Side story 01 : Gunther
“หมอนี่แปลกชะมัด.. ฉันเพิ่งเคยเห็นแวมไพร์กินอาหารมนุษย์ได้ก็วันนี้ล่ะ”เรย์ทริสที่นั่งอยู่หน้ากองไฟฝั่งตรงข้ามพูดขึ้น ขณะมองมาที่ร่างของเด็กหนุ่มซึ่งกำลังสัปหงกอยู่... นี่เป็นคืนแรกของการตั้งแคมป์พักแรม กุนเทอร์และเรย์ทริสรับอาสาเฝ้ายามในคืนนี้ให้ แต่ดูเหมือนว่าจะมีคนตื่นขึ้นมากลางดึก นั่นก็คือ เอสก้า เด็กหนุ่มบอกว่าเขานอนไม่หลับ เลยขอมานั่งผิงไฟด้วย อาจเป็นเพราะว่านี่เป็นครั้งแรกที่เอสก้าต้องมาค้างแรมข้างนอกแบบนี้ ทำให้ยังไม่คุ้นชิน กุนเทอร์เลยไม่คะยั้นคะยออะไรอีกระหว่างที่ทั้งสามนั่งคุยกันเรื่องต่างๆรวมไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ คงเป็นเพราะอากาศตอนกลางคืนที่ค่อนข้างเย็นและบรรยากาศยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงดาวเล็กๆซึ่งประดับอยู่ท้องฟ้า เด็กหนุ่มที่บอกว่าตัวเองนอนไม่หลับเมื่อครู่กลับคอพับนั่งสัปหงกไปซะดื้อๆ กุนเทอร์ดึงเอาผ้าคลุมหนาที่เก็บไว้ในกระเป๋าขึ้นมาคุมร่างเล็กที่พิงไหล่ของเขาอยู่เอาไว้เพื่อคลายหนาว

