“ถึงจะไม่มีฉันอยู่ด้วยแล้วเธอก็จะต้องไม่เป็อะไร”
ใครบางคนยืนอยู่แทบปลายเท้าเธอ
เด็กสาวร่างเล็กวัยไม่เกินเจ็ดขวบในชุดกระโปรงยาวสีขาวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นและโคลนยืนพิงเสาชิงช้าเรือนผมยาวกระเซิงปิดบังใบหน้า
เธอกำลังพูดจากับตัวเอง
‘เดี๋ยวแอลจะมารับฉัน เธอคนนั้นบอกกับฉันแบบนั้น’
มินาโยะก้มลงมองเด็กสาวนึกสงสัยว่าเด็กน้อยกำลังพูดกับเธออยู่หรือเปล่า
‘เขาอยู่กับฉันตลอดที่โลกนี้ แล้วที่นั่นล่ะ... เขายังอยู่เคียงข้างเธอไหม?’
มินาโยะรู้สึกว่าเด็กตรงหน้าเธอนี้ให้ความรู้สึกคุ้นเคยเสียเหลือเกิน
‘อย่างนั้นเหรอ เกิดอะไรขึ้นกับเธอหลังจากนั้นกันนะ...’
ความโหยหาแผ่ซ่านเข้าไปในจิตใจ มินาโยะย่อตัวลงตรงหน้าเด็กน้อยพลางค่อยๆยื่นมือออกไปข้างหน้าวางประทับลงบนเรือนผมที่สกปรกยุ่งเหยิงนั้นและพยายามจะปัดมันออก
‘หมอนั่นไม่มาหรอก... เขาจะไม่มาแล้ว’
เสียงของคนแปลกหน้าที่แสนคุ้นเคยดังอยู่ด้านหลัง มินาโยะหันกลับไปมองเรดในวัยย่อส่วนอายุไม่เกินสิบขวบยืนอยู่ตรงหน้าเธอด้านหลังเขามีเด็กหนุ่มในชุดขาวอีกคนยืนหันข้างให้เธออยู่เธอมองไม่เห็นหน้าเด็กคนนั้นรู้แต่เพียงว่าเขากำลังจ้องมองอะไรบางอย่างที่อยู่ไกลออกไป
นี่...
จู่ๆก็มีเสียงในหัวแทรกเข้ามาในความทรงจำทำให้ภาพที่กำลังมองดูอยู่ในตอนนี้นั้นพร่ามัวไปด้วยเกล็ดหิมะที่ตกลงมาโปรยปรายมินาโยะกำลังยืนอยู่ตรงกลางระหว่างสถานที่ที่แตกต่างกันสองแห่งที่ที่เธอกำลังเห็นอยู่ตรงหน้า และที่ที่เธอกำลังจากมา
ถึงจะไม่มีฉันอยู่ด้วยแล้ว... เธอจะต้องไม่เป็อะไร...
ั์ตาสีฟ้าใสของเด็กสาวเบิกโพลงกว้างเธอสำลักอากาศเข้าปอดเหมือนคนกำลังจมน้ำสติสัมปชัญญะที่กำลังเตลิดไปไกลกลับคืนมาอีกครั้งเพียงเพราะได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนั่นดังขึ้นมาเด็กสาวรู้สึกตัวว่าตัวเองนอนอยู่บนพื้นหิมะอันเย็นเฉียบ ร่างกายเ็ปไปทั่วร่างเธอหันไปมองด้านข้างเห็นโทวะกำลังมองอะไรบางอย่างที่อยู่ตรงหน้าด้วยแววตาหวาดกลัวสุดขีด
“มาโมรุ...”
