ม่านหมอกหนาทึบใน "หุบเขาเมฆหมอก" ยังคงทำหน้าที่เป็ปราการธรรมชาติที่โอบล้อมกระท่อมไม้ซุงหลังเล็กไว้ในอ้อมกอดที่เย็นเยียบ ทว่าภายในห้องพักที่ปูด้วยพรมขนสัตว์หนานุ่ม แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันส่องสว่างให้เห็นไอกรุ่นของความร้อนแรงที่ระอุขึ้นจากร่างกายของคนสองคน เม่ยเหลียน นั่งเอนกายอยู่บนตั่งไม้ไผ่ที่ขัดจนเงาวับ นางมองดูเงาสะท้อนของตนเองในกระจกบานเล็กที่ อาซาน หามาให้ ภาพที่เห็นไม่ใช่ฮูหยินเอกผู้สูงศักดิ์ในชุดพิธีการที่หนักอึ้งอีกต่อไป ทว่าคือสตรีผู้ลี้ภัยในชุดผ้าเนื้อหยาบสีฟ้าครามที่ขับเน้นผิวพรรณนวลเนียนให้ดูผุดผ่องยิ่งขึ้น รอยประทับสีแดงจางๆ ที่ซอกคอยังคงย้ำเตือนถึงพันธะสัญญาที่นางเลือกเอง... พันธะที่ไม่ได้ทำต่อหน้าฟ้าดิน แต่ทำด้วย "กายา" และ "ิญญา" ในเงามืด
นางหวนนึกถึงคำรายงานเื่ "หน่วยล่ามรณะ" จากราชสำนักที่อาซานเพิ่งแจ้งให้ทราบเมื่อครู่ ความหวาดกลัวที่ควรจะเกิดขึ้นกลับถูกแทนที่ด้วยความสะใจที่เยือกเย็น ในสมรภูมิแห่งนี้ นางไม่ได้สู้เพียงเพื่อปกป้องชีวิต แต่สู้เพื่อทำลายรากฐานของอำนาจโสมมที่แม่ทัพเฉินหยางเคยภาคภูมิใจ ในฐานะนี้ นางรู้ดีว่าอาวุธที่ร้ายแรงที่สุดในสนามรบการเมืองไม่ใช่ดาบหรือธนู แต่คือ "ความจริง" ที่นางถือครองไว้ในถุงผ้าไหมนั่น
"เ้ากำลังคิดอะไรอยู่ ยอดรักของข้า?" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความห่วงใยดังขึ้นพร้อมกับััที่อบอุ่นบนไหล่บาง
อาซานเดินเข้ามาหยุดอยู่เื้ันาง เขาไม่ได้สวมเสื้อคลุมท่อนบน เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแผ่นหลังที่ตึงแน่นราวกับเหล็กกล้าและรอยแผลเป็ที่พาดผ่านไหล่หนา แสงไฟสีส้มรำไรสาดส่องให้เห็นมัดกล้ามที่ขยับไปมาตามจังหวะการหายใจ เขาโน้มตัวลงจุมพิตที่ลาดไหล่นวลเนียนของนางแ่เบา ััที่หยาบกร้านของริมฝีปากเขาเปรียบเสมือนน้ำทิพย์ที่มาชโลมใจที่แห้งผาก
"ข้ากำลังคิดว่า... หากเฉินหยางยังอยู่ เขาคงจะแทบกระอักเืตายอีกรอบที่เห็นเมียเอกของเขา นั่งปล่อยกายปล่อยใจให้ชายที่เขาตราหน้าว่าชั้นต่ำปรนนิบัติเช่นนี้" เม่ยเหลียนตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสงบแต่บาดลึก นางหันกลับไปสบตาเขา แววตานางฉายแววความสะใจที่ลึกซึ้ง
อาซานหัวเราะแ่เบาในลำคอ เสียงนั้นสั่นะเืไปถึงทรวงอกของนาง "ศักดิ์ศรีของมันได้มอดไหม้ไปพร้อมกับร่างในหุบเขาอเวจีแล้วเม่ยเหลียน ตอนนี้มีเพียงข้ากับเ้า... และความจริงที่เราต้องเผชิญ" เขารวบร่างบางเข้าสู่อ้อมกอด ััถึงความนุ่มนวลของทรวงอกอิ่มที่เบียดชิดกับแผงอกแกร่ง กลิ่นกายบุรุษเพศที่ผสมปนเปกับกลิ่นไอดินรุกรานประสาทััของนางจนใจสั่นสะท้าน
ในวินาทีที่ความกดดันจากการไล่ล่ารุกคืบเข้ามา ทั้งคู่กลับเลือกที่จะใช้ "รสสวาท" เป็เครื่องยืนยันถึงความมีชีวิต อาซานบดจูบลงบนริมฝีปากของนางอย่างรุนแรงและโหยหา เป็จุมพิตที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและการที่อยู่เหนือเกณฑ์ศีลธรรม เม่ยเหลียนตอบสนองเขาด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน นางขยุ้มกลุ่มผมของเขาไว้แน่นพรางเบียดเสียดเรือนกายเข้าหาอกอุ่นอย่างไม่ลดละ ความซ่านสยิวที่ลึกซึ้งแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิวพรรณ
เขาอุ้มนางขึ้นนั่งบนโต๊ะไม้กลางห้อง มือหนาเริ่มรุกรานอาภรณ์เนื้อหยาบของนางอย่างชำนาญ เขาไม่ได้มีความละเมียดละไมเยี่ยงบัณฑิตในเมืองหลวง ทว่าััที่ซื่อตรงต่อความปรารถนาของเขากลับทำให้เม่ยเหลียนซ่านสยิวไปถึงขั้วหัวใจ เขาละเลียดใช้ริมฝีปากขบเม้มยอดอกอิ่มที่ชูชันท้าทายสายตาผ่านสาบเสื้อที่หลุดลุ่ย สร้างความเสียวซ่านจนนางต้องแอ่นกายรับด้วยความรุ่มร้อน เสียงครางรัญจวนของนางดังสะท้อนไปตามผนังกระท่อมไม้ ประสานกับเสียงสายฝนที่เริ่มตกลงมาด้านนอกอย่างหนัก
ทุกจังหวะที่อาซานขับเคลื่อนไปข้างหน้าคือการประกาศชัยชนะเหนืออดีตที่โสมม เขาไม่ได้้าเพียงความสุขทางกาย ทว่าเขากำลัง "่ชิง" สตรีที่เป็ดั่งแก้วตาดวงใจมาเป็ของตนเองอย่างสมบูรณ์ ทุกััของเขาคือการตอกย้ำว่าเม่ยเหลียนพ้นจากกรงทองนั่นแล้ว... พ่ายแพ้ต่อความรักที่แท้จริงในอ้อมกอดของชายลี้ภัยผู้นี้
"อาซาน... แรงกว่านี้... ทำให้ข้ารู้ว่าข้าเป็สตรีของท่านเพียงคนเดียวตลอดกาล..." เม่ยเหลียนกระซิบชิดใบหูของชู้รัก นางหลับตาลงพรางจินตนาการถึงใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความอัปยศของเฉินหยาง ความสะใจในมโนสำนึกช่วยทวีความสยิวซ่านให้พุ่งทะยานไปถึงจุดสูงสุด ร่างกายของนางสั่นสะท้านอยู่ในอ้อมกอดของเขา หยาดเหงื่อและน้ำตาแห่งความสุขสมหยดลงบนผิวพรรณที่นวลเนียน เป็พยานให้กับรักต้องห้ามที่แสนจะเร่าร้อนในค่ำคืนนี้
หลังพายุอารมณ์สงบลง เม่ยเหลียนนอนซบอยู่บนอกแกร่งที่ยังคงชื้นไปด้วยเหงื่อ อาซานลูบไล้แผ่นหลังของนางอย่างทะนุถนอม "เราต้องเตรียมตัวเม่ยเหลียน หน่วยล่ามรณะใกล้จะมาถึงยอดเขาในไม่ช้า ข้าได้รับข่าวจากสายลับว่า... มีใครบางคนในกลุ่มทหารเก่าของเราแอบส่งข่าวให้ราชสำนัก"
เม่ยเหลียนผุดลุกขึ้นนั่งทันที แววตาของนางเปลี่ยนเป็เคร่งขรึม "หนอนบ่อนไส้หรือ? ท่านรู้ตัวหรือไม่ว่าเป็ใคร?"
"ข้ายังไม่แน่ใจ แต่ข้าจะไม่ยอมให้มันทำร้ายเ้าได้เด็ดขาด" อาซานหยิบดาบวงพระจันทร์ขึ้นมาขัดคม แววตาของเขาฉายประกายความเด็ดเดี่ยว "เราจะเริ่มแผนการ 'เผาป่าล่าหนอน' ในรุ่งเช้า และเมื่อนั้น... ข้าจะใช้หัวของมันเป็เครื่องสังเวยก่อนที่เราจะเปิดโปงความลับทั้งหมดต่อหน้าฮ่องเต้!"
เม่ยเหลียนกำจี้หยกในมือแน่น นางรู้ดีว่าศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก แต่นางจะไม่ยอมเป็ "ตัวประกัน" อีกต่อไป นางจะใช้ความฉลาดและความรุ่มร้อนที่อาซานมอบให้เป็อาวุธในการกำจัดศัตรูที่บังอาจมารบกวนความสุขสมของนาง แสงจันทร์วันแรมสาดส่องผ่านรอยแตกของหลังคาลงมา เผยให้เห็นเส้นทางสายใหม่ที่ทอดยาวไปสู่าแห่งเืและเกียรติยศบทสุดท้าย
รัตติกาลในหุบเขาเมฆหมอกบัดนี้ไม่ได้มีเพียงกลิ่นหอมของรสสวาทที่ยังคงอบอวล แต่เริ่มมีกลิ่นอายของ "การทรยศ" ที่กำลังจะนำไปสู่การล่มสลายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เรือนหลัง! เม่ยเหลียนหลับตาลงพรางซบหน้าลงบนอกแกร่งของอาซานอีกครั้ง นางพร้อมแล้วที่จะเผชิญกับทุกสิ่ง... ไม่ว่าปลายทางจะเป็อิสรภาพที่แท้จริงหรือความตายที่แสนรัญจวน