ทางเลือกที่เปลี่ยนไป
การเก็บเกี่ยวผลผลิตครั้งแรกนั้นทำให้ทุกคนเหนื่อยล้ากันมากทีเดียว
แต่เมื่อได้เห็นจำนวนDP ที่ได้มาจากการขายผลผลิตครั้งแรกความเหนื่อยล้าของทุกคนก็ปลิวหายไปจนหมดสิ้น
รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเหงื่อและน้ำตานั้นเป็หลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความสุขใจที่มากล้นทุกคนยิ้มแย้มอย่างมีความสุขกับผลที่ได้รับหลังจากทุ่มเทความพยายามลงไปอย่างเต็มที่
แม้ว่าจะเก็บผลผลิตบางส่วนเอาไว้บ้างแต่ DP ที่ได้จากการขายในครั้งนี้ก็ยังมากกว่า 300 หน่วยซึ่งเป็จำนวนที่มากมายมหาศาลหากเทียบกับการทำงานหนักของพวกเธอใน่เวลาที่ผ่านมา
กัสเองก็พึงพอใจเป็อย่างมากต่อจำนวนDP ที่ได้ แม้ว่ามันจะยังไม่พอต่อความ้าของเขาก็ตามที
‘แผนต่อไปคงต้องรออีกสักนิดละนะ’
รอยยิ้มของเด็กสาวทุกคนทำให้เขามีความสุข แต่ในเวลาเดียวกันนั้นเขาก็มองเห็นความเหนื่อยล้าที่แฝงอยู่ในดวงตาของเด็กสาวเหล่านี้ด้วยเช่นกัน
แผนการขั้นต่อไปจึงจำต้องระงับเอาไว้ชั่วครู่เพื่อรอให้ทุกคนฟื้นตัวจากความอ่อนล้าทั้งร่างกายและจิตใจเสียก่อน
นอกจากนั้นการเก็บเกี่ยวก็ยังไม่เสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์เสียทีเดียวฟักทองเนื้อแก้วในแปลงผักทั้ง 100 หัวยังไม่ได้ถูกเก็บเกี่ยว
หากทำการเก็บเกี่ยวพวกมันจนหมดก็สมควรที่จะได้DP อย่างน้อย 300 หน่วยซึ่งมากพอที่จะทำให้กัสทำอะไรได้อีกหลายๆ อย่างเลยทีเดียว
มื้อเย็นของวันนั้นทุกคนเต็มไปด้วยความสุขDP จำนวนหนึ่งถูกกัสจ่ายออกไปอย่างไม่เสียดายเพื่อบำรุงร่างกายของทุกคนให้กลับมาแข็งแรงโดยเร็ว
กัสเองก็มีความ้าอาหารที่เพิ่มมากขึ้นเช่นกันหลังจากใช้พลังของพรออกไปมากขนาดนั้นและวิธีกินก็เป็วิธีที่ดีที่สุดสำหรับกัสในการฟื้นฟูความอ่อนล้าที่ได้รับจากการต่อสู้อีกด้วย
อาหารที่แสนอร่อยและการอาบน้ำร้อนยามค่ำคืนไปพร้อมๆกับการชมดาวนั้นเป็ความสุขที่ทำให้กัสยิ้มกว้างไม่มีหุบ
จะมีก็เพียงดวงตาของเขาที่แฝงความเ็ปเล็กๆยามที่มองไปยังน้องสาวทั้งสองที่ตอนนี้นอนแช่น้ำอยู่อีกมุมหนึ่งของบ่อแทนที่จะเป็ข้างกายเขาอย่างที่เคย
