ก็ว้าบขึ้นมาทันทีเพราะวันนี้นางได้หน่อไม้มาจาป่าดังนั้นเมนูวันนี้ก็คือ แกงหน่อไม้และห่อหมกหน่อไม้ ผัดแตงกวาอีกหนึ่งอย่างแล้วกันพอสรุปเมนูอาหารได้แล้วนางก็เอ่ยบอกกับมารดาและพี่สาวทันที
"ท่านแม่...ท่านช่วยข้าเก็บแตงกวา พริกแล้วก็ใบแมงลักด้วยนะเ้าคะ ส่วนพี่ใหญ่ท่านช่วยไปเก็บใบย่านางให้ข้าได้หรือไม่เ้าคะ"
นางเอ่ยบอกมารดาเสร็จแล้วก็หันหน้าไปหาพี่สาวของต้นพร้อมกับเอ่ยถามออกไปนางเกรงว่าบางทีที่นี้อาจจะยังไม่มีใครรู้จักต้นย่านางก็เป็ได้และก็เป็ตามที่นางคิดเพราะพอนางเอ่ยจบมารดาและพี่สาวของนางก็หันกลับมามองหน้านางอย่างสงสัย
"มันคือต้นอะไรรึพี่ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลยน้องรอง"
"อ้อมันก็คือต้นนี้อย่างไรเล่าเ้าค่ะ ต้นย่านาง เป็ไม้เลื้อยเป็เถากลมขนาดเล็กเหนียวมีสีเขียว เถาอ่อนมีขนอ่อนปกคลุม เถาแก่ผิวเรียบมีสีเข้ม มีข้อห่างๆ รากมีขนาดใหญ่ มีหัวใต้ดิน ใช้ไปทำอาหารได้เ้าค่ะแถมยังมีประโยชน์เป็ยาด้วยนะสรรพคุณของย่านางก็คือ
ส่วนของใบย่านาง มีรสจืดขม กินได้ ใช้ถอนพิษผิดสำแดง แก้ไข้ ตัวร้อน แก้ไข้รากสาด ไข้พิษ ไข้หัว ไข้กลับซ้ำ ใช้เข้ายาเขียว ทำยาพอก ลิ้นกระด้าง คางแข็ง กวาดคอ แก้ไข้ฝีดาษ ไข้ดำแดงเถา
ส่วนราก มีรสจืดขม กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้ ปรุงยาแก้ไข้รากสาด ไข้กลับ ไข้พิษ ไข้ผิดสำแดง ไข้เหนือ ไข้หัวจำพวกเหือดหัด สุกใส ฝีดาษ ไข้กาฬ กินแก้พิษเมาเบื่อ แก้เมาสุรา
แก้พิษภายในให้ตกสิ้น บำรุงหัวใจ บำรุงธาตุ แก้โรคหัวใจบวม ถอนพิษผิดสำแดง แก้อาการท้องผูก แก้กำเดา แก้ลม พูดง่ายๆเลยนะเ้าคะคือมีสรรพคุณต่อร่างกายเราอย่างมากเ้าค่ะ"
เมื่อนางกล่าวถึงประโยชน์ของต้นย่านางจบมารดาและพี่สาวของนางก็เหมือนสติจะหลุดลอยไปไกลแล้วนางจึงเรียกสติของทั้งคู่ด้วยการเอ่ยเรียทั้งสองคนอีกครั้ง
"ท่านแม่เ้าคะ.......พี่ใหญ่เ้าคะ......."
