คาดิแลคสีดำสนิท ติดฟิล์มกรองแสงมืดทึบ ทำเอาคนที่อยู่ด้านนอกมองแทบไม่เห็นอะไรภายในรถได้เลย หากไม่เอาหน้ามาแนบจนชิดถึงจะรู้ วันนี้เ้าของตั้งใจเอารถคันนี้มาใช้งานเนื่องจาก้าขับรถเอง และเพื่อดูไม่เป็การเอิกเกริกจนเกินไป ลีมูซีนคันหรู ใหญ่ั์จึงได้พักบ้าง
รถหรูราคาแพงสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับบุรุษที่ร่ำรวยมหาศาล อย่างฮิโรยูกิแล้ว รถพวกนี้เป็แค่ ยานพาหนะราคาถูกสำหรับชายหนุ่ม ล้อรถจอดสนิทที่หน้าเทอร์เรซ ได้สักพักก็ปรากฏร่างสูงก้าวลงมา ด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย อีกด้านมีร่างสูงเพรียวระหง ก้าวลงมาเช่นกัน และก่อนที่จะเข้าไปยังตัวบ้าน ชายหนุ่มหยุดชะงักนิดหนึ่ง เมื่อสายตาคมกริบที่สวมแว่นตาสีชาเพื่อปิดบังดวงตาและสีหน้า กระหวัดไปเห็นรถเมอร์ซิเดสสีบรอนซ์จอดอยู่บริเวณลานจอดรถขนาดกว้างใหญ่โต ราวกับสนามฟุตบอล คิ้วดกหนาขมวดเข้าหากันมุ่น ด้วยความฉงนสนเท่ห์ นั่นมันรถของ ยูอิจินี่ มาทำไมกันค่ำมืดป่านนี้แล้ว
“มีอะไรหรือคะ? ฮีโร่ ทำไมยังไม่เข้าไปอีกล่ะคะ”
“ไม่มีอะไร เข้าไปข้างในกันเถอะ ป่านนี้คุณปู่รอแย่แล้ว”
“อ้อ! คุณชายมาแล้ว นายใหญ่ให้มาเชิญไปที่ห้องอาหารได้เลยค่ะ” ยังไม่ทันที่จะก้าวเข้าไปยังห้องโถงดีเท่าไหร่นัก มิกะสาวน้อยที่รับหน้าที่แม่บ้านก็ออกมารายงานและเชิญให้ทั้งสองไปยังห้องรับแขกทันทีราวกับรู้ว่าพวกเขาจะต้องมาในเวลานี้ ร่างสูงใหญ่เพียงแต่พยักหน้ารับ และออกเดินนำหน้าฝ่ายหญิง ร่างสูงเพรียวแลดูมีสง่าราศีราวกับนางพญาหงส์ ก่อนที่จะถึงประตูทางเข้าห้องอาหาร มือเรียวสวยก็วาดวงแขนคล้องเข้ากับลำแขนแข็งแรง ราวกับ้าแสดงให้คนในนี้ รู้ว่าหล่อนเป็คนพิเศษของเ้านายหนุ่มผู้หล่อเหลาคนนี้
เสียงพูดคุย และเสียงหัวเราะอย่างยินดีของผู้สูงอายุเล็ดลอดออกมาจากด้านในห้องอาหารกว้างใหญ่โอ่โถง ทำให้ฮิโรยูกิ แปลกใจเหลือเกินว่าท่านปู่ที่ป่วยเป็โรคซึมเศร้ามาหลายปี บัดนี้หัวเราะออกมาได้อย่างไรไม่น่าเชื่อ ใครกันนะที่ทำให้ชายชรา ที่เขาเคารพรักเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้ และก็ได้รู้คำตอบในเวลาต่อมาเมื่อขายาว ๆ ก้าวเข้าไปด้านในแล้ว
