“ไปบอกกับท่านพ่อและท่านปู่ ว่าข้าไม่ขอเข้าร่วม”
“หาาาาาาาา” และนี่เป็อีกครั้งที่บาสเตียนแทบจะยืนนิ่งไม่ไหวติง มันจะเป็อย่างนั้นได้อย่างไรกันเล่านายน้อยของข้า หากข้ากลับไปโดยที่ไม่มีท่านกลับไปด้วยบาสเตียนผู้นี้จะกล้าไปกลับไปได้อย่างไรกันเล่าจะกล้าไปพบและบอกกล่าวคำพูดเ่าั้ของท่านแก่ท่านประมุขและนายท่านรองได้อย่างไรกันเล่า ข้าผู้นี้ช่างไม่เข้าใจความคิดของท่านเลยนายน้อย แม้จะว่ายังอยู่ในวัยเยาว์แต่ในวันนี้เหล่าเด็กภายในตระกูลในวัยเดียวกันต่างตื่นเต้นและอยากเข้าร่วมแสดงความสามารถแสดงตนกันมากมายแต่นายน้อยท่านกลับมิสนใจมิใส่ใจแม้แต่ปรายสายตามองเลยหรือ...
“เ้าก็เพิ่งจะอายุเพียง 20 ปีเศษแต่กลับทำตัวเป็คนหูหนวกเหมือนอย่างคนอายุ 100 ปีเช่นนี้หรือยังไงกันบาสเตียน ไปได้แล้วอย่าให้ข้าต้องพูดหลายรอบ” และนี่คงจะเป็ประโยคที่ยาวที่สุดได้กระมังที่นายน้อยของเขาได้กล่าวออกมา นายน้อยท่านช่างปากร้ายยิ่งนักแต่ถ้าให้ข้าทำแบบนั้นถ้าให้ข้าทำตามความประสงค์นี้ของท่านสู้ท่านเอาข้าไปโยนให้ฝูงสัตว์อสูรอีกาทมิฬจิกกินเสียยังดีกว่า
“นายน้อยยยยยยยยยยยยย”
“ไปสิ” มีคาเอลมีหรือว่าจะไม่รู้ความคิดของพ่อบ้านของตนว่าพ่อบ้านของตนจะกล่าวอะไรออกมาคงไม่แคล้วที่จะห้ามและให้เขาไปที่นั้นเป็แน่ ‘พิธีการทดสอบจิติญญาแรกเริ่ม’ งั้นหรือ งานที่แสนวุ่นวายน่ารำคาญใจเช่นนั้นใครเขาจะอยากไปกัน แม้เหล่าบรรดาพี่น้องและลูกพี่ลูกน้องเด็กในตระกูลทุกคนในวัยเดียวกันกับเขาต่างตื่นเต้นและ้าแสดงความสามารถแสดงตนในวันนี้กันอย่างมากเพียงใดแต่สำหรับเขาแล้วมันไม่มีความสำคัญเลยสักนิด
‘จิติญญาแรกเริ่มงั้นรึ....’
