เวลาผ่านไป3วันตอนนี้ซูมี่เธอได้รับรถยนต์พร้อมป้ายทะเบียนเรียบร้อยแล้วเเถมเธอยังตั้งชื่อให้กับเ้าตัวเล็กว่าเสี่ยวไป๋เพราะเป็ตัวผู้นั่นเอง
วันนี้ซูมี่เธอคิดว่าจะไปทำบุญเเถวๆชนบทเพราะเห็นว่ามีวัดอยู่ที่นั่น เธออยากที่จะไปทำบุญหลังจากที่ได้กลับมามี
ชีวิตใหม่กับมาสักครั้งซูมี่ตั้งใจไว้เเล้วว่าตอนสายๆจะขับไปเองชีวิตก่อนเธออาศัยขับรถส่งของไปเเถวยานชนบทเธอเคยขับผ่านวัดเเถวนั่นที่ผู้คนไม่ค่อยสนใจเเต่เธอรู้สึกเหมือนมีเเรงจูงใจให้เธอต้องกลับไปที่นั่นให้ได้สักครั้ง
เเต่ละวันเสี่ยวไป๋ก็เริ่มคุนเคยกับเธอเเละวิ่งเล่นในบ้านไปเเล้วเสี่ยวไป๋เป็เเมวขี้อ้อนมากเเละรู้ความ
ณท้องถนนได้มีรถยนต์คันหรูสีขาวขับมุ่งหน้าออกนอกเมืองตั้งเเต่รถยนต์ของเธอขับผ่านไปผู้คนสวนมากหันมาให้ความสนใจกับรถยนต์ของเธอแทบจะทันที ความคิดเดี่ยวกันของทุกคนคือ ใครโชคดีที่ได้เป็เ้าของรถคันนั่นกันนะ สงสัยจะเป็เศรษฐีเเน่เลย
เเต่เ้าตัวไม่ได้ยินความคิดของผู้คนเเน่นอนตอนนี้เธอตั้งใจขับรถมองทางอย่างเพลิดเพลิน
ใช้เวลาราวๆกว่า2ชั่วโมงซูมี่ก็ขับรถเข้าเขตชนบทรถของซูมี่ขับผ่านหมู่บ้านมุ่งหน้าไปที่วัดทันทีตอนนี้กลางวันจึงไม่ค่อยมีชาวบ้านเพราะส่วนใหญ่เเถวนี้ทำเกษตรกันจึงไม่มีคนอื่นๆให้เห็น
พอถึงที่วัดที่นี่เงียบสงบดูร่มรื่นซูมี่มองหาที่สามารถจอดรถได้พอจอดรถเเล้วเ้าตัวรีบเดินมุ่งหน้าเข้าวัดเธอเห็นเด็กหนุ่มยืนกวาดลานวัดอายุประมาณ13-14ปีซูมี่ไม่รอช้าเดินเข้าไปสอบถามเด็กหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ใบหน้าออกทางหล่อหวานดูน่ารักสีผมน้ำตาลอ่อนมีนัยตาออกโทนเทาโดยรวมเเล้วก็คือหน้าตาดีมากเมื่อเห็นเธอเดินเข้ามาในวัดเ้าตัวก็มองด้วยความสงสัยทันทีไม่ได้มีท่าทีคุกคามอะไรเธอเลยซูมี่มองเด็กหนุ่มด้วยความเอ็นดู
"พี่สาวมีอะไรให้ช่วยไหมครับ"เด็กหนุ่มรีบกล่าวถามเธอทันทีที่
"เ้าอาวาสอยู่ไหมจ๊ะ"ซูมี่สอบถามเด็กชายทันทีเธอมองหน้าหนุ่มน้อยตรงหน้าเเล้วมีความรู้สึกถูกชะตาด้วย
"ท่านไม่อยู่ครับ"เ้าตัวตอบพร้อมสายหน้า
"เราชื่ออะไรจ๊ะพี่ถามได้ไหม"ซูมี่วันนี้เธอคงมาเสียเที่ยวสะเเล้วเเต่ไม่เป็ไรเธอคิดว่าจะขอพรที่นี้ก็ดีเเล้วซูมี่จึงชวนเด็กหนุ่มคุยสอบถาม
"ผมชื่อ จินหลงครับ"
"พี่ซูมี่นะจ๊ะพี่อยากจะมาขอพรที่นี่จินหลงพาพี่ไปได้ไหม”
"ได้ครับตามผมมาทางนี้เลยครับ"
จินหลงพาเธอเดินมาสักพักก็ถึงห้องโถงที่มีองค์พระให้กราบไหว้ซูมี่เดินไปกราบไหว้ขอพรทันทีเธอเตรียมเงินหยอดใสตู้บริจาคจำนวนหนึ่งซึ่งถือว่ามากกว่าบุคคลทั่วไปที่ทำหลังจากกราบไหว้เสร็จซูมี่ก็เดินเล่นถ่ายรูปเก็บบรรยากาศไว้จินหลงพาเธอเดินเล่นพร้อมเป็ตากล้องให้กับเธอทั้งสองคุยเล่นกันเลื่อยๆจนเธอได้รู้ว่าจินหลงอาศัยอยู่กับยายเเม่เเละพี่สาวซึ่งตอนนี้เเม่กับพี่สาวไปทำงานรับจ้างแถวหมู่บ้านส่วนใหญ่จะเก็บเกี่ยวพืชผลตามฤดูกาลส่วนยายของจินหลงเห็นบอกไม่ค่อยสบายจินหลงอาสาเฟ้ายายเเต่ยายไล่เขาออกมาบอกอยากพักผ่อนเขาจึงมาขออ่านหนังสือในวัดพร้อมทั้งทำความสะอาดที่นี่เสมอจินหลงกับพี่สาวเคยเรียนหลังสือมาบ้างพอยายป่วยจึงหยุดเพื่อทำงานหาเงินรักษายายเเทน
