หลังจากชีวากับเทวินแยกย้ายกันที่ลานจอดรถ ชายหนุ่มขับรถแล่นทางถนนที่ว่างเปล่าผ่านวงเวียนใหญ่ ชีวานึกถึงคำพูดของเทวิน “ใช่ นาเดียคือผู้หญิงคนแรกที่ฉันรัก เธอ….” ดวงตาที่มีน้ำตาปริ่มเมื่อนึกถึงรอยยิ้มที่ไร้เดียงสาของเธอในเช้าวันนี้ “ผมรักคุณ นาเดีย” ชีวาขับรถไปเรื่อยๆจนถึงเพ้นเฮ้าท์ทาวเวอร์ ที่จอดรถของเขาใกล้ทางเข้าลิฟต์ ร่างสูงเดินเข้าในห้องลิฟต์อย่างอ่อนเพลีย จิตใจหดหู่ “ติ๊ง” ชีวามองหมายเลขชั้น เสื้อสูทนำมาพลาดไหล่ “เธอคงจะหลับเเล้ว” เขากดรหัสเปิดประตู เมื่อก้าวเข้ามาข้างใน แสงไฟสลัวหลายดวงที่เปิดในห้องนั่งเล่นทำให้ชีวามองหานาเดีย เสียงเห่าของแม็กที่กระโดดเกาะคอกไม้เหมือนเรียกให้มอง “แม็ก ดีใจด้วยนายได้ของเล่นใหม่” ชีวาวางกระเป๋าสะพายและเสื้อสูท อุ้มเจ้าน้องหมาขึ้นมาพูดคุยด้วย “เกือบได้กลับไปหาชาลีแล้ว นายโชคดีมากๆ เธออาสาเลี้ยงนายต่อ แล้วเธอไปไหน”
ชีวาวางแม็กลงในคอกสีไม้แข็งแรงสูงประมาณห้าสิบเซ็นติเมตร “นาเดีย” ร่างสูงพบนาเดียนอนฟุบบนโต๊ะพับเล็กๆ ชีวาแกะกระดุมเสื้อเชิ๊ตที่แขน พับแขนเสื้อขึ้นถึงสองข้าง ร่างงามนอนในชุดนอนสวยน่ารัก ชีวายิ้มเมื่อพบว่าเธอโนปรา ผิวกายเนียนขาวผ่อง เสื้อคลุมวางใกล้ร่าง ชีวาพับเก็บหนังสือที่เปิดกระจายหลายเล่ม เขาค่อยๆดึงปากกาจากมือของเธอ รวบเส้นผมที่ปรกใบหน้าขึ้น สายตาเหลือบมองเเบบฝึกหัดเล่มโตใต้ใบหน้าของเธอ ชีวาค่อยๆเลื่อนแบบฝึกหัดออกมา “อ่านเคมีฯ อืม...เตรียมตัวดีใช่ได้” ชีวาเลื่อนสายตาอ่านคำตอบที่เธอวงกลม “ตอบแบบนี้จะสอบชิงทุนกับเขาได้หรือเปล่า”
คู่มือและแบบฝึกหัดวิชาฟิสิกข์อยู่ในมือของชีวา ชายหนุ่มนั่งเอนบนเก้าอี้ยาวใกล้ร่างงามที่นอนหลับสนิท “ผิดหลายข้อ ข้อที่ง่ายที่สุดก็ผิด” ชีวาขมวดคิ้วอย่างความโมโห “เรียนอ่อนขนาดนี้ แถมต้องหาเงินส่งบ้าน” ชีวาโยนคู่มือและแบบฝึกหัดลงบนเก้าอี้ยาว มือของเขากุมขมับแน่น “งานของเราก็เยอะมาก ไม่งั้นเราติวให้เธอเองจะดีกว่า” ชีวาคว้าโทรศัพท์มือถือพิมพ์ข้อความถึงพารุณ “ผมอยากทราบเรื่องที่ขอร้องให้เปิดรับสมัครชิงทุน ASMAครับ” พารุณรีบตอบกลับทันที “ตอนนี้นักศึกษาสมัครเข้ามาห้าร้อยเจ็ดสิบคนครับ คุณนาเดียได้หมายเข้าสอบเรียบร้อย พรุ่งนี้ผมจะนำไปให้ครับ” ชีวายิ้มอย่างพอใจ “ผมมีเรื่องจะขอให้คุณพารุณช่วยผม ผมขอเริ่มทำงานจากที่บ้านได้ไหมครับ” พารุณเข้าความรู้สึกของชีวาที่ต้องพบหน้าของคุณปู่จอมเผด็จการทุกวัน “ผมจะหาวิธีให้ครับ” ข้อความสุดท้ายของขีวา “ขอบคุณมากครับ”
