บทที่ 29
เป้าหมายสำคัญ
หลี่หยางที่ได้วิ่งมาบริเวณทิศตะวันออกของให้เขาได้พบเจอเข้ากับเป้าหมายของตนเองมุมปากทั้งสองข้างเผยยกยิ้มออกมาอย่างดีใจ“ เจอแล้ว ”
เมฆสีดำสนิทเคลื่อนไหวไปมา้าท้องนภารัตติกาลอันแสนวุ่นวายกลุ่มก้อนควันสีดำลอยขึ้นปกคลุมท้องนภาแห่งนี้เอาไว้แสงสว่างไสวจากเปลวเพลิงที่มันถูกขึ้นภายในค่ายได้ส่องแสงสว่างไสวไปทั่วทั้งบริเวณ
แต่ว่าบริเวณทิศตะวันออกของค่ายบริเวณนี้ไม่ได้มีการก่อจลาจลเกิดขึ้นมันเลยทำให้อาหารบริเวณนี้ทำการลุกหน้าออกไปจากส่วนนี้แล้วก็ไปช่วยในส่วนอื่น
กองกำลังส่วนใหญ่มันเลยหายไปจนหมดทำให้การป้องกันนั้นน้อยลง
แต่หลี่หยางเขาได้มุ่งตรงมาที่จุดมีเพราะว่ามีจุดประสงค์บางอย่างตอนนี้เขาให้เจอสิ่งที่ตนเองนั้นหมายตาเอาไว้แล้ว
เขาทำการวิ่งมาถึงบริเวณนี้สิ่งที่เขาพบเจออยู่ด้านหน้าของเขามันคือชายผู้นึงชายคนนั้นเป็ชายวัยกลางคนร่างกายกำยำล่ำสันส่วนสูงของมันน่าจะสูงกว่าคนธรรมดาทั่วไปเกือบจะ1 เท่าตัวทั่วทั้งร่างกายสวมใส่ชุดเกราะสีดำสนิทที่ดูล้ำค่าเป็สัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความแตกต่างของยศและตำแหน่งบริเวณด้านหลังของมันมีผ้าคลุมสีดำสนิทปลิวไสวไปมาตามแรงลม
ชายคู่นั้นมองดูภายนอกแล้วก็รู้ได้ในทันทีว่าตัวของมันเป็คนที่แตกต่างจากพวกทหารธรรมดาทั่วไปภายในกองทัพ
หลี่หยางที่ใช้ดวงตาของตัวเองจ้องมองไปสิ่งที่มันปรากฏด้านหน้าของเขามันคือข้อความจากระบบที่แจ้งเตือนขึ้นมา
---
ชื่อแม่ทัพเผ่ามาร LV.71
เผ่ามาร เพศ ชาย
HP[4350/4350]
--
เมื่อได้มองเห็นข้อความจากระบบที่มันแจ้งเตือนขึ้นมาตรงหน้าของเขาเขาได้ทำการยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจนี่แหละที่กลัวเขานั้น้า
‘ คิดว่าจะไม่เจอแล้วซะอีกในที่สุดก็เจอจนได้ระดับ level ต่างกันประมาณสิบเลเวลน่าจะไหวอยู่’ หลี่หยางเขาทำการคิดในใจพร้อมกับกำกระบี่ภายในมือของตนเองแน่น
ตัวของเขาพร้อมที่จะทำการพุ่งเข้าไปโจมตีอีกฝ่ายทุกเมื่อ
นี่คือเป้าหมายที่แท้จริงของเขาที่เขารับเข้ามาทำภารกิจในครั้งนี้การได้เผชิญหน้ากับแม่ทัพของอีกฝ่าย
ภายในกองทัพคงจะมีแม่ทัพอยู่มากมายคนผู้นี้ไม่ใช่แม่ทัพสูงสุดแต่ว่าเขาสามารถสังหารมันได้มันก็น่าจะทำให้ผ่านเงื่อนไขของเควสที่เขานั้นยังคงค้างอยู่เอาไว้ได้
หลี่หยางมองดูบริเวณรอบๆเมื่อเขาได้ลองมองดูแล้วพื้นที่บริเวณรอบนอกมันมีคนของเผ่ามารมากเกินไป
บุรุษผู้นั้นทำการแฝงตัวเข้าไปภายในเงามืดเขาทำการหยิบมีดสั้นเล่มหนึ่งขึ้นมาแล้วก็ทำการปามันออกไปมุ่งตรงใส่ร่างของแม่ทัพที่กำลังยืนอยู่หน้ากระจก