ร่างของมาโมรุถูกตรึงอยู่บนเถาวัลย์ที่ลอยอยู่สูงเหนือพื้นดินขึ้นไปหลายเมตรเขากำลังทุรนทุราย ขาของเด็กหนุ่มแกว่งสะบัดไปมาในอากาศมือสองข้างกุมอยู่บนใบหน้าที่มีเืไหลอาบไปทั่วแก้มกรีนอยู่บนเถาวัลย์อีกเส้นหนึ่งกำลังบังคับเถาวัลย์นั่นให้รัดร่างของมาโมรุแน่นยิ่งขึ้นแต่ดูเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เด็กหนุ่มไม่สามารถทำแบบนั้นได้โดยง่ายในขณะที่อีกฝากด้านหลังกรีนนั้น เรดกำลังทรุดอยู่บนเถาวัลย์อีกเส้น
มีอะไรบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายของมาโมรุและเรดระหว่างที่มินาโยะสลบไปนั่นดูเหมือนจะเป็เื่เกี่ยวกับตาของทั้งคู่ฝ่ามือของมาโมรุกุมอยู่ที่ั์ตาทั้งสองข้างที่มีเืไหลออกมาขณะที่เรดเองก็เช่นกัน ั์ตาที่อยู่ภายใต้ผ้าปิดตาของเขากำลังทำให้ร่างกายของเขาเองเ็ปทรมานไม่ต่างไปจากมาโมรุฝ่ามือข้างหนึ่งของเรดกุมอยู่ที่ั์ตาของตัวเองส่วนอีกข้างกำแน่นอยู่ที่หน้าอกของเขาฝ่ามือดึงทึ้งปกเสื้อราวกับ้าจะข่มอาการเ็ปที่เกิดขึ้น
มินาโยะดันตัวเองขึ้นจากพื้นขาก้าวออกไปข้างหน้าโดยที่เธอเองไม่รู้ตัว มาโมรุกำลังทรมานอยู่ตรงหน้าเธอไม่ว่าจะเพราะเหตุใดก็ตาม เขากำลังร้องไห้
แต่ในวินาทีนั้นเองเด็กสาวหยุดเคลื่อนไหวเธอได้กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้ที่เธอคุ้นเคยลอยมาตามอากาศดูเหมือนเรดกับกรีนเองก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติแบบเดียวกันกรีนถอยไปยืนอยู่ข้างเรดและกำลังปล่อยให้ร่างของมาโมรุตกลงสู่พื้นเบื้องล่างตามแรงโน้มถ่วง
มีอะไรบางอย่างปรากฏตัวขึ้นและเรียกความสนใจของสองนักรบอเวจีไป
ร่างที่ปรากฏตัวขึ้นใหม่ตรงเข้าไปรับมาโมรุที่สลบไปเพราะความเ็ป‘เขา’ วางร่างของมาโมรุไว้ข้างๆโทวะที่เถาวัลย์สลายไปแล้วในตอนที่เขาปรากฏตัวขึ้นคนมาใหม่หันไปเผชิญหน้ากับสองนักรบอเวจีโดยที่ไม่ได้มองมาทางมินาโยะเลย
“เล่นกันแรงไม่เปลี่ยนเลยนะพวกนายเนี่ย”
เด็กหนุ่มที่มาใหม่เดินตรงเข้าไปหานักรบอเวจีอย่างไม่เกรงกลัวตรงกันข้ามเป็ฝ่ายหลังเสียมากกว่าที่ดูจะระแวดระวังขึ้นมาเมื่อเขามาปรากฏตัวขึ้นอยู่ตรงหน้า
“กรีนกับ... เรดอย่างนั้นเหรอ”เด็กหนุ่มทำท่าครุ่นคิด “เมื่อหกปีก่อนไม่ใช่แบบนี้นี่นา”
“พร่ำเพ้ออะไรของแกอยู่น่ะผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์”
กรีนขู่เสียงเข้ม
“อ้าว... รู้จักฉันแล้วเหรออย่างงี้ก็ไม่ต้องแนะนำตัวแล้วล่ะสิ”
อีกฝ่ายตอบกลับอย่างไม่สนใจสถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้น
“นี่ไม่ใช่เื่ที่แกจะเข้ามายุ่ง”กรีนเอ่ย
“นี่ถ้าพวกนายลงรายละเอียดลึกลงไปอีกหน่อยนี่มันเื่ของฉันเต็มๆเลยต่างหากล่ะคนที่ควรจะมาปรากฏตัวอยู่ตรงนี้น่ะไม่ควรจะเป็นายด้วยซ้ำกรีน”ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์ว่า “หรือนายว่างั้นไหม เรด?”