ชายหนุ่มอุ้มร่างบางที่หลับสนิทราวกับเด็กน้อยขึ้นจากเตียงนอนเด็ก เขาตัดสินใจอุ้มเธอเข้าในห้องนอนของเขา เดินอ้อมไปอีกฝั่งวางร่างงามที่เตียงอย่างทะนุถนอม แล้วหยิบเลื่อนผ้าห่มขึ้นห่มปิดร่างงาม ร่างสูงเดินหายเข้าไปในห้องน้ำภายในห้องนอนส่วนตัวของตัวเอง จัดการล้างหน้าและแปรงฟัน เสียงน้ำไหลจากฝักบัวใหญ่ ชีวายืนคิดระหว่างอาบน้ำ เขาอยากจะแก้ตัวให้ตัวเอง ทำไมมันถึงง่าย ทำไมถึงเร็ว ทำไม ทำไม แต่คิดเท่าไหร่ก็ห้ามตัวเองไม่ได้ เหตุผลในการตัดสินใจของเขามีเท่าๆกับสติ แต่เหตุผลในการห้ามความรู้สึกของตัวเองนั้น ไม่มีเลย “เราต้องรับผิดชอบการตัดสินใจของตัวเอง” ชีวาเสยเส้นผมขึ้น ดึงผ้าเช็ดตัวพันรอบเอว ก้าวออกมาจากห้องอาบน้ำ จิตใจที่ไม่สงบทำให้ชีวาไม่สนใจที่จะมองตนเองในกระจกเหมือนทุกครั้ง สวมเสื้อยืดกางเกงขายาว เขาเดินย้อนออกไปดูเจ้าแม็ก เมื่อพบว่าเจ้าสุนัขจอมซนหลับปุ๋ยบนผ้าหนาในกรงที่เปิดไว้ “รู้ประสาด้วย” ชีวาเหลือบมองนาฬิกาทรงกลมแขวนผนังสามนาฬิกาของวันใหม่
ชีวาเอนร่างลงบนเตียงนอนนุ่ม สอดปลายเท้าเข้าในผ้าห่มผืนเดียวกันที่ห่มร่างบาง “แม็ก นั่งลง อย่าวิ่งได้ยินไหม” เสียงละเมอของนาเดียทำให้ชีวาที่นอนแขนก่ายหน้าผากตกใจ “นาเดีย” นาเดียตะแคงร่างหันกลับมาท่อนแขนเรียวงามโอบลำตัวของเขา เธอดิ้นเหมือนเด็กน้อยต้องการพื้นที่บนเตียงนอน ชีวาเอื้อมมือปิดดวงไฟบนหัวเตียง ปลายนิ้วมือของเขาเคาะบนหน้าผากของเธอเบาๆ “ทำไมไม่ละเมอชื่อผมบ้างนะ” ชีวาเลื่อนร่างลงเล็กน้อย แขนกำยำโอบร่างงาม “ราตรีสวัสดิ์”
ในตอนเช้าตรู่
ชีวารู้สึกตัวตื่นก่อนนาเดีย ชีวาขยับแขนโดยหวังว่าร่างงามยังอยู่ใกล้เขา นาเดียพลิกร่างนอนตะแคงซ้าย บรรยากาศในห้องยังมือสลัว “ยังไม่เช้าเลย” เสียงพูดอู้อี้ทำให้ชีวาพลิกนอนตะแคงสอดมือเข้ากอดเอวบางเลื่อนตัวแนบชิดแผ่นหลังของเธอ นาเดียรู้สึกความอบอุ่นจากสัมผัสของชีวา เธอเริ่มรู้สึกตัว ดวงตายังคงพร่ามัวในความมืดภายในห้อง หญิงสาวก้มหน้ามองท่อนแขนกำยำกอดรัดร่างของเธอแน่น “คุณชีวา ทำไมคุณมานอนในห้องนอนของฉันคะ” นาเดียเอ่ยถามเขาที่ปลายจมูกของเขา ลมหายใจอุ่นๆรดใบหูของเธอ “คุณต่างหากที่นอนอยู่บนเตียงของผม’ ร่างบางกระเด้งตัวตื่นด้วยความตกใจ แรงกดจากแขนกำยำกดร่างของเธอ นาเดียลุกขึ้นไม่ได้ “อย่าเกเรสิคะ เราอยู่ในช่วง เริ่มต้นกันใหม่’ ชีวาหัวเราะในลำคอ “พูดมากจริงๆ ขอกอดหน่อย ผมไม่ปล้ำคุณ..จนกว่า…” ชายหนุ่มหยุดไม่พูดต่อ “จนกว่าอะไรคะ….”