ฟิ้ว!!! มีดสีดำพุ่งทะยานอย่างรวดเร็วพุ่งตรงเข้าไปหาร่างของเป้าหมายที่กำลังยืนอยู่สุดสายตา
ระยะห่างประมาณ 20เมตร เขาทำการปามีดด้วยความรุนแรงพุ่งตรงเข้าไปหาคนผู้นั้นส่วนทิศทางที่เล็งอยู่นั้นมันก็คือศีรษะของอีกฝ่าย
หลี่หยางเฝ้ามองดูผลของการกระทำของตนเองดวงตาของเขาจ้องมองการโจมตีที่ตนเองขว้างปาออกไปอย่างไม่ละสายตา
การโจมตีพุ่งตรงไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วทิศทางนั้นมุ่งตรงเข้าไปสู่ด้านหลังของอีกฝ่าย
แต่แล้วร่างกายอันใหญ่โตก็ได้ขยับดวงตาอันเฉียบคมและประสาทััที่ไม่เป็รองผู้ใดสามารถััได้ถึงการโจมตีที่รอบเข้ามา
มันทำการหันใบหน้ามาด้านหลังอย่างรวดเร็วฝ่ามือยกขึ้นแล้วก็คว้าจับมีดเล่มนั้นเอาไว้ได้อย่างอยู่หมัดขมับ!!!
หลี่หยางมองเห็นเช่นนั้นเขาซ่อนตัวเข้าไปภายในความมืดอีกครั้งแล้วก็เลือกเคลื่อนที่ออกจากจุดนี้อย่างรวดเร็ว
กระนั้นดวงตาและประสาทััที่เฉียบคมของคนผู้นั้นก็สามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน
มันไม่รีรอทำการค้าหยิบดาบเล่มใหญ่ของมันออกมาจากบริเวณข้างเอวแล้วก็พุ่งตรงไปยังทิศทางที่มันสามารถััได้
หลี่หยางให้ทำการวิ่งออกมาจากจุดนั้นเขาได้ออกมาจากบริเวณพื้นที่ของค่ายพักแรมของพวกกองทัพมาร
เผื่อเขาหลุดออกมาภายในบริเวณนี้มันเป็ลานโล่งกว้างที่อยู่ติดกับป่าขนาดใหญ่
หลี่หยางกำลังเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็วแต่ในขณะที่เขากำลังเคลื่อนที่ไปด้านหน้าอยู่นั้น
ร่างของคนผู้หนึ่งพุ่งผ่านศีรษะของเขาไปด้วยวิชาตัวเบาอันล้ำเลิศมันพุ่งตรงไปหยุดอยู่บริเวณด้านหน้าของเขาเพื่อขวางกั้นทางหรือเอาไว้
ตึก!!!ผู้ที่มาปรากฏกายขวางกั้นด้านหน้าของเขาอยู่ไม่ใช่ใครอื่นนั่นก็คือแม่ทัพของเผ่ามารที่ตัวของเขานั้นทำการปามีดใส่มันเมื่อครู่
ในครั้งนี้ได้เผชิญหน้ากันอย่างตรงๆดวงตาจ้องมองไปที่คนผู้นั้นคนผู้นี้เป็ชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าเหี้ยมเกรียมร่างกายสูงใหญ่แถมยังมีผิวสีเข้ม
ภายในมือนั้นก็ถือดาบสีดำสนิทที่มันมีลวดลายของหัวกะโหลกประดับอยู่มองดูแล้วมันไม่น่าจะใช่ของธรรมดาทั่วไปเพราะว่าออร่าที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากตัวอาวุธมันไม่ได้อยู่ในระดับธรรมดา
ชายที่อยู่ด้านหน้าจ้องมองตรงมาที่คนที่ทำการปามีดไปตัวของมันด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยมันจ้องมองอยู่สักพักก่อนที่จะเอ่ยปากออกมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม “เ้าสินะที่เป็คนลงมือทำการเผาเสบียง ”
