ทะลุมิติมาเป็นแพทย์หญิงตัวร้ายพร้อมลูกชายอัจฉริยะ【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 33 ความแตกต่างระหว่างบุรุษและสตรี

            โม่อวี้เฉินไม่ได้ลังเลแม้แต่น้อยเขายังคงก้าวไปข้างหน้า พลันยกมือฟาดใส่หยวนจิ่วไปหนึ่งฝ่ามือแม้ฝ่ามือนี้จะไม่ได้ใช้พลังมากนักทว่าก็ทำให้หยวนจิ่วถอยหลังไปหลายก้าวในคราเดียว ไม่อาจต้านทานได้ทัน

            โม่อวี้เฉินอาศัยจังหวะนี้สะกดจุดชีพจรของหยวนจิ่วแล้วพาตัวเขามาวางไว้เบื้องหน้ากู้ชิงเฉิง

            โม่อวี้เฉินขมวดคิ้วแน่นสีหน้าไม่สู้ดีนัก เขามองสำรวจหยวนจิ่วอย่างละเอียด ใบหน้าของหยวนจิ่วยังคงดำคล้ำดวงตาก็แดงก่ำ แลดูน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก ราวกับไม่ใช่มนุษย์หรือจะเป็นอสุรกายก็ไม่เชิง

            “นี่มันเรื่องอันใดกัน เขาถูกพิษรึ?” โม่อวี้เฉินหรี่ตาลงมุมปากยกขึ้นเล็กน้อย หยวนจิ่วผู้นี้เป็นปรมาจารย์ด้านพิษแท้ๆกลับยังถูกพิษเสียได้

            “ใช่ เขาถูกพิษ” กู้ชิงเฉิงพยักหน้าและก้าวเข้าไปจับชีพจรของหยวนจิ่ว สีหน้าของนางดูสงบยิ่งนัก

            “นี่คือพิษอันใด เหตุใดถึงได้ทำร้ายตนเองถึงเพียงนี้!” โม่อวี้เฉินเองก็สนใจเรื่องนี้ ในสายตาของเขาแล้วสิ่งนี้ไม่ได้ดูคล้ายการถูกพิษเลย

            “เขายังคงมีสติ ยังคงมีเหตุผล เพราะหากไม่มี เขาคงทำร้ายผู้อื่นไปแล้ว”กู้ชิงเฉิงก็มีความกังวลอยู่บ้าง เมื่อพิจารณาจากชีพจรแล้วไม่ได้ดูเหมือนว่าได้ทดลองพิษใหม่แต่ดูเหมือนพิษเก่าที่อยู่ในกายเขาไม่อาจกดเอาไว้ได้ จึงระเบิดออกมา แท้จริงแล้วสภาพเช่นนี้อันตรายยิ่งนัก

            ก็เพราะร่างกายของหยวนจิ่วเป็นเช่นนี้เองจึงทำให้สำนักหรูอี้ไม่อาจดำรงอยู่ต่อไปได้และในตอนนั้นกู้ชิงเฉิงก็ได้บังเอิญพบหยวนจิ่วที่มีอาการพิษกำเริบนางจึงได้ยื่นมือเข้าช่วยเขาไว้

            ในตอนนั้นหยวนจิ่วไม่ยอมแพ้แต่เมื่อลงมือต่อสู้ เขาก็ไม่ใช่คู่มือของกู้ชิงเฉิงเลยทว่าเขาภาคภูมิใจในวิชาพิษของตนเองมาโดยตลอด

            ต่อให้มียอดฝีมือที่แข็งแกร่งเพียงใดแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าวิชาพิษของเขาแล้ว ก็ล้วนแต่จบชีวิตลงอย่างอนาถสิ้นดังนั้นเขาจึงคิดว่าวิชาพิษของตนเองไร้เทียมทาน ทว่าเขากลับพ่ายแพ้ต่อกู้ชิงเฉิง

            หลังจากปะทะกับกู้ชิงเฉิงหลายครั้งเขาจึงได้รู้ว่าวิชาพิษของตนเองนั้นด้อยกว่านางมากมายนัก ไม่ว่าจะเป็นการปรุงพิษการใช้พิษ หรือการวางพิษ ก็ล้วนแล้วแต่ไม่อาจเทียบกับกู้ชิงเฉิงได้เลย

