ท้องฟ้าของภพดาราครามที่เคยเป็สีน้ำเงินใส บัดนี้กลายเป็สมรภูมิที่บ้าคลั่งที่สุดในรอบหมื่นปี แรงะเิจากการปะทะกันของกองทัพอสูรและอัศวินดาราทำให้ทวีปลอยฟ้าบางส่วนเริ่มปริร้าวและร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่าง ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น สิงหราช ยืนตระหง่านอยู่บนซากศพของผู้พิทักษ์ดารา แววตาของเขาจดจ้องไปยัง "วิหารดาราจักรนิรันดร์" ที่ตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของภพ ที่นั่น พลังงานดารามหาศาลกำลังถูกควบแน่นจนกลายเป็ลูกบอลแสงสีขาวขนาดมหึมาที่แผ่รังสีความร้อนแรงเสียจนเมฆรอบด้านระเหยกลายเป็ไอ
มันคือ "ศัสตราดับดวงตะวัน" อาวุธระดับทำลายล้างระบบดาวที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกำจัดภัยคุกคามระดับจักรวาล และบัดนี้ มันกำลังถูกเล็งมาที่ร่างของจอมอสูรเพียงคนเดียว
บนหอคอยสูงเหนือวิหาร หญิงสาวในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับแสงจันทร์ยืนสงบนิ่ง ดวงตาของนางไม่มีตาดำ แต่มันเป็สีขาวโพลนที่ประกายแสงดาวระยิบระยับ นางคือ "เซร่า" ผู้
"เนตรดาราขาว" ผู้ที่สภาจักรพรรดิดารายกย่องว่าเป็สมองที่แข็งแกร่งที่สุด
"หยุดมือเถิด..." เซร่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "ข้ามองเห็นอนาคตหมื่นรูปแบบ... และในทุกรูปแบบที่พวกท่านลั่นไกอาวุธนี้ ผลลัพธ์มีเพียงอย่างเดียวคือการล่มสลายของดาราคราม!"
"หุบปากซะเซร่า!" หนึ่งในสภาจักรพรรดิตวาดลั่น "มันเป็เพียงมนุษย์จากโลกชั้นต่ำ ต่อให้มันเก่งแค่ไหน ก็ไม่มีทางรอดพ้นจากเพลิงพิฆาตดาราไปได้! ยิงได้!!!"
วูมมมมมมมมม—เปรี้ยงงงงงงงงงง!!!
ลำแสงสีขาวเข้มข้นที่รวบรวมพลังงานจากดวงดาวนับร้อยดวงพุ่งทะลวงชั้นบรรยากาศลงมาด้วยความเร็วแสง มันฉีกกระชากมิติอากาศจนกลายเป็สุญญากาศ พุ่งตรงเข้าหาหัวใจของสิงหราชโดยที่ไม่มีใครในจักรวาลจะหลบพ้น
สิงหราชแหงนหน้ามองลำแสงแห่งความตายที่กำลังพุ่งเข้ามา เขาไม่ขยับหนี ไม่แม้แต่จะยกอาวุธขึ้นมาป้องกัน รอยยิ้มแสยะของเขาที่ดูถูกทุกสรรพสิ่งยังคงประดับบนใบหน้า
"หยั่งรู้อนาคตงั้นหรือ? น่าขัน..." สิงหราชพึมพำ "อนาคตที่แกเห็นน่ะ มันคืออนาคตที่พวกแก 'อยากให้เป็' ต่างหาก แต่สำหรับข้า... อนาคตคือสิ่งที่ข้า 'ขยี้ทิ้ง' ได้ตามใจชอบ!"
เขาลืมตาขึ้นสู่ขั้นสูงสุดที่เหนือกว่าเนตรสูญสิ้นวัฏสงสาร "สภาวะสูญนิยม: อัตตาแห่งอสูร"
ตูมมมมมมมมมมม!!!
