กรีนขยับตัวลุกด้วยอาการเมื่อยไปหมดทั้งตัว มองคนข้างๆ ที่ปล่อยให้เธอนอนอยู่บนตัวเขาทั้งคืนด้วยความรู้สึกแปลกๆ
เมื่อสติสัมปชัญญะกลับมาเต็มที่ ก็รู้ดีว่าที่ทำอยู่คือการนอกกาย และอาจจะรวมไปถึงนอกใจไปแล้วด้วย
ร่างบางลุกขึ้นเก็บเสื้อผ้าแต่งตัวอย่างรีบร้อน ถึงเวลากลับไปสู่โลกของความจริง รู้จักกันแค่นี้ก็พอแล้ว อย่าถลำลึกไปมากกว่านี้
เื่มื่อคืนทำให้เธอได้รู้ว่าความรักที่เธอมีอยู่ มันไม่ใกล้เคียงกับความสุขที่เธอได้พบเจอในคืนนี้เลยสักนิด
แต่เธอก็ยังรู้สึกผิดที่นอนกับผู้ชายคนอื่นรวมถึงความรู้สึกผิดกับตัวเองด้วยที่เลือกความรักแบบที่ต้องทนอย่างเดียวดายมาตลอด แต่จะให้โทษใครละ ก็เธอเป็คนเลือกเอง
ประตูห้องถูกปิดลง เท้ารีบก้าวไปจากคอนโดเขา บอกตัวเองว่ามันก็แค่วันไน้ท์สแตนด์ที่เธอเคยอ่านเจอ และเขาก็คงเป็หนึ่งในนักล่าผู้เชี่ยวชาญพวกนั้น เพราะเขาช่างล่อลวงเธอได้อย่างช่ำชองจนยากเกินกว่าจะปฏิเสธเขาได้ลง
กฎเหล็กข้อหนึ่งที่เธอเคยอ่านเจอคือรีบแยกย้ายให้เร็วที่สุดเพื่อจบความสัมพันธ์ครั้งนี้ และอีกปัญหาหนึ่งก็คือเธอทำงานในห้าง และวันนี้ก็ไม่ใช่วันหยุด เธอต้องรีบไปทำงาน ในขณะที่เสื้อผ้าก็ยังอยู่ในชุดเมื่อวานนี้
"ไปคอนโดลาดพร้าวค่ะ" กรีนบอกลุงขับแท็กซี่อย่างโล่งอกเมื่อออกมาได้สำเร็จ เธอต้องรีบกลับไปเปลี่ยนชุดทำงานเพื่อไปทำงานให้ทัน เนื่องจากตอนนี้เธออยู่อีกฟากฝั่งของกรุงเทพ โชคดีของวันหยุดปีใหม่ คือกรุงเทพรถไม่ติด มือควานหามือถือของตัวเองออกมาเปิดดู ข้อความจากพงษ์ดีดขึ้นมาเหมือนโลกแตกนับร้อยข้อความ
"นรกของจริง! " กรีนยังทำใจให้เปิดอ่านข้อความไม่ได้ จึงปิดมันลงและเก็บไว้ในกระเป๋าเช่นเดิม ขอเวลาตั้งสติก่อนสักวันหนึ่ง ค่อยว่ากันอีกที และเมื่อถึงที่พัก กรีนมองตัวเลขบนจอแท็กซี่ ล้วงหาเงินในกระเป๋ามาเตรียมจ่ายเมื่อใกล้ถึงที่หมาย
"กระเป๋าเขา? " เจอกระเป๋าตังของเขาในกระเป๋าเธอ ด้วยอาการงง? เธอจำได้ว่ามันอยู่บนเตียงเมื่อคืนนี้?