“อย่าถามอะไรผมอีกได้ไหม ผมง่วงจริงๆ”
“ก็นอนต่อสิคะ ฉันขอกลับไปนอนในห้องนอนของฉัน” ชีวารั้งร่างของเธอไว้ “บอกแล้ว ว่าขอกอดหน่อย” ชีวาดึงหมอนรองศีรษะของเธอออก สอดท่อนแขนของเขาใต้ศีรษะของเธอแทน “แบบนี้ดีกว่า” เพียงไม่กี่นาทีมือหนาสอดใต้แผ่นหลังเนียนที่เริ่มชื้นเหงื่อจากการกอดรัดเอวบางแน่น หญิงสาวกับต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงงก่อนจะแหงนหน้ามองชายหนุ่มข้างกาย “ฉันจำได้แล้ว เมื่อคืนฉันหลับฟุบบนโต๊ะหนังสือ ใช่ไหมคะ” เขากลับปล่อยเสียงหัวเราะหึในลำคอหนาออกมาแทรกจังหวะความคิดของเธอ “ใช่ครับ ผมอุ้มคุณมานอนตรงนี้เอง” นาเดียหายง่วงเป็นปลิ้ดทิ้ง “ขอไปห้องน้ำคะ” ชีวาไม่เชื่อในสิ่งที่เธอกำลังขอ “ไม่ได้ ห้ามไปไหนทั้งนั้น” ในสมองและหัวใจของเขามันไม่ได้มีเพียงแค่ความรู้สึกผิด ความจริงเขากลัวที่จะต้องเสียเธอไป แต่ตอนนี้เขารู้สึกกลัว… กลัวว่าเขาจะทำร้ายจิตใจของเธอ “นอนเฉยๆไม่ต้องพูดอะไร”
ชีวาคิดเพียงเดียว หญิงสาวที่ต้องการความช่วยเหลือจากเขา ตอนนี้… เวลานี้… คือนาเดียที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาเท่านั้น นาเดียซบใบหน้าบนท่อนแขนของเขา “ผมขอถามอะไรได้ไหม”
“ถ้าฉันตอบแล้ว คุณจะปล่อยตัวฉันไหมคะ” ชีวาหัวเราะกรอกใส่หูของเธอ “คุณนี่ร้ายไม่เบา” ฝ่ามือหนาจับหัวไหล่เอนร่างบางนอนในท่านอนหงาย “ไม่ปล่อย แต่คุณต้องตอบผมตามความจริง” นาเดียเงยหน้าขึ้น “อยากรู้ว่าทำไมฉันเกลียดผู้ชายใช่ไหม” เธอพลิกร่างนอนตะแคงท่าเดิม “คุณเป็นผู้ชายคนแรกที่ได้กอดฉันนะคะ” คำตอบของเธอทำให้ชีวาเงียบชั่วครู่ เขาจับบ่าของเธอไว้ แนบใบหน้าลงบนใบหน้าของเธอ “เล่าให้ผมฟังได้ไหม”
หยดน้ำตาที่เก็บกักไว้นานแสนนานไหลออกมา เรื่องที่นาเดียไม่ต้องการรื้อฟื้นเรื่องราวในอดีตที่ปวดร้าว ปลายนิ้วมือของขีวาเลื่อนเข้าที่ลำคอของเธอ ริมฝีปากจูบที่ซอกคอ นาเดียรู้สึกเเปลกๆเมื่อเขาเลื่อนริมฝีปากไปมาบนผิวนุ่มของเธอ “ถ้าคุณรู้..