ตอนที่ 6 เป็เื่ (2)
สวี่เฉิงอวี๋หันไปมองเห็นเข้าก็หรี่ตาลง “เกิดอะไรขึ้นหรือ”
อวิ๋นจูรีบสาวเท้าเข้าไปแล้วย่อตัวลง “นายหญิงสามสั่งให้พี่หญิงปี้ลั่วให้มาส่งข่าว เชิญให้คุณหนูรีบไปที่บ้านสาม ข้าพอจะสนิทสนมกับพี่หญิงปี้ลั่วอยู่บ้างจึงถามมากหน่อย ที่แท้เป็เพราะบ้านสามโวยวายเื่ที่หอป่ายอวิ๋น ไหนจะเื่ที่คุณหนูเกือบถูกคนจับตัวไป และได้คุณชายน้อยช่วยไว้ นายหญิงสามรู้เื่ทั้งหมดแล้ว ยามนี้กำลังมีโทสะอยู่เลยเ้าค่ะ!”
สวี่เฉิงอวี๋เลิกคิ้วขึ้น หมากสีขาวในมือไม่ได้ถูกวางลงกระดานต่อแล้ว
เหตุใดเื่ถึงแพร่ออกไปเร็วเช่นนี้
แม้ว่าสวี่เฉิงอิงจะเป็คนที่ไม่ได้มีแผนการ ทั้งยังเป็คุณหนูโง่งมที่ปากไม่มีหูรูด แต่เื่ที่รับปากเอาไว้ ไม่มีทางรู้ไปถึงท่านแม่ของนางเพียงพริบตาเดียวได้แน่ กระทั่งสาวใช้ที่คอยรับใช้ข้างกายนาง ตัวนางก็มีความสามารถที่จะจัดการได้ คงไม่ถึงกับมีใครหลุดพูดอะไรออกไปต่อหน้าอาหญิงสามของนางแน่...
“สาวใช้ข้างกายนางหลุดพูดหรือ”
อวิ๋นจูกลับส่ายศีรษะ “ข้าได้ยินพี่หญิงปี้ลั่วพูดว่า คุณหนูเจ็ดกลับมาถึงบ้านแค่ไปทักทายนายหญิงสามแล้วก็กลับไปที่เรือนตนเอง คนของเรือนไฉ่เก๋อไม่ได้ไปที่เรือนของนายหญิงสาม คิดว่าไม่ใช่สาวใช้ข้างกายของคุณหนูเจ็ดที่หลุดพูดออกไปเ้าค่ะ”
สาวใช้ตอบกลับมา เห็นสวี่เฉิงอวี๋ไม่ได้คิดจะลุกขึ้นก็ลังเล “คุณหนูไม่ไปหรือเ้าคะ”
แน่นอนว่าไปตอนนี้ไม่ได้
ในเมื่อรู้ว่าเกิดเื่แต่กลับไม่ไปบอกท่านแม่ และส่งให้ปี้ลั่วมาที่เรือนจ้านลู่เพื่อเรียกนางแทนแบบนี้ นางพอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายวางแผนอะไรเอาไว้
นางในฐานะผู้น้อย หากว่าไปหาอาหญิงสามจริง อาหญิงสามพูดอะไรนางก็มีแต่ต้องฟัง ต้องยอมรับเท่านั้น หากโต้เถียงเท่ากับไม่เคารพผู้าุโ
แม้จะกล่าวว่านางคือบุตรสาวสายตรงของบ้านใหญ่ แต่อาหญิงสามตอนนี้วางฐานะเอาไว้ เห็นชัดว่าคิดจะ ‘ถามหาความผิด’ นางเองก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะต้องไปปะทะด้วยในยามนี้
เกรงว่าคงเป็เพราะอาหญิงสามกลัวว่าเฉิงอิงก่อเื่จนทำให้เจียงฮุ่ยโมโหถึงได้โวยวายขึ้นมาทีหลัง สถานการณ์นี้ไม่ว่าจะพูดอย่างไร ‘ความผิด’ ก็จะให้เฉิงอิงรับไว้ไม่ได้ และกลัวว่าหากท่านพ่อกับพี่ชายใหญ่กลับมาบ้านแล้วรู้เื่นี้เข้าก็จะไปตำหนิและว่ากล่าวเฉิงอิงว่าก่อเื่วุ่นวายได้ ใครใช้ให้นางเป็คนรู้มารยาทมีเหตุผลเล่า เป็คุณหนูห้าสวี่ผู้นิ่งสงบ ส่วนเฉิงอิงกลับเป็คุณหนูเจ็ดสวี่ผู้ที่ไร้เหตุผลและเย่อหยิ่งเอาแต่ใจมาเสมอกันเล่า
อาหญิงสามคิดจะปกป้องลูกของตนเอง ทางที่ดีที่สุดคือการผลักเื่ทุกเื่มาที่นาง ให้นางยากจะอธิบายได้ ต่อให้เื่ไปถึงท่านแม่ก็ไม่มีทางอื่นแล้ว
สวี่เฉิงอวี๋มองกระดากหมากตรงหน้า ในใจก็แค่นยิ้มดูถูกอย่างมาก ร่างเอนไปบนโต๊ะสามขาอีกครั้ง “ไปบอกปี้ลั่วว่า ข้าประสบเื่เช่นนั้นตอนอยู่ข้างนอก ยามนี้อารมณ์ไม่ดีและใอยู่บ้าง พอกลับมาถึงเรือนก็เข้านอนแล้ว ทั้งยังกำชับไม่ให้ผู้ใดรบกวน ยามนี้กระทั่งลี่ว์จูยังไม่กล้าปลุกข้าจึงไปบ้านสามไม่ได้ เ้าส่งนางไปแล้วปิดประตูเรือนเสีย ไม่พบใครทั้งนั้น”
อวิ๋นจูลังเล ครั้นเห็นลี่ว์จูส่งสายตาให้นางก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงย่อตัวลงอีกครั้ง พูดรับคำ เก็บมือแล้วรีบร้อนออกจากประตูไป
เมื่อนางออกไปจากห้องแล้วสีหน้าของสวี่เฉิงอวี๋ก็เคร่งขรึมกว่าเดิม สั่งลี่ว์จูว่า “เ้าไปสั่งคนในเรือน ไม่อนุญาตให้ไปเดินวุ่นวายด้านนอก วันนี้ให้อยู่ในเรือนกันอย่างสงบ หากจะออกไปทำธุระด้านนอกจะต้องมารายงานเ้าทั้งหมด ถามให้ชัดเจนก่อนถึงจะปล่อยตัวไปได้ ส่วนคนที่ติดตามไปรับใช้ด้านนอกวันนี้ เ้าคอยดูเอาไว้ว่ามีใครไปที่บ้านสามหรือไม่...”
นางพูดแล้วชะงักไป ปลายนิ้วชี้มือซ้ายจิ้มลงไปที่หลังมือด้านขวา กดแล้วยกขึ้น “หาสาวใช้รุ่นเล็กสองคนที่มีไหวพริบและเ้าเชื่อใจได้มาสักสองคน ให้ไปคอยดูความเคลื่อนไหวของบ้านสาม และดูพวกคนในเรือนของพวกเราด้วยว่าหลังจากที่กลับมาที่จวนแล้วได้ไปที่บ้านสามหรือไม่”