เสิ่นชิวเหนียงคนผู้นี้อยู่ในชีวิตหลินซื่อหลงเหลือเพียงร่องรอยเจือจางเท่านั้นเดิมทีควรจางหายไปในส่วนลึกของกาลเวลา
หากเสิ่นชิวเหนียงไม่ได้ปรากฏขึ้นตรงหน้า หลินซื่อคงลืมไปแล้วว่าเคยมีการคงอยู่ของหญิงผู้นี้ ชาติกำเนิดนางไม่ถือว่าโดดเด่นในหมู่หญิงชนชั้นสูงของเมืองหลวงแต่อย่างน้อยก็เกิดในตระกูลหมอหลวง สามีเป็นถึงอัครมหาเสนาบดีที่มีอำนาจใหญ่โตอยู่ในมือ นางเป็นตัวตนที่สูงศักดิ์ แต่เสิ่นชิวเหนียงเป็นแค่สาวใช้ธรรมดานางหนึ่ง ต่อให้คลอดลูกชายให้อัครมหาเสนาบดีกู้ ทว่าแม้แต่อนุก็ยังเป็นไม่ได้ เป็นโคลนที่ต่ำตมที่สุด ในสายตาหลินซื่อ เสิ่นชิวเหนียงก็แค่ตัวตนต่ำชั้น หากว่าตอนนี้พบเสิ่นชิวเหนียงกลางถนนหลินซื่อไม่มีทางเห็นนางอยู่ในสายตา แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกันเสิ่นชิวเหนียงปรากฏตัวในจวนตระกูลกู้ ยังเป็นกู้สุ่ยเย่ว์ที่พากลับมา เรื่องนี้ไม่ปกติยิ่งความผิดปกติของกู้จิ่งฝานกู้สุ่ยเย่ว์พาเสิ่นชิวเหนียงกลับมา เื่เหล่านี้พอร้อยเรียงเข้าด้วยกันอาจเชื่อมโยงกันเป็อุบายชั่วช้าน่าหวาดหวั่น
หลินซื่อสงบสติอารมณ์ของตนเอง ไม่มีทางเื่นี้ผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว กู้สุ่ยเย่ว์ไม่มีทางรู้ได้
สายตาคมกริบนางร่วงตกไปที่ตัวเสิ่นชิวเหนียงยังคงความสูงศักดิ์ถือตัวเช่นเดิม
ตอนเสิ่นชิวเหนียงเห็นหลินซื่อใบหน้าฉายแววตาหวาดกลัวหาใดเปรียบ ทั่วร่างอดสั่นสะท้านขึ้นมาไม่ได้กระทั่งกู้สุ่ยเย่ว์มายืนขวางอยู่เบื้องหน้านาง บังสายตาหลินซื่อเอาไว้เสิ่นชิวเหนียงถึงได้ฝืนยืนหยัด ไม่ได้สลบไป
“ฮูหยินกู้ไม่ส่งสาวใช้ให้ข้าหรือยังคิดห้ามไม่ให้ข้าใช้เบี้ยหวัดตนเองซื้อบ่าวรับใช้อีกรึ”ในวาจาที่กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยมีความนัย “อีกอย่างชิวมามาเทียบกับสาวใช้ทั่วไปพวกนั้นแล้วดีกว่ามาก อย่างน้อยคงไม่ถูกคนบงการง่ายๆ ”
บางทีอาจเพราะร้อนตัว หลินซื่อถลึงตาใส่กู้สุ่ยเย่ว์เกรี้ยวกราดหันหลังจากไปทันใด
หลินซื่อที่กลับถึงเรือนตนดูนั่งไม่ติดอย่างเห็นได้ชัด
เรื่องที่ผ่านมานานหลายปีกล้ำกรายเข้าสู่หัวนาง ตอนนั้นนางเพิ่งแต่งเข้าจวนตระกูลกู้ได้ไม่นาน เทียบกับอี๋เหนียงสามแล้วมีไหวพริบเจ้าเล่ห์กว่ามาก แต่เพราะว่าอายุยังน้อย นางไม่อยากข่มกลั้นเหมือนหลี่ซื่อที่มีชะตาแสนสั้น เห็นอี๋เหนียงสามหญิงชั้นต่ำนางนั้นวางตัวเหนือบ้านหลักแต่นางรู้ว่าหม่าซื่อได้รับความโปรดปราน หากนางระบายโทสะใส่หม่าซื่อคงกลายเป็นหญิงร้ายกาจในสายตาอัครมหาเสนาบดีกู้ทันทีประจวบเหมาะกับตอนนี้ เสิ่นชิวเหนียงโผล่มาในสายตานางพอดี
สาวใช้ชั้นต่ำ ปีนขึ้นเตียงนายท่าน แม้ให้กำเนิดบุตรชายทว่าเพราะฐานะต่ำต้อย แม้แต่จะเป็อนุก็ยังเป็ไม่ได้...