ท่อนท้ายดันทิ้งคำถามไว้ให้อีกฝ่ายไปเสียอย่างนั้น
แต่ดูเหมือนเรดจะไม่เล่นด้วยเพราะลำพังอาการของเขาก็ร่อแร่เต็มทนจากผลกระทบที่เกิดขึ้นกับั์ตาข้างหนึ่งของเขา
เรดกระตุกชายเสื้อกรีนเป็เชิงปราม
“วันนี้พอก่อน”
“นั่นเป็ความคิดที่ฉลาดมาก”
ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์เอ่ยชมอย่างจริงใจ
กรีนดูเหมือนจะชั่งใจไม่ให้ลงกับอีกฝ่ายไม่อยู่แต่ก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายมากไปกว่านี้ภายใต้พื้นที่สองนักรบอเวจีหนุ่มยืนอยู่ก็ส่องแสงสว่างเป็ลวดลายอักขระประหลาดตาออกมาร่างของทั้งคู่กลืนหายไปกับแสงสว่างจ้าทิ้งไว้เพียงร่องรอยของการต่อสู้ที่ปรากฏขึ้นไปทั่วพื้นดินและสิ่งก่อสร้างรอบตัว
เด็กหนุ่มผู้มาใหม่จ้องมองเหตุการณ์นั้นอย่างไม่วางตาก่อนที่ร่างของสองคนนั้นจะหายลับไป เขาหันหลังมาสนใจโทวะที่ประคองร่างไร้สติของมาโมรุไว้ก่อนที่จะหันมาอีกฝั่งที่ซึ่งมินาโยะกำลังจ้องมองดูเขาอยู่
นั่นเป็ครั้งแรกที่เด็กสาวได้สบตากับเขาอย่างจริงจังคนที่พวกนักรบอเวจีเรียกเขาว่าเป็ ‘ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์’ นั้นเป็เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งผิวสีเข้ม อายุมากกว่าพวกเธอราวๆสองสามปีเรือนผมของเขาสีน้ำเงินเข้มมัดรวบเป็หางม้าเล็กๆไว้ตรงต้นคอนั่นทำให้เขาดูเท่ห์แบบพวกนักกีฬากลางแจ้ง รอยยิ้มของเขาเหมือนพวกผู้ชายขี้เล่นติดตรงที่ั์ตาสีชาคู่นั้นไม่ได้ยิ้มตามไปด้วยเลย
“ไม่เป็ไรใช่ไหม?”
