============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“งานเสร็จแล้วหรอ”รินลดาขยับตัวเมื่อเห็นเพื่อนพับหน้าจอโน๊ตบุ๊คลง
คำทักที่คนหน้าหวานหันมาพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยตอบ “เสร็จแล้วล่ะโทษทีนะหนูริน อุตส่าห์มาอยู่เป็เพื่อน แต่ต้องมานั่งมองพริ้งทำงานแบบนี้เบื่อแย่เลย”
คำที่คนน่ารักส่ายหน้าก่อนจะเอ่ยแย้ง “ไม่เบื่อหรอก รินอ่านนิยายอยู่เพลินจะตาย พริ้งอย่าพูดเหมือนเราไม่เคยอยู่ด้วยกันแบบนี้สิ ตอนอยู่คอนโดเราก็เป็แบบนี้กันบ่อยๆนะ”
คำที่ทำให้คนหน้าหวานพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย “จริงสินะ ลืมไปเลย”
“อะไร แยกกันอยู่ไม่เท่าไรลืมรินแล้วเหรอ”
“พริ้งไม่มีทางลืมคนสำคัญของพริ้งหรอก” พริ้งพราวว่ายิ้มๆก่อนจะลุกขึ้นยืดตัว “ลงไปกินข้าวกันเถอะ ป่านนี้ป้าพิมพ์คอยแย่แล้ว”
“แปปนึงนะขอรินอ่านตอนนี้จบก่อน ใกล้แล้วล่ะ”รินลดาพยักหน้ารับก่อนจะบอกเพื่อน “พริ้งไปล้างหน้าล้างตาสักหน่อยเถอะจะได้สดชื่น”
“เอางั้นก็ได้ ออกมาหนูรินคงอ่านจบตอนพอดี” พริ้งพราวรับคำพลางหัวเราะเบาให้กับคนติดนิยายก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป
คนที่ทำทีว่าเป็ติดนิยายปิดหน้าจอลงก่อนจะเปลี่ยนเป็หน้าจอส่งข้อความแทน
‘กำลังจะลงไปแล้วนะคะ’
เมื่อกดส่งและเห็นว่าอีกฝ่ายตอบกลับมาเรียบร้อยแล้วก็ปิดหน้าจอลงแล้วนั่งรอเพื่อนตัวเอง
“จบตอนแล้วเหรอหนูริน”คนที่ก้าวออกมาจากห้องน้ำเอ่ยปากถามเมื่อเห็นรินลดานั่งรอเธออยู่
“อื้อ จบแล้วล่ะ ไปกินข้าวกันเถอะ” คนน่ารักว่าพลางจับมือเพื่อนและลากออกจากห้องไปทันที
“แปลก วันนี้ทำไมเงียบจังนะ”เสียงหวานใสเอ่ยท้วงเมื่อเดินลงมาถึงห้องโถงด้านล่างแล้วพบว่ามีเพียงไฟเปิดสลัวๆพอแค่ให้เดินได้เท่านั้น”เดี๋ยวพริ้งแวะไปดูในครัวก่อนนะ หนูรินไปรอที่โต๊ะอาหารก่อนเลย”ว่าจบก็เตรียมจะผละออกไป หากแต่มือของเพื่อนสาวกลับดึงไว้ทำให้ต้องหันกลับมามอง
“ไม่ต้องหรอกพริ้ง ตามรินมาเถอะมีอะไรจะให้ดูน่ะ” รินลดาว่าพร้อมกับส่งยิ้มกว้างให้เพื่อนที่เลิกคิ้วใส่เธอ“ไม่ต้องถามนะ ตามมาเดี๋ยวก็เห็นเอง”
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“มาทำอะไรตรงนี้เนี่ยมืดจะตาย” คนที่เดินตามเพื่อนมาสักพักออกปากถามจนได้เมื่อทางที่รินลดาพามาคือห้องที่จะพาออกไปยังสระน้ำว่ายน้ำและสวนกว้างที่เธอชอบมานั่งเล่นบ่อยๆ
“มืดนิดหน่อยเอง เร็วๆจะถึงแล้ว”รินลดาว่าพลางเร่งฝีเท้าขึ้นอีก
“อะไรของหนูรินเนี่ย”พริ้งพราวว่าพลางส่ายหัวเมื่อเพื่อนยังคงเดินฝ่าความมืดไปเรื่อยๆ ความประหลาดใจก็มีอยู่หรอกแต่แค่อยากรู้มากกว่าว่าเพื่อนสนิทกำลังทำอะไรอยู่
“เอ้าถึงแล้ว” คนที่เดินนำมาหยุดฝีเท้าลงอยู่หน้าประตูที่เป็ทางออกสู่สวนกว้างและสระว่ายน้ำแล้วหันมาบอกก่อนจะดึงให้เธอมายืนแทนที่ของเ้าหล่อนซะเฉยๆ
“เล่นอะไรเนี่ยหนูริน”พริ้งพราวว่าพลางหันตัวกลับไปหาเพื่อนที่หลบไปยืนอยู่ข้างหลังดวงตาคู่สวยเลิกขึ้นอย่างไม่เข้าใจกับสิ่งที่รินลดาทำ
“อะไรอ่ะ พริ้ง งง” เอ่ยปากถามทั้งที่คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอีกเมื่อเห็นเพื่อนที่ยืนอยู่ห่างออกไปยกมือชี้ๆไปข้างหลังเธอ
“โอ้ยยย พริ้งอ่ะ หันไปทางนู้นสิหันมาหารินทำไมเล่า” คนที่ส่งสัญญาณมือให้แต่เพื่อนไม่เข้าใจโพล่งออกมา ก่อนจะสำทับซ้ำเมื่อเพื่อนยังไม่ยอมทำตามที่บอก“หันๆไปเถอะน่า รินไม่แกล้งพริ้งหรอก”
ท่าทางที่พยายามให้เธอหันกลับไปของเพื่อนสาวทำเอาพริ้งพราวหัวเราะก่อนจะยอมแพ้“ก็ได้ๆ พริ้งหันกลับไปก็ได้ อยากรู้เหมือนกันว่าหนูรินจะทำอะ.....ไร”
คำสุดท้ายเบาลงยามเมื่อหันกลับมาแล้วพบกับแสงสว่างจากเทียนหอมอันเล็กที่ถูกวางอยู่บนพื้นสนามค่อยๆสว่างขึ้นพร้อมกันทีละคู่ทีละคู่ จนเป็ทางยาวต่อกันไปเรื่อยๆจนสุดสายตา
“เดินตามไฟไปสิ” รินลดาว่าเสียงเบาพลางดันหลังคนที่ยืนนิ่งอยู่ให้ก้าวออกไปพริ้งพราวเหลือบมองสีหน้าลุ้นสุดตัวของเพื่อนอีกทีก่อนจะยอมใส่รองเท้าที่อยู่ตรงหน้าแล้วก้าวเดินตามแสงไฟไปเรื่อยๆ
หากแต่ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ร่างบอบบางก็เห็นคนที่ยืนอยู่สุดปลายแสงไฟชัดขึ้นชัดขึ้น และชัดขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเธอหยุดลงตรงหน้าร่างสูงที่คุ้นตาและคุ้นใจ ดวงตากลมโตมองคนที่ยืนยิ้มกว้างอยู่อย่างสงสัยเอ่ยปากถามดังใจนึก “พี่คีย์เล่นอะไรคะเนี่ย”
“พี่จะทำให้พริ้งรู้ว่าพี่รักมากแค่ไหน คอยดูให้ดีๆนะคะ”คีตาว่าพลางค่อยๆก้าวถอยหลังห่างออกไปอีกสองสามก้าวก่อนจะหันไปคว้าของที่วางอยู่บนเก้าอี้ตัวสวยแล้วทรุดกายลงนั่ง มือจับกีต้าร์ในมือมั่นก่อนจะค่อยๆกรีดปิ๊กตัวเล็กลงกับสาย พร้อมๆกับเสียงทุ้มที่ดังก้องกังวาลไปทั่วความมืด
“แต่ต้องเก็บต่อไปอีกนานแค่ไหนรักที่เอ่อล้นใจ........”