"น้อง ค่าแท็กซี่ด้วยครับ" ลุงแท็กซี่เร่ง เมื่อรถจอดขวางอยู่
"ค่ะๆ " กรีนรีบหยิบเงินจ่ายและลงจากรถ ตัดสินใจว่าจะเอาไงดีระหว่างกลับไปฝากไว้ใต้ที่พักเขา กับหาคนไปส่งคืน แต่นั่นเป็ที่พักจริงๆ ของเขารึเปล่าละ? อีกอย่างเธอก็กลัวจะเจอเขา
"ช่างมันเถอะ ค่อยส่งไปรษณีย์ไปให้ละกัน" กรีนมองเวลาที่เหลือน้อย รีบขึ้นห้องพักและแต่งตัวเรียกวินมอไซในชั่วโมงเร่งด่วนเพื่อเข้าตอกบัตรที่ห้างให้ทันเวลา
"เกือบไปแล้ว" กรีนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ที่สแกนบัตรเข้าทำงานที่ร้านสปาชื่อดังได้ทัน
"ไหนบอกไม่ได้ไปเค้าดาวน์ที่ไหน ทำไมดูเหมือนเมาค้างแบบนั้นละน้องกรีน" พี่ป่านแซวเมื่อมองกรีนที่หัวฟูเข้ามาตอกบัตร ไม่ได้แต่งหน้าแต่งตา
กรีนได้แค่ส่งยิ้มแห้งๆ รีบเข้าไปด้านใน แต่งหน้าทำผมให้เรียบร้อยเพื่อเตรียมต้อนรับลูกค้า เพราะเป็วันหยุดของทุกคน แต่เหมือนจะเป็วันที่หนักสุดสำหรับเธอ
ลูกค้าที่เข้ามาในร้านไม่ขาดสาย ทำให้เธอทำงานจนแทบไม่ได้พัก ประกอบกับพนักงานที่ลาหยุดไปหลายคน ทำให้คิวค่อนข้างหนาแน่นเกินกว่าจะปลีกตัวออกไปที่อื่น แม้แต่เวลาทานข้าวก็ยังไม่มี
เธอไม่ได้สนใจมือถืออีกเลย จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงตอนทุ่มครึ่ง
"ยินดีต้อนรับค่ะ" กรีนขานรับอัตโนมัติเมื่อสัญญาณตรงประตูแจ้งให้รู้ว่ามีคนเข้ามาใหม่ ขณะที่มือกำลังสาละวนกับการจดบันทึกข้อมูลการให้บริการของร้าน
"ทำไมถึงไม่อ่านข้อความกรีน" เสียงพงษ์ดังพอสมควรเมื่อเดินเข้ามาหากรีน
"งานยุ่งมากเลยค่ะ ไม่มีเวลาพักทานข้าวด้วยซ้ำ" กรีนตอบเบนสายตาให้พงษ์มองข้าวที่ตักไปแค่คำเดียวในกล่อง ถูกเปิดไว้จนแห้ง และลูกค้าที่ยังนั่งรออยู่เต็มร้าน
ใจเต้นรัวเมื่อพงษ์มาหาเธอในตอนนี้ เพราะเขาไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน และตอนนี้เขาควรจะอยู่ที่บ้านของเขาไม่ใช่เหรอ?
เขารู้อะไร?
"แล้วเมื่อคืนไปกับใคร ทำไมไม่รับสาย" พงษ์ยังคงรุกต่อ หน้าตาของเขาบ่งบอกความไม่พอใจชัดเจน
"ค่อยกลับไปคุยกันที่บ้านได้มั้ยพงษ์ กรีนทำงานอยู่" กรีนบอกด้วยเสียงที่เบาลงเพื่อให้พงษ์เกรงใจลูกค้าในร้านที่ยังเหลืออยู่ค่อนข้างเยอะ แต่เหมือนอารมณ์ของพงษ์ทำให้เขาไม่ได้สนใจอะไรทั้งสิ้น
"คุยตอนไหนมันก็คำตอบเดียวกันแหละกรีน มันมีอะไรที่พูดไม่ได้ยังงั้นเหรอ? " พงษ์ยืนพูดเสียงดังจนพี่ป่านเดินเข้ามาหาหน้าตาดุ
"ลดเสียงลงหน่อยสิ เสียงดังรบกวนลูกค้า" พี่ป่านหันมาบอกกรีนและปรายตามองพงษ์
"ออกไปคุยกันให้รู้เื่" พงษ์มองสายตาตำหนินั่นด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ยอมออกไปข้างนอก
เขาเดินนำออกไปหน้าร้านทันที เมื่อมีคนอื่นเข้ามายุ่ง
กรีนมองหน้าพี่ป่าน และโค้งตัวให้กับลูกค้าที่นั่งรออยู่ด้านหน้าอย่างเกรงใจ ความผิดในใจทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่จะโกรธพงษ์ด้วยซ้ำ แม้เขาจะทำให้เธออายเพื่อนร่วมงานและลูกค้า
"กรีนขอตัวแป็บหนึ่งนะคะพี่ป่าน"
"รีบไปรีบมานะ" พี่ป่านได้แค่ถอนหายใจ เมื่อเห็นพงษ์ที่ยืนหน้าบึ้งมองเข้ามา ถ้าไม่ให้กรีนออกไป คงจะเข้ามาโวยวายอีกแน่ๆ
"เราค่อยกลับไปคุยกันที่บ้านนะพงษ์ อีกชั่วโมงเดียวกรีนก็เลิกงานแล้ว" กรีนพยายามบอกอย่างใจเย็น ที่เขารีบมาหาเธอคงเพราะว่ากลัวจะเสียเธอไปใช่มั้ย?
