บทที่ 73 หยังเชิง
มุมมองของ คิม มินแจ
หลังจากพวกเราออกจากค่ายทหารชายผู้เคร่งขรึมคนนั้นก็พาเดินลัดเลาะไปตามทางเท้าเล็กๆ ตรงชายป่าตลอดทางเขาไม่เอ่ยปากพูดอะไรเลยสักคำสายตาที่เขาใช้ชำเลืองมองมามีเพียงความเฉยชาจนยากจะคาดเดา
ใจจริงผมอยากจะเอ่ยปากถามเหลือเกินว่าเขากำลังจะพาพวกเราไปไหนแต่บทเรียนราคาแพงก่อนหน้านี้มันตอกย้ำจนผมรู้ซึ้งว่าการคุยกับคนพวกนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย
การต้องเดินไปสู่อนาคตที่แฝงไปด้วยอันตรายโดยไม่รู้ชะตากรรมแบบนี้มันทำให้ผมรู้สึกกระสับกระส่ายอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ
พวกเราเดินไปข้างหน้าด้วยความเงียบไม่มีใครกล้าส่งเสียงหรือถามคำถามใดๆ ผมคิดว่าเพราะทุกคนต่างก็ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวแต่แล้วก็ไม่ใช่ทุกคนที่คิดแบบนั้น
ผมแอบเห็นเนเทลส่งสัญญาณสายตาให้กับเทส และคนอื่นๆแววตาของเขาไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวปนอยู่เลยแม้แต่น้อยมันเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างประหลาด
ตลอดการเดินทางเนเทลเฝ้าจับตาดูทหารคนนั้นอย่างละเอียดเขาถึงขั้นแอบเลียนแบบจังหวะฝีเท้าของชายตรงหน้าเพื่อวัดระยะความสามารถนำไปเทียบกับทหารสอดแนมก่อนหน้านี้
ท่าทางของเขามันเปี่ยมไปด้วยความกระหายใคร่รู้และดูพร้อมจะกบฏลงมือทันทีที่มีโอกาส ซึ่งคนอื่นๆในกลุ่มก็ดูจะเห็นดีเห็นงามไปด้วย
แต่ผมไม่เห็นด้วยเลยสักนิด!
คนพวกนี้แข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อการกระทำของเนเทลมันกำลังจะลากพวกเราทั้งหมดไปลงนรกชัดๆ
ผมมองแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยความมั่นใจนั้นพลางส่ายหน้าด้วยความอึดอัดผมทนดูต่อไปแทบไม่ไหว
ผู้ชายคนนี้มันไม่ปกติเขามันบ้าบิ่นเกินคนธรรมดา คนดีๆ ที่ไหนจะหันกลับไปสู้กับหมีเถ้าถ่านทั้งที่สามารถเดินหนีออกมาเฉยๆ ได้
มีแต่คนบ้าแบบเขาเท่านั้นแหละที่เลือกทำแบบนั้นแถมยังอุตส่าห์ฆ่ามันได้สำเร็จอีกต่างหาก!
แต่เรื่องที่ผมเกลียดที่สุดไม่ใช่ความอวดดีของเขาหรอกแต่มันคือการที่เขาทำเหมือนลืมเรื่องของเควินไปเสียสนิทต่างหาก
หลังจากผ่านชั้นแรกมาได้เขาไม่เคยปริปากพูดถึงเควินเลยสักคำ เขาไม่โกรธแค้นในสิ่งที่ยัยลิลลี่ทำเลยสักนิดแถมยังออกโรงปกป้องยัยนั่นอีกต่างหาก
สิ่งที่เขาทำ มันเหมือนพยายามจะบีบให้ผมลืมเรื่องเควินไปอีกคน
ผมเริ่มกำหมัดแน่น...
ผมไม่มีวันลืมเรื่องนี้แน่จากนี้ไปผมจะไม่พึ่งพาใครอีกผมจะทุ่มเทแรงกายแรงใจพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นเหมือนที่เคยทำได้มาก่อน
ผมมั่นใจว่าผมจะทำได้ และสักวัน...ผมจะสะสางบัญชีนี้ด้วยมือของผมเอง
หลังจากเดินลุยป่าอยู่หลายชั่วโมงชายผู้นำทางก็สั่งให้หยุดพักพลางแจกจ่ายน้ำและเสบียงให้พวกเรา
ผมหยิบขนมปังส่วนที่ลีออนแบ่งให้ขึ้นมาเล็มกินเงียบๆทว่าที่หางตา ผมกลับเห็นเนเทลกำลังเคลื่อนไหวแปลกๆ
เขาพยายามเดินเข้าหาชายผู้เงียบขรึมคนนั้นผมเดาออกทันทีว่าคนบ้าอย่างเขากำลังคิดจะทำอะไร และเพราะไม่อยากเห็นมันผมจึงเลือกที่จะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
ทว่าในวินาทีนั้นเองกระแสมานามหาศาลพลันระเบิดทะลักออกมาจนผมต้องรีบตวัดสายตากลับไปมอง ทันใดนั้นเสียงเข้มของชายผู้นำทางก็ดังขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ร่วมเดินทางกันมา
“แกนี่มัน... ทุเรศจริงๆ”
สิ้นเสียงนั้นสันมือของชายคนนั้นก็สับเข้าที่หลังศีรษะของเนเทลอย่างรุนแรง แรงฟาดอันหนักหน่วงจนส่งร่างของเขากระเด็นไปนอนหมดสติในพริบตา
“ไม่!”
เสียงของลิลลี่ และเทสกรีดร้องอุทานขึ้นมาพร้อมกันก่อนจะถลาเข้าไปดูอาการแม้แต่เจ้าหมาคอร์กี้ก็เริ่มเห่ากรรโชกพลางแผ่รยางค์มานาสีม่วงพิลึกออกมารอบตัวอย่างบ้าคลั่ง
ผมจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความตกตะลึง
เนเทลโดนสอยร่วงง่ายๆ แบบนี้เลยงั้นเหรอ?
สัตว์ประหลาดระดับเขา...กลับไม่มีโอกาสแม้แต่จะโต้ตอบเลยสักนิด
ทว่าในจังหวะนั้นเองใบหน้าที่เคยตกใจของผมกลับค่อยๆ แปรเปลี่ยนไป รอยยิ้มเล็กๆผุดขึ้นที่มุมปากอย่างห้ามไม่อยู่ แทนที่จะรู้สึกหวาดกลัวแต่ผมกลับรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
ดูเหมือนว่าตอนนี้พวกเราทุกคนต้องกลับมานับหนึ่งใหม่อย่างเท่าเทียมกันอีกครั้งและเจ้าหมอนี่ก็ไม่ได้เก่งกาจไร้เทียมทานอีกต่อไปแล้ว
......
บ้าชะมัด!
ตอนนี้ท้ายทอยของผมปวดตุบๆ จนแทบระเบิดผมมองไม่เห็นด้วยซ้ำว่าหมอนั่นลงมือโจมตียังไงรู้ตัวอีกทีก็สลบเหมือดไปเรียบร้อยแล้ว
ดูท่าการส่งมานาไปหยั่งเชิงคนอื่นในโลกนี้คงเป็นเรื่องเสียมารยาทร้ายแรงไม่ต่างจากการเอ่ยปากถามเรื่องเลเวลสินะ
เรื่องนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงและผมจะจำใส่สมองไว้เลยว่าห้ามไปแหยมกับพวกที่มีเครื่องหมายคำถามบนหัว
โอเค ผมเข็ดแล้ว!
หลังจากผมฟื้นคืนสติได้ไม่นานฟินเนแกนก็เอ่ยปากเร่งให้พวกเราออกเดินทางต่อคราวนี้เขาไม่ได้พาเดินลัดเลาะตามชายป่าเหมือนเก่าแต่กลับนำทางพาพวกเราเดินผ่าแนวป่าทึบเข้าไปตรงๆ
หลังจากเดินลึกเข้ามาได้ไม่ไกลเสียงคำรามกึกก้องของสัตว์ร้ายก็ดังขึ้น
เมื่อมองฝ่าพุ่มไม้ไปเบื้องหน้า ผมก็พบหมูป่าร่างมหึมายืนอยู่ตัวของมันใหญ่โตพอๆ กับตู้ขบวนรถไฟที่พวกเราเคยนั่งมาไม่มีผิด!
[หมูป่าขนเหล็ก - เลเวล 20]
ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตั้งหลักฟินเนแกนก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวเขากระชากคอเสื้อผมเต็มแรงแล้วเหวี่ยงผลักออกไปเผชิญหน้ากับมันก่อนจะเอ่ยปากสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“จัดการมันซะ”
อะไรของมันวะ... นี่คือการลงโทษหรือยังไง?
