เงาดำแบกร่างไร้สติของเฉินจิ้งโหรวกลับเรือนทั้งยังไม่รู้จักคำว่ารักหยกควรถนอมบุปผา[1]มาถึงก็พาคนมาขังไว้ในห้องข้างเรือนทันที
เฉินจิ้งโหรวถูกความเย็นเยียบปลุกให้ตื่นฝืนตัวลุกขึ้นนั่ง วินาทีแรกนั้นก็นึกไม่ออกว่าเกิดเรื่องอะไรกับตนขึ้นกันแน่?
“ซีหร่านซีหร่าน?”เฉินจิ้งโหรวเรียกสาวใช้ของตนหากแต่เรียกอยู่เนิ่นนานก็ไม่เห็นเจ้าของชื่อโผล่มาเสียที
นางชักสีหน้าทันใด“นางเด็กรับใช้เดนตายนี่ ไฉนถึงเอาข้ามาโยนไว้ที่แบบนี้แล้วตัวเองก็ไปคอยข้ากลับไปนางได้เจอดีแน่!”
ขณะกำลังง่วนกับความคิดเสียงเปิดประตูพลันดังขึ้น จากนั้นนางเห็นเด็กรับใช้ร่างสูงใหญ่คนหนึ่งเดินเข้ามาครั้นเพ่งพินิจมอง หน้าตาเขาดูไม่เหมือนคนต้าเซี่ย แต่ดูเหมือนคนต่างถิ่น...
เมื่อนั้นเฉินจิ้งโหรวถึงได้รู้ตัวว่าตนถูกลักพาตัวมาเสียแล้วหน้าตามาดร้ายก่อนหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างสิ้นเชิงมองเด็กรับใช้ผู้นั้นพลางกระถดถอยไปหลายก้าว
“คุณหนูมิต้องกังวลขอรับบ่าวมิใช่คนเลวร้าย แค่คุณชายอยากเจอคุณหนูขอรับ” เด็กรับใช้ผู้นั้นบอกด้านหลังมีหญิงรับใช้อีกสองคน หน้าตาของพวกนางก็เป็นคนต่างถิ่นเช่นกัน
เฉินจิ้งโหรวเอ่ยถามอย่างอึดอัด“คุณชายของพวกเจ้าเป็นใครกัน?”
เด็กรับใช้มิได้แปลกใจที่นางถามเช่นนี้เพียงแต่เขามิอาจตอบกลับได้ก็เท่านั้น
หญิงรับใช้สองคนรูปร่างสูงใหญ่ไม่ต่างกันยกร่างเฉินจิ้งโหรวขึ้นอย่างง่ายดายประหนึ่งอุ้มลูกเจี๊ยบสีหน้าพวกนางราบเรียบไร้อารมณ์ อุ้มเฉินจิ้งโหรวตามหลังตามหลังเด็กรับใช้เข้าห้องห้องหนึ่งไปทั้งอย่างนั้น
เพิ่งเข้าประตูเฉินจิ้งโหรวพลันได้กลิ่นกำยานปรับสมาธิปะปนกับกลิ่นยาคละคลุ้ง ต่อให้ไม่ฉุนแต่นางยังคงขมวดคิ้ว ยกมืออุดจมูกอย่างนึกรังเกียจ
บนเตียงมีบุรุษร่างซูบผอมคนหนึ่งนั่งพิงหัวเตียงเทียบกับเด็กรับใช้กับสาวรับใช้ที่นางเจอเมื่อครู่แล้วชายหนุ่มผู้นี้แลดูจะขาวซีดอยู่ไม่น้อยทีเดียว
นี่คงเป็นคุณชายที่เด็กรับใช้พูดไว้สินะ? เฉินจิ้งโหรวคิดในใจ
ไม่คอยให้ทันปริปากร่างป่วยติดเตียงของคุณชายพลันชิงเอ่ยก่อน “คุณหนูใหญ่เฉินบ่าวสกุลผู้น้อยไม่รู้จักกฎเกณฑ์ ถึงได้อุกอาจเชิญตัวคุณหนูใหญ่มากระนั้นคุณหนูอย่าได้กังวลไป ประเดี๋ยวผู้น้อยจะส่งคุณหนูกลับไปเองขอรับ”
ครั้นได้ยินดังว่าเฉินจิ้งโหรวเป็นอันต้องถลึงตาจ้อง ที่แท้คนที่เขาต้องการคือเฉินจิ้งเจียต่างหาก!
เป็นอย่างที่คาดไว้ตนกลายเป็นแพะรับบาป เฉินจิ้งโหรวเพ่งพินิจมองคุณชายผู้นั้นอย่างละเอียด
มองออกว่าสุขภาพของเขาย่ำแย่สุดขีดที่คิดอยากให้เฉินจิ้งเจียมาก็เพื่อคลุมถุงชนสินะ?