"อะ.......อื้ม....พวกแม่เข้าใจแล้วแต่ก็ไม่เคยคิดเลยว่าแค่ไม้เลื่อยแค่นี้กลับมีสรรพคุณดีเยี่ยมขนาดนั้นได้....งั้นพวกเราก็รีบเก็บกันเถอะจะได้รีบกลับนี้ก็ใกล้จะเย็นมากแล้ว"
หลังจากเอ่ยกับบุตรสาวแล้วทั้งสามคนก็ต่างเก็บในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบส่วนหนิงฮวานั้นนางได้เดินไปเก็บพริกหยวก ผักชีและต้นหอมก่อนจะเดินมาหามาดารและพี่สาวเพราะว่านางเห็นว่าทั้งคู่ก็เก็บเสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นกัน
"งั้นเรากลับกันเถิดเ้าค่ะจะได้ไปแวะดูที่ลำธารด้วยว่าจะจับอะไรไปทำเป็อาหารเพิ่มได้อีกบ้าง"
เมื่อหนิงฮวาเอ่ยจบทั้งสามคนก็พากันเดินกลับบ้านระหว่างทางหนิงฮวาก็คิดไปด้วยว่าปลาในลำธารเยอะแบบนี้นางน่าจะจับมาไว้ทำปลาแห้งเพราะมันสามารถเก็บไว้ได้นานไม่เน่าเสียอีกอย่างยังสามารถนำมาทำเป็ปลาร้าได้ด้วยคิดถึงปลาร้าแล้วก็รู้สึกอยากกินส้มตำขึ้นมาทันทีเลยพอเดินมาถึงลำธารนางก็มองสำรวจดูกุ้งฝอย ปลา และปลาตัวเล็กๆเยอะมากพวกมันอาศัยอยู่ตามซอกหินนางจึงหันไปเอ่ยกับมารดา
"ท่านแม่.......ข้าอยากได้กุ้งตัวเล็กๆกับปลาตัวเล็กๆพวกนี้เ้าค่ะเอาเยอะๆเลยนะเ้าคะ"
พอหนิงลี่ได้ฟังที่บุตรสาวคนรองเอ่ยบอกนางก็จัดการช้อนเอากุ้งที่อยู่ตามริมน้ำและเดินไปช้อนปลาตัวเล็กๆแถวๆซอกหินนางทำแบบนั้นไปสามสี่รอบก็ขึ้นมาเพื่อเก็บกุ้งและปลาใส่ในกระบุงสานที่นางเตรียมมาด้วยทั้งสามคนช่วยกันเลือกเอาปลาตัวเล็กๆและกุ้งใส่ในกระบุงเมื่อได้ตามจำนวนที่หนิงฮวา้านางจึงเอ่ยบอกมาดารของตน
"พอแล้วเ้าค่ะท่านแม่.......พวกเรากลับกันบ้านกันเถอะเ้าค่ะ"
"เ้าแน่ใจนะ"
"เ้าค่ะ"
หลังจากนั้นพวกนางทั้งสามก็พากันเดินกลับบ้านเมื่อมาถึงบ้านแล้วหนิงฮวาก็เอ่ยบอกกับมารดาทันที
"ท่านแม่ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะเ้าค่ะส่วนอาหารข้ากับพีี่ใหญ่จะช่วยกันทำเองนะเ้าคะ"
"เอาอย่างนั้นรึ.......งั้นแม่ฝากพวกเ้าสองคนด้วยนะ"
เมื่อเอ่ยจบมารดาของนางก็เดินหายไปยังข้างหลังบ้าน นางจึงเดินเข้าไปหาพี่สาวของนางพร้อมกับพากันเดินถือของเข้าไปยังครัวเพื่อเตรียมทำอาหารเย็นกัน
"พี่ใหญ่ท่านจุดไฟแล้วตั้งหม้อน้ำเปล่าให้ข้าด้วยนะเ้าคะข้าจะเอาหน่อไม้มาต้ม พอตั้งหม้อเสร็จแล้วพี่ใหญ่ค่อยไปล้างกุ้งกับปลาให้ด้วยนะเ้าคะ เดี๋ยวข้าจะไปเตรียมอย่างอื่นก่อน"