จบประโยคเริ่มต้น ไฟก็สว่างขึ้นจนเธอเห็นคนอีกสองคนที่นั่งห่างออกไปจากคีตาเล็กน้อยหนึ่งคนคุ้นหน้าเพราะเป็แฟนเพื่อนสนิท กำลังลงมือเกากีต้าร์คลอไปคู่กับคีตา ในขณะที่ชายหนุ่มแปลกหน้าอีกคนเริ่มบรรเลงคีบอร์ดพร้อมๆกับเสียงทุ้มนุ่มของคีตาที่เริ่มขับขานเนื้อเพลงออกมาตามทำนอง
รัก...ในใจเก็บมันเอาไว้เรื่อยมาก็เพียงแค่มองในตาเธออาจจะพอเข้าใจ
รักที่ใครบางคนต้องทนเก็บไว้ข้างในไม่อาจจะเปิดเผยไปให้ใครได้รู้.....
ฉันจึงต้องทำ...เป็เฉยชากลัวซักวันเธอรู้ว่าฉันรักเธอตลอดมา แล้วเธอก็จะบอกลากันไป
แต่ต้องเก็บต่อไปอีกนานแค่ไหนรักที่เอ่อล้นใจ รักที่มีให้เธอมากมาย สุดท้ายไม่มีค่าใด
จะทำให้เธอเห็นใจ จะทำให้เธอมาสนใจ เพราะรักที่มีมันเกินเอ่ยไปเกินกว่าคำอธิบายใดใดจะเท่าเทียม
เหมือนในใจจะมีเส้นใยบางบางที่คอยที่เข้ามาบังกั้นขวางระหว่างสองใจ
จึงทำให้เราเจอกัน แต่จะรักกันไม่ได้ทำได้เพียงเก็บไว้ ในใจดวงนี้
ฉันจึงต้องทำ...เป็เฉยชากลัวซักวันเธอรู้ว่าฉันรักเธอตลอดมา แล้วเธอก็จะบอกลากันไป
แต่ต้องเก็บต่อไปอีกนานแค่ไหนรักที่เอ่อล้นใจ รักที่มีให้เธอมากมาย สุดท้ายไม่มีค่าใด
จะทำให้เธอเห็นใจ จะทำให้เธอมาสนใจ เพราะรักที่มีมันเกินเอ่ยไปเกินกว่าคำอธิบายใดใดจะเท่าเทียม
และหากวันใดเส้นใยบางบางได้จางลงไปคงถึงวันที่ใจสองใจ ได้รักกัน ซักที........
แต่ต้องเก็บต่อไปอีกนานแค่ไหนรักที่เอ่อล้นใจ รักที่มีให้เธอมากมาย สุดท้ายไม่มีค่าใด
จะทำให้เธอเห็นใจ จะทำให้เธอมาสนใจเพราะรักที่มีมันเกินเอ่ยไป จะบอกเธอด้วยคำคำไหน
แต่ต้องเก็บต่อไปอีกนานแค่ไหนรักที่เอ่อล้นใจ รักที่มีให้เธอมากมาย แต่สุดท้ายไม่มีค่าใด
จะทำให้เธอเห็นใจ จะทำให้เธอมาสนใจเพราะรักที่มีมันเกินเอ่ยไป เกินกว่าคำอธิบายใดใดจะเท่าเทียม...........*
ั้แ่ต้นจนจบเพลงคีตามองตรงมาที่เธอโดยไม่มีหลบดวงตายิ้มได้คู่นั้นบอกความรู้สึกตามเนื้อเพลงตลอดเวลา
เพลงที่เพียงแค่ฟังก็สั่นสะท้านไปทั้งหัวใจทั้งที่มีคนอื่นอยู่ด้วยหากแต่สุดปลายสายตาตอนนี้เธอเห็นเพียงแค่ชายหนุ่มเท่านั้น
ดวงตาคู่สวยคลอด้วยหยาดน้ำใสก่อนจะค่อยๆร่วงหล่นลงจากหางตาช้าๆ
เธอร้องไห้เพราะรู้ดีแก่ใจว่าคงไม่มีใครเข้าใจเนื้อเพลงเพลงนี้มากไปกว่าเธออีกแล้ว
ชายหนุ่มที่ทุ่มเทความรัก ความเอาใจใส่ คอยห่วงใยคอยดูแล คอยปลอบโยนเธอตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน
ผู้ชายที่รักเธอมานาน รักเธอมาตลอดรักั้แ่หลุดคำว่ารักให้เธอฟังครั้งแรกเมื่อสามปีก่อน
ั้แ่วันนั้นเขาก็เฝ้ารอเธอด้วยความอดทนเสมอ
อดทนให้เส้นใยบางๆที่พันรัดหัวใจของเธอไว้แน่นค่อยๆจางลงจางลง จนมากพอที่เขาจะก้าวเข้ามาได้
ความรักของเขามีแต่เพิ่มขึ้น ไม่เคยลดลงไม่เคยจืดจาง มีแต่มากขึ้นในทุกๆวัน
มาก....จนมันเอ่อล้นและเข้ามาเติมเต็มหัวใจของเธอให้อิ่มเอม
และเธอรู้ว่าเขารอ รอวันนี้มาตลอด วันที่เธอยอมรับความรู้สึกของเขาอย่างเต็มใจ
พริ้งพราวสะอื้นฮึกกับความรู้สึกมากมายที่โอบล้อมรอบตัวเธอดวงตาที่พร่าเลือนด้วยหยาดน้ำตายังคงมองเห็นว่าใครบางคนวางกีต้าร์ลงแล้วเดินเข้ามาใกล้ตัวดวงหน้าคมส่งยิ้มละไมมาให้เธออย่างเช่นทุกที ก่อนที่จะมาหยุดลงตรงหน้าเธออีกครั้ง
“นี่พี่ทำให้พริ้งร้องไห้เยอะไปหรือเปล่าคะ”คีตาทอดเสียงถามอย่างอ่อนโยน มือใหญ่ใช้ข้อนิ้วตัวเองแตะซับหยาดน้ำใสบนดวงหน้าสวยแ่เบา
“ฮึก......”ไม่มีคำตอบใดออกจากริมฝีปากบางมีเพียงเสียงการสะอื้นจนตัวโยนจากคนตรงหน้าทำให้คีตาขยับยิ้มเพิ่ม
“มาให้พี่กอดดีกว่าค่ะ” ไม่ว่าเปล่ามือใหญ่ดึงรั้งคนที่น้ำตาร่วงเป็สายเข้าสู่อ้อมอกแล้วกอดไว้แน่นมือลูบหัวคนตัวเล็กกว่าเบาๆ