มันจะช่วยให้คุณสบายใจขึ้นหรือคะ” ชีวาจูบแก้มขาวเนียล “มองมุมกลับกัน เราแชร์ความทุกข์ที่อยู่ในใจ มันจะทำให้การเรียนของคุณดีขึ้น” นาเดียฟังแล้วเงียบ ฝ่ามือเรียวขาวเลื่อนจับมือของเขาอีกข้าง “ฉันกลัวว่า คุณจะเสียเวลากับเรื่องราวในอดีตของฉัน มันเป็นเรื่องของหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งแค่นั้น ตอนนี้ความตั้งใจของฉันคือ เรียนให้จบและหาเงินให้น้องได้เรียนหนังสือค่ะ”
บนเตียงนอนนุ่ม ชีวาเอ่ยขึ้นหลังจากการสนทนาเงียบไปนาน “ผมคิดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องการสอบชิงทุนของคุณ แต่ก็ไม่เป็นอะไร ถ้าคุณไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องเล่า นอนต่อเถอะ” นาเดียเกลี่ยเช็ดหยดน้ำตาด้วยปลายนิ้วของตัวเอง “ค่ะ นอนต่อดีกว่า” นาเดียปิดเปลือกตาที่ชุ่มสนิท เธอไม่ต้องการเอ่ยอะไรออกมาในเวลานี้ ชีวาถอนหายใจเบาๆ พลิกร่างของตน หันหลังนอนตะแคง ทั้งคู่นอนหันหลังให้กันและกัน
นาเดียลงมือทำอาหารเช้าง่ายๆ นำแป้งทำโรตีใส่ลงในอ่างแก้วใบใหญ่เพื่อร่อนเนื้อแป้ง เธอนำแป้งที่ร่อนเทลงในถาดเพื่อเตรียมนวดแป้งให้เป็นก้อนกลมใหญ่ เสียงเปิดบานประตูห้องนอนทำให้นาเดียเหลียวหลังหันไปมอง ร่างสูงสวมเสื้อยืดสีเท้าเข้มกางเกงขาสามส่วนเหมือนวัยรุ่นมาดเข้ม “เขาไม่ไปทำงาน..เกิดอะไรขึ้น” ร่างสูงยืนมองเจ้าแม็กกระโดดโลนเต้นเมื่อเขาโยนลูกบอลเล็กให้มันคาบมาคืนเจ้านายหนุ่ม “ไม่ถึงวัน นายเก่งขนาดนี้เหรอ” ชีวาก้าวเข้าไปในคอกไม้ “มานี่ แม็ก” น้องหมาวิ่งอย่างเร็วเข้ามาเลียปลายเท้าของชีวา “เชืองด้วย ใครสอนนายได้ขนาดนี้” ชีวาอุ้มน้องหมาขึ้นมากอดแน่น แม็กกระดิกหางไปมา แสดงความรักเจ้านายออกมาอย่างชัดเจน เเลบลิ้นเลียใบหน้าของชีวา เขาพาเดินเล่นไปรอบสระว่ายน้ำ อ้อมกลับเข้ามาในห้องครัว
“อรุณสวัสดิ์ครับ” ชีวากล่าวทักทายนาเดียที่ยืนจ้องใบหน้าของน้องหมา “อรุณสวัสดิ์ค่ะ” ชีวาชูร่างของแม็กใกล้ใบหน้าของเธอ “เขาเลียปากของผมไม่หยุด คุณสอนเขาใช่ไหม” นาเดียถลึงตามองชีวาจนเขาถอยห่างจากเธอ “ผมสอนเขาเองครับ” ขีวาหันหน้าเปิดประตูตู้เย็น หยิบขวดนมสดขวดใหญ่ เปิดฝาออก กระดกขวดขึ้นดื่มแล้วป้อนน้องหมา “คุณชีวาคะ ทำไมป้อนแม็กเเบบนี้” นาเดียเเย้งตัวแม็กมาอุ้มเอง แต่น้องหมาจอมซนดิ้นลงจากมือของเธอ “ว๊ายยย แม็ก นายทำอะไร” แม็กกระโดดลงในถาดแป้งที่ยังไม่ได้นวด แป้งกระเด็นฟุ้งกระจาย ทุกอย่างอลหม่านเมื่อน้องหมาไม่หยุดนิ่ง ใช้ปลายเท้าเขี่ยแป้งไปมาเล่นอย่างสนุก “แม็ก หยุดเดี๋ยวนี้” ชีวาหันหน้ามองใบหน้าที่เปื้อนเปรอะไปด้วยผงแป้งตั้งแต่ผม หน้าไปถึงขา ในขณะที่เจ้าแม็กเต็มไปด้วยแป้งทั่วตัว ทำให้ทั้งคนและน้องหมาเหมือนคลุกเเป้งในสนามรบมากว่าทำกับข้าวกัน ชีวาส่ายหน้าไปมาไม่รู้จะว่าใคร นาเดียหรือสุนัขกันแน่ที่ซุ่มซ่าม เเม็กกระโดดลงจากเคาน์เตอร์มายืนบนโต๊ะอาหาร สะบัดผงแป้งบนตัว นาเดียจะคว้าร่างของเเม็กให้หยุด “แม็ก..หยุดสะบัดขน หยุด..” ฝ่ามือปิดดวงตาทั้งสองข้าง ชีวากลั้นหัวเราะไม่อยู่ คว้าผ้าเเห้งมาเช็ดปัดฝุ่นเเป้งตามร่างกายของเธอ หญิงสาวลืมตาไม่ขึ้น “ช่วยด้วยค่ะ แสบตาจริงๆ” ชีวาโอบใบหน้าของเธอ “เงยหน้าขึ้นก่อน ผมจะดูให้” ชีวาช้อนอุ้มร่างของเธอขึ้น “ไปล้างตาในห้องน้ำดีกว่า”
ชีวาปล่อยร่างของเธอลงยืน เปิดฝักบัวใหญ่ดันร่างของเธอเข้าใต้กระแสน้ำไหลออกมาอย่างแรงเพื่อล้างตัวเธอ “นาเดียยื่นมือออกมา” นาเดียผลักร่างของเขาอย่างแรง “คุณเอาแม็กเข้ามาทำไมคะ ฉันจะไปมอบตัวไม่ทันก็เพราะคุณ” กระแสน้ำไหลแรงล้างฝุ่นแป้งใกล้จะหมด “ผมขอโทษ ผมไม่รู้ว่าเขาดื้อมาก พรุ่งนี้จะเอาไปคืนชาลี” ดวงตากลมโตลืมตาขึ้น “ไม่ค่ะ ฉันไม่ให้คุณเอาเขาไปคืน” เรือนร่างงามเปียกโชก ชีวาคว้ามือของเธอดึงร่างงามเข้ามาในอ้อมแขน “หยุดต่อว่าผมสักครั้งได้ไหม” ดวงตาทั้งสองคู่ประสานสบตากัน นาเดียถอยหลังจนแผ่นหลังติดผนังกำแพง “คุณตั้งใจใช่ไหม” แววตาดุของชีวาทำให้นาเดียไม่กล้าสบตา “ใช่ ผมตั้งใจ แล้วคุณจะทำอะไร” ชีวาคร่อมร่างของเธอด้วยวงแขนกำยำ “วันนี้ผมจะไม่ปล่อยคุณ คุณต้องเรียนรู้อะไรบางอย่างจากชีวาคนนี้ ส่วนเรื่องเข้ารายงานตัว ผมจะจัดการให้” ชีวายืนนิ่งจ้องดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว “ไม่ค่ะ ฉันไม่ยอมให้คุณปล้ำฉัน” นาเดียตั้งกำปั้นทั้งสองมือขึ้น “ฉันจะต่อยคุณจริงๆนะคะ”