ใบหน้ายามหลับของเด็กหนุ่มทั้งดูตลกและดูน่ารักในเวลาเดียวกัน กุนเทอร์มักเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวเสมอเวลาที่เขาจ้องมองไปที่เอสก้า เดิมทีเขาไม่ใช่คนที่จะยิ้มออกมาง่ายๆ สมัยที่ยังอยู่ในกองทัพมีแต่เพื่อนๆเรียกเขาว่าเป็นเสือยิ้มยากบ้าง ไอ้หน้าโหดบ้าง พวกทหารชั้นผู้น้อยหรือแม้กระทั้งอัศวินบางคนเวลาเจอหน้าเขาต่างๆแสดงออกถึงความตึงเครียดขึ้นทันทีเขาไม่ใช่คนปั่นหน้ายิ้มเก่งๆแบบเจ้าชายบรอเดอริค.. นี่อาจเป็นสาเหตุว่าทำไมเขาถึงได้มีเพื่อนเป็นเอลฟ์ที่มีหน้าตาและนิสัยขวางโลก... “ครั้งแรกที่ฉันเห็นว่าเขากินอาหารของมนุษย์ได้ ฉันก็ตกใจเหมือนกัน.. เขาชมว่าฉันทำอาหารอร่อยด้วย”กุนเทอร์พูดขณะมองใบหน้าของเด็กหนุ่มที่กำลังหลับไหลอยู่“...เจ้ากุ้งแห้งเป็นแวมไพร์จริงๆใช่ไหม..? ฉันชักไม่แน่ใจแล้วสิ…”เรย์ทริสนั่งกอดอกแล้วขมวดคิ้วมองเอสก้าอย่างสับสน“...แล้วนายเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไง?”กุนเทอร์หรี่ตามองเรย์ทริส“ก็ไม่… หมอนี่เป็นแวมไพร์ร้อยเปอร์เซ็น เว้นแต่ว่าตาฉันใกล้จะเสื่อมแล้ว ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ฉันก็น่าจะมองเห็นนายเป็นกอลิล่าด้วย” เรย์ทริสหัวเราะในลำคอ แล้วสมุดเล่มเล็กๆออกมาจากกระเป๋ากางเกงก่อนจะพลิกหน้ากระดาษไปมา“ได้ยินว่านายไปหานักปรุงยามาด้วย นั่นภารกิจเสริมนายเหรอ?”กุนเทอร์ถาม เอลฟ์หนุ่มพยักหน้ารับเบาๆแล้วเงยหน้าขึ้น“ไม่ใช่ส่วนผสมที่หาได้ง่ายๆ พืชชนิดนี้เกิดได้แค่ในป่าทางใต้เท่านั้น”“นายก็เลยรับมางั้นสิ ไหนๆก็จะมาทางใต้อยู่แล้ว”“หึ เพราะค่าตอบแทนต่างหาก จ่ายให้ล่วงหน้าให้ทั้งเงินและยาเพิ่มพลังเวทมนตร์ระดับกลาง”เรย์ทริสยิ้ม พร้อมคว้าเอาขวดยาเพิ่มพลังเวทมนตร์ระดับกลางขึ้นมาโชว์ยาเพิ่มพลังเวทมนตร์พวกนี้ไม่ใช่ของที่จะหาใช้กันได้ง่ายๆในยุคหลังสงคราม ยาจำนวนมากที่นักปรุงยาผลิตเก็บเอาไว้ถูกใช้ในช่วงสงครามจนหมดเกลี้ยง ยังไม่รวมไปถึงพวกนักปรุงยาที่ตายไปในสงครามอีก ผลพวงพวกนี้ส่งผลให้ยาต่างๆกลายเป็นของที่หาได้ยาก เกินจะเอื้อมถึงด้วยราคาที่แพงหูฉี่และผู้ผลิตที่น้อยลง “แน่ใจนะ ว่าไม่ใช่ยาเก๊?”กุนเทอร์หยอกเรย์ทริสกลับพร้อมยิ้มมุมปาก“ถ้าเป็นงั้น ไอ้เวรนั่นได้กินลูกธนูฉันเป็นอาหารแน่”“หึๆ”ทั้งคู่หัวเราะเสียงเบา กลัวว่าจะทำให้เด็กหนุ่มตื่นเอาได้ พอกุนเทอร์เหลือบมองไปที่ใบหน้าของคนที่หลับอยู่ ก็เห็นว่าเจ้าตัวหลับจนน้ำลายยืด เขาเกือบหลุดขำออกมาอีกรอบ ก่อนจะดึงชายผ้าคลุมขึ้นมาเช็ดน้ำลายที่ริมฝีปากให้… ริมฝีปากของเด็กหนุ่มนุ่มกว่าที่เขาคิดเอาไว้ แวมไพร์ที่ขาดเลือดมักจะปากแห้ง แต่เอสก้ากลับมีริมฝีปากที่ชุ่มชื่นและอิ่มน้ำเขาไม่สามารถเข้าใจได้… ตัวตนของเอสก้าชั่งเป็นปริศนาเหลือเกิน คงเป็นเพราะเขาสำรวจริมฝีปากของเอสก้านานเกินไปหน่อย... ทำให้เพื่อนที่นั่งอยู่แซวขึ้นมา“ระวังหน่อย กุนเทอร์ ถ้าคู่หมั้นนายมาเห็น เธอจะเข้าใจผิดเอาได้นะ”“...ฉันถอนหมั้นไปนานมากแล้ว เรย์ทริส”ชายหนุ่มหันกลับมาทางเพื่อนเขาพร้อมมองตาขวาง“หือ..งั้นเหรอ? แต่ฉันได้ข่าวมาว่าผู้หญิงคนนั้นพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อจะกลับมาเป็นคู่หมั้นนายอีกนี่” “..ไร้สาระ เรื่องพวกนั้นฉันฝากให้พ่อบ้านฟรานจัดการแทนแล้ว”“พ่อบ้านฟรานอีกแล้วเหรอ.. เกิดมาเป็นพ่อบ้านนายนี่ลำบากชะมัด…”“เรย์..”ก่อนที่เอลฟ์หนุ่มจะเริ่มกวนบาทาไปมากกว่านี้ กุนเทอร์ชิงลุกขึ้นพร้อมกับอุ้มร่างเล็กซึ่งหลับไหลอยู่เอาไว้ในอ้อมแขน“ฉันจะพาเอสก้าไปนอนที่เต็นท์ เดี๋ยวฉันกลับมา”“หึๆ ไม่กลับมาก็ได้นะ”เรย์ทริสส่งรอยยิ้มกวนๆให้ พลางทำเป็นโบกมือขอให้โชคดี ถ้าไม่ติดที่เขากลัวว่าจะทำให้เอสก้าตื่น กุนเทอร์คงได้ฟาดกระบาลเรย์ทริสสัก2-3ทีในตอนที่กำลังอุ้มเอสก้าเข้าเต็นท์นอนนั้น แมทเทียที่น่าจะนอนอยู่เต็นท์ข้างๆก็ออกมาจากเต็นท์พอดี พอกุนเทอร์เห็นจึงรีบดันตัวเอสก้าเข้าเต็นท์ทันที เขาหันไปทักทายแมทเทียผู้จู่ๆก็โผล่มาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง“ท่านแมทเทีย นอนไม่หลับหรือครับ?”“ว่าจะมาผลัดเวรเฝ้ายามน่ะ ท่านกุนเทอร์เองก็ไปพักผ่อนเถอะ”แมทเทียยิ้มให้แล้วเดินไปนั่งหน้ากองไฟแทนที่กุนเทอร์ทันที ชายหนุ่มไม่ทันมีโอกาสได้โต้แย้งใดๆ เขาหันกลับไปมองเพื่อนของตนที่ยังนั่งอยู่ เพื่อนตัวดียังคงทำเป็นโบกมือให้เขาอีกรอบ... ดูเหมือนจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพักผ่อนกุนเทอร์มุดกลับเข้าไปในเต็นท์ซึ่งมีเด็กหนุ่มนอนหลับอยู่ เขาดึงผ้าขึ้นห่มให้เอสก้าอย่างมิดชิดชายหนุ่มเริ่มถอดชุดเกราะตามตัวของเขาออกอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดเสียงกระทบกันจนไปรบกวนการนอนหลับของร่างเล็กได้“ราตรีสวัสดิ์ เอสก้า”กุนเทอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน แล้วค่อยๆก้มตัวลงนอนข้างๆเขาเฝ้ามองใบหน้ายามหลับไหลของร่างตรงหน้าจนเผลอเข้าสู่ห้วงนิทราไปในที่สุด
To be continued
ตอนนี้ค่อนข้างสั้นเพราะเป็นเนื้อเรื่องฝั่งกุนเทอร์ สำหรับตอนถัดไป ตอนที่ 8 จะยาวขึ้นแน่นอนค่ะ (กลับไปฝั่งเอสก้า) ขอบคุณนักอ่านทุกๆ ท่านที่ยังติดตามนิยายเรื่องนี้อยู่นะคะหากมีข้อผิดพลาดๆ ต้องขออภัยไว้ใน ณ ที่นี้ด้วยโปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ^v^//ยังคงทิ้งท้ายด้วยสเก็ตดีไซน์ตัวละครเหมือนเดิมค่ะ รอบนี้เป็นดีไซน์ของสองคู่หูบารัสและมอร์แกน

บารัส

มอร์แกน