คนถูกดึงยกแขนกอดตอบทันทีที่ร่างตัวเองถูกดึงเข้าสู่อกอุ่นดวงหน้าหวานซุกลงกับอกกว้างแน่น
ความอบอุ่นที่ทำให้ความรู้สึกของเธอยิ่งชัดแขนเรียวจึงกระชับเอวสอบแน่นขึ้นอีก
อ้อมกอดที่อุ่นจัดจนซึมลึกถึงหัวใจ ค่อยๆเรียกให้เสียงสะอื้นเบาลงเบาลงเรื่อยๆจนกระทั่งหยุดลง คีตาคลายแขนออกแล้วส่งยิ้มให้คนตรงหน้าปลายนิ้วเรียวแตะเข้าที่แก้มเนียน ก่อนจะลากปลายนิ้วมาหยุดลงที่คางมนใช้ปลายนิ้วดันปลายคางของคนหน้าหวานให้ขึ้นมาสบตาด้วยดวงหน้าคมโน้มลงมาใกล้จนลมหายใจแตะเข้ากับแก้มใสพริ้งพราวหลับตาลงนิ่งอย่างรอรับััจากคนตรงหน้าก่อนจะสะท้านในใจเมื่อชายหนุ่มแตะริมฝีปากลงที่ปลายหางตาคู่สวยทั้งสองข้างแ่เบาราวกับ้าซับน้ำตาให้ก่อนจะกดจูบลงบนหน้าผากเนียนเป็ที่สุดท้ายแล้วผละออก
ดวงตาคู่สวยค่อยๆเปิดขึ้นยามเมื่อลมหายใจอุ่นผละออกจากตัวหญิงสาวสบตาคนที่กอดตัวเองอยู่นิ่ง ดวงตาที่สะท้อนภาพเธอชัดเจนทำให้ริมฝีปากบางขยับยิ้มออกมาก่อนจะเอ่ยคำที่เต็มตื้นอยู่ในหัวใจดวงน้อย
“พริ้งรักพี่คีย์ค่ะ”ถ้อยคำรักที่ชายหนุ่มยิ้มกว้างก่อนจะดึงร่างตรงหน้ามากอดแน่นๆอีกครั้งเสียงทุ้มต่ำกระซิบเบา
“Will you be my valentine?”
“พริ้ง Say yes ไปั้แ่เมื่อเช้าแล้วค่ะ”เสียงหวานที่เอ่ยตอบกลับมาอู้อี้แต่ความหมายที่แฝงอยู่ในประโยคทำให้คีตากระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอีกอย่างสุขใจ
“ขอบคุณที่รักพี่นะคะ”คีตากระซิบข้างหูคนที่กอดอยู่อีกครั้ง
ถ้อยคำที่เรียกเสียงหัวเราะเบาจากคนฟังแล้วเอ่ยแย้งกลับไป“คำนี้พริ้งต้องพูดมากกว่าหรือเปล่าคะ”
คำแย้งที่ชายหนุ่มเพียงแค่หัวเราะไม่ตอบอะไรกลับไปอีกเพีงแต่กอดรัดร่างเล็กๆในอ้อมแขนแน่นขึ้นอีกอย่างสุขใจ
หากวันใดเส้นใยบางบางได้จางลงไปคงถึงวันที่ใจสองใจ ได้รักกัน ซักที........
เนื้อเพลงที่ยังคงแจ่มชัดในความหมายของมันความหมายที่ทำให้คนรอบข้างได้แต่ยิ้มตาม
และมันก็ถึงวันที่ใจสองดวงได้เริ่มรักกันจริงๆจังๆเสียที
--------------------------------------------------------------------------------------------------
*เพลง :รักล้นใจ ศิลปิน : Mild (มายด์)
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“พี่คิมมาอยู่นี่ได้ไงอ่ะคะ”หลังจากหาอะไรรองท้องเรียบร้อยคนหน้าหวานก็เดินเข้ามายังเคาน์เตอร์บาร์ริมสระน้ำที่ตามปกติแล้วคีตาจะเป็คนใช้มันหากแต่ตอนนี้ถูกยึดด้วยคนคุ้นหน้าอีกคน
คนถูกถามพยักเพยิดไปยังชายหนุ่มที่อยู่ท่ามกลางฝูงเพื่อนแล้วเอ่ยตอบ“โดนบอสเขาลากมาน่ะ ว่าแต่วันนี้รับอะไรดี”
“ขอเบาๆก็พอค่ะเบี้ยวงานมาสองวันแล้วไม่อยากเมาจนทำงานไม่ไหว” คนหน้าหวานว่าพร้อมส่งยิ้มให้
“โนแอล*เลยไหม” คิมหันต์ถามต่อประโยคที่คนถูกถามสั่นหน้าน้อยๆก่อนจะเอ่ยตอบ
“ไม่ค่ะ ผสมสักหน่อยก็ดีไม่ได้กินนานแล้ว” พริ้งพราวว่า
“จัดให้ตามที่สั่งครับ”คนฟังรับคำก่อนจะผสมน้ำในมืออย่างชำนาญและรวดเร็ว “Screwdriverพร้อมเสิร์ฟแล้วครับ”
คำที่คนฟังหัวเราะคิกแล้วหยิบแก้วตรงหน้าขึ้นจิบก่อนจะเอ่ยชม“อร่อยค่ะ”
“ผมดีใจนะ ที่ยอมรับรักเ้านายผมสักที”ชายหนุ่มว่าอย่างยินดีด้วยจากใจ
“พูดซะพริ้งดูเป็คนใจร้ายเลย”หญิงสาวว่าพร้อมรอยยิ้มก่อนจะขยับตัวเมื่อเห็นใครบางคนเหลือบมองมาเป็รอบที่สาม“ไปก่อนนะคะพี่คิม นานกว่านี้คงไม่มาแค่สายตา”
ประโยคทิ้งท้ายที่ทำเอาบาร์เทนเดอร์หนุ่มหัวเราะร่วนด้วยนึกรู้ว่าหมายถึงใคร
แต่ก็นะเล่นเหล่สายตามาสามรอบแล้ว ถ้าหญิงสาวยังปักหลักอยู่นี่มีหวังได้เดินกลับมาประชิดตัวแล้วทำตาขวางๆใส่เขาอีกสักรอบที่ชวนสาวเ้าคุยจนเพลิน