“เจ้าจับข้ามาแล้วก็ส่งข้ากลับคงมิได้ทำเพราะเล่นสนุกสินะ?” เฉินจิ้งโหรวเอ่ยอย่างไร้ซึ่งความเกรงใจต่อให้ตนตรงหน้าจะดูสูงศักดิ์กว่าตนก็ตาม
ช่างกว่านยวี่ไอเบาๆ“มิใช่ขอรับ ผู้น้อยไม่รู้ความเอง บุ่มบ่ามกับคุณหนู คุณหนูโปรดยกโทษด้วยขอรับ”
เขาเอ่ยเสียงต่ำเด็กรับใช้ข้างกายมองเฉินจิ้งโหรวด้วยท่าทีไม่พอใจเล็กน้อยเขาไม่เคยเห็นนายน้อยของตนเอ่ยเช่นนี้กับคนนอกมาก่อนหากแต่แม่นางผู้นี้กลับได้คืบจะเอาศอกเสียอย่างนั้น!
“ให้อภัย? เหตุใดข้าต้องให้อภัยด้วย? ข้าต่างหากที่ต้องรับเคราะห์ทั้งที่ไม่รู้อะไรด้วย!”เฉินจิ้งโหรวโมโหเกรี้ยวกราด มีสิทธิ์อะไรถึงได้มีแต่เรื่องดีๆเกิดกับเฉินจิ้งเจีย ส่วนเรื่องทำนองถูกคนลักพาตัวอะไรเช่นนี้เฉินจิ้งโหรวกลับต้องรับแทนอย่างนั้นหรือ?
พอคิดเช่นนี้นางแค่นหัวเราะเสียงเย็น “ข้าเดาไม่ผิดจริงๆที่แท้เจ้าก็คิดจะคลุมถุงชนให้เฉินจิ้งเจียสินะ?”
พูดไปสายตาพลางปราดมองร่างผอมซูบใต้ผ้าห่มของคุณชาย“แต่น่าเสียดายที่พวกเจ้าจับผิดคนแล้ว ข้าหาใช่เฉินจิ้งเจียไม่มีทางคลุมถุงชนกับเจ้าได้ยิ่งไปกว่านั้นไม่มีทางทำให้เจ้าประสบสุขชั่วชีวิตได้หรอก!”
หญิงรับใช้ทั้งสองที่อยู่ด้านหลังนางสีหน้าแปรเปลี่ยนในบัดดลราวกับไม่คิดไม่ฝันว่าเฉินจิ้งโหรวจะกล้าผรุสวาทวาจาเช่นนี้ต่อคุณชาย
“หากรู้แล้วว่าข้าหมายถึงอะไรก็รีบส่งข้ากลับไปซะหากท่านพ่อรู้เข้า พวกเจ้าไปไหนไม่รอดแน่!”
นางเอ่ยจบก็กลัวพวกเขาไม่รู้ว่าบิดาของนางคือใคร จึงรีบต่อประโยคทันที“พ่อของข้าคือป๋อชางโหวแห่งราชวงศ์ปัจจุบัน! พี่ชายข้าคือแม่ทัพใหญ่ชายแดน!”
ไม่ใช่เฉินจิ้งเจียหรือ?
ช่างกว่านยวี่ชะงักงันทันใดเขาให้คนคอยจับตามองเงาดำ เห็นเขาพาหญิงคนหนึ่งกลับมาขังในห้องข้างเรือนย่อมคิดว่าเป็นเฉินจิ้งเจียแต่ไม่คิดไม่ฝันว่าคนที่เขาพากลับมาจะมิใช่นางเสียงอย่างนั้น
“เจ้าบอกว่าเจ้ามิใช่เฉินจิ้งเจียหรือ?”
เสียงของช่างกว่านยวี่มิได้อ่อนโยนดังเมื่อครู่อีกต่อไปสายตาที่มองเฉินจิ้งโหรวเยือกเย็นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “เจ้าเป็นใคร?”
เฉินจิ้งโหรวโมโหเขาแทบทนไม่ไหวบอกไปหมดแล้วว่าพ่อของตนคือป๋อชางโหว พี่ชายเป็นแม่ทัพใหญ่หรือว่าจวนป๋อชางโหวนั้นนอกจากเฉินจิ้งเจียแล้ว ก็ไม่มีคุณหนูคนอื่นอีก?
นางไม่รู้ว่าในแคว้นต้าเซิ่งนั้นทุกคนล้วนรู้จักเฉินอี้เหอ ทั้งยำเกรงเฉินอี้เหอทั้งสิ้นรู้ด้วยว่าบิดาเขาคือป๋อชางโหวขุนนางแห่งราชวงศ์ต้าเซี่ยและทราบว่าเขามีน้องสาวสุดรักคือเฉินจิ้งเจีย ส่วนเฉินจิ้งโหรวนั้น ขออภัยด้วยนางคือใครกัน?