สิ่งเดียวที่พอจะเยียวยาความเศร้านี้ได้บ้างก็คืออิจิโกะที่ยิ้มหวานอยู่ข้างกายและคอยรินเบียร์ให้กับเขาเพียงเท่านั้น
“อีกแก้วไหมคะท่านกัส”
“อืม..อีกแก้วก็พอแล้วละ เ้าเองก็ดื่มด้วยนะ”
กัสยิ้มน้อยๆ ให้กับอิจิโกะพลางรินเบียร์แก้วเล็กๆให้กับเด็กสาวด้วยเช่นกัน จากนั้นก็ชนแก้วเบาๆ แล้วดื่มลงไปด้วยรอยยิ้ม
การเสพสุขใน่เวลาที่ยากลำบากอาจจะเป็ความเคยชินของตัวเขาไปเสียแล้วทั้งที่เพิ่งจะเกิดเหตุการณ์ที่น่ากลัวไปหมาดๆแต่เขาก็ยังยิ้มได้และเสพสุขจากความสุขเล็กๆ นี้โดยไม่มีท่าทีใดๆที่บ่งบอกถึงความเศร้าโศกเลย
บรรยากาศที่อบอุ่นค่อยๆย้อนคืนกลับมาเพราะการกระทำของกัส ทุกคนมีท่าทีที่ผ่อนคลายและค่อยๆหลงลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานไปทีละน้อย
สำหรับอิจิโกะแม้จะยังไม่ได้ลืมมันไปทั้งหมดแต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกว่าความทรงจำในวันนั้นน่ากลัวอีกต่อไป มันอาจจะทำให้หัวใจของเธอสั่นไหวด้วยความกลัวอยู่บ้าง
แต่เมื่อได้มาอยู่ข้างกายของกัสมันกลับทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยมากยิ่งกว่าซึ่งตัวเธอเองก็ไม่เข้าใจเหตุผลเช่นเดียวกัน
ด้วยเหตุผลนี้เองทำให้่เวลานี้ราวกับเป็่เวลาอันแสนสุขของอิจิโกะเพราะไม่มีใครเข้ามารบกวน่เวลาของเธอกับเ้านายที่รักเลย
แม้กระทั่งน้องทั้งสองที่พยายามแข่งขันกับเธอแบบลับๆมาตลอดก็ยังรักษาระยะห่างเอาไว้เล็กน้อย
บรรยากาศโดยรวมดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นจนกระทั่งการอาบน้ำเสร็จสิ้นลงกัสก็ลุกขึ้นยืนโดยมีผ้าขนเช็ดตัวพันเอวเอาไว้
“น้องข้า..สองสามวันนี้พวกเ้าไปพักอยู่กับนิโกะกับซันโกะก่อนดีหรือไม่”
คำพูดนี้ทำให้หัวใจของน้องสาวทั้งสองสั่นกระตุกไปครั้งหนึ่งพวกเธอเงยหน้ามองกัสด้วยความใก่อนจะผ่อนคลายลงเมื่อเห็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนของพี่ชายซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงไปจากภาพในความทรงจำของพวกเธอเลย
“ข้ารู้ว่าพวกเ้ายังสลัดภาพในวันนั้นไม่ได้..เพราะงั้น่นี้พวกเราแยกกันอยู่ก่อนเถอะไม่เช่นนั้นข้ากลัวว่าข้าจะทำให้พวกเ้านอนไม่หลับ”