เป็กระสอบทรายระบายอารมณ์ที่ดีที่สุด
หลินซื่อจมดิ่งอยู่ในความทรงจำส่วนลึกที่เก็บซ่อนไว้ใบหน้าเดี๋ยวคล้ำเดี๋ยวขาว คล้ายกับถูกมารสิงสู่
ทุกคนในเรือนซีหัวล้วนต่างพะวักพะวน
หลังจากที่หลินซื่อล้มป่วย อารมณ์นิสัยนางก็เปลี่ยนแปลงใหญ่หลวง ระเบิดโทสะง่าย บ่าวรับใช้ในจวนต่างปรนนิบัติกันอย่างระมัดระวัง“ฮูหยิน ชาต้มเสร็จแล้วเ้าค่ะ”มามาชราวางชาไปข้างมือหลินซื่อ เอ่ยอย่างระมัดระวัง
อยู่ๆ หลินซื่อก็ลุกพรวดขึ้น มือวาดสะบัดวาดปัดถ้วยที่เต็มไปด้วยน้ำชาร้อนร่วงตกลงพื้น
“กู้สุ่ยเย่ว์ ข้าไม่มีทางให้เ้าได้ใจก็แค่สาวใช้ต่ำต้อยนางหนึ่งเท่านั้น ยังคิดมาข่มขู่ข้า”หลินซื่อเอ่ยใบหน้าบิดเบี้ยว
มามาชราเหมือนได้ยินสิ่งที่ไม่ควรได้ยิน จึงก้มหน้าลงทันใดไม่กล้าออกเสียงแม้แต่นิด
ในขณะเดียวกัน ใบหน้าเสิ่นชิวเหนียงแปรเปลี่ยนหลากสีสันคล้ายกับจมอยู่ในเื่ราวในอดีต ไม่ว่าอย่างไรก็เดินถอยออกมาไม่ได้
“ชิวมามา ชิวมามา” กู้สุ่ยเย่ว์ะโเรียกอยู่หลายครั้งเสิ่นชิวเหนียงถึงได้สติกลับมา มองกู้สุ่ยเย่ว์อย่างเลื่อนลอย
“ชิวมามา ท่านไม่อยากแก้แค้นรึ ไม่อยากได้ลูกตนเองคืนรึ” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยถาม
ในแววตาหวาดกลัวของเสิ่นชิวเหนียงทอประกายแสงวูบไหว “อยาก อยากมาก อยากทุกคืนวัน”นางอยาก อยากแก้แค้น ยิ่งอยากได้ลูกตนเองคืน แต่สองสิ่งนี้ ไม่ว่าจะสิ่งไหนล้วนแต่ห่างไกลเกินเอื้อมสำหรับนาง
ในตอนที่นางสิ้นหวังเด็กสาวอายุเยาว์ย่างกรายเข้ามาในชีวิตนาง ในที่สุดเสิ่นชิวเหนียงก็เห็นความหวัง
“ไม่นานท่านก็จะได้แก้แค้นแล้ว”
เสิ่นชิวเหนียงมองใบหน้างามล้ำเกินสามัญของกู้สุ่ยเย่ว์ในใจเกิดความเชื่อมั่นอย่างไร้สาเหตุ เสิ่นชิวเหนียงตั้งมั่นขึ้นมาอีกครั้ง
ยามค่ำ นางนอนอยู่บนเตียง ไม่ว่าอย่างไรก็นอนไม่หลับ
แสงจันทร์สาดแสง เหมือนได้กลับสู่ค่ำคืนเมื่อหลายปีก่อนนายท่านที่ดื่มจนเมามายบุกเข้ามาในห้องตนเดิมนางนึกว่าเป็่เวลาที่จะได้เปลี่ยนแปลงโชคชะตา ทว่าไม่คาดคิดว่าตามจริงแล้วกลับเป็การจมดิ่งสู่หลุมลึก
หน้าต่างพลันเปิดออกเสิ่นชิวเหนียงรีบลืมตา ร้องะโเสียงดัง “ผู้ใด...”
