จองอิม อาศัยอยู่ที่ตำหนักองค์ชายสามได้เกือบสามเดือนแล้ว ทุกๆ วันนางจะยุ่งั้แ่เช้าจรดเย็น ตั้งหน้าตั้งตาทำงานที่ได้รับมอบหมายเพียงเท่านั้น ไม่พูดไม่จา ไม่สุงสิงกับใคร นางใช้เวลาแต่ละวัน วนลูปแบบนี้ทุกวันจนเป็วิถีชีวิต ของนางไปเสียแล้ว
จนกระทั่งวันหนึ่ง ได้มีหญิงสาวผู้มีอำนาจบาตรใหญ่ก้าวเข้ามา…นางคือ คุณหนูยองอึน ซึ่งเป็หลานสาวของพระมเหสีอินฮอน ผู้ซึ่งจะมาทำลายชีวิตอันแสนสงบของนางไปตลอดกาล
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดสตรีผู้นี้ถึงมาที่นี่ได้ การมาของนางทำให้จองอิมตระหนักได้ว่า ชีวิตที่สงบสุขของนางที่ผ่านมา ได้หมดลงแล้ว
สาวใช้ทั้งหลายที่กำลังทำงานอยู่นั้น เมื่อเห็นนางก้าวเข้ามาก็รีบผุดลุกขึ้นไปแสดงความเคารพกันทั้งหมด ทว่าจองอิมกลับไม่สนใจนาง และก้มหน้าทำงานของตนต่อ
“คุณหนูยองอึน มีอันใดให้พวกบ่าวรับใช้ขอรับ” หัวหน้าพ่อบ้านกระตือรือร้นช่วยเหลือ
“ทุกคนลุกขึ้นเถอะ วันนี้ข้าเพียงแค่อยากได้สาวใช้ไปช่วยเก็บกวาดตำหนักข้าสักหน่อย”
“ได้ขอรับ บ่าวจะจัดการให้ขอรับ” หัวหน้าพ่อบ้านกล่าวตอบรับทันที
“แต่ข้า้าคนที่หน่วยก้านดีหน่อย ข้าเลือก เ้า เ้า เ้า และเ้า” คุณหนูยองอึนชี้ไปมั่วๆ ก่อน และเลือกจองอิม เป็คนสุดท้าย
เมื่อทุกคนมาถึงตำหนัก คุณหนูยองอึนก็ได้จัดแจงให้แต่ละคนทำงานแต่ละส่วน โดยเฉพาะจองอิมที่โดนงานหนักกว่าคนอื่นๆ คุณหนูยองอึนมองดู นางทำงานอย่างขยันขันแข็งแล้ว ก็อดที่จะสะใจไม่ได้...
วันรุ่งขึ้น
คุณหนูยองอึน ก็ก้าวเข้ามาที่โรงซักล้างอีกครั้ง ด้วยใบหน้ากรุ่นโกรธ
“ทุกคนลุกขึ้นเถอะ วันนี้ที่ข้ามาที่นี่ก็แค่อยากจะรู้ว่า เมื่อวานนี้ใครเป็คนทำปิ่นปักผมของข้าหักกันแน่” ใบหน้าของคุณหนูยองอึนยังคงกรุ่นโกรธ
ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากยอมรับสักคน มีแต่ความเงียบเข้าปกคลุม ทั่วอาณาบริเวณ
หัวหน้าพ่อบ้านค่อยๆคลานไปหาคุณหนูยองอึน
“เรียนคุณหนูยองอึน...ปิ่นปักผมอันนั้น...” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงติดๆ ขัดๆ ด้วยใบหน้าซีดเผือด เห็นได้ชัดว่ากำลังหวาดกลัวเป็อย่างมาก
“เป็ใครกัน? วันนี้ถ้าหากไม่มีใครบอกข้ามาแล้วล่ะก็ อย่าหาว่าข้าทำเกินไปก็แล้วกัน” นางตวัดสายตาไปมอง
“คุณหนูยองอึนได้โปรดใจเย็นก่อน...เป็...เป็...เป็...” ใบหน้าของหัวหน้าพ่อบ้านผุดเหงื่อออกมาจำนวนไม่น้อย
“รีบพูดมาสิ” ไม่รอให้หัวหน้าพ่อบ้านพูดต่อ คุณหนูยองอึนก็ฟาดฝ่ามือลงไปบนใบหน้าของเขาแล้ว
“รู้เอาไว้ด้วยว่าปิ่นปักผมอันนั้นมีมูลค่ามากมายมหาศาลนัก ชีวิตของพวกเ้าทุกคนในที่นี้รวมกันยังมีค่าน้อยกว่าด้วยซ้ำ”
จองอิมในตอนนี้ก็ได้แค่ขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อเห็น ที่แท้หญิงสาวที่มีท่าทีอ่อนหวาน รูปร่างผอมบางผู้นั้นร้ายยิ่งนัก
ตอนนี้ทุกคนต่างก็รู้แล้วว่าคุณหนูยองอึนผู้นี้กำลังโมโหถึงที่สุด