เด็กสาวทั้งสองอ้าปากขึ้นเตรียมพร้อมที่จะปฏิเสธแต่แล้วพวกเธอก็พบว่าพวกเธอไม่อาจส่งเสียงออกไปได้ ความสับสนเกิดขึ้นในหัวใจของเด็กสาวก่อนจะกลายเป็ความรู้สึกผิดและความละอายใจ
กัสยังคงยิ้มยิ้มด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนมีเมตตาและเต็มไปด้วยความเข้าอกเข้าใจ
“ไม่ต้องรู้สึกผิดแบนนั้น..ข้าไม่เคยโทษพวกเ้าทั้งหมดเป็ความผิดของข้าเอง..บางทีเ้าอาจจะไม่รู้ แต่ว่าเหตุการณ์ในวันนั้นก็ทำให้ข้าฝันร้ายเช่นกัน”
ดวงตาของเด็กสาวทั้งสองเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยความรู้สึกผิดในดวงตายิ่งมาก็ยิ่งรุนแรงพวกเธอละอายใจที่ทำให้พี่ชายต้องรู้สึกผิดและรู้สึกแย่ที่ตัวเองอ่อนแอจนหวาดกลัวพี่ชายที่แสนดีของพวกเธอ
พี่ชายที่แสนดีและสามีอันประเสริฐจะมีใครในโลกใบนี้ที่ให้ความสำคัญกับพวกเธอได้มากถึงเพียงนี้นอกจากพี่ชายคนนี้ของพวกเธออีก
ในขณะที่คิดความรู้สึกภายในใจของเด็กสาวก็ยังต่อต้านกันอย่างรุนแรงทำให้น้ำตาสองสายค่อยๆไหลรินออกมาจากดวงตาของเด็กสาวทั้งสอง
“ขอโทษค่ะท่านพี่..ขอเวลาให้น้องด้วยค่ะ น้องจะพยายามกลับไปเป็เหมือนเดิมอีกครั้ง”
“ดี..แล้วข้าจะรอนะ..”
หลังจากพูดจบกัสก็ส่งสายตาให้กับนิโกะและซันโกะเพื่อให้คอยดูแลน้องสาวทั้งสองของเขาจากนั้นจึงเดินจากไปพร้อมกับอิจิโกะโดยทิ้งภาพของแผ่นหลังที่งองุ้มลงไปเล็กน้อยให้กับเด็กสาวทั้งหลาย
กัสนั้นเดินตรงไปยังบ้านหลังน้อยที่ดูจะใหญ่ขึ้นมากหลังจากที่เขาเข้ามาพร้อมกับอิจิโกะเพียงสองคน
ใบหน้าของกัสดูล่องลอยอย่างบอกไม่พูดมันทำให้อิจิโกะที่เดินมาพร้อมกันต้องหัวใจสั่นและพยายามโอบกอดแขนของกัสเอาไว้แน่น
“ท่านกัสเ้าค่ะ..ไม่เป็ไรนะคะอีกไม่นานคุณหนูต้องทำใจได้แน่”
กัสยิ้มน้อยๆ และพยักหน้ารับพลางพิจารณาอิจิโกะอย่างจริงจังและได้พบกับความหวาดกลัวที่แฝงอยู่ในดวงตาของเธอเช่นเดียวกัน
ทว่ามันน้อยกว่ามากนักหากเทียบกับน้องสาวทั้งสองของเขา
“ขอบใจนะอิจิโกะ..่นี้คงต้องลำบากเ้าหน่อยแล้ว”
พวงแก้มของเด็กสาวแดงระเรื่อขึ้นมาในทันที คำพูดนี้ของกัสทำให้เด็กสาวจินตนาการถึงเหตุการณ์บางอย่างที่แสนจะเร่าร้อนขึ้นมาได้
กัสเห็นแบบนั้นก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆคล้ายกับเข้าใจความคิดของอิจิโกะได้เป็อย่างดี
“นอนกันเถอะ!”