เมื่อเอ่ยจบหนิงฮวาก็เดินไปที่หน่อไม้ที่ได้มาเมื่อกลางวันก่อนจะทำการปลอกเปลือกมันออกให้เหลือแค่ตัวเนื้อหลังจากนั้นนำมาฝานสับแล้วฝานให้เป็ชิ้นยาวๆขนาดกลางๆพอเสร็จแล้วก็นำไปล้างน้ำเปล่าแล้วนำไปใส่ในหม้อที่ตั้งไว้แล้วนี้คือขั้นตอนการทำหน่อไม้ให้จืดเพื่อตัดรสขมของหน่อไม้
หลังจากที่รอหน่อไม้ต้มให้จืดอยู่นั้นนางก็ไปเตรียมเคทื่องทำน้ำแกงต่อด้วยการน้ำข้าวสารที่แช่ไว้ก่อนแล้วมากรองน้ำออกใส่ลงไปในครกพร้อมกับใบย่านางที่ล้างทำความสะอาด
แล้วตำให้ละเอียดแล้วเติมน้ำลงไปคั่นเอาแต่น้ำย่านางจนได้มาหนึ่งถ้วยพักเอาไว้แล้วต่อด้วยทำพริกแกงนำพริกสด หอมแดง ตะไคร้ซอย กระเทียม และเกลือใส่ลงในครก แล้วโขลกให้ละเอียดตักใส่ถ้วยไว้พอหน่อไม้จืดแล้วก็นำไปล้างในน้ำสะอาดรอบนึงแล้วนำหม้อตั้งไฟโดยใช้ไฟกลาง
จากนั้นใส่น้ำเปล่าลงไปในหม้อ รอให้น้ำเดือดค่อยใส่น้ำพริกแกงที่โขลกไว้ลงไป ตามด้วยน้ำใบย่านางพอน้ำเดือดอีกครั้งใส่หน่อไม้ลงไปต้มไปซักพักก็ปรุงรสเล็กน้อยพอได้ที่แล้วก็ใส่ใบแมงลักลงไปปิดฝายกลงไปวางรอตัก
จากนั้นนางก็เดินไปหาพี่สาวพร้อมกับบอกวิธีการทำเมนูทอดปลากรอบกับกุ้งชุบแป้งทอดให้พี่สาวได้ทำโดยนางได้นำปลาที่ล้างทำความสะอาดแล้วมาปรุงด้วยเกลือเล็กน้อยให้พี่สาวตั้งกระทะให้ร้อนเทน้ำมันลงไปประมาณก้นกระทะรอน้ำมันเดือด
จากนั้นก็นำปลาที่หมักไว้ลงไปในกระทะทอดไปเรื่อยๆจนกว่าปลาจะเหลืองและกรอบแล้วค่อยตักขึ้นมาใส่จานจากนั้นก็น้ำกุ้งมาหมักด้วยแป้งข้าวเ้าใส่เกลือเล็กน้อยใส่น้ำเปล่านิดหน่อยคลุกให้เข้ากันพอพี่สาวทอดปลากรอบเสร็จก็ให้ทอดกุ้งต่อเลย
โดยการตักกุ้งที่หมักด้วยแป้งใส่ลงไปในกระทะรอให้ด้านที่โดนน้ำมันเหลืองค่อยพลิกอีกด้านลงไปพอทั้งสองด้านเหลืองแล้วก็ค่อยตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำมันแล้วเอาใส่จานพอนางสอนวิธีการทำให้พี่สาวเสร็จแล้วนาก็ไปเตรียมทำห่อหมกหน่อไม้ต่อ
เริ่มจากนำหน่อไม้สดต้มด้วยน้ำสะอาด 1 น้ำ ทิ้งให้หายร้อนหลังจากนั้นใช้เข็มเย็บผ้ากดลงไปที่หน่อไม้แล้วลากลงมาให้เป็เส้นเล็กๆ ขูดให้หน่อไม้เป็เส็นส่วนที่แข็งทิ้งไป เสร็จแล้วนำไปต้มต่ออีก 1 น้ำ ใส่เกลือป่นลงไป (ช่วยลดความขม เฝื่อนของหน่อไม้) ต้มให้เดือดประมาณ 10 นาที เทน้ำออกแล้วพักให้สะเด็ดน้ำจากนั้นก็มาเตรียมพริกแกงกันต่อ