เสียงพูดคุย และเสียงหัวเราะเมื่อครู่ลับหายไปในทันที เมื่อร่างสองร่างปรากฏ สายตาสามคู่หันมามองที่ชายหนุ่มกับหญิงสาวผู้มาใหม่เป็ตาเดียว หนุ่มมาดขรึมมองไปยังผู้าุโเป็คนแรก กวาดสายตาผ่านหมอหนุ่มประจำตระกูลและสุดท้าย ที่หญิงสาวร่างเล็กบาง ซึ่งตอนนี้สีหน้าค่อยดีขึ้นจากค่ำคืนที่ผ่านมา ชายหนุ่มกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างยินดีเมื่อได้เห็นดวงหน้าบางใสนั้นผิดกับเ้าของสายตาอีกคู่หนึ่ง ที่ยืนอยู่ด้านข้างเมื่อเห็นคนแปลกหน้ามาร่วมโต๊ะอาหารด้วย ก็ให้รู้สึกไม่พอใจนัก จึงได้แต่ส่งสายตาเ็าไปให้เฉพาะแขกสาวนางนั้น พร้อมกับกระชับวงแขนกับลำแขนแข็งแรงเข้าไปอีก เพื่อประกาศความเป็เ้าของ ส่วนสายตาอีกคู่หนึ่ง ที่ส่วนใหญ่แล้ว เอาแต่นั่งฟังบุรุษต่างวัยคุยกัน เมื่อเหลือบไปเห็นผู้มาใหม่ทั้งสอง รอยยิ้มก็มลายหายไปแทบจะทันที มีแต่ใจที่มันเจ็บแปลบ เข้ามาแทน รู้สึกโหวง ๆ พิกลเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ไม่รู้เป็เพราะอะไร ถึงได้เป็อย่างนั้น หรือว่าเราจะเป็โรคหัวใจ..
“อ้าว! กลับมาแล้วเรอะ หลานรัก ปู่กำลังรออยู่ทีเดียวเลย อ้าว! นั่น ใช่หนูฮานะหรือเปล่า? ไม่เจอกันเสียนาน สวยขึ้นมากจนปู่จำแทบไม่ได้เลย มา มา มานั่งด้วยกัน เอ้อ! ดีจังเลยวันนี้ได้พบหน้าพร้อมกันหลาย คน ปู่ดีใจมากเลยนะ”
“ค่ะ..สวัสดีค่ะ คุณปู่สบายดีใช่ไหมคะ ไม่ได้เจอกันนานแล้ว คุณปู่ก็ยังดูแข็งแรงดี”
“ฮ่า ๆ ใช่สิ ตอนนี้ ปู่สบายใจมาก ๆ เลยล่ะ อ้อ นี่ ปู่จะแนะนำให้รู้จัก หนูน้ำริน เธอจะมาเป็พยาบาลพิเศษให้ แล้วนี่ก็หนูมิจิโกะ ฮานะ เป็เพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยรุ่นเดียวกันกับยูอิจิ กับฮิโร่ ยังไงล่ะ รู้จักกันไว้ซะสิ ไหน ๆ พวกเธอก็ทำงานในสายอาชีพเดียวกันนะ”
“อะ..ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” น้ำรินกล่าวออกไปแบบตะกุกตะกัก มือไม้ไม่รู้จะทำยังไง จะยกมือไหว้ก็ไม่กล้า เพราะประเพณีไทยการทักทายกันคือการไหว้ จึงได้แต่โค้งศีรษะ และยิ้มทักทายให้กับอีกฝ่าย
“อ๊ะ! เช่นกันค่ะ ..คุณไม่ใช่คนญี่ปุ่น ใช่มั๊ยคะ” ฮานะยิ้มหวานตอบกลับไป จำเป็ต้องแสดงให้รู้ว่าเธอยินดีที่จะรู้จักกับหญิงสาวหน้าตาเฉิ่ม ๆ บ้านนอกนั่น เพราะยังไงหล่อนก็จะมาดูแลปู่ของฮิโรยูกิ จำเป็ต้องผูกมิตรไว้ ก่อนจะถามออกไปตามมารยาทเท่านั้น
“ฉันเป็คนไทยค่ะ” หญิงสาวหันมาส่งยิ้มให้ ก่อนจะตอบกลับไปอย่างเป็มิตร หากแต่ภายในใจอยากต่อประโยคด้วย คำว่า เพราะเขาจับตัวฉันมา เหลือเกิน แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ได้แต่ส่งสายตาเหน็บแนมไปยังชายหนุ่มที่ตอนนี้เอาแต่นั่งจ้องหน้าหล่อนตาไม่กระพริบ จะมาจ้องอะไรกันล่ะ คนบ้า จะคอยจับผิดหรือไง กลัวว่าหล่อนจะพลั้งปากบอกเพื่อนสาวไปหรือยังไงกัน หากคนที่ถูกต่อว่าในใจ กลับกำลังจมอยู่ในความคิดของตนเองเกี่ยวกับตัวหล่อนนั่นล่ะว่า วันนี้เธอช่างยิ้มสวยเหลือเกิน..