พูดจบกัสก็เดินไปแต่งตัวเป็เสื้อผ้าที่สบายๆ แล้วล้มตัวลงนอนโดยไม่ทำอะไรทั้งสิ้นทำให้อิจิโกะยืนนิ่งไปชั่วขณะก่อนจะยิ้มฝืนๆแล้วขึ้นไปนอนบนเตียงเดียวกับกัส
ทั้งสองโอบกอดกันเงียบๆและค่อยๆ หลับไปทั้งแบบนั้นโดยไม่ได้เริ่มต้นกิจกรรมที่เร่าร้อนใดๆตามที่อิจิโกะคิด
“ไว้ก่อนเถอะนะ..วันนี้ข้าเหนื่อยมาก..เ้าเองก็เหนื่อย”
ก่อนที่กัสจะหลับเขาทิ้งคำพูดเอาไว้เบาๆ ก่อนจะหลับไปอิจิโกะที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มกว้างขึ้นมาในทันทีจากนั้นจึงขยับตัวเล็กน้อยเพื่อซุกลงที่หัวไหล่ของกัสก่อนจะหลับไปในที่สุด
ค่ำคืนแรกของกัสและอิจิโกะก็ผ่านพ้นไปเช่นนี้ตามมาด้วยแสงแรกของวันใหม่ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาปลุกเด็กสาวตัวน้อยที่มีเส้นผมสีทองคำให้ตื่นขึ้นจากนิทราที่แสนสุข
‘เช้าแล้ว..ต้องรีบปลุก..อ๊ะ!’
ความคิดแรกของอิจิโกะนั้นเป็ไปตามความเคยชินที่เกิดขึ้นในทุกๆ วันของเธอ
แต่เมื่ออิจิโกะลืมตาขึ้นมาและมองเห็นใบหน้าที่อ้วนกลมของกัสความคิดของเธอก็หยุดชะงักไปในทันทีเพราะว่าเธอนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเธอนั้นไม่ได้อยู่กับน้องสาวเหมือนวันก่อนๆ
ตามปกติอิจิโกะจะเป็คนแรกที่ลุกขึ้นมาจากเตียงจากนั้นจะไปปลุกน้องสาวทั้งสองก่อนจะออกไปทำหน้าที่ของตัวเองด้วยการเตรียมครัวให้พร้อมสำหรับการทำอาหารเช้าของคุณหนูทั้งสอง
ต่อจากนั้นพวกเธอจะไปตรวจสอบแปลงผักกระถางต้นไม้ ดินและสิ่งต่างๆ ในดินแดนรอจนอาหารเช้าถูกเตรียมจนเสร็จก็ทำหน้าที่จัดโต๊ะอาหารในขณะที่คุณหนูทั้งสองเข้าไปปลุกกัส
ถึงตอนนั้นภารกิจประจำวันของเธอถึงจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
ทว่าตอนนี้เธอนอนอยู่ข้างๆกัสทั้งยังนอนอยู่ในสภาพที่โอบกอดแขนของกัสเอาไว้ต่างหมอนข้างทำให้เธอต้องหยุดคิดไปชั่วขณะก่อนที่จะเคลื่อนไหว
‘รออีกนิดดีไหมนะ..หรือจะแอบลุกขึ้นดี’
อิจิโกะนึกลังเลใจอยู่นานสองนานเพราะไม่ชินที่ได้นอนอยู่ข้างกายกัสแบบนี้และเธอก็ไม่รู้ว่ากัสนั้นตื่นง่ายขนาดไหนจึงไม่กล้าที่จะขยับตัวจนทำให้กัสตื่น
แต่ในขณะเดียวกันเธอก็คิดถึงหน้าที่ของตัวเองที่ต้องทำในวันนี้จนกลายเป็ความลังเลใจที่ทำให้เธอไม่กล้าลุกขยับตัว
่เวลานั้นเองกัสก็เหมือนจะตื่นขึ้นมาเขาลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนจะหันไปมองด้านข้าง แล้วยิ้มน้อยๆให้กับอิจิโกะที่ลืมตากลมโตมองเขาอยู่