*โนแอล—เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“มาแล้วๆ คนสวยของงาน นั่งนี่เลยคร้าบบบบ” เสียงยานครางของคนที่เห็นว่าใครกำลังเดินใกล้เข้ามาร้องเรียกอย่างกระตือรือล้นขยับลุกขึ้นยืนทั้งที่เซไปเซมาเแล้วปัดเก้าอี้ตัวเองก่อนจะโค้งแล้วเคาะมือลงบนพนักเก้าอี้ขณะที่ยิ้มกริ่ม
เมื่อเหล้าเข้าปากจนแทบไม่เหลือสติคนที่รับปากเพื่อนว่าจะไม่แตะใครบางคนก็เหมือนจะลืม เรียกให้ภีรภัทรยิ้มเจื่อนก่อนจะหันไปมองหน้าเ้าของบ้านแล้วก็ต้องสยองแทน
ไอ้วินจะถูกฆ่าหมกบ้านไหมนั่น ตาแม่งดุชิบ
คำทักที่หญิงสาวส่งยิ้มบางๆกลับไปให้ขณะเลือกทรุดกายลงข้างชายหนุ่มเ้าของบ้านแทนและทันทีที่ลงนั่งแขนยาวๆของคนข้างตัวก็กอดหมับเข้าที่เอวบางอย่างแสดงความเป็เ้าของทันที
“โอ้ยยยย คนหล่อเจ็บกระดองจายยยยยย คนสวย อึก เมิน ไอ้กอล์ฟฟฟฟฟฟไอ้กอล์ฟๆๆๆ น้องเขาเมินกูอ่า.....”คนตัวเล็กที่สุดในกลุ่มทำหน้าตาเ็ปก่อนจะหันไปฟ้องเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ข้างกันด้วยเสียงยานครางที่โวยวายไม่เลิก
“หุบปากแล้วนั่งแดกไปเงียบๆเลยไอ้แขกไม่ได้รับเชิญ”เ้าของบ้านว่าเสียงนิ่ง ดวงตาคู่คมดุมองตรงไปยังเพื่อนที่ยังเล่นไม่เลิก
“อื้อหืออออ พี่วินเจ็บเหมือนโดนมีดแทงเข้าที่จาย แขกไม่ได้รับเชิ้ญญญเอิ้ก~~ แม่งโคตรเจ็บเลยอ่าไอ้คีย์ กูเพื่อนมึงนะ เพื่อนรักด้วย เพื่อนซี้ด้วยเพื่อนตายด้วย เพื่อน......” และอีกหลายเพื่อนที่คนเมาพอจะนึกได้โวยวายต่อส่งสายตาและสีหน้าเ็ปรวดร้าวสุดฤทธิ์มายังคนพูด
ท่าทางที่คีตาสบถออกมาเบาๆดวงตาคู่คมขุ่นลงอีกอย่างนึกรำคาญไอ้คนพูดมาก
“หยุดได้แล้ววิน นั่งลงแล้วแดกเงียบๆซะ”ใครอีกคนที่เห็นเ้าของบ้านเริ่มขยับตัวอย่างไม่ชอบใจนักก็ออกปากห้าม
สิ้นเสียงดุๆของคนที่เงียบสุดในกลุ่ม คนที่โวยวายอยู่ก็ยอมทรุดกายลงนั่งง่ายๆตามที่ใครอีกคนบอกแถมหุบปากเงียบอีกต่างหาก มือของคนตัวเล็กหยิบเหล้ามาไว้ในมือขยับเข้าไปใกล้คนพูดอีกนิดก่อนจะเอาหัวไปซบไหล่คนข้างตัวแล้วว่าเสียงเบาแต่เบาไม่พอที่คนอื่นจะไม่ได้ยิน
“ค้าบๆ วินหยุดแล้ว อย่าโกรธวินน้า........” คำพูดที่คนเมาเต็มที่ว่าเสียงอ่อนก่อนที่จะ.......ไถหัวตัวเองไปมากับคนข้างตัว
การกระทำที่เรียกสายตาเพื่อนอีกสามคนให้หันกลับไปมองคนนิ่งที่หันหน้าหนีหลบสายตาเพื่อนไปแล้วพลางสบถเบาก่อนจะสูดหายใจลึกแล้วเบนสายตากลับมาสบกับเพื่อนตัวเองแล้วพยักหน้ารับ
“เชี่ย กูว่าแล้วเชียว”แล้วคนที่โพล่งออกมาก่อนทั้งที่ยังอึ้งไม่หายก็ไม่พ้นศิรวัฒน์ในที่ขณะที่อีกสองคนขยับยิ้มบางๆไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา
“ั้แ่เมื่อไรวะไอ้กอล์ฟ” ภีรภัทรเป็คนเอ่ยปากถามเมื่อคนที่นิ่งที่สุดจัดการขยับให้ไอ้คนที่เมาจนคอพับคออ่อนไปแล้วเข้ามาซบที่อกแทนแล้วดึงแก้วเหล้าในมือคนเมามาตั้งไว้บนโต๊ะ
คนถูกถามทำหน้ายุ่งยากใจก่อนจะตอบเบา “สองเดือนก่อน”
“มันปล้ำมึงหรือมึงปล้ำมัน” เ้าของบ้านส่งเสียงบ้างขณะที่ดวงตาคู่คมบัดนี้พราวระยับอย่างนึกถูกใจ
“มันสิ เมาเหมือนหมา แม่งมาซุกๆซบๆ กูก็เมาตื่นมาแม่งได้เสียกันไปแล้ว” คนพูดน้อยว่าพลางทำหน้าหน่ายใจหากแต่แววตากลับอ่อนแสงลงยามทอดมองร่างข้างๆ ก่อนจะหันกลับมาหาคนที่เหลือเอ่ยถามด้วยเสียงที่เคร่งขึ้น“พวกมึงรับได้ใช่ไหม”
“กูเห็นท่าทีพวกมึงมาตั้งนานแล้ว” คนที่ตอบก่อนคือเ้าบ้านในขณะที่หมอหนุ่มพยักหน้าตามก่อนจะเสริม
“เออ กูก็เห็นมาพักแล้วนึงแล้วเหมือนกัน”
“แล้วมึงล่ะ” หันไปถามคนที่ยังเงียบอยู่อีกคนอย่างไม่สบายใจนักพวกเขาเป็เพื่อนสนิทกันมานานก็จริงแต่เื่แบบนี้เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าเพื่อนจะรับได้ไหม