วาจานางยังไม่ทันเอ่ยจบก็ถูกคนปิดปากเอาไว้ของสิ่งหนึ่งกระแทกหัวนางอย่างแรงนางพลันสูญเสียสติไปเสิ่นชิวเหนียงถูกน้ำเย็นสาดจนตื่น
ตอนนี้เป็ฤดูหนาว ยังเป็ยามค่ำ เดิมทีหนาวจะแย่อยู่แล้วน้ำเย็นสาดใส่ใบหน้า ราวกับมีดน้ำแข็งบาดลงบนใบหน้า
เสิ่นชิวเหนียงหันหน้ามองไปอย่างยากลำบากก่อนจะเห็นหลินซื่อนั่งก้มหน้ามองตนอยู่บนเก้าอี้ท่าทางถือดี
หลินซื่อเห็นนางได้สติแล้วเดินลงจากที่นั่ง ราวกับ้าระบายโทสะอย่างไรอย่างนั้น ปาถ้วยชาใส่หน้าเสิ่นชิวเหนียง “เสิ่นชิวเหนียง เ้าไม่คิดถึงฐานะตนสักหน่อยรึถึงกับกล้ากลับมาที่จวนตระกูลกู้เ้าคิดกลับมารนหาที่ตายรึไร ข้าไว้ชีวิตเ้า เ้าไม่้าบัดนี้กลับคิดรนหาที่ตาย หมดทางเยียวยาแล้วจริงๆ ”
เสิ่นชิวเหนียงหวาดกลัวถึงขีดสุด ทว่าไม่ใเสียขวัญอีกนางเบิกตาอยู่อย่างนั้น มองหลินซื่อ
“หลินเย่หรู เจ้าเหลือทางรอดไว้ให้ข้าจริงๆ รึ เจ้าแย่งลูกข้าไป ไล่ข้าออกจากจวนตระกูลกู้ ที่เจ้าทำพวกนี้ยังเรียกว่าเหลือทางรอดให้ข้ารึสิบกว่าปีมานี้ ข้าใช้ชีวิตราวกับตายทั้งเป็น ราวกับใช้ชีวิตอยู่ในนรก” “เจ้าพาพวกเราแม่ลูกกลับมาที่เรือนซีหัว ในสายตาคนอื่น เจ้าเป็นนายหญิงใหญ่ผู้ปราดเปรื่องมีเมตตา รักใคร่ลูกหลานจวนตระกูลกู้ แต่คนที่อยู่ในเรือนซีหัวต่างรู้ดีว่าเจ้าปฏิบัติกับพวกเราแม่ลูกอย่างไรเจ้าเห็นพวกเราเป็นเหมือนของเล่น ระบายความไม่พอใจลงบนตัวข้า เจ้าให้ข้าทำในสิ่งที่ต่ำช้าที่สุด ซักเสื้อผ้าเทกระโถนให้เจ้า เจ้าให้ข้าแช่น้ำในฤดูหนาวเจ้าปักเข็มใส่มือข้าสั่งให้ข้าทำงานปักเย็บ เจ้ายังเอาลูกข้า...”เสิ่นชิวเหนียงสูดลมหายใจ ก่อนเอ่ยขึ้นต่อ“เ้าใช้ลูกข้าลองยา ยังข่มขู่ข้า หากข้าไม่มอบลูกให้เ้า เ้าก็จะให้ลูกข้าตายเ้าให้พวกเราแม่ลูกแยกจากกัน...จิ่งฝานของข้า ลูกข้า”
เสิ่นชิวเหนียงเอ่ย ขอบตาแดงก่ำ น้ำตาร่วงหล่น
นางนึกภาพลูกชายตนที่นอนอยู่บนเตียง แค่ช่วงสั้นๆกลับผอมแห้งจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ลมหายใจที่พ่นออกยิ่งมายิ่งน้อย นางมองลูกนางน้ำตาคลอเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นออกจากจวนตระกูลกู้นางอับจนหนทาง อยู่ในเรือนซีหัว หลินเย่หรูเป็เหมือนฟ้า ไม่มีผู้ใดกล้าขัดความ้านางนางเลยหมดทางเลือก ทำได้เพียงมอบลูกตนให้หญิงอำมหิตนางนี้
“แล้วอย่างไร เ้าเป็แค่สาวใช้ชั้นต่ำไร้ยางอายนางหนึ่งกลับปรารถนาชีวิตที่ไม่ใช่ของเ้า เหมือนหม่าซื่อนางชั้นต่ำนั่น จิ่งฝาน ฮึจิ่งฝานเป็ลูกข้าแล้ว ในสายตาเขามารดาผู้ให้กำเนิดเป็หญิงใจแตกหนีตามชายทอดทิ้งเขา มีแค่ข้าที่เป็มารดาเขาเขาเคารพรักข้า...”