หลี่หยางที่กำลังอยู่ด้านหน้าเขาได้ยกยิ้มก่อนที่จะหันใบหน้าของตัวเองไปมองบริเวณรอบรอบ“ หนึ่งในแม่ทัพทำการเดินทางและผ่านเข้ามาโดยไม่มีผู้ติดตามเช่นนี้มันจะดีอย่างนั้นรึ? ”
รอบๆร่างกายของคนผู้นั้นไม่มีผู้ติดตามมาด้วยเลยสักคนเพราะว่าเขานั้นรีบวิ่งตามออกมาเพื่อไล่ตามคนที่เล่นงานเขาอีกทั้งสถานการณ์ในตอนนี้มันเต็มไปด้วยความวุ่นวายคงจะไม่มีผู้ใดสนใจมัน
เมื่อได้ยินเช่นนั้นใบหน้าของผู้ที่อยู่ด้านหน้าเปลี่ยนไปก่อนที่มันจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม“ อย่าบอกนะว่าเ้าตั้งใจจะล่อให้ข้าออกมาเพื่อพบเจอแล้วก็เผชิญหน้ากับเ้าตรงๆ ”
นั่นคือสิ่งที่คนผู้นี้สามารถคิดได้มันรู้ทันไปเสียหมดทุกอย่าง
หลี่หยางทำการยกยิ้มขึ้นอย่างเ้าเล่ห์นี่แผนการของเขาคนผู้นี้คิดอ่านได้ถูกต้อง
ที่เขาทำการปามีดไปรู้อยู่แล้วว่าอย่างไรเสียก็ไม่มีทางที่จะสังหารอีกฝ่ายได้แต่ว่าตัวของเขาตั้งใจจะว่ามันออกมาต่างหาก
บริเวณพื้นที่ด้านในเต็มไปด้วยผู้คนมากมายซึ่งถ้าเขาจะทำการลอบสังหารมันดูยากเกินไป
หลี่หยางเขาทำการตั้งท่ากระบี่ภายในมือถูกยกขึ้นแล้วก็ชี้ตรงไปด้านหน้าไปหาอีก
‘ ให้ตายเถอะไม่รู้ว่าจะไหวหรือเปล่าด้วยนี่ตัวของเราทำบ้าอะไรวะเนี่ย’แม้ว่าบนใบหน้าจะเต็มไปด้วยความมั่นใจและเต็มไปด้วยรอยยิ้มแต่ว่าภายในใจก็บังเกิดคำถามนั้นขึ้นมา
มองดูร่างกายของอีกฝ่ายมันมีหลายๆอย่างที่แตกต่างกับเขาไม่ใช่เพียงแค่ระดับของพลังเท่านั้นแต่ว่าเครื่องสวมใส่ทั่วทั้งร่างกายของมันก็ล้วนแล้วแต่เป็ของฉันยอดแตกต่างจากเขาอย่างสิ้นเชิง
“ สามหาว!! ”ผู้ที่อยู่ด้านหน้าเปล่งเสียงเคร่งขรึมดาบภายในมือของมันทำการตั้งท่า
ร่างของมันพุ่งทะยานมาด้านหน้าอย่างรวดเร็วความรวดเร็วในการเคลื่อนไหวดุจราวกับสายลมเครื่องป้องกันที่มีน้ำหนักมากกว่า 50กิโลกรัมที่มันสวมใส่อยู่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ทำให้ร่างกายของมันเคลื่อนไหวช้าลงเลยแม้แต่น้อย
เพียงแค่พริบตาเดียวมันก็มาปรากฏกายอยู่บริเวณด้านหน้าดาบขนาดใหญ่ยกสูงขึ้นเหนือศีรษะแล้วก็ทำการตวัดลงมาอย่างรวดเร็ว
----
ระบบ สามารถตรวจจับจิตสังหารได้
----
ข้อความจากระบบแจ้งเตือนขึ้นด้านหน้า
แม้ว่าจะไม่มีข้อความจากระบบแต่เขาก็สามารถมองเห็นได้ด้วยสายตาของตนเองหลี่หยางเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วหลบการโจมตีนั้น
