ชีวิตคนเรามันสั้นนัก ผลงานชิ้นแรกก็จบสิ้นลงแล้วเหรอ?
ฉินเย่นั่งอยู่ในร้านขายของเก่าที่กำลังจะเจ๊ง รู้สึกราวกับว่าเวลาผ่านไปนานชั่วกัปชั่วกัลป์
วินาทีก่อน เขายังสำรวจโบราณวัตถุอยู่ที่ซานซิงตุยอยู่เลย และบังเอิญทำลายโลงศพกระดูก จากนั้นก็มีกลิ่นหอมประหลาดสายหนึ่งพุ่งเข้าจมูก พอหลับตาลงทุกอย่างก็เย็นเฉียบและดับวูบไป
วินาทีต่อมา เขาก็พบว่าตัวเองยังไม่ตาย แต่ทะลุมิติมายังหลานซิง โลกคู่ขนานที่มีความคล้ายคลึงกับโลกมนุษย์
เขาสูบบุหรี่อย่างเคร่งเครียด คิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ
ชาติที่แล้ว อย่างน้อยเขาก็เป็นักโบราณคดีระดับแนวหน้าของประเทศ เป็บุคคลที่โดดเด่นที่สุดในยุคปัจจุบันของหัวเซี่ย และเป็ผู้เชี่ยวชาญการประเมินโบราณวัตถุระดับหนึ่ง ต่อสู้ฝ่าฟันมากว่าสามสิบปีจนไปถึงจุดสูงสุดของความสำเร็จทางโบราณคดี
ทว่าความฝันสามสิบปีกลับกลายเป็เพียงฝันตื่นหนึ่ง
ทำไมพอเกิดใหม่มาในโลกหลานซิงชาตินี้ ตัวเขาถึงกลายเป็เ้าของร้านขายของเก่าผู้จืดชืด คอยเฝ้าธุรกิจที่กำลังตกต่ำและจวนเจียนจะล้มละลายด้วย
"อีกสามวัน ถ้าไม่มีเงินคืน ฉันจะฟันแกให้ตาย!"
นี่คือคำขู่ทิ้งท้ายของพี่เหลียงแห่งถนนของเก่าก่อนที่เขาจะจากไป
"คนอื่นเป็เ้าของร้านแล้วรุ่งเรือง แต่ฉันเป็เ้าของร้านได้สามวันกลับจะถูกฟัน?"
พอคิดว่าต้องหาเงินเจ็ดแสนหยวนให้ครบภายในสามวัน ฉินเย่ก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ
ชาติก่อนเขาทำงานกินเงินเดือนหลวง ได้เงินเดือนแค่หนึ่งหมื่นสามพันหยวน หักค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่ากวดวิชาของลูก และค่าเรียนเสริมทักษะแล้ว เหลือเงินไม่ถึงสองพันหยวน
หนี้เจ็ดแสนหยวนนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็เงินจำนวนมหาศาล!
มิน่าล่ะ เ้าของร่างคนก่อนที่ดวงซวยถึงเลือกใช้วิธีฆ่าตัวตายเพื่อจบชีวิตตัวเอง และทิ้งกองปัญหาไว้ให้เขาอย่างสมบูรณ์แบบ
"ไอ้บ้าเอ๊ย แกหลอกให้ฉันมาตายชัด ๆ !"
ฉินเย่บี้ก้นบุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่ มุมปากเต็มไปด้วยความขมขื่น
การพัฒนาของโลกใบนี้ไม่ต่างจากชาติที่แล้วมากนัก มีราชวงศ์เซี่ย ซาง โจว ยุคชุนชิวจ้านกั๋ว รวมถึงความรุ่งโรจน์ของยุคถัง ซ่ง หยวน ิ ชิง การพัฒนาทางเศรษฐกิจและอารยธรรมก็สอดคล้องกันอย่างมาก
ทว่าธุรกิจของเก่าที่เป็อุตสาหกรรมขาลงนี้ ไม่ได้รุ่งโรจน์เหมือนแต่ก่อน ในยุคที่การค้าเป็ระดับโลกและขับเคลื่อนด้วยข้อมูลขนาดใหญ่ ผู้คนฉลาดหลักแหลมจนของปลอมขายไม่ออก ถูกทิ้งไว้จนเน่าคามือคนขายทั้งหมด
ในอุตสาหกรรมที่ซบเซาเช่นนี้ คนในวงการนี้เปรียบเสมือนหนูวิ่งผ่านถนนที่ใคร ๆ ต่างก็รังเกียจ
ขณะที่ฉินเย่กำลังจมดิ่งอยู่กับการสงสัยในชีวิต เสียงอันไพเราะก็ดังขึ้นข้างหู
[ติ๊ง!]