“อรุณสวัสดิ์..ตื่นเช้าดีจังนะอิจิโกะ..เ้าจะไปทำงานสินะไปเถอะไม่ต้องช่วยข้าหรอก”
“อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านกัส ให้ข้าช่วยเถอะค่ะ”
กัสยิ้มน้อยๆ โดยไม่ปฏิเสธ เขาลุกขึ้นนั่งแล้วรอคอยการปรนนิบัติของเด็กสาวรับเอาน้ำอุ่นที่ถูกอุ่นด้วยเวทมนตร์มาล้างหน้าทำการเช็ดหน้าอย่างใจเย็นแล้วรับเอาแก้วน้ำมาบ้วนปาก
ต่อจากนั้นก็ลุกขึ้นเดินไปแต่งตัวโดยมีอิจิโกะช่วยดูแลอยู่ข้างๆก่อนจะสลับกันบ้างเพื่อเอาเปรียบเด็กสาวในตอนเช้าของวันทำให้อิจิโกะหน้าแดงระเรื่อเพราะถูกมือของกัสลูบไล้ผ่านเรือนร่างที่เพรียวบางของตัวเอง
เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความลามกนี้ทำให้อิจิโกะนึกถึงใบหน้าที่แดงระเรื่อของคุณหนูทั้งสองขึ้นมาได้
ทุกเช้าหลังจากไปปลุกกัสและปรนนิบัติจนแล้วเสร็จเด็กสาวทั้งสองก็มักจะออกมาจากห้องในสภาพที่ใบหน้าแดงระเรื่อเสียทุกครั้ง
แม้ว่า่หลังจะมีร่องรอยที่เบาบางลงมากเหมือนกับคุ้นเคยต่อการลวนลามแบบนี้แล้วก็ตามที
‘แบบนี้เอง..เพราะแบบนี้คุณหนูก็เลยหน้าแดงทุกเช้าแบบนั้น’
อิจิโกะคิดอยู่ในใจพลางัักับหน้าอกที่ร้อนวาบ ก่อนจะเดินตามหลังกัสไปด้วยความพยายามทำตัวให้ปกติที่สุด
ทว่าใบหน้าที่แดงระเรื่อของเด็กสาวก็ยังเด่นชัดในยามเช้าเป็ที่สุดยิ่งออกมาพบกับคุณหนูทั้งสองของเธอและน้องสาวของเธอด้วยแล้วอิจิโกะก็ยิ่งรู้สึกอายมากขึ้นไปอีก
สายตาที่มองมาอย่างเข้าอกเข้าใจของคุณหนูทั้งสองและสายตาที่มองมาด้วยความสงสัยใคร่รู้ของน้องสาวทำให้ใบหน้าของอิจิโกะยิ่งร้อนมากขึ้นไปอีก
สุดท้ายเอก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้านิ่งเพื่อหลบซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำของตัวเอง
น้องสาวทั้งสองของกัสนั้นคุยเคยกับเื่นี้ดีพวกเธอเลยไม่รู้สึกอะไรเพราะคิดอยู่แล้วว่าต้องมีอะไรแบบนี้แต่ออกจะแปลกใจมากกว่าที่อิจิโกะไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆที่บ่งบอกถึงการสูญเสียความบริสุทธิ์
แม้ว่าน้องสาวทั้งสองของกัสจะยังเด็กแต่ก็ผ่านรสชาติของความรักมากันแล้วพวกเธอได้ลิ้มลองรสชาติของกามอารมณ์มาแล้วจึงรู้สึกสัญญาณที่มักจะปรากฏขึ้นกับหญิงสาวที่ได้รับการเอ็นดูจากสามี
ทว่าอิจิโกะไม่มีสิ่งนี้อยู่เลยสภาพของเธอดูปกติทำให้ทั้งสองอดคิดไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเธอกับพี่ชายของพวกเธอ