“นายน้อยยยยยยยยยยยยย”
“ไป” มีคาเอลลุกขึ้นยืนนิ่งและกล่าวอย่างไม่สนใจเสียงเรียกและใบหน้าอ้อนวอนของพ่อบ้านคนสนิทของตนแต่ั์ตาคมกลับแฝงไปด้วยความรั้นและตามตื้อ สำหรับบาสเตียนแล้วแน่นอนว่าเขาไม่มีทางยอมที่จะตามคำสั่งนี้อย่างเด็ดขาดยังไงก็ไม่ยอม หากเป็เื่อื่นๆเขาในฐานะพ่อบ้านคนดูแลใกล้ชิดของนายน้อยนั้นสามารถทำหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง อะไรที่มันดีหรือมีประโยชน์ต่อนายน้อยแม้ว่านายน้อยจะไม่สั่งเขาก็จะทำเพื่อนายน้อย
ั้แ่เขาอยู่กับนายน้อยมามีหรือที่เขาจะไม่รู้สถานะและตัวตนภายในตระกูลของนายน้อยนั้นเป็เช่นไร มันไม่ถึงกับเลวร้ายอย่างที่สุดแต่มันก็ยอมรับไม่ได้ นายน้อยเป็ถึงนายน้อยของตระกูลและยังเป็ถึงบุตรชายของนายท่านรองที่เป็ถึงเสนาธิการของตระกูลแต่กลับโดนหยามิ่เกียรติของตัวเองไปจนถึงท่านแม่ผู้จากไปนอกจากนั้นบางทีก็ยังโดนกลั่นแกล้งต่างๆนานาจากเหล่าบรรดาพี่น้องและลูกพี่ลูกน้องและบางทีก็รวมด้วยถึงผู้ดูแลของคุณชายเ่าั้ที่มันชักเอาใหญ่ทำตัวเหิมเกริมกำเริบเสิบสานยิ่งนักไม่สำเหนียกตนว่าใครเป็ใคร และแน่นอนว่าเื่นี้ทั้งท่านประมุขและนายท่านรองไม่มีทางรู้เพราะนายน้อยเองก็มิใช่เด็กน้อยไม่เอาการที่เอาแต่วิ่งไปฟ้องผู้เป็ปู่และบิดาว่าตนนั้นถูกรังแกจากบรรดาเ่าั้ เ้าตัวเพียงแค่ปรายสายตามองนิ่งสงบอย่างเศษไร้ค่าไม่มีค่าแม้แต่จะมองและคิดจะเสวนาด้วยคนพวกนั้นก็แทบดิ้นตายไปเสียแล้วกระมังแต่กับเขานั้นมันไม่ใช่แค่นั้นมันยังไม่พอกับพวกนั้นที่มาเหยียบย่ำและิ่เกียตรินั้นของนายน้อย เขาเชื่อว่านายน้อยต้องเป็ผู้มีความสามารถลึกล้ำแน่นอนสัญชาตญาณของเขามันบอกแบบนั้นและเพื่อให้นายน้อยได้ผงาดขึ้นมาอย่างสง่างามและในวันนี้จึงเป็โอกาสที่เหมาะสมอย่างยิ่ง
“ไม่ได้นะขอรับ !”
“เื่อื่นข้าอาจจะยอมรับทำตามคำสั่งนายน้อย แต่เื่นี้ไม่ได้นะขอรับ !”
“ในวันนี้ วันสำคัญเช่นนี้...”
“ไปบอกกับท่านพ่อและท่านปู่ว่าข้าจะไม่เข้าร่วม” ก่อนที่บาสเตียนจะได้พบจบมีคาเอลก็พูดแทรกขึ้นมาก่อนทันที ไม่ว่าบาสเตียนจะพยายามที่จะยกเหตุผลอะไรขึ้นมาแต่นั้นคงไม่ผลอะไรทั้งสิ้นเพราะมีคาเอลได้ตัดสินใจเป็ความตั้งใจที่จะไม่เข้าร่วมพิธีการทดสอบจิติญญาแรกเริ่มนี้ั้แ่แรกอยู่แล้ว
“แต่วันนี้เป็วันที่เหล่าเด็กๆภายในตระกูลแม็กซีวีลอนในวัยอายุ 5 ขวบเศษ จะเข้ารับการทดสอบพลังจิติญญาแรกเริ่มนะขอรับ หากว่า... หากว่านายน้อยที่เป็ถึงบุตรชายของท่านชายรองที่เป็ถึงเสนาธิการของตระกูลนั้นไม่เข้าร่วมแล้วล่ะก็ อาจจะถูกมองว่า” บาสเตียนหยุดนิ่งคล้ายไม่กล้าเอื้อนเอ่ยกล่าวออกไปต่อให้จบประโยค นายน้อยยังเด็กจะเข้าใจหรือไม่นะว่ามันจะโหดร้ายขนาดไหนยิ่งในตระกูลที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงเช่นนี้ด้วยแล้วผลตอบรับมันย่อมทวีคูณมากกว่าตระกูลทั่วๆไปหรือชนชั้นธรรมดาอยู่แล้ว เขาคงมิอาจทานทนได้ที่เห็นนายน้อยมีคาเอลอาจจะโดนรังแกหนักข้อขึ้นอาจจะไม่ได้รับการปฏิบัติต่ออย่างดีนักและสุดท้ายอาจจะถูกมองว่า...