เขาถามเธออย่างสุภาพ
แต่มินาโยะเกรงกลัวเขามากเกินกว่าที่จะเอ่ยอะไรออกไปได้
“อ้อ...เจอกันในสถานการณ์แบบนี้คงจะแปลกๆหน่อยล่ะสินะ” เขาพูดโดยที่ไม่สนใจท่าทีของเธอเลยก่อนจะหันไปคุยกับโทวะเป็รายต่อไป
“นายกับเพื่อนยังปลดผนึกไม่ได้สินะ?”เขาถามในสิ่งที่มินาโยะไม่เข้าใจ ดูเหมือนโทวะจะเข้าใจ แต่เด็กหนุ่มเลือกที่จะไม่ตอบ
“เข้าใจล่ะหมอนั่นไม่ยอมให้พวกนายใช้พลังจนกว่าจะเกิดเื่อย่างวันนี้ขึ้นล่ะสิ”
“คุณรู้จักเขา?” เป็ครั้งแรกที่โทวะพูดกับเขา
เด็กหนุ่มเลิกคิ้ว
“ก็ดูไม่เหมือนคนไม่รู้จักกันนี่นา”
แต่คำตอบที่ได้กลับมานั้นกวนประสาทใช่ย่อย
โทวะกับผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์จ้องตากัน
“มาโมรุจะไม่เป็อะไรใช่ไหมคะ?” มินาโยะร้องะโถามท่ามกลางบรรยากาศอึดอัดที่กำลังก่อตัวขึ้น
เด็กหนุ่มแปลกหน้าหันมาส่งยิ้มให้เธออีกครั้ง
“ไม่เป็ไร อย่างมากก็แค่สลบไปเดี๋ยวก็ฟื้นเป็เื่ปกติเวลาที่คนเราเจอเื่อะไรร้ายแรงจนเกินกว่าที่ร่างกายจะรับไหวน่ะ”
ท่าทีของเด็กสาวดูผ่อนคลายขึ้นมากหลังได้รับคำอธิบายจากเขา
เด็กหนุ่มเฝ้ามองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน
“จะไม่ถามถึงเื่ที่เกิดขึ้นนี่หน่อยเหรอ?”
นั่นฟังดูเหมือนคำตำหนิยังไงชอบกล
“ฉัน...”เด็กสาวถึงกับพูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว มีคำถามมากมายที่เธออยากจะถามมีเื่มากมายที่เธออยากจะเล่า แต่เธอไม่รู้จะเรียบเรียงมันออกมายังไงดี เพราะในสถานการณ์แบบนี้อาการของมาโมรุสำคัญที่สุดและนั่นทำให้เด็กสาวเลือกที่จะถามเกี่ยวกับอาการของเขาออกไป
“พวกเราเป็ผู้พิทักษ์”เด็กหนุ่มอธิบายพร้อมกับวาดวงกลมไปที่เขาและอีกสองคนที่อยู่ด้านหลัง“ส่วนพวกนั้นเป็นักรบอเวจี ศัตรูตามธรรมชาติ หนีตามกันมาั้แ่ชาติก่อนพยายามจะจบเื่ราวให้ได้ในชาตินี้แต่ติดปัญหาอยู่นิดหน่อยเลยทำให้อะไรหลายๆอย่างไม่ง่ายอย่างที่คิด”
คำอธิบายของเขาไม่ช่วยให้เื่ราวต่างๆเข้าใจได้ง่ายขึ้นเลย
“ก็อยากจะเลคเชอร์ให้อยู่หรอกแต่ฉันคงไม่ว่างขนาดนั้น เอาเป็ว่าเดี๋ยวจากนี้ไปเธอไปไล่บี้กับสองคนนั้นแล้วกันพวกเราต้องออกไปจากที่นี่แล้ว ข่ายเวทของฝ่ายนั้นกำลังจะเสื่อมถ้าเกิดมีคนมาเห็นเข้าคงจะแปลกๆน่าดูที่เห็นฉันในชุดนี้”
เขาชี้มาที่ร่างของตัวเองซึ่งมินาโยะเพิ่งสังเกตว่าชุดของเขานั้นแปลกประหลาดเกินกว่าที่จะเอามาใส่เดินตามท้องถนนได้เด็กหนุ่มตรงหน้าเธออยู่ในชุดคลุมสีดำสนิทเหมือนชุดไว้ทุกข์ตรงบ่าปักเลื่อมสีเงินและตรงกลางหน้าอกมีสัญลักษณ์แปลกประหลาดที่มองดูแล้วเหมือนรูปดอกไม้บางที นี่คงเป็สัญลักษณ์ของเอิร์ธฟลาวเวอร์ตามชื่อเรียกของเขา
เด็กหนุ่มหันมาบอกกับโทวะ
“ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีแล้วกันเพราะฉันคงมาช่วยพวกนายบ่อยๆไม่ได้”
แล้วเขาก็จากไปทิ้งไว้แต่เพียงเื่ลำบากใจให้โทวะต้องรับมือ