[ผูกมัดระบบประเมินสมบัติระดับเทพ!]
[ระบบเหนืุ์ ปลุกระบบไลฟ์สดประเมินสมบัติแบบโฮโลแกรม!]
[รางวัลพร์สำหรับมือใหม่ : ตาทิพย์ทองคำ (ประเมินคุณสมบัติของทุกสรรพสิ่ง) บันทึกพันปีหัวเซี่ย (บันทึกขนบธรรมเนียมและประเพณีท้องถิ่นต่าง ๆ )]
คำแนะนำจากระบบ
[พร์ต่าง ๆ จะใช้งานได้ก็ต่อเมื่อเปิดการไลฟ์สดของระบบเท่านั้น ซึ่งเป็การไลฟ์สดโฮโลแกรมที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ สามารถเปิดการไลฟ์สดได้ทุกเวลาและทุกสถานที่ผ่านความคิดของโฮสต์ ค่าความนิยมจากการไลฟ์สดสามารถนำไปแลกเปลี่ยนในร้านค้าทลาย์ เพื่อรับรางวัลที่น่าดึงดูดใจมากมาย!]
ระบบ?
สูตรโกง?
ชาติที่แล้ว นอกจากจะเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีแล้ว ฉินเย่ยังเป็แฟนตัวยงของนิยายด้วย สำหรับเื่ระบบแล้ว เขาจึงไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย ถึงขั้นรู้สึกว่ามันสมจริงด้วยซ้ำ
ขนาดทะลุมิติเขายังเจอมาแล้ว มีระบบติดตัวมาด้วยจะแปลกตรงไหน?
แถมยังเป็การไลฟ์สดโฮโลแกรมระดับโลก?
นี่มันกำลังจะทะยานขึ้นฟ้าแล้ว!
ต้องรู้ว่า ในยุคข้อมูลขนาดใหญ่ ผู้ที่ควบคุมจำนวนการเข้าชมได้คือาา ซึ่งหมายถึงการกุมรหัสลับสู่ความมั่งคั่ง และวิธีการควบคุมจำนวนการเข้าชมที่ยอดเยี่ยมที่สุด ก็คือการไลฟ์สดอย่างไม่ต้องสงสัย!
ที่สำคัญคือการไลฟ์สดประเมินสมบัติ!
นี่มันคืออาณาจักรของเขานี่นา!
เมื่อฉินเย่ได้รับระบบประเมินสมบัติระดับเทพ เขาก็ไม่สนใจว่าท้องจะยังหิวอยู่ รีบเปิดใช้งานระบบเพื่อเริ่มการไลฟ์สดทันที
เวลาสามวัน หาเงินเจ็ดแสน!
สำหรับบัญชีไลฟ์สดที่เพิ่งเปิดใหม่ พูดตามตรง... ฉินเย่เองก็ไม่มั่นใจนัก! แต่อย่างน้อยเขาก็คงไม่ยอมให้ใครมาสับเป็ชิ้น ๆ ทันทีที่เพิ่งข้ามมิติมาเกิดใหม่หรอกนะ
ระบบเริ่มการไลฟ์สด ภาพโฮโลแกรมเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มต่าง ๆ
[ไลฟ์สดประเมินสมบัติ ประเมินไม่พลาดแม้แต่ล้านเดียว!]
เมื่อมีระบบ บวกกับวิธีการประเมินสมบัติสารพัด ฉินเย่จึงประกาศกฎไม่กี่ข้ออย่างดุดัน
[1. ประเมินสมบัติ ต้องส่งคาร์นิวัล!]