“เยี่ยม เยี่ยมมาก” คุณหนูยองอึนเห็นว่าไม่มีใครกล้ายอมรับผิด ยิ่งเกิดโทสะมากขึ้นกว่าเดิม
“ใครก็ได้ มาลากบ่าวไพร่พวกนี้ไปโบยให้หมด โบยให้หนัก ไม่ต้องมีการละเว้น”
ขณะที่องครักษ์หลายนายกำลังจะเข้าไปจับตัวสาวใช้ทั้งหมด หนึ่งในสาวใช้พวกนั้น ก็ลุกขึ้นยืนด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทา
“คุณหนูยองอึน...บ่าวรู้ว่าเป็ใคร! ” นางไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น เนื้อตัวยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
“ใคร?” คุณหนูยองอึนถามออกมาอย่างหมดความอดทน
“พระ...พระชายาเ้าค่ะ...” เมื่อสาวใช้พูดจบก็รีบหลบออกไปทันที ดูเหมือนว่านางจะหวาดกลัวไม่น้อย
จองอิมค่อยๆ พยุงตัวเองให้ลุกขึ้น นางรู้แล้วว่าสิ่งที่นางคิดไว้นั้นไม่ผิดสักนิด ่เวลาดีๆ ของชีวิตจบลงเสียแล้ว สตรีผู้นี้ยังคงไม่คิดจะละเว้นนาง ดูเหมือนว่า ก่อนหน้านี้คุณหนูผู้นี้แค่กำลังเก็บสะสมพลังของตนเท่านั้น
หลังจากนั้น นางก็หันมองไปที่พวกองครักษ์ที่กำลังยืนล้อมตัวนางเอาไว้ แล้วค่อยๆ หันไปมองวอลฮีที่กำลังคุกเข่าอย่างหวาดกลัวอยู่ข้างเท้าของตน วอลฮีเป็สาวใช้ที่พักอยู่ห้องเดียวกับนาง ดูจากลักษณะของนางแล้ว ปิ่นปักผมที่หักอันนั้นน่าจะมาจากฝีมือของนาง
เมื่อคิดไปถึงหญิงสาวบอบบางผู้นี้ที่ไร้ซึ่งที่พึ่ง และยังมีภาระทุกเดือนที่ต้องส่งเงินค่ารักษาให้กับแม่ที่ป่วย จองอิมก็อดที่จะรู้สึกสงสารและเห็นใจนางมิได้
นางกัดริมฝีปากของตนเองเบาๆ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับคุณหนูยองอึน
“ไม่ผิด ปิ่นปักผมอันนั้น ข้าทำมันหักโดยไม่ได้ตั้งใจ”
“ที่แท้เป็พระชายานี่เอง” รอยยิ้มบนใบหน้าของคุณหนูยองอึนหยั่งลึกมากขึ้นก่อนจะมองตรงไปที่ใบหน้าของจองอิม แววตาของนางแฝงไปด้วยความมาดร้ายอยู่ไม่น้อย
“ใช่” สีหน้าของจองอิมไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา
“เพี๊ยะ!” คุณหนูยองอึนฟาดฝ่ามือลงไปบนหน้าของจองอิมหนึ่งครั้ง
“ปิ่นปักผมอันนั้นเป็ของขวัญวันเกิดที่พี่วังยองกีมอบให้ข้า เ้ามีปัญญาใช้คืนหรือไม่?”
จองอิมถูกแรงฝ่ามือของคุณหนูยองอึนจนล้มลงไปนอนบนพื้น ใบหน้ามีรอยบวมแดงเป็แถบ ทว่าในแววตาของนางไม่มีความกลัวใดๆขณะจับจ้องไปที่คุณหนูยองอึน
“โอ้ะ ข้าเกือบลืมไป ท่านมียศเป็ถึงพระชายา!” คุณหนูยองอึนแกล้งทำเป็ตัวสั่นเล็กน้อย และทันทีที่นางพูดเสร็จ ฝ่ามือก็ฟาดลงไปบนหน้าจองอิมอีกครั้ง
ใบหน้าอีกข้างหนึ่งก็มีรอยบวมขึ้นเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าคุณหนูยองอึนนั้น้าระบายโทสะที่มีทั้งหมดของตนลงที่นาง
“ใครก็ได้ พาพระชายาไปขังไว้ที่ห้องเก็บของ ไม่มีคำสั่งจากข้า ห้ามปล่อยออกมาโดยเด็ดขาดและไม่อนุญาตให้ใครก็ตามนำอาหารหรือน้ำไปให้นาง ถ้าหากข้าจับได้แล้วล่ะก็ ผู้จะต้องโดนลงโทษ...” คุณหนูยองอึนวางท่าดั่งนายหญิงของตำหนัก เมื่อนางสั่งการเสร็จแล้วก็เดินจากไป