วาจาหลินซื่อยังไม่ทันเอ่ยจบ ประตูพลันถูกผลักเปิดในตอนที่เห็นคนหน้าประตู ลำคอนางเหมือนถูกบีบรัด แม้แต่ประโยคเดียวก็เอ่ยไม่ออก กู้สุ่ยเย่ว์ยืนอยู่ตรงนั้น และด้านหลังนางที่ยืนอยู่ก็เป็นกู้จิ่งฝานร่างกายกู้จิ่งฝานมีรากฐานดี หลังถอนพิษแล้วฟื้นฟูรวดเร็วนอกจากสีหน้าซีดขาวแล้ว ทุกอย่างเป็ปกติ เวลานี้ เขายืนอยู่ตรงนั้นสายตากวาดมองระหว่างหลินซื่อและเสิ่นชิวเหนียง สีหน้าฉายแววเหลือเชื่อ
เดิมทีเขานึกว่าหลินซื่อแค่เกลียดกู้สุ่ยเย่ว์ จึงคิดหาแผนการต่างๆนานาอยากให้นางตาย ดังนั้นถึงทำเื่สุดโต่งเช่นนี้ออกมาได้ เขาคิดไม่ถึงว่าจริงๆแล้วความจริงจะเป็เช่นนี้
หากไม่ได้ยินกับหูเขาไม่มีทางกล้าเชื่อว่ามารดาที่เขาเคารพรักมาตลอดจริงๆ แล้วจะเป็คนเช่นนี้
คำกล่าวเมื่อครู่พวกนั้นรวมถึงหญิงชราน่าสงสารที่นอนฟุบอยู่บนพื้นล้วนแต่ชี้ชัดแล้วว่าหลินซื่อเป็คนอำมหิตเพียงใด
“จิ่งฝาน!”
“จิ่งฝาน!”
เสียงคนสองคนดังขึ้นพร้อมกัน เสียงหนึ่งมาจากหลินซื่อแฝงแววตื่นตระหนก ร้อนใจอยากจะอธิบาย อีกเสียงมาจากเสิ่นชิวเหนียง แฝงความคิดถึงและโหยหาลึกซึ้ง“จิ่งฝาน ทั้งหมดเป็อุบายของกู้สุ่ยเย่ว์ ที่เ้าได้ยินที่เ้าเห็นล้วนแต่ไม่ใช่ความจริง” หลินซื่อเอ่ยอธิบายสุดกำลัง
กู้จิ่งฝานไม่ได้เดินไปทางหลินซื่อ แต่เข้าไปประคองเสิ่นชิวเหนียงหญิงชราที่ล้มอยู่บนพื้น เสิ่นชิวเหนียงมองจิ่งฝานเลื่อนลอยสิบสี่ปีแล้วจากเด็กทารกอ่อนแอลูกชายของนางเติบใหญ่กลายเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาแล้วนางไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะได้พบลูกชายตน ยังสัมผัสตัวเขาได้... หลินซื่อถูกฉากภาพนี้ทิ่มแทงถึงเวลานี้นางควรเข้าใจแล้วนี่เป็นกับดักกับดักนี้ทำให้นางสูญเสียที่พึ่งสุดท้ายไปนางไม่ใช่สตรีที่อัครมหาเสนาบดีกู้โปรดปรานที่สุด แต่กลับได้เป็นผู้ที่กุมอำนาจในจวนส่วนหลังแห่งนี้ เป็นแม่ใหญ่จวนตระกูลกู้แต่กระนั้นกู้สุ่ยเย่ว์ก็ทำให้นางสูญเสียทุกอย่างไป กู้เชียนชิงชังนางฮูหยินผู้เฒ่าไม่ชอบหน้านางนานแล้ว ไม่มีกู้จิ่งฝานนางอยู่ในจวนแห่งนี้คงไม่อาจยืนหยัดได้อีกต้นสายปลายเหตุของเื่ราวทั้งหมดมาจากกู้สุ่ยเย่ว์
สายตาเหี้ยมเกรียมของหลินซื่อพุ่งไปที่กู้สุ่ยเย่ว์นางยืนขึ้นจากที่นั่ง ลอบเข้าใกล้กู้สุ่ยเย่ว์อย่างเงียบเชียบ ชักมีดในมือออกมาใบมีดส่องประกายสีเงินในราตรีมืดมิด พุ่งแทงไปทางกู้สุ่ยเย่ว์ กู้สุ่ยเย่ว์ยังไม่ได้หลบกู้จิ่งฝานพลันลุกขึ้นยืน ยื่นเท้าวาดออกไปเตะหลินซื่อจนกระเด็นออกไปพร้อมกับมีด