            เขาคุกเข่าลงขอคารวะนางขอให้นางรับเขาเป็นศิษย์ ทว่ากลับถูกกู้ชิงเฉิงปฏิเสธเพราะในตอนนั้นกู้ชิงเฉิงได้รับอันอี้ฝานเป็นศิษย์แล้วอีกทั้งนางยังให้ความสำคัญกับวิชาแพทย์ของตนเองมากกว่า

            นางคิดว่าเกี่ยวกับวิชาพิษเพียงแค่เข้าใจหลักการทางทฤษฎี และสามารถเรียนรู้วิธีการถอนพิษได้ก็เพียงพอแล้ว

            “เขา…เป็นคนทำให้ตัวเองอยู่ในสภาพเช่นนี้เชียวรึ!” โม่อวี้เฉินเอ่ยอย่างไม่อยากจะเชื่อนักและรู้สึกจนใจอยู่เล็กน้อย

            “ไม่น่าใช่” กู้ชิงเฉิงกลับส่ายหน้า “เขาเคยสัญญาไว้กับข้าว่าจะไม่ทดลองพิษอีก”

            ก่อนหน้านี้นางได้ช่วยเขาควบคุมพิษเก่าเอาไว้แล้วการที่มันกำเริบขึ้นมาอย่างกะทันหันในวันนี้ ทำให้นางรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง

            นางหันไปมองหยวนจิ่วซึ่งมีสีหน้าเจ็บปวดแต่กลับขยับตัวไม่ได้

            “ข้าไม่ได้ทดลองพิษ” หยวนจิ่วเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก“ข้าเพียงแค่ช่วยคุณชายน้อยปรุงหงเหยียนซาเท่านั้น”

            กู้ชิงเฉิงพยักหน้านางยกแขนขึ้น เพื่อแบกหยวนจิ่วขึ้นมา

            ทว่าก่อนที่นางจะก้าวออกไปโม่อวี้เฉินก็ยกมือขวางกั้นนางไว้ “ให้ข้าจัดการเองเถิด”พูดจบ เขาก็ลงมือแบกหยวนจิ่วขึ้นบ่าของตนเอง

            ภรรยาของเขาจะไปแบกบุรุษอื่นได้อย่างไรเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!

            เมื่อเห็นเขาเป็นเช่นนั้นกู้ชิงเฉิงก็ไม่ได้มีความเห็นใด ปล่อยให้เขาทำไปตามใจ

            “วางเขาให้นอนราบลง ข้าจะฝังเข็มถอนพิษให้เขาก่อนจากนั้นค่อยมาดูกันว่าเกิดอันใดขึ้น” กู้ชิงเฉิงพาโม่อวี้เฉินมาถึงเรือนของหยวนจิ่วแล้วตรงเข้าไปในห้องนอนของเขา

            “เจ้าจะฝังเข็มให้เขาอย่างนั้นรึ?” โม่อวี้เฉินรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย

            “ใช่” กู้ชิงเฉิงพยักหน้า “ข้าคือหมอเทวดากู้นี่”

            “บุรุษสตรีมีความแตกต่าง ย่อมควรแยกจาก” โม่อวี้เฉินกลับรู้สึกว่าไม่เหมาะสม

            กู้ชิงเฉิงรู้สึกว่าคุยกับเขาไม่รู้เรื่องนางจึงไม่ได้สนใจเขา แล้วลงมือถอดเสื้อผ้าของหยวนจิ่วด้วยตนเอง

            “หยุดเดี๋ยวนี้!” โม่อวี้เฉินไม่อาจยอมรับได้ไม่ว่าอย่างไรเขาจึงตะโกนเสียงดังลั่น

            กู้ชิงเฉิงจ้องมองโม่อวี้เฉินราวกับเห็นสัตว์ประหลาดก่อนจะก้มหน้าทำสิ่งที่ค้างอยู่ต่อไป

            เมื่อเห็นดังนั้นโม่อวี้เฉินก็ไม่พอใจ เขาเอื้อมมือคว้าแขนของนางที่กำลังจะถอดเสื้อผ้าหยวนจิ่ว“สวนหรูอี้แห่งนี้ไม่มีคนรับใช้เลยรึถึงกับต้องให้เจ้าถอดเสื้อผ้าให้เขาด้วยตนเอง?” แววตาของเขาฉายแววเย็นชา