“กูเพิ่งมารู้ตอนที่มึงสองคนเริ่มตัวติดกันนั่นแหละ กูแค่สงสัยว่าพวกมึงไปรักกันตอนไหนวะงงชิบหาย” ศิรวัฒน์ว่าอย่างไม่ค่อยเข้าใจเพื่อนเขาทั้งสองคนมันเป็นักล่าสาวมาก่อน โดยเฉพาะไอ้ตัวที่เมาพับอยู่นั่นคั่วสาวเป็กิจวัตร เปิดห้องเปิดโรงแรมถี่จัดจนพวกเขากลัวมันจะติดโรคเอาสักวันในขณะที่อีกคน แม้จะนิ่งแต่หน้ามันหล่อ บวกกับชีวิตนักดนตรีอาชีพอย่างมันก็มีสาวควงไม่ขาดมือนั่นแหละ
อิท่าไหนไปลงเอยกันได้วะเนี่ย
“อย่าถามกูเลย กูยังงงตัวเอง มันก็เหมือนกัน”คนตอบว่าพลางพยักเพยิดไปยังคนที่กอดไว้
“เออดีรักกันแบบงงๆ” ศิรวัฒน์ก่อนจะหัวเราะอย่างขำๆ ก่อนจะสรุป“ยังไงกูก็ดีใจด้วยมีตัวจริงกันสักที คราวนี้ก็เหลือมึงหัวเดียวและไอ้หมอมีหรือยัง ชายหรือหญิงบอกกูมาก่อนกูจะได้เตรียมใจแต่เนิ่นๆ บอกตรงๆกับมึงนี่ไม่เห็นเค้าลาง ถ้าไปเป็เมียใครเขา กูรับได้ยากกว่าไอ้คู่นั้นอีก”
คำพูดที่เ้าตัวหัวเราะร่วนก่อนจะหันไปยักคิ้วให้เ้าของบ้านอย่างกวนอวัยวะเบื้องต่ำแล้วเอ่ยเต็มปากเต็มคำ
“กูรอเป็น้องเขยไอ้คีย์อยู่”
คำที่คนเป็พี่แยกเขี้ยวรับก่อนจะชี้หน้าคนกวนประสาท“ทำให้ยัยภาชอบขี้หน้าได้ก่อน ค่อยมาโมเมเป็น้องเขยกูเห็นเจอหน้ามึงแต่ละทีน้องกูหน้างอเป็จวักทุกที”
คำที่ภีรภัทรหัวเราะอย่างชอบใจ “ไม่ให้หน้างอได้ไงวะเจอกูทีไรตอนป่วยทุกที เห็นหน้ากูเป็เสาน้ำเกลือไม่ก็เข็มฉีดยาไปแล้วมั้ง”
“ก็ตอนน้องมันไม่ป่วยมึงไม่โผล่มาให้เห็นหน้านี่หว่า”ศิรวัฒน์เอ่ยเสริมในขณะที่คนเงียบพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“กูงานเยอะครับเพื่อน ไม่สามารถลอยไปลอยมาได้อย่างพวกมึงหรอก”คนงานเยอะแต่วันนี้ดันว่างว่าพลางชี้หน้าเพื่อนรายตัว
“มึงมีเวลาเคลียร์งานตัวเองอีกปีนะไอ้ภีม ปีหน้าน้องกูกลับไทยถาวรแล้วถ้ามึงยังไม่สามารถทำให้น้องกูหายเกลียดขี้หน้าได้ ตำแหน่งน้องเขยกูสงสัยจะอดว่ะ”คนเป็พี่ว่าอย่างไม่มีการหวงน้องแต่อย่างใด เรียกให้ใครอีกคนหัวเราะตามอย่างพอใจ
“เออน่า เื่ของกู กูจัดการได้ มึงดูห่างๆไปเลยไอ้ว่าที่พี่เมีย”ภีรภัทรว่าอย่างตัดบทพร้อมยกแก้วตรงหน้าขึ้นแตะกับริมฝีปากเป็การตัดจบเื่ของตัวเอง
“ว่าไงคะพริ้ง” คนที่กำลังสรวลเสเฮฮากับเพื่อนก้มลงมาคนข้างตัวที่เรียกเขาเบาๆ
“พริ้งขอไปนั่งกับหนูรินตรงนู้นดีกว่าค่ะ หนูรินดูจะมึนๆแล้วแล้วบทสนเมื่อกี้ก็น่าจะไม่ชิน” คนหน้าสวยว่าพลางพยักเพยิดไปยังคนที่อยู่ข้างกายของศิรวัฒน์ใบหน้าน่ารักนั้นแดงก่ำชนิดว่าเขินจัดอย่างไม่คุ้นชิน
“แล้วพริ้งล่ะคะ เขินเหมือนเพื่อนหรือเปล่า”คนตัวโตเอ่ยปากถามเสียงอ่อน
คำถามที่หญิงสาวสั่นหน้าน้อยๆก่อนจะตอบ “ก็นิดหน่อยค่ะแต่คงไม่เท่าคนนั้น”
“อืม....” คีตาทำท่าคิดอยู่นิดพร้อมเหลือบมองคนข้างกายแล้วขยับยิ้มบาง“ตามใจละกันค่ะ อย่าเพิ่งหนีขึ้นไปนอนนะเดี๋ยวพี่แวะไปคุยด้วย”
ฟอด.......
คนบอกไม่ว่าเปล่ายังกดริมฝีปากตัวเองลงบนแก้มนิ่มไปที “ชื่นใจจัง”
“พี่คีย์!” คนถูกหอมกลางวงเหล้าเรียกคนรักเสียงเขียวถลึงตาใส่คนข้างตัวอีกทีก่อนจะลุกเดินไปหาเพื่อนสนิทตัวเองทันที
“หน้าด้านนะมึง” คนพูดน้อยเอ่ยปากเมื่อเห็นเพื่อนยังมองตามหญิงสาวที่เดินห่างออกไปไม่วางตา
“ก็แฟนกู” คนหน้าด้านหันมาเถียงเต็มปากเต็มคำไม่ได้สะทกสะท้านกับคำด่าของเพื่อนแต่อย่างใด
“โหไอ้คีย์เต็มปากเต็มคำขนาดนี้ ไม่รวบรัดขอแต่งไปเลยล่ะมึงจะได้เรียกเมียสมใจอยาก” ศิรวัฒน์ที่ละสายตาจากภรรยาสาวหันกลับมาแซวเพื่อน
“ถ้าทำได้กูทำแล้ว” คนถูกว่ารับคำเพื่อนอย่างไม่มีปฏิเสธท่าทางที่เรียกเสียงหัวเราะจากคนที่เหลือได้เป็อย่างดี คีตายกแก้วในมือกรอกเข้าปากขณะที่ดวงตาคู่คมมาดหมายกับตัวเองในใจ
แต่ก็คงอีกไม่นานเกินรอหรอก.......