"เมื่อคืนกรีนไปนอนกับมันมาใช่มั้ย? " พงษ์ไม่มีความอดทนพอที่จะรอยิ่งได้ข้อสงสัยหลายๆ อย่างเขายิ่งโมโห เขามาจากบ้านต่างจังหวัดเพราะภาพที่เธอโพสเมื่อคืน
เพื่อนเขาบอก และเขาก็รีบทักมาหา แต่กลับไม่มีข้อความตอบกลับ โทรก็ไม่รับ มันไม่มีอะไรให้คิดนอกจากอยู่กับคนอื่นจนไม่สนใจเขาจริงๆ
"เปล่า กรีนแค่ถ่ายประชดพงษ์" กรีนตอบเสียงเบา ขอบตาเอ่อร้อนรู้ความผิดของตัวเองดี แต่คงไม่มีใครรู้หรอก มันจบไปแล้ว และมันจะไม่เกิดขึ้นอีก เธอขอโอกาสให้ตัวเองเงียบๆ และอยากให้เขาให้โอกาสเธอบ้างแต่เหมือนว่าพงษ์จะไม่ยอมให้จบง่ายๆ
"งั้นเหรอ? แล้วไปค้างกับใครละ พงษ์รู้ว่ากรีนพึ่งกลับเข้าหอไปเมื่อ่สาย" พงษ์ใส่กรีนไม่ยั้ง จนคนที่เดินผ่านไปมา เริ่มมองมาอย่างสนใจเมื่อน้ำเสียงและท่าทางของพงษ์ทั้งดังและดูโกรธอย่างเห็นได้ชัด
กรีนไม่รู้จะตอบยังไงดี เธอนึกถึงคำโกหกไม่ออก เมื่อสิ่งที่เขาสงสัยมันเป็จริง แต่ไม่มีใครไม่เคยทำผิด กับเขาเธอก็ให้อภัยมาตั้งหลายครั้ง ถ้าเขาจะคาดคั้นเอาคำตอบให้ได้มันก็คงไม่มีประโยชน์ที่จะคิดหาถ้อยคำแก้ตัว
"แล้วถ้ากรีนไปจริงๆ ละ พงษ์จะทำยังไง! "
"เพี๊ยะ! " จบประโยคที่กรีนพูดออกไป เสียงฝ่ามือที่กระทบแก้มกรีนดังจนคนที่มองเห็นกรีดร้อง ในขณะที่กรีนเองเซล้มลงตรงนั้นอย่างคิดไม่ถึง
ความรักของเขาที่มีต่อเธอช่างน้อยนิดจนไม่อาจให้อภัยเธอได้สินะ พอซะทีกับความเ็าและห่างเหินของเขา
ความเจ็บและความอาย ทำให้น้ำตาไหลออกมา ในเมื่อเธอผิดเธอก็จะไม่ตอบโต้ เธอจะถือว่าเป็การยอมรับโทษจากเธอก็แล้วกัน
"พงษ์ไม่เคยคิดเลยนะว่ากรีนจะกล้าทำแบบนี้" พงษ์เองก็ใตัวเองที่คุมสติไม่อยู่ แต่คำพูดที่เธอพูดออกมา มันก็ทำให้เขาเจ็บไม่น้อยไปกว่าที่เธอโดน
"กรีนมันเลวเอง ถ้าพงษ์รับไม่ได้ก็อย่ามายุ่งกับกรีนเลย เราเลิกกันเถอะ" กรีนพยุงตัวเองลุกขึ้น หันหน้าที่เอ่อนองไปด้วยน้ำตาไปมองหน้าคนที่เธอรักและแคร์มาตลอด 3 ปี การมีเขาก็เหมือนไม่มีอยู่แล้ว หลังจากนี้ก็คงไม่ต่างกัน
"จะไปคบกับมันสินะ"
"แล้วแต่พงษ์จะคิด"
"ก็ได้ กรีนเป็คนเลือกเองนะ" พงษ์พูดจบก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้กรีนอับอายสายตาคนที่นี่
กรีนตัดสินใจหันหลังเดินกลับเข้าไปในร้านนั่งเคลียร์งานของเธอโดยไม่สนใจสายตาใครอีก
แก้มที่เจ็บยังไม่เท่าหัวใจที่สับสน น้ำตายังไหลลงมาไม่หยุด และเสียงสะอื้นจนตัวสั่น ทำให้คนในร้านมองกรีนด้วยสายตาหลากหลายความรู้สึก
"ความรักของเธอ มันจบลงเพราะเื่เมื่อคืนสินะ? "