ผมหันกลับไปอ้าปากจะประท้วงแต่สายตาดุดันที่จ้องเขม็งกลับมา ทำเอาผมต้องกลืนคำถามทุกคำลงคอไปทันควัน
เออ ก็ได้วะ!
นาทีนี้ผมไม่กล้าขัดคำสั่งหมอนี่แน่เพราะขืนดื้ออีก จุดจบคงจะอนาถยิ่งกว่าการวิ่งเข้าไปประจันหน้ากับเจ้าหมูป่ายักษ์ตรงหน้าเสียอีก
เมื่อตั้งสติได้ผมก็เปิดใช้งานทักษะสมาธิคู่ขนานทันที ฉับพลันนั้น สติสัมปชัญญะของผมก็ถูกฉีกแยกออกเป็นสองส่วน
ทัศนียภาพรอบกายซีดจางลงก่อนจะถูกย้อมเป็นโลกสีขาวดำเส้นสายมานาบนร่างของเจ้าหมูป่ายักษ์ลอยเด่นชัดเจนขึ้นทันที
ที่ผมไม่ลังเลในการเปิดใช้สมาธิคู่ขนานก็เพราะตอนนี้ผมควบคุมมันได้ชำนาญขึ้นแล้วแม้จะยังไม่สามารถยืดระยะเวลาเปิดใช้งานให้เพิ่มขึ้นได้แต่อย่างน้อยก็ช่วยลดทอนผลกระทบลงไปได้มากแล้ว
สติที่แยกเป็นสองฝั่งเริ่มทำหน้าที่ขนานกันความคิดส่วนแรกจดจ่ออยู่กับการสร้างหอกมานาด้วยทักษะอาวุธมานาส่วนความคิดอีกฝั่งมุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นหมุนเวียนวงจรมานาในร่างกายเพื่อระเบิดพละกำลัง
แทนที่จะรู้สึกกดดันที่จู่ๆก็ถูกเตะโด่งมาฟัดกับมอนสเตอร์เลเวลสูง แต่ผมกลับรู้สึกตรงกันข้ามเลยละ
หลังจากที่ต้องคอยสะกดมานาในร่างมานานหลายชั่วโมงการได้ปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา มันทำให้รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ!
เจ้าหมูป่ายักษ์จับจ้องตรงมาที่ผมดูเหมือนมันจะสัมผัสได้ถึงกระแสมานาอันบ้าคลั่งที่ปะทุออกมา จึงทำให้มันเริ่มตึงเครียด
มันส่งเสียงขู่คำรามต่ำในลำคอก่อนจะก้มหัวลงตั้งท่าเตรียมพุ่งชนพลางใช้กีบเท้าตะกุยพื้นดินจนฝุ่นตลบ
เมื่อเห็นเส้นสายมานาของมันเริ่มถักทอเป็นรูปร่างผมก็ย่อตัวตั้งท่าเตรียมพร้อมทันที
ไม่นานนักเจ้าหมูป่าก็พุ่งทะยานเข้าใส่หวังจะขยี้ผมให้แหลก
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงกีบเท้ากระทืบลงพื้นดังสนั่นป่าแม้น้ำหนักตัวจะมหาศาล แต่มันกลับรวดเร็วเอาเรื่อง ความเร็วในการพุ่งชนถือว่าเป็นรองแค่เจ้าหมีเถ้าถ่านเท่านั้น
ทว่าถึงจะเร็วแต่ทิศทางกลับทื่อตรงจนอ่านง่ายชะมัดผมแค่เอี้ยวตัวหลบเพียงเล็กน้อยมันก็พลาดเป้าแล้ว
ร่างของหมูป่ามหึมาที่พลาดเป้าก็วิ่งไถลไปชนต้นไม้ใหญ่จนหักโค่นส่งเศษฝุ่นดินให้ลอยตลบอบอวลขึ้นมา
ผมอาศัยจังหวะที่มันกำลังกลับตัว แทงหอกมานาเข้าใส่ลำคอของมันเต็มแรง!
แกร๊ง!
อาวุธมานาของผมกระดอนกลับมาทันที...หนังของมันหนาอย่างไม่น่าเชื่อ!