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“อ้าวพี่ซีน เลิกกันแล้วหรือคะ”เสียงหวานเอ่ยถามเมื่อเห็นคนที่ก้าวเข้ามา
คนถูกถามส่ายหน้าก่อนจะเอ่ยตอบ “ยังหรอกครับ พี่ปลีกออกมาก่อนยังไงพี่ขอพารินขึ้นไปนอนก่อนนะครับ”
“เชิญค่ะ”คนหน้าหวานว่าก่อนจะขยับตัวออกห่างเพื่อนที่บัดนี้หลับสนิทไปแล้ว“แล้วพี่ซีนจะลงมาอีกไหมคะเนี่ย”
“ไม่แล้วล่ะ พรุ่งนี้พี่ทำงาน ถ้าพริ้งง่วงก็ไปนอนก่อนก็ได้นะไอ้พวกนั้นไม่เลิกกันง่ายๆหรอก ไม่ต้องรอ”คนแต่งงานแล้วว่าขณะช้อนตัวร่างเล็กที่หลับอยู่ขึ้นแนบอก
“ราตรีสวัสดิ์ค่ะพี่ซีน” พริ้งพราวกล่าวส่งท้ายพร้อมรอยยิ้มคำที่ศิรวัฒน์พยักหน้ารับก่อนจะเดินหายลับเข้าไปในตัวบ้านพร้อมเพื่อนเธอ
หญิงสาวขยับยิ้มบางๆอีกครั้งก่อนจะเอนกายลงนอนบนเดย์เบดแทนเพื่อนดวงตากลมโตจ้องมองท้องฟ้าสีดำสนิทนิ่งก่อนจะปล่อยให้ความคิดไล่เลียงไปถึงเหตุการณ์เมื่อตอนหัวค่ำ
เนื้อเพลงที่ยังวนเวียนอยู่ในหัว เสียงทุ้มนุ่มที่ยังก้องอยู่ในหูเรียกให้รอยยิ้มสวยประดับบนริมฝีปากบาง
‘พี่จะทำให้พริ้งรู้ว่าพี่รักมากแค่ไหน’
ประโยคย้ำชัดที่ดังก้องในหัวเรียกให้หัวใจเต้นแรงขึ้นยามเมื่อนึกสายตาที่ทอดมองมา
อือ.......รักมากจริงๆนั่นแหละ
ไม่ใช่แค่คนพูดหรอกนะที่รักมาก.......
ความรู้สึกที่เอ่อล้นอยู่ในหัวใจเรียกให้ความร้อนพุ่งขึ้นมาที่หน้าดื้อๆมือบางยกปิดหน้าปิดตาที่ร้อนผ่าวของตัวเองแน่น
“ง่วงแล้วหรือคะ” เสียงทุ้มนุ่มที่มาพร้อมกับเงาที่บดบังแสงไฟทำให้คนที่ความคิดกำลังลอยฟุ้งชะงักมือบางละออกจากหน้าของตัวเอง
กึก......
อาการชะงักเมื่อใบหน้าของใครอีกคนลอยเด่นชัดอยู่เต็มสายตา
“พี่คีย์” เสียงหวานพึมพำเบา “มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“เห็นล้มตัวลงนอน พี่นึกว่าง่วงแล้วเลยแวะมาดูค่ะ”คนถูกถามตอบชัดก่อนจะทรุดกายลงข้างตัวคนที่นอนอยู่ “เป็อะไรหรือเปล่าคะเห็นปิดหน้าปิดตา ปวดหัวหรือเปล่า
คำถามที่คนถูกถามเพียงแค่ส่ายหน้าเป็คำตอบขณะดวงตาคู่หวานเหลือบมองคนที่ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้นิ่งริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันเบาอย่างใช้ความคิดอยู่เล็กน้อยก่อนเสียงหวานจะเอ่ยออกไปเบาๆ
“เมานิดหน่อยน่ะค่ะ”
“หืม....”ประโยคที่เรียกให้คนที่กำลังเอามือแตะลงบนหน้าผากเธอด้วยความเป็ห่วงชะงักเบา“ไม่ได้กินเยอะนี่คะ เมาได้ไง แล้วนี่มึนหัวมากไหม”
คำถามที่คนหน้าหวานส่ายหน้าไปมา “พริ้งไม่ได้เมาเหล้าค่ะ”
“แล้ว......” นิ้วชี้เรียวสวยแตะเข้ากับริมฝีปากอิ่มของคนที่กำลังจะส่งคำถามเบาดวงหน้าสวยแดงซ่านบวกกับดวงตาคู่สวยที่แดงเรื่อๆหากแต่หวานซึ้งมองสบคนข้างตัวนิ่ง
“พริ้งเมารัก......ความรักของพี่คีย์ทำพริ้งเมาเมาจนไม่เป็ตัวของตัวเองแล้วค่ะ”
คำพูดและดวงตาหวานซึ้งของร่างบางๆตรงหน้าเรียกให้ดวงตาคู่คมวาววับขึ้นดื้อๆมือเรียวเอื้อมมือจับมือเล็กที่ยังค้างอยู่ที่ริมฝีปากเขา แล้วกดจูบเบาๆที่หลังมือก่อนจะปล่อยออก
“ยั่วกันซึ่งๆหน้าเลยนะคะเนี่ย”
“เปล่านะคะ” คนถูกว่าทำตัวยั่วเถียงเสียงเบาหากแต่ดวงตากลมโตยังมองสบกับคนตรงหน้าอย่างหวานหยดอยู่เช่นเดิม
มือใหญ่ของคีตาวางลงบนหัวของคนตัวเล็กก่อนจะลูบเบาๆััอ่อนโยนบางเบา เรียกให้ดวงตาคู่สวยปิดลงช้าๆอย่างซึมซับััจากปลายนิ้ว
ดวงตาคู่คมทอดสายตามองหน้าคนที่หลับตาอยู่นิ่งถ้อยประโยคหวานซึ้งยังคงก้องในหัว ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก ดวงหน้าคมคายขยับเข้าไปใกล้คนตัวเล็กจนลมหายใจร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียนก่อนจะกดริมฝีปากลงบนหน้าผากบางอย่างอ่อนหวานที่สุดแล้วค่อยๆผละตัวถอยออกมา
หากแต่....ไม่ทันได้ออกห่างมานั่งตามเดิม แขนบางก็เกี่ยวรั้งเข้าที่คอชายหนุ่มแล้วออกแรงดึงไว้ดวงตาคู่สวยเปิดขึ้นอีกครั้ง สายตาสองคู่มองสบกันนิ่ง ก่อนที่ร่างบางๆจะดันตัวขึ้นจากเตียงเล็กน้อยแล้วเป็ฝ่ายแนบริมฝีปากตัวเองลงไปกับริมฝีปากอุ่น
จูบอุ่นๆที่เพียงแค่แตะกันเบาๆเท่านั้น ไม่มีการลุกล้ำและความร้อนแรงใดๆมีเพียงแค่ความหอมหวานของััที่ค่อยๆโอบล้อมหัวใจของคนทั่งคู่
คนตัวเล็กทิ้งัับนริมฝีปากนุ่มของชายหนุ่มอยู่เนิ่นนานก่อนจะผละออกใบหน้าสวยร้อนจัด ดวงตาคู่สวยเสหลบเมื่อเห็นดวงตาคู่คมประกายวาววับและโชนแสงขึ้นด้วยความร้อนแรงความร้อนแรงที่คนมองรู้สึกได้ถึงความนัยจากสายตา
แค่ทำไปตามความรู้สึกไม่ได้คิดจะยั่วสักนิดเลยนะ......