แม้จะสงสัยอยู่บ้างแต่ทั้งสองก็รู้ดีว่ามันไม่ใช่เื่ที่ต้องถามพวกเธอจึงพยายามยิ้มและกล่าวคำทักทายยามเช้ากับพี่ชายของพวกเธอ
“อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านพี่ หลับสบายไหมคะ”
“อืม ข้าหลับสบายดีเลยละนอนหลับไปรวดเดียวเลยแล้วพวกเ้าละ..นอนหลับสบายดีไหม”
ในขณะที่ถามแววตาของกัสก็ทอประกายอ่อนโยนกว่าปกติทำให้หัวใจของเด็กสาวทั้งสองเต็มไปด้วยความอบอุ่นจนยิ้มออกมาอย่างเป็ธรรมชาติ
“ค่ะ..ถึงจะไม่ชินอยู่บ้างที่ไม่ได้มีท่านพี่ให้กอด..แต่ก็หลับสบายมากค่ะ”
ได้ยินแบบนั้นกัสก็พยักหน้ารับจากนั้นก็นั่งลงรอคอยอาหารเช้าอย่างใจเย็นพลางคิดถึงแผนการของตัวเองไปพลางๆ
่เวลาในตอนเช้านั้นผ่านไปเร็วเสมอเพราะอาหารเช้าที่ทำมักจะเป็อาหารง่ายๆที่ใช้เวลาไม่นาน
ขนมปังปิ้งไข่และเบค่อนย่างกระทะ อาหารเช้าที่แสนเรียบง่ายของทุกคนจะต่างกันเล็กน้อยก็ตรงจำนวนที่กัสกินลงไปเท่านั้นซึ่งติดจะมากกว่าเด็กสาวทั้งห้าคนรวมกันเกือบเท่าตัว
เมื่อมื้อเช้าผ่านพ้นไปงานทุกอย่างก็ดำเนินต่อไปตามปกติงานที่เพิ่มจากเดิมขึ้นมานั้นมีการเก็บเกี่ยวดอกตะเกียงทองที่ออกดอกทุกวันทำให้สามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดนับเป็รายได้ต่อวันที่เพิ่มขึ้นถึง10 DP เลยทีเดียว
พอนำไปรวมกับรายได้เดิมที่มีอยู่แล้ว25 DP ก็กลายเป็ 35 นับว่าเพิ่มขึ้นมาเกือบครึ่งเลยทีเดียว
ในส่วนนี้ยังไม่ได้ร่วมผลผลิตของมะเขือเทศสีน้ำเงินกับแตงกวาเนื้อเงินลงไปด้วยเนื่องจากทั้งสองอย่างนี้ไม่ได้ออกผลให้เก็บทุกวัน
มะเขือเทศสีน้ำเงินนั้นจะออกผลทุกๆ5 วัน ส่วนแตงกวาเนื้อเงินจะได้ผลทุกๆ 7 วัน
แต่ทั้งนี้หากมีการบำรุงที่ดีพอจำนวนของผลผลิตที่ได้ในแต่ละครั้งก็มีโอกาสเพิ่มมากขึ้นเช่นกันเพียงแต่กัสยังไม่มีความสามารถมากพอที่จะบำรุงมันในตอนนี้เท่านั้นเขาเลยต้องปล่อยเอาไว้และให้ปุ๋ยตาม่เวลาแทน
ความต่างระหว่างผักที่ให้ผลเพียงครั้งเดียวกับหลายครั้งก็อยู่ตรงนี้เองผักที่ให้ผลเพียงครั้งเดียวมีราคาแพง เก็บเกี่ยวครั้งเดียวก็จบไป
ส่วนผักที่ให้ผลหลายครั้งนั้นจะให้ผลตาม่เวลาของมันซึ่งนับว่าให้มูลค่าสูงกว่ามากเมื่อเทียบกับชนิดที่ให้ผลครั้งเดียว
แต่มันก็ยังมีข้อเสียนั่นคือการบำรุงตามระยะเวลาเพื่อให้ผักยังมีสุขภาพที่แข็งแรงไม่เช่นนั้นพวกมันก็อาจจะป่วยหรือตายได้ซึ่งถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นแทนที่จะได้กำไรมากกว่าแบบที่เก็บเกี่ยวได้ครั้งเดียวก็จะกลายเป็ได้น้อยกว่าแทน