“ไร้ค่า... ถูกมองว่าไร้อย่างนั้นสินะ” มีคาเอลเป็เด็กอายุเพียง 5 ขวบเศษนั้นคือเื่จริงแต่เขาก็มีความเข้าใจมากกว่าในเด็กวัยเดียวเื่แค่นี้มีหรือที่เขาจะไม่รู้ ในโลกใบนี้ที่วัดกันด้วยพลังระยะห่างระหว่างกันของผู้ที่มีพลังกับผู้ที่ไร้พลังนั้นมันไร้ขีดจำกัดผู้ที่มีพลังจะได้รับการปฏิบัติที่ดีได้รับการเชิดชูเกียรติได้รับทุกสิ่งอย่างปรารถนา ส่วนผู้ที่ไร้พลังนั้นคงจะเป็ได้เพียงคนไร้ค่าไม่ต่างอะไรกับเศษเดนขยะที่ไม่น่าได้เกิดเลยและมันเป็ความจริงยิ่งกว่าที่จำนวนของผู้ที่ไร้พลังนั้นมีมากกว่าผู้มีพลังเสียอีกและนั่นละคือความโหดร้ายของโลกใบนี้ ผู้ที่อ่อนแอคือผู้ถูกรังแกการได้รับการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมย่อมเกิดขึ้นและการได้รับการปฏิบัติเยี่ยงทาสไพร่หรือในฐานะทาสไพร่ การยอมทิ้งศักดิ์ศรีความเป็คนเช่นนั้น หึ... นั่นก็เพื่อความอยู่รอดทั้งนั้นแม้ว่าอาจจะไม่รอดก็ได้
“อย่างนั้นก็ยิ่งเลยที่นายน้อยจะต้องไปนะขอรับ” บาสเตียนอึ้งและใเล็กน้อยที่นายน้อยของเขานั้นดูท่าว่าจะสามารถเข้าใจโลกใบนี้ลึกซึ้งกว่าที่เขาคิด มันจริงอย่างยิ่งการถูกมองว่าไร้ค่านั้นมันโหดร้ายมากและไหนเลยจะการถูกปฏิบัติเยี่ยงไม่ใช่คนเช่นกันมันช่างน่าน้อยเนื้อต่ำใจยิ่งนักทั้งๆที่เป็คนเช่นกันแท้ๆ
“ข้าไม่สนใจ”
“มันก็แค่การทดสอบขั้นต้นไม่ไปก็ไม่เห็นเป็ไร” มีคาเอลยังคงยืนยันหนักแน่น อย่างที่ว่าถึงแม้ว่าพิธีการทดสอบจิติญญาแรกเริ่มจะสำคัญแต่มันก็เป็แค่การทดสอบขั้นต้นเท่านั้นจึงไม่มีการบังคับว่าจะต้องเข้าร่วมแต่เพื่อประโยชน์ของตนแล้วแน่นอนว่าก็ต้องเข้าร่วมอยู่แล้ว เช่นกันในการทดสอบก็มีทั้งผู้มีความสามารถและไร้ความสามารถหรือความสามารถอาจจะยังไม่ปรากฏก็มีการทดสอบขั้นต้นมันตัดสินทุกอย่างไม่ได้หรอกเพียงแต่ว่าผู้ที่ถูกคัดเลือกว่าเป็ผู้มีความสามารถก็แค่ได้รับการรับปฏิบัติดูแลที่ดีและได้รับการชี้แนะฝึกฝนเป็อย่างดีมีอาจารย์คอยสอนสั่งมีผู้าุโคอยดูแลและที่สำคัญที่คนมุ่งหวังเลยคือการได้รับโอสถในการบ่มเพาะพลังหรือก็คือได้รับการสนับสนุนจากตระกูลหลักอย่างไรเล่า อย่างไรซะหากได้รับการดูแลที่ดีมีอาจารย์สอนสั่งอยากถูกทางได้รับโอสถที่คู่ควรมีผู้สนับสนุนคอยหนุนหลังการพัฒนาก็ย่อมที่จะก้าวะโมากกว่าคนปกติที่ไร้ทางอยู่แล้ว แต่สำหรับเขานั้น.... เขาไม่้า
