“อ๊ากกกกก…”
เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น เฉินเฟยทำการหักนิ้วนางของหวังจิ้งและลูกน้องของเขา พวกเขานั้นลงไปนอนดิ้นกับพื้นด้วยความเ็ป น้ำหูน้ำตาไหล ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นเห็นว่าเฉินเฟยหักนิ้วของหวังจิ้งและลูกน้องของเขาอย่างใจเย็นก็ได้แต่สูดลมหายใจเย็นๆเข้าไปทั่วทั้งปอด พวกเขาได้เห็นถึงความโเี้ของเฉินเฟยแล้วได้แต่สั่นสะท้าน ไม่กล้าที่จะเอ่ยพูดอะไรออกมา
“เมื่อกี้นี้เขาคุยกับน้องสาวของเขา แววตาและน้ำเสียงดูอ่อนโยนเป็อย่างมาก ราวกับเทพบุตร”
“แต่ตอนนี้ดูเขาซิ ราวกับปีศาจ เขาหักนิ้วนางของทั้งสองคนโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแถมยังยิ้มอีกด้วย”
หวังจิ้งกัดฟันทน เขาใช้มือข้างที่ยังปกติอยู่จับไปยังนิ้วของเขาที่หัก เขามองไปที่เฉินเฟยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง
“แก แกคิดว่าทำแบบนี้แล้วแกจะรอดอย่างนั้นรึ ฉันจะให้พวกของฉันจัดการกับแกให้หมด ทั้งแก ทั้งน้องสาวของแก ทั้งครอบครัวของแก ฉันจะไม่ให้ใครรอดไปทั้งนั้น”
เฉินเฟยมองไปที่หวังจิ้งที่กำลังพูดจาขู่ออกมา ก่อนที่จะยิ้มกว้างกว่าเดิม
“ฮ่ะๆ ได้สิ ได้ ถ้าแกยังมีชีวิตอยู่ต่อไปละก็นะ”
เฉินเฟยไม่เคยสนใจใครที่จะพูดจาไม่ดีใส่เขา ไม่สนใจว่าใครจะขู่จะทำร้ายเขา มีอย่างเดียวที่เขาไม่มีวันอภัยให้ คือพวกที่คิดไม่ดีกับครอบครัวของเขา สำหรับเฉินเฟยในตอนนี้ครอบครัวของเขาสำคัญที่สุด
เขาคิดถึงพวกเขามากหลังจากไม่พบกันมากว่า 20 ปี แต่ไอโง่ที่ไหนไม่รู้กล้ามาพูดกับเขาว่าจะทำร้ายครอบครัวเขา แบบนี้ไม่เรียกว่ารนหาที่ตายและจะเรียกว่าอะไร
“ใครที่้าจะทำร้ายฮัวร์และครอบครัวของฉัน มันผู้นั้นต้องตาย”
เฉินเฟยในตอนนี้ดวงตาเปร่งแสงสีแดงออกมา เขาถึงจะโกรธแค่ไหน แต่เขาก็รู้ว่าการฆ่าคนกลางที่สาธารนะนั้นไม่ใช่เื่ที่ดีเลย เพราะฉะนั้นเขามีวิธีอื่นที่น่าสนใจกว่า ถ้าไม่มีหลักฐาน ก็ทำอะไรกันไม่ได้
เฉินเฟยพูดอะไรบางอย่าง เป็เสียงเงียบๆ
[ทักษะมานาระดับ 1 บีวิทชิ่ง วิชเพอร์(Bewitching Whisper)]
[มานา 1/10]
เฉินเฟยใช้ทักษะมานาของเขา เขาใช้มานาของเขาไปเกือบจนหมด
เฉินเฟยในตอนนี้กำลังกระซิบอะไรบางอย่าง ทุกคนนั้นได้ยินเหมือนเขากำลังพึมพำอะไรอยู่ คล้ายกับเสียงกระซิบ พวกเขาพยายามฟังแต่ก็ไม่รู้ว่าเขาพูดว่าอะไร
หวังจิ้งที่กำลังเ็ปอยู่ในตอนนี้อยู่ดีๆก็เหมือนกับจะหายเป็ปริดทิ้ง เขาลุกขึ้นจากพื้น ก่อนที่จะเดินไปยังรถของเขาโดยที่ไม่สนใจคนอื่นๆ เขาในตอนนี้ราวกับไม่มีสติอยู่กับตัวเอง เหล่าลูกน้องของหวังจิ้งไม่รู้จะทำยังไงต่อไปดี เมื่อเห็นหวังจิ้งเดินไปยังรถแล้ว พวกเขาได้แต่มองมาที่เฉินเฟย
“ระวังตัวให้ดี”
“ขอบใจที่เป็ห่วง ไม่ส่งนะ เดินทางดีๆ”
เฉินเฟยพูดหยอกออกมา หากไม่เป็เพราะว่าเขายังต้องสนใจเื่กฏหมายอยู่ละก็ พวกนี้ได้กลายเป็เนื้อบดกันหมดแล้วแน่ๆ
เหล่าลูกน้องของหวังจิ้งหลังจากนั้นก็ขึ้นไปบนรถคันเดียวกับเขา ก่อนที่จะขับออกไป เฉินเฟยมองไปที่รถที่แล่นออกไปก่อนที่จะส่ายหัว
“หวังว่าจะสนุกกับการเดินทางนะ...”
เฉินเฟยหลังจากนั้นก็หันไปมองซุนจาง และ ซุนเจียงกับคนอื่นๆ เขาได้แต่ถอนหายใจ ดูเหมือนว่าพวกเขานั้นกำลังตื่นตระหนกอยู่ นี่แค่เขาหักนิ้วเล่นๆเท่านั้น ถ้าเกิดพวกนี้เห็นเขาไล่ฆ่าคนจริงๆขึ้นมาจะเป็ยังไง
“จิตใจยังอ่อนแอกันแบบนี้ อีกหนึ่งปีที่จะมาถึงจะเป็ยังไงกัน”
เฉินเฟยอดเป็ห่วงไม่ได้เขา เขาถึงจะเคยเป็อดีตทหารรับจ้างที่แข็งแกร่งที่สุด แต่เขาก็ยังตัวคนเดียว เขา้าหาคนช่วยในเื่นี้ เขาคนเดียวปกป้องทุกคนไม่ไหว
“ช่วยไม่ได้ ต้องเตรียมการทุกอย่างไว้”
เฉินเฟยสูดลมหายใจก่อนที่จะพูดขึ้น
“เอาละ ทั้งหมดเลยฟังที่ฉันจะพูดให้ดีๆ หลังจากนี้ทุกคนจะต้องเข้าร่วมการฝึก ทุกวันไม่มีเว้น ทุกเช้าและเย็นหลังเลิกเรียน วันหยุดก็ด้วย มีใครมีปัญหาอะไรไหม”
เฉินเฟยต้องรีบทำให้ทั้งห้าคนแข็งแกร่งขึ้น หนึ่งปีน่าจะพอ
ทั้งหมดที่กำลังเหม่ออยู่นั้นเมื่อได้ยินที่เฉินเฟยพูดก็รีบพยักหน้าตอบรับทันที
“พวกเราทราบแล้ว”
“ดี เอาละตอนนี้ก็แยกย้ายกันไปได้ พรุ่งนี้เวลาตีห้ามาพบกับฉันที่สวนสาธารนะ”