ความคิดของคนที่ก้มหน้าหลบสายตาแย้งตัวเองในใจริมฝีปากขบเข้าหากันอย่างขัดเขิน มือเล็กค่อยๆละออกจากคอตรงหน้า ขยับเบี่ยงตัวออกห่างขณะยันกายขึ้นยืนเตรียมก้าวเลี่ยงออกไปแทบจะในทันที
หมับ!
ตึง!
“อื้อ!”
ไม่ทันได้ขยับก้าวเท้าตามใจนึก ร่างทั้งร่างก็ถูกดึงลงมาบนเดย์เบดตัวเดิมมือสองข้างถูกรวบและกดตรึงลงกับเตียงแข็งด้วยฝ่ามือร้อนๆของใครอีกคนขายาวยกขึ้นทาบกับขาเรียวบางอย่างกันหนี ก่อนจะตามด้วยริมฝีปากร้อนที่แนบประกบเข้ากับริมฝีปากบางโดยไม่เปิดโอกาสให้ร่างเล็กส่งเสียงประท้วงใดๆ
คีตาบดเบียดริมฝีปากเข้าหาคนตรงหน้าอย่างเร่าร้อน รุนแรง และดูดดื่มััที่คนได้รับแทบจะขาดใจตายกับความร้อนแรงที่เกิดขึ้น
“อื้อออ....” เสียงครางหวานหลุดลอดออกจากริมฝีปากเมื่อปลายลิ้นอุ่นสอดแทรกเข้าไปหาความหวานล้ำจากภายในอย่างจาบจ้วงเก็บเกี่ยวความหอมหวานที่แสนเย้ายวนตรงหน้าอย่างหนักหน่วง บดเบียดเข้าหาจนไม่เว้นช่องว่างให้ใครอีกได้หายใจ
นานนับนาทีกว่าที่ชายหนุ่มจะปล่อยให้ริมฝีปากบางเป็อิสระปลายลิ้นอุ่นไล่เลียหยาดน้ำใสที่เลอะมุมปากของคนหน้าหวานทิ้งท้าย ก่อนถอนริมฝีปากตัวเองออกมาอย่างอ้อยอิ่งดวงตาคู่คมจ้องมองคนที่หอบหายใจแรงตรงหน้าด้วยความพึงใจ ยกยิ้มแล้วเอ่ยคำที่ทำให้คนฟังอยากจะมุดเตียงหนีให้รู้แล้วรู้รอดหากร่างทั้งร่างไม่ได้ถูกตรึงอยู่เช่นนี้
“พี่จะทำให้พริ้งไม่มีโอกาสได้สร่างเมาจากความรักของพี่เลยค่ะสาวน้อย” ไม่ว่าเปล่า ดวงหน้าคมโน้มลงไปจนชิดแล้วทาบทับริมฝีปากลงไปกับกลีบปากบางที่เริ่มบวมช้ำตรงหน้าอีกครั้งอย่างร้อนแรงและเอาแต่ใจััที่บอกให้คนหน้าหวานได้รู้ว่าจูบเมื่อกี้เป็แค่เพียงการเริ่มต้นของการมอมเมาจากชายหนุ่มเท่านั้น
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
“กูว่าน้องแม่งจะช้ำตายก่อนได้แต่ง”คนพูดน้อยว่าพลางพยักเพยิดไปยังร่างของคนสองคนที่กอดกันแน่นอยู่ข้างสระว่ายน้ำ
คำพูดที่เรียกเสียงหัวเราะลั่นจากหมอหนุ่มอย่างภีรภัทรพลางพยักหน้าอย่างเห็นด้วย“กูก็ว่างั้นแหละ สงสารก็แต่น้องพริ้งน่ะจะรับไอ้จอมหื่นติดเซ็กแบบไอ้คีย์ไหวหรือเปล่าเถอะ รับรักมันไปแล้วแบบนี้”
“กูว่าหลังแต่งหนักกว่านี้แน่เห็นมันบ่นๆอยู่ว่าแม่สั่งห้ามแดกน้องก่อนได้แต่ง มันเก็บกดตายยิ่งกูไปเล่นดนตรีที่ร้านมันพักหลังๆนี่เห็นแม่งไม่หิ้วใครสักคนสาวๆบ่นกันให้ระงมว่าพี่คีย์ของมันเปลี่ยนไป ทั้งที่ปกติไม่ขาดมือ”กริชกัณฑ์ว่าทั้งที่สายตายังคงจับจ้องคู่รักที่ฟัดกันอยู่ห่างออกไปเรื่อยๆ
“จริงดิ” คนที่รู้จักเพื่อนตัวเองดีพอๆกันว่าอย่างใ“มิน่าจูบน้องเขาที ทำอย่างกับตายอดตายอยากมาจากไหน”
“กูไม่รู้ว่าน้องมันรู้หรือเปล่านะ แต่ก็ไม่เคยเห็นขัดใจไอ้คีย์มันอยากจูบอยากกอดอยากหอมเท่าไรก็ให้มันหมดกูยังแปลกใจอยู่เลยที่แม่งเพิ่งมาขอน้องเขาเป็แฟน”คนที่เคยพูดน้อยเอ่ยออกมายาวอย่างคนที่จับสังเกตมานาน
“เห็นว่ามีปัญหาอะไรสักอย่างทำให้น้องเขาเปิดใจยากน่ะ กูเคยฟังไอ้ซีนเล่าผ่านๆหูอยู่”ภีรภัทรว่าก่อนจะหันกลับมายังเพื่อนตัวเอง “แล้วนี่มึงจะค้างนี่หรือกลับไอ้ตัวบนไหล่มึงนั่นตายสนิทไปแล้วนะ”
“ค้างนี่แหละ แดกไปเยอะแล้ว ี้เีลากมันด้วย ตัวแม่งหนัก”กริชกัณฑ์ว่าอย่างไม่จริงจังนัก
“ทำมาบ่นว่าหนัก กูเห็นมึงน่ะทั้งอุ้มทั้งหิ้วมันตลอดมาแต่ไหนแต่ไร”คนฟังหันกลับมาแซวเพื่อนที่นั่งอยู่ด้วยแทน
หากแต่คนถูกแซวยักไหล่รับอย่างไม่เถียง ก็จะเถียงทำไมให้เสียแรงเปล่าเมื่อสิ่งที่เพื่อนพูดเป็ความจริงแต่ไหนแต่ไรมาไอ้คุณชายวิธวินท์เมาเป็หมาเมื่อไรก็มีแต่เขานี่แหละที่ทั้งอุ้มทั้งหิ้วมันกลับห้องตลอดเพียงแต่ตอนนี้แค่เปลี่ยนจากการหิ้วปีก หรืออุ้มมันพาดไหล่มาเป็ช้อนขาช้อนคอแทนเฉยๆ
“เออ มึงแน่จริงชิบหาย แซวก็ไม่เขินสักนิด ไม่สนุกเลย”คนแซวเลยได้แต่ยอมแพ้มือเรียวกระดกแก้วในมือทิ้งท้ายก่อนจะเดินไปยังเคาน์เตอร์บาร์ตัวยาวที่มีรุ่นน้องคุ้นหน้าเก็บกวาดอยู่“คิมเอาบรั่นดีให้พี่อีกขวด แล้วก็กลับได้แล้วที่เหลือเดี๋ยวคีย์มันก็ให้แม่บ้านเก็บให้เอง เราน่ะกลับเถอะ”