ท่าทางและแววตาเ่าั้ของทั้งคู่ อยู่ในสายตาที่ชอบสังเกตของหมอหนุ่มไปเรียบร้อยแล้ว และในใจก็กำลังสงสัยเหลือเกินว่าหญิงสาวชาวไทยผู้นี้ กับเพื่อนรักของเขาเกี่ยวข้องอะไรกัน และไปถึงขั้นไหนแล้ว หวังอยู่ในใจลึก ๆ เพียงลำพังว่า อย่าให้มีอะไรมากกว่าคนที่บังเอิญมารู้จักกันเลย เพราะตัวเขาเองรู้สึกเหมือนกำลังจะตกหลุมรักหญิงสาวชาวไทยคนนี้ เพียงแค่ได้เจอหน้าั้แ่วันแรกที่หล่อนป่วยแล้ว
“เอาล่ะ ๆ ทักทายกันพอหอมปากหอมคอก่อนนะปู่ว่า เรามาทานข้าวกันเลยดีไหม แล้วค่อยคุยกันไปด้วย” คำตอบของคนทั้งกลุ่มก็คงไม่พ้น การพยักหน้ารับอย่างยินดี ก่อนที่ทุกคนจะลงมือทานอาหารมื้อเย็นที่แสนอร่อยเหลือเกินสำหรับน้ำริน เพราะอาหารมื้อนี้มีอาหารไทยปะปนอยู่ด้วย ทำให้หญิงสาวเจริญอาหารมากเลยทีเดียว การรับประทานอาหารที่แสนอร่อยเสร็จสิ้นลง ตบท้ายด้วยอาหารหวาน หลังจากนั้นทุกคนก็ย้าย มาที่ห้องรับแขกด้านนอก ฮิโรยูกิรู้สึกดีใจเหลือเกินที่ปู่ของเขา กลายเป็คนช่างพูด หัวเราะออกมาได้อย่างง่ายดาย สิทธิ์ผูกขาดในการสนทนา กลายเป็ผู้สูงอายุเสียเป็ส่วนใหญ่ คนหนุ่มสาวได้แต่นั่งฟังและตอบคำถามของท่านไปบ้างเป็ครั้งคราว เมื่อการสนทนาหลังอาหารมื้อเย็น จบลงค่อนข้างดึกมากแล้ว ถึงเวลาที่ผู้สูงวัยต้องพักผ่อน ด้วยการเตือนจากหมอหนุ่ม ผู้สูงวัยจึงยอมทำตามแต่โดยดี
“โอ้! ขอโทษทีปู่นี่ไม่ได้เื่เลย ชวนพวกเธอคุยเสียจนลืมเวลา ดึกขนาดนี้แล้วหรือนี่”
“ไม่เป็ไรหรอกครับ เห็นท่านปู่สบายใจอย่างนี้ผมก็ดีใจแล้วล่ะครับ” เสียงทุ้มของหลานชายสุดที่รักเอ่ยออกมาบ้าง
“ใช่ค่ะ..งั้นเดี๋ยวคราวหน้า หนูจะมาคุยกับคุณปู่บ่อย ๆ นะคะ”
“ฮ่า ๆ จะดีหรือหนูฮานะ คนแก่อย่างปู่น่าเบื่อออก ยังไงก็ขอบคุณมากนะที่พวกเธอ อดทนฟังคนแก่เล่าเื่ราวในอดีตเสียยืดยาว จนดึกดื่น”
“ไม่หรอกครับถ้าท่านยังอยู่ที่นี่อีกหลายวัน ผมก็จะมาฟังท่านเล่าเื่ราวในอดีตให้ฟังอีกแน่นอนครับ”
“แหม..เธอนี่ช่างพูดเอาใจคนแก่ดีเหลือเกินนะยูอิจิ อ้อ! ดึกป่านนี้แล้วหนูฮานะจะกลับยังไงล่ะ”