ร่างกายของเขาเคลื่อนที่หลบไปทางด้านซ้ายอย่างรวดเร็วเขาสามารถเคลื่อนที่หลบการโจมตีนั้นได้
หลี่หยางทำการยกยิ้มขึ้นที่มุมปากของตนเองเขานั้นยกยิ้มขึ้นในใจเมื่อเขาสามารถหลบการโจมตีของอีกฝ่ายได้มันก็แสดงว่าเขาสามารถใช้การโจมตีสวนกลับไปได้
ในขณะที่เขากำลังเคลื่อนที่มาบริเวณข้างๆปากของเขาที่ทำการยกยิ้มขึ้นมามันก็ได้แปรเปลี่ยนไปเมื่อเขาทำการตั้งท่าแล้วพร้อมที่จะโจมตีใส่ร่างกายของอีกฝ่ายที่กำลังอยู่ในสภาพที่ตวัดดาบ
การที่รอยยิ้มของเขาที่หุบลงไปมันก็เป็เพราะว่าเขาสามารถััได้บางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น
ดาบขนาดใหญ่ที่พุ่งตรงเป้ามันกำลังจะพุ่งตกลงไปกระแทกกับพื้นเมื่อมันทำการพุ่งลงไปกระแทกกับพื้นสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นมันกลับไม่เกิด
การโจมตีนั้นมันมีพลังปราณถูกปลดปล่อยออกมาจากบริเวณปลายดาบแล้วก็ทำการสร้างกลายเป็เหมือนกับแรงสั่นะเืเอาไว้
ดาบนั้นหยุดลงมันหยุดลงก่อนที่จะฟันลงไปที่พื้นและแล้วมันก็จะเปลี่ยนทิศทางดาบที่ถูกเหวี่ยงออกมาด้วยความรุนแรงรวดเร็วขนาดนั้นมันก็สามารถเปลี่ยนทิศทางแล้วก็เหวี่ยงพุ่งตามมาหาเขาอย่างรวดเร็ว
“ การโจมตีหวนกลับ!!! ”
การโจมตีพุ่งตามร่างของเขามาอย่างรวดเร็วหลี่หยางดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างเขาไม่เคยพบเจออะไรที่เป็แบบนี้มาก่อน
ดาบพุ่งตามเข้ามาอย่างรวดเร็วทันใดนั้นเองสัญชาตญาณภายในร่างกายของเขาก็ตอบสนองอย่างเต็มที่ร่างกายขยับเขยื้อนอย่างรวดเร็วตอบสนองกับความคิดและสัญชาตญาณ
หลี่หยางกัดฟันแน่นยกกระบี่ในมือของตนเองขึ้นมาป้องกันการโจมตีนั้น
เพล้ง!!!เสียงดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณแรงของการโจมตีอัดกระแทกร่างกายของเขากระเด็นออกมาจากจุดนั้นหลายเมตร
---
ระบบ ท่านได้รับความเสียหาย
---
บุรุษหนุ่มกระเด็นเกลือกกลิ้งไปกับพื้นก่อนที่เขาจะรีบลุกขึ้นมาตั้งหลักอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือเขายกขึ้นมาจับกุมบริเวณหน้าอก‘ อะไรกัน? ’
‘ เกือบไปแล้วถ้ายกกระบี่ขึ้นมากันไม่ทันคอได้ขาดไปเรียบร้อยแล้วอย่างแน่นอน’ หลี่หยางตัวของเขารู้ดีอยู่แก่ใจเขามองเห็นภาพที่ตนเองนั้นศีรษะหลุดออกจากบ่าได้อย่างชัดเจนเลยถ้าเขาไม่สามารถยกระบี่เล่มนั้นขึ้นมากันเอาไว้
ฝ่ามือของเขายกขึ้นมาแล้วก็มองดูฝ่ามือที่ถือกระบี่เอาไว้มันกำลังสั่นเกิดจากการรับการโจมตีที่รุนแรง
เขามองตรงไปที่ศัตรูด้านหน้าอีกครั้ง‘ เ้านี่แข็งแกร่งกว่าที่คิด
จบบท