[2. ประเมินสมบัติ ให้ต่อคิวขึ้นไมค์ แม้แต่ VVIP ก็ต้องต่อคิว!]
[3. ประเมินผิดจ่ายร้อยเท่า! สตรีมเมอร์จะขายบ้านชดใช้!]
หลังจากทำสิ่งเหล่านี้เสร็จ ฉินเย่ก็เลือกรูปภาพร้านขายของเก่าของตัวเอง จัดวางให้ดูยิ่งใหญ่ แล้วนั่งรอเพื่อนนักสะสมคนแรกที่จะเชื่อมต่อไมค์!
[ติ๊ง! ยินดีด้วยที่โฮสต์เริ่มการไลฟ์สดครั้งแรก!]
[รางวัล : ตำแหน่งโปรโมตหลักของแพลตฟอร์มใหญ่!]
่กลางคืนเป็่ที่มีผู้เข้าชมไลฟ์สดสูงสุดอยู่แล้ว
บวกกับการไลฟ์สดโฮโลแกรมที่ระบบมอบให้ พร้อมทรัพยากรโปรโมตหลัก ทำให้ไลฟ์ของฉินเย่ติดสิบอันดับแรกของชาร์ตไลฟ์สดต่าง ๆ ทันที และอันดับนี้ก็ขยับสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามความนิยมที่เพิ่มขึ้น
[จำนวนคนในห้องไลฟ์สด : 110]
[จำนวนคนในห้องไลฟ์สด : 2,240]
[จำนวนคนในห้องไลฟ์สด : 15,460]
หลังจากฉินเย่ประกาศกฎสามข้อ ในสายตาของชาวเน็ตคนอื่น ๆ มันคือการสร้างจุดขายที่ยอดเยี่ยม จำนวนคนดูจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว!
[สตรีมเมอร์สู้ตายมาก ไลฟ์ประเมินสมบัติ ดูยิ่งใหญ่ดี!]
[ฟังเขาโม้ไปเถอะ ประเมินผิดจ่ายร้อยเท่า ขายบ้านออนไลน์อีก เขาคงไม่ใช่พนักงานขายบ้านหรอกนะ ่นี้บ้านขายไม่ออกหรือไง?]
[พี่ชาย โครงการิฟานดาวน์เพียงสามหมื่น สนใจลองดูไหม?]
[เศรษฐีคนนี้คิดไม่ถึงจริง ๆ ไลฟ์สดแจกบ้านออนไลน์เนี่ยนะ?]
เมื่อชาวเน็ตจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาในห้องไลฟ์สด บรรยากาศก็เดือดพล่านทันที
สตรีมเมอร์ดี ๆ ทำไมถึงเอาบ้านมาพนันแบบนี้
ฉินเย่มองจำนวนคนออนไลน์แล้วพยักหน้าอย่างพอใจ
[ระบบแจ้งเตือน : การดึงดูดสายตาคือปัจจัยแรกที่สำคัญที่สุดของสตรีมเมอร์]
เพียงไม่กี่นาที แชตก็ไหลผ่านจนตาลาย มีของขวัญชิ้นเล็ก ๆ เริ่มทยอยส่งเข้ามา แต่ของขวัญเหล่านี้ อย่างมากก็แค่สิบกว่าหยวน
[สตรีมเมอร์ เริ่มประเมินสมบัติได้แล้ว!]
[ฉันรอไม่ไหวแล้วที่จะเห็นนายขายบ้านออนไลน์!]
[โอกาสหาเงินมาถึงแล้ว ใครจะเป็คนแรกที่กล้าลองเสี่ยง?]
สำหรับแชตที่ส่งเสียงเชียร์เหล่านี้ ฉินเย่ไม่ได้ใส่ใจ คิดจะมาหาเงินจากเขาในอาณาจักรของเขา มันก็แค่ฝันกลางวัน มีระบบหนุนหลัง บวกกับความเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินสมบัติ!
ฉินเย่ไม่ได้เปิดปากพูด แต่ในหน้าจอไลฟ์สด เขาชี้ไปที่หนึ่งในกฎสามข้อที่อยู่ด้านข้าง
[ประเมินสมบัติ ให้ต่อคิวขึ้นไมค์ทีละคน!]