“เดี๋ยวผมแวะไปส่งฮานะเอง ไม่ต้องเป็ห่วงครับ” ยังไม่ทันที่หญิงสาวเ้าของเรือนร่างระหงจะเอ่ยอะไรออกไป ก็ถูกยูอิจิตัดหน้าไปซะเฉย ๆ ยังความไม่พอใจให้หล่อนอย่างมาก เพราะในใจแล้วฮานะ้าให้ฮิโรยูกิไปส่งหล่อนต่างหาก และจะถือโอกาสชวนชายหนุ่มไปต่อที่ผับไหนสักแห่ง เพียงลำพังสองต่อสอง อุตส่าห์อดทนรอฟังคนแก่พูดพร่ำแต่เื่เก่า ๆ เสียตั้งนานน่าเบื่อจะแย่
“อือ..ดี ๆ ถ้าอย่างนั้นก็ขับรถระวังๆ ล่ะ”
“ครับท่าน..เอ่อ..ผมกลับแล้วนะครับ คุณน้ำริน แล้วเจอกันอีกนะครับ กลับก่อนนะฮีโร่ แล้วจะโทรหา บายเพื่อน”
“หนูลาเลยนะคะคุณปู่ แล้วเจอกันค่ะฮีโร่ ลาก่อนนะคะคุณน้ำริน หวังว่าเราคงจะได้เจอกันอีก” สาวสวยกล่าวลาทุกคน ลงท้ายที่หญิงสาวชาวไทย ก่อนจะก้าวขาเรียวยาวไปที่รถ เมอร์ซิเดสสีบรอนซ์ ไม่นานนักรถคันดังกล่าวก็ถอยออกจากคฤหาสน์ ลับหายพ้นประตูเหล็กบานใหญ่ไป
“ท่านปู่ครับ นอนพักผ่อนได้แล้วนะครับ เดี๋ยวผมจะพาไปที่ห้องเอง”
“อือ..ไม่ต้อง ๆ ปู่ไปเองได้ เดี๋ยวจะให้โคอิจิพาไปเอง หลานไม่ต้องห่วง ไปอาบน้ำอาบท่าเสีย อ้อ..หนูน้ำรินด้วยยังไม่หายดีเลย หายาทานแล้วก็พักผ่อนมาก ๆ นะ”
“อะ..ค่ะ” พยักหน้ารับแบบเก้อ ๆ ด้วยคาดไม่ถึงว่าท่านยังอุตส่าห์ให้ความสำคัญ เลยส่งสายตาเกรงใจตอบกลับไป
“อย่าลืมทานยานะครับท่านปู่ โคอิจิ อย่าลืมป้อนยาท่านล่ะ” น้ำเสียงทุ้ม ย้ำคำสั่งให้กับคนสนิทผู้าุโ เพราะรู้ดีว่าปู่ของเขาไม่ค่อยชอบกินยาตามที่หมอสั่งสักเท่าไหร่นัก เมื่อลับร่างของผู้สูงวัย ทิ้งให้หนุ่มสาวเผชิญหน้ากันเพียงลำพัง น้ำรินไม่รู้จะทำอย่างไรดี จะก้าวขาออกเดินเข้าไปในบ้านก่อนก็ไม่กล้า เพราะยังรู้สึกกริ่งเกรงชายหนุ่มอยู่ จึงได้แต่มองออกไปด้านนอกตามทางที่รถเมอร์ซิเดสคันงามวิ่งออกไปเมื่อครู่
“ยูอิจิ เขาเป็หมอที่เก่ง รวย ชาติตระกูลดี แล้วก็เสน่ห์แรงมากด้วย มีทั้งคนไข้แล้วก็พยาบาลสาว ๆ สวย ๆ หลงรักเขาเยอะแยะ ถ้าหากว่าเธอสนใจเขาละก็..