ผมรีบสลายหอกทิ้งพลางดีดตัวฉากหลบการพุ่งชนระลอกสองพอมันพุ่งผ่านไปผมก็ชูมือขวาควบแน่นหอกมานาขึ้นมาใหม่คราวนี้ผมบีบอัดให้มันคมกริบและหนาแน่นยิ่งกว่าเดิม
หากถามว่าทำไมผมถึงไม่ยอมใช้ทักษะการสั่นพ้องเคลือบลงไปด้วยล่ะก็คำตอบง่ายมากเพราะสายตาของฟินเนแกนกำลังจับจ้องอยู่ยังไงล่ะ
ผมรู้ดีว่าการต่อสู้นี้ไม่ใช่แค่การลงโทษแต่มันคือการหยั่งเชิงศักยภาพ
แน่นอนว่าไอ้พวกที่มีเครื่องหมายคำถามบนหัวมันแข็งแกร่งระดับสัตว์ประหลาดแต่มนุษย์ก็คือมนุษย์ หากโดนลอบเล่นงานทีเผลอขึ้นมาก็ไม่มีใครรับประกันได้หรอกว่าจะรอดชีวิตไปได้โดยไม่มีรอยขีดข่วน
เมื่อเจ้าหมูป่าทะยานเข้ามาคราวนี้ผมใจเย็นรอให้ร่างยักษ์เฉียดเข้ามาใกล้ที่สุดก่อนจะเบี่ยงตัวหลบ
และในเสี้ยววินาทีที่มันสวนผ่านผมก็กระตุ้นวงจรมานาเต็มพิกัดระเบิดพละกำลังมหาศาลแทงหอกในมือสวนเข้าใส่ลำตัวของมันทันที!
แรงส่งอันหนักหน่วงบวกกับความคมที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้หอกมานาพุ่งทะลวงผ่านผิวหนังหนาเตอะของเจ้าหมูป่ายักษ์ได้สำเร็จ
เจ้าหมูป่ากรีดร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดมันเสียหลักไถลครูดไปกับพื้น
ผมไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยพุ่งตัวตามไปติดๆ พร้อมกับควบแน่นหอกเล่มใหม่แล้วระดมแทงซ้ำลงบนสีข้างของมันอย่างโหดเหี้ยม
มันพยายามจะสะบัดเขี้ยวโง้งเข้าใส่เพื่อโต้กลับแต่ภายใต้สภาวะสมาธิขั้นสูง ทิศทางการโจมตีเหล่านั้นกลับช้าและชัดเจนในสายตาผม
ผมโยกหลบพลางกระหน่ำแทงสลับสลายหอกซ้ำไปซ้ำมาจนร่างของมันเหวอะหวะ เลือดสดๆ ไหลอาบเป็นทาง
ผมดีดตัวถอยออกมาเพื่อเว้นระยะห่างเมื่อเห็นว่าพ้นระยะอันตรายแล้วจึงปลดสมาธิคู่ขนานออก เพราะตอนนี้มันเริ่มแตะขีดจำกัดการใช้งานแล้ว
เจ้าหมูป่ายักษ์พยายามจะฮึดพุ่งชนอีกรอบแต่ทว่าการเสียเลือดมากทำให้มันทำได้เพียงเดินโซเซเข้ามาอย่างหมดแรง
ผมยกมือขวาเรียกหอกมานาเล่มสุดท้ายแล้วเดินตรงเข้าไปหาศัตรูที่ล้มทรุดลงตรงหน้าในนาทีที่มันไร้ทางสู้ ผมไม่จำเป็นต้องพึ่งพาทักษะสมาธิคู่ขนานอีกต่อไป ผมแค่แทงซ้ำลงบนรอยแผลเหวอะเดิมเพื่อปิดบัญชีเท่านั้น
หลังจากกระหน่ำแทงไปได้ไม่กี่ครั้งเสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นในหัว
[คุณสังหาร หมูป่าขนเหล็ก - เลเวล 20สำเร็จ]
ผมสลายหอกมานาในมือก่อนจะหันกลับไปมองฟินเนแกน ชายผู้นำทางทำเพียงแค่พยักหน้ารับสั้นๆด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ผมรู้ว่าเขาจับตามอง และประเมินฝีมือของผมอยู่ตลอด
แต่อยากประเมินอะไรก็ทำไปเถอะพวก...เพราะทักษะที่แกเพิ่งได้เห็นไปเมื่อครู่น่ะ มันเป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้นฉันยังมีอะไรอีกเยอะที่เก็บซ่อนไว้!