“ข้าคือคุณหนูรองแห่งจวนป๋อชางโหว!แม้แต่ข้าเจ้ายังไม่รู้จัก หึ เจ้ารอพ่อข้ามาถึงเรือนทรุดโทรมบ้าๆนี่ของเจ้าก่อนเถอะ!”
เฉินจิ้งโหรวเอ่ยจบก็ทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้เต็มแรงอย่างไร้ซึ่งความเกรงใจพลางเอื้อมมือหยิบผลผิงกั่ว[2]บนโต๊ะมากัดคำหนึ่ง
ชั่วเวลานั้นแม้แต่เด็กรับใช้ยังเป็นอันต้องขมวดคิ้ว ผู้ที่กิริยาไร้คนสั่งสอนเช่นนี้เหมือนบุตรสาวที่อบรมบ่มเพาะจากสกุลสูงศักดิ์อย่างจวนป๋อชางโหวตรงไหนกัน?
ไม่คอยให้ฝูงชนในห้องนั้นทันเอ่ยปากเสียงหัวเราะเยาะหยามเหยียดพลันดังขึ้นจากนอกประตู “ฮ่าฮ่าฮ่าคุณหนูรองทำกร่างในถิ่นข้าเช่นนี้ เกรงว่าเจ้าคงไม่รู้สถานะของตนเสียแล้ว”
สิ้นเสียงนั้นสตรีสูงศักดิ์วัยกลางคนผู้หนึ่งพลันเดินเข้ามา พร้อมสาวใช้ตามหลังอีกสี่คน
เมื่อทุกคนในห้องเห็นนางต่างพากันคำนับพลางเรียกอีกฝ่ายว่าฮูหยิน
สายตาที่ฮูหยินผู้นั้นปราดมองมาทำเอาเฉินจิ้งโหรวรีบเก็บโทสะของตนกลับไปอย่างอดมิได้ วางผลผิงกั่วในมือลงหยัดตัวนั่งอย่างเรียบร้อย
ครั้นพินิจคิดได้ก็รีบลุกลี้ลุกลนยืนตัวตรง แม้แต่ใบหน้าที่มักเชิดสูงตลอดเวลายังต้องก้มในบัดดล
หึหึท่าทางแข็งนอกอ่อนในเช่นนี้ยังริอ่านคิดจะแต่งงานกับยวี่เอ๋อร์ของนางเพื่อขจัดเสนียดอยู่หรือ?
“เกรงว่าคุณหนูรองคงยังไม่ทราบสินะ? กว่าเราจะทราบสถานการณ์ของคุณหนูใหญ่ได้ต้องลำบากมารดาที่แสนดีของเจ้าไปขนาดไหน”
ฮูหยินกล่าวก่อนนั่งบนเก้าอี้ตัวที่เฉินจิ้งโหรวเพิ่งนั่งเมื่อครู่ สาวใช้ข้างๆยกชามาวางให้ทันที นางยกถ้วยชาขึ้นจิบครั้งหนึ่ง
“หากแต่ช่างไม่บังเอิญยิ่งนักรอบเรือนคุณหนูใหญ่หนาแน่นประหนึ่งรั้วเหล็ก ข้ามิอาจเข้าไปได้จึงจำต้องเชิญคุณหนูรองมาดูว่ามารดาของเจ้าจะสนใจชีวิตเจ้าหรือสนใจตำแหน่งฮูหยินมากกว่ากัน”
วิธีนี้เงาดำเป็นคนบอกนางหลังจากกลับมาในเมื่อเป็นบุตรสาวที่ถือกำเนิดเองกับมือจ้าวอี๋เหนียงย่อมหาวิธีการพาเฉินจิ้งเจียมาได้อย่างแน่นอน
ส่วนป๋อชางโหวที่นางพูดเมื่อครู่นั้นต่อให้ป๋อชางโหวมีอำนาจเพียงใดแต่ก็ไม่มีทางออกค้นหาในพื้นที่มโหฬารอย่างวัดอันเหรินได้แน่ขอเพียงทางป๋อชางโหวมีความเคลื่อนไหว ทางพวกเขาจะพาเฉินจิ้งโหรวไปทันทีเช่นนี้จะยังไม่รู้ตัวกันอยู่หรือ?
จ้าวอี๋เหนียงคงไม่คิดไม่ฝันว่าฮูหยินที่หารือกับนางดิบดีเรื่องการพาตัวเฉินจิ้งเจียไปในตอนนั้นยามนี้แผนการทั้งหมดกลับมาลงที่เฉินจิ้งโหรวลูกสาวสุดรักของตนแทนเสียแล้ว
----------------------------
[1] สำนวนจีนรักหยกควรถนอมบุปผา หมายถึง การอ่อนโยนต่อผู้หญิง
[2] ผลผิงกั่วหมายถึง ผลแอปเปิล