คิดให้ดี ก่อนก็แล้วกันว่าตัวเองมีคุณสมบัติเพียงพอกับเขาบ้างหรือเปล่า” คำพูดยียวน ออกจะกวนอารมณ์ ของผู้ชายร่างสูงตรงหน้า ทำเอาน้ำรินสะอึกไปเลยทีเดียว นี่เขาคิดอะไรของเขากันเนี่ย เอาล่ะสิ เขาคงโกรธมากที่ไม่สามารถไล่หล่อนออกไปจากบ้านได้ คงเจ็บใจไม่น้อยที่หล่อนดันกลับเข้ามาอยู่ในบ้านหน้าตาเฉย แล้วแถมได้รับความไว้วางใจจากปู่ของเขาให้มาดูแล เป็พยาบาลพิเศษอีกต่างหาก นึก ๆ ไปแล้วก็ออกจะสะใจพิลึกที่ตัวเองสามารถทำให้ตาหน้าั์ตรงหน้าเจ็บใจได้
หึ..ตอกย้ำเหลือเกินนะ เื่ฐานะเนี่ย ถ้าหมอยูอิจิเกิดมาหลงรักฉันเองละก็..จะหัวเราะเยาะให้ฟันหักเลยคอยดู!น้ำรินแอบคิดอะไรคนเดียว เลยเผลออมยิ้มที่มุมปาก นึกสนุกในความคิดของตน หารู้ไม่ว่ากิริยาทุกอย่างได้อยู่ในสายตาคนตัวสูง ทำให้เขาเข้าใจไปอีกอย่างหนึ่ง
“กำลังฝันหวานอยู่ล่ะสิ สงสัยว่าเธอคงจะแห้วั้แ่ตอนนี้แล้วล่ะ เพราะรสนิยมของเพื่อนฉันน่ะ เขาไม่ชอบพวกคนระดับต่ำ ๆ อย่างเธอหรอก อย่าฝันหวานเสียให้ยากเลย” น้ำเสียงทุ้มต่ำ ที่ดูถูกเหยียดหยาม คอยตอกย้ำให้รู้ถึงฐานะอันต่ำต้อยของเธอ ทำให้หญิงสาวรู้สึกเดือดดาลขึ้นมาในบัดดล
“ก็เพราะใครกันล่ะ! ที่ทำให้ฉันเป็แบบนี้ ถ้าคุณไม่จับตัวฉันมา ป่านนี้ชีวิตฉันก็คงไม่เป็แบบนี้หรอก คุณน่ะมัน..มัน”
“ฉันมันอะไร..พูดออกมาสิ พูดออกมา!” น้ำเสียงคุกคาม พร้อม ๆ กับร่างสูงใหญ่ก้าวต่อก้าวเข้ามาหาคนตัวเล็กกว่า ที่ถอยร่นหนีเขาอย่างหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ จนกระทั่งหลังหญิงสาวชนเข้ากับกำแพงบ้าน เท่านั้นล่ะคนตัวใหญ่จึงได้โอกาส ใช้ลำแขนแข็งแรงกั้นตัวหล่อนไม่ให้หนีไปไหนได้อีก
“เธอนี่มันน่านัก ชอบยั่วโมโหฉันอยู่เรื่อยเลยนะ หึ..คงคิดล่ะสิ ว่าท่านปู่เอ็นดูเธอ แล้วฉันจะไม่กล้าทำอะไร อย่าให้รู้นะว่าในหัวสมองของเธอตอนนี้กำลังใช้คนแก่เป็สะพานเชื่อมไปถึงเพื่อนฉันน่ะ” ร่างสูงก้มลงไปพูดจนชิดใบหน้าบางใส ติดกับใบหูเล็ก จมูกโด่งสวยแทบชนเข้ากับดวงหน้า ราวกับจงใจให้มันเป็อย่างนั้น โดยหารู้ไม่ว่าวาจา กิริยาท่าทางแบบนั้นมันบ่งบอกว่าเขากำลังหึงหวงหล่อนอยู่ จึงพยายามใช้คำพูดเสียดแทงให้อีกฝ่ายเจ็บใจเล่น
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>งือๆ สงสารนางเอกจัง