“โอเคครับพี่ภีม”คนตัวเล็กกว่ารับคำก่อนจะหยิบขวดบรั่นดีมาวางให้กับคนตรงหน้าแล้วขยับตัว“งั้นผมกลับก่อนนะครับ ฝากบอกพี่คีย์ด้วย”
“ฮื่อ ไปเหอะ รอมันคงไม่ได้กลับหรอกอยู่กับเด็กแบบนี้ลืมหมดทุกอย่างแล้วมั้ง” คนเป็พี่ว่าพลางคว้าขวดตรงหน้าแล้วเตรียมเดินกลับไปที่โต๊ะเพื่อนหากแต่ไม่วายกัดเ้าของบ้าน
“ก็เป็แบบนี้อยู่กับแค่คุณพริ้งแหละครับสาวอื่นไม่เคยมีใครดึงความสนใจเ้านายได้ขนาดนี้หรอก”คิมหันต์ว่าส่งท้ายก่อนจะเดินห่างออกไป ทิ้งให้ภีรภัทรได้แต่กรอกตารับอย่างหน่ายใจแล้วกลับไปกินเหล้ากับเพื่อนต่อตามเดิม
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
“นึกว่าจะนอนกอดเด็กแล้วทิ้งพวกกูไว้นี่แล้วซะอีก”คำทักทายที่ปะทะเข้าหน้าทันที่ร่างสูงของเ้าของบ้านเดินยิ้มร่ากลับเข้ามาหย่อนตัวลงในวงเหล้าต่ออย่างอารมณ์ดี
“อยากอยู่นะ แต่กลัวจะไม่จบแค่กอด เลยออกมานั่งกับพวกมึงดีกว่า”คนถูกกัดยิ้มรับและตอบหน้าตายไร้ซึ่งความเขินใดๆ
“เชี่ย กูสงสารน้อง ช้ำหมดทั้งตัวแล้วมั้งน่ะ”คนเป็หมอว่าพลางทำหน้าเอือมเพื่อนตัวเองสุดขีด
“พูดอย่างกับกูมักมาก” เ้าของบ้านว่าพลางยิ้มขำ
“เออ!” เสียงตอบกลับที่ไม่ได้มาเพียงแค่เสียงเดียวก็ทำให้คนพูดถึงกับหัวเราะพรืดออกมา
“เออน่า ยังไงกูก็มีลิมิตของตัวเองอยู่ อย่าพูดเหมือนกูฝืนใจน้องเขาดิเสียหายหมด” คนต้นเื่ว่าขณะยกแก้วจรดริมฝีปากอีกครั้งแล้วเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันที
การเปลี่ยนเื่ที่ทำให้เพื่อนอีกสองคนสบตากันอย่างระอาใจหากแต่ก็ยอมเปลี่ยนตาม
============ รักนี้ดีต่อใจ ============
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้
คนที่มอมเมาคนรักด้วยจูบมาราธอนเอนกายลงบนเดย์เบดตัวเดียวกันกับร่างเล็ก สอดตัวลงแล้วตวัดโอบรั้งให้คนที่ตัวอ่อนปวกเปียกเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดโดยง่ายมือใหญ่ลูบต้นแขนเรียวไปมาอย่างสุขใจ
ดวงตาคู่คมจ้องมองท้องนภาที่แต่งแต้มไปด้วยดาวระยิบระยับอย่างอิ่มล้นด้วยความสุข
ความสุขที่มาจากร่างบางๆที่เขากอดอยู่
คนที่เขินจนไม่กล้าสบตา
คนที่ตอบรับััเขาอย่างขัดเขิน
คนที่หัวใจเขาไปทั้งดวง
พริ้งพราว
ชื่อเดียวที่ทำชายหนุ่มระบายยิ้มบนใบหน้าอย่างเป็สุขที่สุด
นานเท่าไรไม่รู้ที่เขากอดเ้าหล่อนไว้แแ่แบบนั้น ความเงียบและลมหายใจที่สม่ำเสมอนั้นบอกให้ชายหนุ่มรู้ว่าคนตรงหน้าหลับสนิทไปแล้วหากแต่ความสบายกาย สบายใจที่ได้รับจากร่างบางๆนี่ทำให้ชายหนุ่มลืมทุกสิ่งออกจากหัวลืมว่าบอกเพื่อนให้รอ ลืมว่าไม่ได้อยู่บนห้องส่วนตัว และลืมแม้กระทั่งว่าทุกการกระทำของตนนั้นจะตกอยู่ในสายตาของเพื่อนสมองของเขาตอนนี้มีแต่ร่างนุ่มนิ่มที่นอนอยู่ข้างๆร่างของคนที่ทำให้เกิดความปั่นป่วนในหัวใจยามเมื่อเ้าตัวใช้สายตาหวานซึ้งจ้องมองมาที่เขา
คีตาเป็คนที่ควบคุมตัวเองได้อยู่เสมอในทุกเื่ ไม่ว่าจะเื่อะไร
จะมีก็แต่คนแถวนี้นี่แหละ ที่ทำให้หลุดฟอร์มอยู่บ่อยๆควบคุมก็ไม่ค่อยได้ดั่งใจ ก็เลยได้แต่ปล่อยเลยตามเลย จนบางที.......
ก็พากันเลยเถิดไปไกล
ความคิดที่ทำให้วงแขนแข็งแรงโอบกระชับแน่นขึ้นอีก ริมฝีปากอิ่มกดพรมจูบเบาๆที่หน้าผากขมับบาง เปลือกตาบางที่ปิดสนิท แก้มนิ่มของคนรักอย่างอิ่มเอมใจ
ความรู้กสึกที่ได้รับการตอบสนอง มันทำให้หัวใจเขาทั้งอิ่มเอมทั้งอุ่นในหัวใจอย่างน่าประหลาด
“เล่นขโมยหัวใจพี่ไปทั้งดวงแล้วแบบนี้จะมาขอให้พี่ปล่อยมือทีหลังไม่ได้แล้วนะคะ”คนที่กอดร่างเล็กไว้พึมพำเบา มือใหญ่กอดรัดร่างในอ้อมแขนแน่นขึ้นอีกนิดกดริมฝีปากแนบกับกลุ่มผมนุ่มสวยอีกทีก่อนจะคลายวงแขนออกแล้วค่อยขยับตัวก่อนจะตวัดแขนอุ้มคนที่เข้าสู่นิทราไปแล้วขึ้นมาแนบอกก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านไปด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข
============ รักนี้ดีต่อใจ ============