เรียกได้ว่าแต่ละชนิดล้วนแล้วแต่มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไปทั้งสิ้นทำให้เขาต้องเลือกอย่างตั้งใจเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดและขาดทุนโดยไม่ระวัง
ถ้าเน้นประเภทเก็บเกี่ยวได้หลายครั้งมากไปท้ายที่สุดมันก็จะกลายเป็ภาระที่ต้องดูแลในแต่ละวันแต่ถ้าเน้นชนิดที่เก็บเกี่ยวครั้งเดียวมากไป มันก็จะทำให้ DP ที่ได้มีจำนวนน้อยลงไปด้วยเช่นกัน
กัสยืนมองแปลงผักพลางมองดูการเก็บเกี่ยวฟักทองเนื้อแก้วอย่างใจเย็นพื้นที่ของแปลงยังถูกใช้ไปไม่ถึงครึ่งของที่มีด้วยซ้ำ
นอกจากการปลูกหัวผักกาดกลิ่นหอมที่ปลูกจนเต็มแปลงนอกสุดแปลงที่ระยะ 25 เมตร กับแปลงระยะ 10 เมตรแล้วก็ไม่มีแปลงไหนเลยที่ถูกปลูกจนเต็มแปลง
‘ต้องหาอะไรมาลงเพิ่มแล้วสินะ..เอาอะไรดีนะ’
กัสครุ่นคิดจนใจลอยไปไกลพลางฟังเสียงหัวเราะของเด็กสาวยามที่ยกหัวฟักทองขึ้นมาอุ้มอย่างยากลำบากบ้างก็แข่งกันที่ขนาดและใส่ลงไปในตะกร้าอย่างหนักแรง
“เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน..เก็บตรงนี้ก่อน”
ต่อจากนั้นกัสก็ออกไปช่วยทุกคนเก็บเกี่ยวฟักทองเนื้อแก้วที่เสียเวลาไปนานหลายชั่วโมงเลยทีเดียวกว่าจะเก็บจนหมดเพราะน้ำหนักที่มากของมัน
หลังจากนั้นกัสก็นำมันไปขายเสีย9 ส่วนเหมือนผักชนิดอื่นๆ และเก็บส่วนหนึ่งเอาไว้กินทำให้เขาได้ DP มาอีก 270 หน่วย รวมกับรายได้ประจำวันและ DP เดิมก็เท่ากับว่าพวกเขามี DP มากกว่า 600 หน่วยแล้ว
‘ในที่สุดก็เกินครึ่งจนได้..อีกไม่กี่วันแล้วจะอดทนรอดี หรือเอาไว้รอบหน้าดีนะ’
กัสครุ่นคิดด้วยท่าทีที่เคร่งเครียดเป็พิเศษเขานึกลังเลใจเพราะแผนการที่เขาวางเอาไว้้า DPมากถึง1000 หน่วย ตอนนี้เขามีมากถึง 600 หน่วยแล้ว หากอดทนต่ออีกสักสิบวันก็สมควรที่จะมีDP มากพอ
แต่ถ้าเขาไม่อยากรอก็เพียงแค่ลงทุนเพิ่มแล้วทำการปลูกผักวิเศษซ้ำอีกครั้งก็น่าจะได้DP ที่ขาดในเวลาเพียง 2-3 วันเท่านั้น
เวลาคือสิ่งที่กัสหวงแหนที่สุดมาตลอดทว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อนทำให้กัสลังเลใจอย่างเสียไม่ได้
ท้ายที่สุดกัสก็ยิ้มออกมาบางๆแล้วถอนหายใจครั้งหนึ่งก่อนจะตัดสินใจใช้แผนที่ง่ายกว่าแทน
‘เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน..ยังไงทุกคนก็ต้องพัก..แถมเราก็ยังต้องปรับปรุงแปลงผักใหม่อีก’