โดยการตำข้าวเหนียวแช่น้ำ(ข้าเบือ)ก่อนให้ละเอียดเสร็จแล้วนำไปพักไว้ก่อน หลังจากนั้นทำการตำเครื่องแกงกันต่อนำ หอมแดง พริกแห้ง ตะไคร้ โขลกแค่พอหยาบเสร็จแล้วพักไว้ก่อนพอได้ส่วนผสมครบแล้วก็เริ่มลงมือทำได้เลยนำหน่อไม้ที่เราต้มแล้วใส่ลงไปในหม้อใส่ข้าวเบือ เครืองแกงที่โขลกไว้
จากนั้นปรุงรสตามใจชอบคลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน ตามด้วยน้ำใบย่านางเสร็จแล้วนำไปตั้งเตา ปิดฝาหม้อต้มจนน้ำเริ่มงวดลง หมั่นคนเรื่อยๆ รอให้น้ำแห้งลงให้พอมีน้ำคลุกคลิกก็เป็อันใช้ได้ ใส่ใบแมงลัก ต้นหอมลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากันก็เป็อันเสร็จเรียบร้อยหลังจากที่นางและพี่สาวทำอาหารเสร็จแล้วนั้นทั้งคู่ก็พากันไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อมาตั้งโต๊ะอาหารพอเสร็จแล้วนางก็ไปเรียกทุกคนให้มาทานข้าว
"ท่านปู่....ท่านพ่อ...ท่านแม่...จินเออร์ทานข้าวได้แล้วเ้าค่ะ"
พอทุกคนเดินเข้ามาภายในบ้านกลิ่นหอมของกับข้าวก็ลอยไปเตะจมูขของทุกคนและพอเดินมาถึงโต๊ะทานข้านทั้งหมดก็ยืนอ้างปากค้างกับอาหารของวันนี้จนหนิงเซียนหลุดขำออกมากับท่าทางนี้ของทุกคน
ไม่แปลกก่อนหน้านี้นางก็เป็เหมือนกับพวกเขาเพราะเพียงแค่นางทอดปลากรอบกับทำกุ้งชุปแป้งทอดเสร็จนางจึงหันกลับมาดูน้องสาวของตนปรากฏว่าน้องรองของนางนั้นทำกับข้าวเสร็จเรียบร้อยหมดทุกอย่างแถมยังหอมน่าทานมากด้วย หนิงเซียนจึงได้เรียกสติทุกคน
"เอ่อ........ท่าปู่..ท่านพ่อ...ท่านแม่...จินเออร์มานั่งทานข้าวกันเถิดเ้าค่ะ"
"อะแฮ่ม.....นั้นซิไปทานข้าวกันเถอะ"
หนิงเทียนที่ได้สติรีบเอ่ยกลบเกลื่อนความอายที่แสดงออกมาเมื่อซักครู่นี้
"โห...พี่ใหญ่พี่รองวันนี้มีแต่อาหารหน้าตาน่ากินทั้งนั้นเลย แถมยังหอมมากด้วยมันเรียกว่าอะไรบ้างรึขอรับ"
หนิงจินน้องเล็กสุดเอ่ยถามกับพี่สาวของตนเองอย่างสดใสร่าเริง
"วันนี้พี่ทำ แกงหน่อไม้ หมกหน่อไม้ ปลาทอดกรอบและกุ้งชุบแป้งทอดจ่ะ น่าอร่อยก็ทานเยอะๆนะ จะได้โตไวๆ ส่วนทุกคนก็ทานเยอะๆนะเ้าคะข้ากับพี่ใหญ่ตั้งใจทำกันมากเลยนะเ้าคะ"
เมื่อหนิงฮวาเอ่ยจบทุกคนก็เริ่มลงมือทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยยิ่งกับเ้าตัวเล็กของบ้านยิ่งเจริญอาหารเพิ่มข้าวไปสองจานคนเดียวไม่รู้ว่าเอาไปไว้ตรงไหนตัวก็เล็กแค่นี้แล้วอาหารมื้อนี้ก็ผ่านไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอย่างอบอุ่นที่ไม่ได้มีมานานแล้ว