            “องค์รัชทายาทมิใช่ทรงก้าวก่ายเรื่องของข้ามากเกินไปหรือ? ข้าเต็มใจจะช่วยเขาเองเพคะ!” กู้ชิงเฉิงรู้สึกว่าชายผู้นี้ช่างพูดจามากความนักและยังชอบสอดรู้สอดเห็นเสียจริง

            นางพยายามดึงมือกลับและตั้งใจจะทำสิ่งที่ค้างไว้ต่อไป แต่โม่อวี้เฉินกลับยกมือคว้าตัวนางขึ้นแล้วเดินตรงไปยังประตู จากนั้นจึงหันไปสั่งคนรับใช้นอกเรือน“ไปผลัดอาภรณ์ให้เจ้านายของพวกเจ้าเสีย”

            กู้ชิงเฉิงไม่อาจเข้าใจความคิดของโม่อวี้เฉินได้เลยนางยกมือผลักเขาเล็กน้อย “เรื่องในสวนหรูอี้ไม่ใช่เรื่องที่ท่านจะมาออกคำสั่งได้! คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?”

            “เรื่องของผู้อื่น ข้าไม่สนใจ แต่ถ้าเป็นเรื่องของเจ้า ข้าจำเป็นต้องดูแล”โม่อวี้เฉินกล่าวอย่างเย็นชา ไม่ว่าก่อนหน้านี้จะเป็นอย่างไรแต่ตอนนี้นางก็ยังเป็นชายาของเขา

            กู้ชิงเฉิงรู้สึกไม่สบอารมณ์นางกัดฟัน และมองโม่อวี้เฉิน “องค์รัชทายาททรงไม่มีอะไรจะทำแล้วหรือเพคะ?”

            “ใช่” โม่อวี้เฉินอุ้มกู้ชิงเฉิงไว้สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความดื้อดึงแน่วแน่

            ไม่นานก็มีคนรับใช้เดินเข้าไปในห้องเพื่อช่วยหยวนจิ่วถอดเสื้อผ้า

            “โม่อวี้เฉิน ตอนนี้เขาเป็นคนไข้ของข้าระหว่างแพทย์กับคนไข้ไม่มีการแบ่งแยกชายหญิงการกระทำของท่านเป็นการขัดขวางการรักษาคนไข้ของข้า” กู้ชิงเฉิงดิ้นรนสองสามครั้งนางสะบัดข้อมือเล็กน้อยใบไม้สองสามใบที่อยู่ไกลออกไปก็พุ่งเข้าใส่โม่อวี้เฉินในทันที รวดเร็วดุจสายฟ้าทั้งยังไร้เสียงไร้เงา

            โชคดีที่โม่อวี้เฉินเคยสัมผัสความสามารถของนางมาก่อนแล้วจึงได้เตรียมพร้อมรับมือ เขาจึงพลิกตัวหลบหลีกได้ทัน

            อันที่จริงหากเป็นคนอื่น แม้จะเตรียมพร้อมรับมือแล้วก็อาจจะไม่สามารถหลบหลีกได้ทันด้วยความเร็วขนาดนี้

            “เขาไม่ตายง่ายๆ หรอก เจ้าจะรีบร้อนไปทำไม” โม่อวี้เฉินกล่าวอย่างแผ่วเบาพลางมองเข้าไปในห้อง“เอาผ้าห่มคลุมตัวเจ้านายของพวกเจ้าให้ดี”

            จากนั้นเขาจึงยอมปล่อยกู้ชิงเฉิง“เชิญเถิด ไปรักษาคนไข้ของเจ้าได้แล้ว”

            เขาอยากรู้ยิ่งนักว่าในเวลาห้าปีนางกลายเป็นหมอได้อย่างไร? นางไม่ได้เรียนวรยุทธ์หรอกหรือ?