ถ้าไม่มีใครส่งคาร์นิวัลเพื่อขึ้นไมค์ประเมินสมบัติ เขาก็จะไม่พูดอะไรทั้งนั้น
โฮ่ วางท่าใหญ่จริง!
ชาวเน็ตตกตะลึง สตรีมเมอร์คนนี้หยิ่งเกินไปแล้ว
เขาว่ากันว่า คนมีความสามารถมักจะมีนิสัยแปลก ๆ ต่อหน้าคนนับหมื่นยังจะมาวางมาดอีก!
[ไม่ได้การ จะปล่อยให้เสียหน้าแบบนี้ไม่ได้!]
ในที่สุด สตรีมเมอร์สายตรวจห้องคนหนึ่งก็ส่งคาร์นิวัล ท่ามกลางแสงพลุที่อาบไล้หน้าจอ เขาก็กดขอขึ้นไมค์
คาร์นิวัลอันเดียวเขายังพอจ่ายไหว
ในฐานะหัวหน้าทีมสำรวจห้อง ถ้าเขาดูถูกสตรีมเมอร์ประเมินของเก่าคนนี้ไม่ได้ เขาก็จะเสียหน้าต่อหน้าคนหมื่นกว่าคน แล้วจะอยู่ในวงการไลฟ์สดต่อไปได้อย่างไร
อีกอย่าง ถ้าประเมินผิดจ่ายร้อยเท่าจริง ๆ เขาอาจจะได้บ้านมาฟรี ๆ หนึ่งหลังเลยนะ!
[พี่หู่ พี่หู่ขึ้นไมค์แล้ว!]
[พี่หู่ใจป้ำมาก!]
[พอพี่หู่มาตรวจห้อง ไม่ว่าจะเป็ใครก็หนีไม่พ้น!]
แฟนคลับของพี่หู่ตื่นเต้น กองทัพแฟนคลับตระกูลหู่ต่างพากันเยินยอไม่ขาดสาย ส่วนคนอื่น ๆ ที่มาดูเหตุการณ์ต่างพากันเงียบลง
เมื่อมีคนส่งของขวัญขึ้นไมค์ ก็มีเื่สนุกให้ดูแล้ว อยากรู้ว่าพี่หู่สายตรวจห้องจะนำสมบัติแบบไหนมาให้เซียนประเมินสมบัติคนนี้ประเมินว่าจริงหรือปลอม?
และอยากรู้ว่าสตรีมเมอร์ประเมินสมบัติคนนี้แค่สร้างภาพไปวัน ๆ หรือเปล่า
"ท่านอาจารย์ ท่านชื่อว่าอะไรครับ?"
"ฉินเย่"
หลังจากที่จางหู่ขึ้นไมค์ เขาก็พูดจาอย่างสุภาพ ไม่ได้วางท่าว่ามาหาเื่
"อาจารย์ฉิน ผมไม่ได้มาหาเื่นะครับ แค่เห็นที่คุณบอกว่าประเมินผิดจ่ายร้อยเท่า แสดงว่าอาจารย์ไม่ใช่คนธรรมดา ผมเลยอยากลองมาเสี่ยงโชคดู! ถ้าเกิดไม่สำเร็จ ก็ถือว่าผมมาช่วยสนับสนุนอาจารย์ฉินแล้วกัน"
จางหู่พูดจาได้ชัดเจนและตรงไปตรงมา ฉินเย่รู้สึกดีกับผู้ชายคนนี้เล็กน้อย แต่การที่เขากล้าเขียนว่าประเมินผิดจ่ายร้อยเท่า นั่นเพราะเขามั่นใจเต็มสิบส่วน!
"เพื่อนนักสะสมท่านนี้ คุณเป็คนแรกที่มาร้านเล็ก ๆ ของผม วันนี้เพิ่งเปิดร้าน ตามกฎแล้ว รายการนี้ผมประเมินให้ฟรีครับ" ฉินเย่กล่าวคำพูดที่น่าตกตะลึงออกมา