ลำแสงดับดวงตะวันกระแทกเข้ากับร่างของสิงหราชอย่างจัง ทว่าแทนที่จะเกิดการะเิทำลายล้าง ลำแสงสีขาวกลับ "หักเห" และหมุนวนรอบตัวสิงหราชกลายเป็พายุแสงที่ถูกกักขัง! สิงหราชใช้มือเปล่าคว้าเข้าไปในใจกลางลำแสงนั้น อักขระยันต์เกราะเพชรนิลกาฬทั่วร่างเปลี่ยนเป็สีขาวบริสุทธิ์ชั่วขณะเพื่อ "ลอกเลียน" พลังงานดารา ก่อนจะย้อมมันกลับเป็สีดำสนิทด้วยจิตมาร
"ขอบใจสำหรับพลังงานมหาศาลนี่นะ..."
สิงหราชรวบรวมพลังงานดับดวงตะวันที่ถูกย้อมด้วยสีดำไว้ที่ฝ่ามือขวา ก่อนจะซัดมันกลับขึ้นไปยังวิหารดาราจักรนิรันดร์ด้วยความเร็วที่เร็วกว่าเดิมสิบเท่า!
"มหาเวทย์สวนกลับ: ดาราสูญอเวจี!"
บึ้มมมมมมมมมมมม!!!
วิหารที่เคยยิ่งใหญ่และอาวุธดับดวงตะวันะเิออกเป็เสี่ยงๆ ภายใต้พลังของตนเองที่ถูกทวีคูณด้วยจิตอาฆาต สมาชิกสภาจักรพรรดิดารานับสิบคนถูกแรงะเิฉีกร่างกลายเป็ละอองดาวในพริบตา ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังและเสียงกรีดร้องที่เงียบหายไปในอวกาศ
สิงหราชทะยานตัวขึ้นมาหยุดอยู่บนหอคอยที่ยังหลงเหลืออยู่ ตรงหน้าของเซร่าที่กำลังทรุดเข่าลงด้วยความช็อก
"แกบอกว่าเห็นอนาคตหมื่นรูปแบบงั้นหรือ?" สิงหราชเชยคางหญิงสาวขึ้นมา แววตาสีแดงชาดจ้องลึกเข้าไปในเนตรสีขาวของนาง "บอกข้ามาสิ... ในรูปแบบที่หนึ่งหมื่นเอ็ด เ้าเห็นไหมว่าข้าจะทำอะไรกับเ้า?"
เซร่าตัวสั่นสะท้าน นางมองไม่เห็นอะไรเลย... เมื่ออยู่ต่อหน้าสิงหราช อนาคตที่นางเคยหยั่งรู้กลับกลายเป็ความมืดมิดที่ว่างเปล่า "ไม่... ข้ามองไม่เห็น... ตัวตนของเ้า... มันไม่มีอยู่ในกฎเกณฑ์ของจักรวาลนี้..."
"ถูกต้อง" สิงหราชปล่อยมือจากคางนาง "เพราะข้าคือคนที่จะเขียน 'กฎเกณฑ์' ขึ้นมาใหม่ยังไงล่ะ"
เขาสะบัดมือเรียกทัพอสูรให้เข้ามายึดครองใจกลางภพดาราคราม บัดนี้ จักรวรรดิดาราที่เคยยิ่งใหญ่ได้ล่มสลายลงแทบเท้าของเ้าชายไสยเวทภายในเวลาไม่ถึงวัน
"บุหลันแดง... เก็บกวาดที่นี่ให้เรียบ ใครที่ยอมสยบให้ประทับตราอสูร ใครที่ขัดขืน... ให้มันกลายเป็ปุ๋ยปลูกต้นไม้ป่าช้าให้หมด"
สิงหราชนั่งลงบนขอบหอคอยที่พังทลาย จ้องมองไปยังกาแล็กซีเบื้องหน้าที่กว้างใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ รอยยิ้มอหังการของเขายังคงไม่เลือนหาย