ซูมี่ยกมือเรียวสวยลูบผมนุ่มของเด็กหนุ่มด้วยความเอ็นดูเธอคิดว่าคงหาเวลาไปเยี่ยมบ้านของจินหลงสักครั้ง
"อาหลง!"เสียงเด็กหนุ่มวัยเดี่ยวกันวิ่งเข้ามาหาทั้งสองด้วยใบหน้าเเตกตื่นโดยเ้าตัวไม่ได้สังเกตว่ามีเธอยืนอยู่ตรงนี้
"มีอะไรเสวี่ยเฉี่ยน"จินหลงถามเพื่อนชายคนสนิทที่อาศัยอยู่บ้านระแวกเดี่ยวกันกับตน
"โอ้ย..เหนื่อยฉันตามหานายตั้งนานตอนนี้นายรีบกลับบ้านเถอะเเม่กับพี่สาวนายให้มาตามเห็นว่ายายของนายอาการไม่ดี"
จินหลงพอได้ยินดังนั่นก็รีบตัดสินใจวิ่งกลับบ้านทันทีจนลืมบอกลาซูมี่เธอเองก็ไม่ได้คิดมากที่จินหลงวิ่งไปเเบบไม่ได้บอกเธอซูมี่เองก็อดที่จะเป็ห่วงน้องชายที่เพิ่งรู้จักกันอย่างที่เธอได้รู้สึกเอ็นดูเเละถูกชะตากับจินหลงเป็อย่างมาก
"อ่ะ..อ้าวรอกันด้วยสิ"เด็กที่ชื่อเสวี่ยเฉี่ยนรีบเอ่ยทักท้วงตามหลังจินหลงที่วิ่งไปก่อนเเล้ว
"เดี่ยวก่อนน้องชายพาพี่ไปบ้านจินหลงด้วยสิ"ซูมี่เห็นอีกฝ่ายกำลังตามจินหลงไปจึงรีบเรียกอีกใ่ายทันที
เสวี่ยเฉี่ยนเพิ่งสังเกตพี่สาวคนสวยที่ยืนอยู่ตอนนี้ถึงกับตาเบิกโพลงทันทีเ้าตัวได้เเต่คิดในใจว่านี้นางฟ้ารึนางเซียนทำไมสวยจัง
ซูมี่รีบเอ่ยเตือนสติของเด็กหนุ่มตรงหน้าเธอ
"พาพี่ไปบ้านจินหลงด้วยนะจ๊ะ"ซูมี่ถามขึ้นอีกครั้ง
"พี่สนิทกับเพื่อนผมใช่ไหม"ซูที่พยักหน้าหงึกๆตอบเด็กหนุ่ม
"งันตามผมมาเลยครับไม่ไกลมาก"
"พี่ขับรถไปได้ไหมรถพี่จอดอยู่ตรงนูน"มือเรียวสวยรีบเอ่ยพร้อมชี้บอกเด็กหนุ่มด้วยความที่เธอไม่อยากเดินกลับไปกลับมานั่นเอง
พอเสวี่ยเฉี่ยนมองตามที่ซูมี่บอกก็ยิ่งใที่ได้มีโอกาสมองดูรถยนต์หรูหราที่เขาเคยเห็นในทีวีโฆษณานั่นเองพี่สาวคนนี้ต้องรวยมากเเน่ๆถึงกับมีรถยนต์หรูขนาดนี้เ้าตัวคิดเเค่ในใจเพียงเท่านั่นจึงหันมาพยักหน้าตอบพี่สาวคนสวยทันที
5นาทีต่อรถหรูจอดสนิทตรงหน้าบ้านเดี่ยวขนาด1ชั้นขนาดเก่าทรุดโทรมมากจนทำเอาตัวเธอเกิดรู้สึกสงสารความเป็อยู่ของเด็กหนุ่มที่ผ่านมาทันที
ซูมี่เดินลงจากรถพร้อมเด็กเสวี่ยเฉี่ยนที่นังบอกทางมาพร้อมกับเธอเท้าเรียวรีบเดินไปที่ประตูไม้เก่าๆ ที่คิดว่าลงเเรงไปมากคงจะทำให้ประตูพังได้เลย
เธอกล่าวขออนุญาตคนภายในบ้านโดยตอนนี้ซูมี่ได้ยินเเต่เสียงร่ำไห้ใจจะขาดของสามคนนั่นก็คือหญิงสาวสองคนที่นั่งกอดกันร่ำไห้ส่วนจินหลงนั่งก้มหน้าอยู่ข้างเตียงของหญิงชราที่นอนเเน่นิ่งเธอมองดูก็รู้ว่าหญิงชราน่าจะเป็ยายของจินหลงซูมี่เอ่ยทักเสียงเบาหวิว
"จินหลงพี่มา.."ยังพูดไม่ทันจบเ้าตัวเงยหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตามองมาตามเสียงเรียกเ้าตัวลุกคนมาส้วมกอดเธอทันที
"พี่ครับยายไม่หายใจเเล้ว อือออ" ซูมี่เธอรับรู้ได้ทันทีเลยว่าจินหลงเสียใจขนาดไหน
เธอเองก็ก็ได้เเต่กอดปรอบจินหลงจนเสียงร้องไห้เงียบไปเอง