            แม่ทัพไป๋และบุตรชายทั้งสิบเอ็ดคนของตระกูลไป๋ได้ทุ่มเทสอนนางมาตั้งแต่เล็กวรยุทธ์ของนางสามารถกวาดล้างทั่วเมืองหลวงได้เลยทีเดียว

            แน่นอนว่าแม้วรยุทธ์ของนางจะสูงส่งยิ่งนักแต่กลับอ่านหนังสือได้ไม่กี่ตัว เรื่องอักษร ดนตรี หมากรุก ภาพวาดนางไม่เชี่ยวชาญเลยแม้แต่น้อย งานฝีมือไม่เคยลงมือทำเลยกล่าวได้ว่าคุณหนูรองของตระกูลกู้ผู้นี้ เก่งแต่ในเรื่องการต่อสู้เท่านั้น

            กู้ชิงเฉิงเหลือบมองเขาอย่างไม่พอใจ“เดี๋ยวข้าค่อยคิดบัญชีกับท่าน” พูดจบนางก็รีบเดินเข้าไปในห้อง

            หยวนจิ่วสลบไปแล้วใบหน้าของเขาเขียวคล้ำ แม้แต่ริมฝีปากก็ยังเป็นสีเขียว ลมหายใจของเขารวยรินอาจจะตายได้ทุกเมื่อ

            กู้ชิงเฉิงล้างมือหยิบกล่องยาออกมา แล้วหยิบชุดเข็มเก้าเล่มออกมา 

            ดวงตาของนางถูกปิดด้วยผ้าเดิมทีนางก็สวมผ้าคลุมหน้าอยู่แล้ว ตอนนี้ดวงตาก็ถูกปิดอีก ใบหน้าเล็กๆของนางจึงเหลือเพียงหน้าผากเท่านั้นที่เผยออกมา

            ในตอนนี้กู้ชิงเฉิงยังคงถือเข็มอยู่ในมือ และกำลังจะเปิดผ้าห่มที่คลุมร่างของหยวนจิ่วทว่าทันใดนั้นตรงหน้าพลันมืดลง ทำให้นางเผลอคิดจะดึงผ้าไหมนั้นออกโดยสัญชาตญาณ

            แต่โม่อวี้เฉินกลับยกมือห้ามพร้อมทั้งหัวเราะ “เจ้าคือหมอเทวดากู้ผู้โด่งดังไปทั่วหล้าควรจะรู้ซึ้งถึงจุดฝังเข็มในร่างกายมนุษย์ได้เป็นอย่างดี เช่นนี้ต่อให้ถูกปิดตาก็คงไม่ส่งผลกระทบต่อการฝังเข็มของเจ้า หรือว่า…ชื่อเสียงเซียนแพทย์ของเจ้าเป็นเพียงชื่อเสียงจอมปลอมเท่านั้น”

            “อย่ามายั่วโมโหข้า” กู้ชิงเฉิงด่าทอโม่อวี้เฉินอยู่ในใจ

            นางไม่รู้เลยว่าว่าบุรุษผู้นี้ยังมีด้านใจแคบเช่นนี้อยู่ด้วย

            เมื่อครั้งที่เจ้าของร่างเดิมแต่งเข้าสู่ตำหนักบูรพาเขาไม่เคยสนใจนางเลย ไม่ว่านางจะทำอะไรเขาก็ปล่อยปละละเลยบางทีถ้านางหนีไปกับชายอื่น เขาก็อาจจะฉลองด้วยซ้ำ

            แต่ตอนนี้เขาคงจะเสียสติไปแล้ว เขากำลังหึงหวงนางบุรุษที่หึงหวงถึงเพียงนี้ไม่ใช่เรื่องดีเลย นางก็ไม่อาจทนรับได้  ในเมื่อสถานะถูกเปิดเผยแล้วนางก็ต้องหาทางหย่ากับเขาให้ได้ นางไม่อยากถูกบุรุษเช่นนี้จับตาเฝ้าอยู่ทุกวันคืน!

            “ก็จริง เมื่อก่อนคุณหนูรองกู้รู้จักแต่จับดาบเล่นมีดการใช้เข็มคงเป็นเรื่องที่ยากสำหรับเจ้าจริงๆ” โม่อวี้เฉินก็เข้าใจดีว่ากู้ชิงเฉิงแตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิงไม่ใช่แค่ไม่กี่คำพูดจะเกลี้ยกล่อมนางได้เขาจึงทำได้เพียงใช้คำพูดให้มากขึ้นเท่านั้น

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นแพทย์หญิงตัวร้ายพร้อมลูกชายอัจฉริยะ【จบ】 ที่คุณอ่าน