“เป็สิขอรับ ! ถึงจะไม่มีการบังคับแต่ก็ต้องไปนะขอรับ” มันก็จริงอีกนั่นแหละที่ว่าไม่มีการบังคับว่าต้องไปแต่ว่าอย่างไรเสียก็ต้องไปอยู่ดีมันคล้ายกลายเป็หน้าที่หรือสิ่งที่ต้องกระทำต่างหากแม้ว่าจะมิได้มีการบังคับไว้ก็ตามมิเช่นนั้นพื้นที่สิทธิ์ต่างๆมากมายที่ควรจะได้รับก็จะหดหายไปทันที หากนายน้อยไม่ชอบนั้นเขาเองก็เข้าใจเพราะส่วนตัวนายน้อยมีคาเอลของเขานั้นเป็คนรักสงบและอาจจะไม่ชอบความยุ่งวุ่นวายที่ควบคุมไม่ได้เสียด้วยซ้ำ แต่ว่าอย่างไรเสียจะหลีกเลี่ยงความวุ่นวายนั้นใยจะสามารถทำได้ หากไม่ไปนี้สิจะพบกับความยุ่งวุ่นวายยิ่งกว่ามิใช่หรือ หากเป็ผู้มีความสามารถก็จะได้รับการดูแลเป็อย่างดีแม้ว่าชีวิตอาจจะไม่ได้สงบสุขอย่างที่คิดเพราะต่างก็ต้องแข่งขันกับผู้มีความสามารถคนอื่นๆอีกจะเรียกว่าโดนตั้งแง่รังแกไปอีกแบบก็จริงนั่นแหละจากความไม่ชอบใจอิจฉาริษยาเป็ธรรมดาแต่ว่ามันก็ดีกว่าเป็ผู้ไร้ความสามารถที่อาจจะโดนรังแกหนักมากกว่าเดิมเยี่ยงทาสหรืออาจจะหนักข้อถึงเยี่ยงไม่ใช่คนแม้ว่าจะเป็คนในตระกูลหลักเป็ชนชั้นสูงก็อาจจะไม่ช่วยอะไรก็ได้
“ข้า ไม่ ไป”
“นายน้อย”
แต่เมื่อรู้เช่นนั้นแล้วทำไมนายน้อยถึง.... บาสเตียนไม่เข้าใจเลยกับการตัดสินใจเช่นนี้ความคิดอ่านของนายน้อยนั้นบางครั้งก็มีเหตุผลที่เข้าใจได้และดูเป็ผู้ใหญ่ยิ่งนักแต่บางครั้งตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจมันเลย นี่มันคือประโยชน์ที่ควรจะได้รับนะแม้ว่าตอนนี้จะไม่รู้ก็ตามว่าจะมีจิติญญาแรกเริ่มอยู่หรือไม่แต่นั่นจึงควรที่จะได้รับการทดสอบก่อนอย่างไรเล่า บาสเตียนคิดเพียงในมุมของเขาแต่หนึ่งในเสี้ยวความคิดของเขาก็คิดเช่นกันว่าหากนายน้อยไม่ปรากฏจิติญญาแรกเริ่มเล่า.... ต่อหน้าท่านประมุขต่อหน้านายท่านรองต่อหน้าเหล่าบุคคลสำคัญของตระกูลเหล่าผู้าุโต่างๆ นั่นจึงความเสี่ยงอย่างนี้สินะที่เขาว่าการลงทุนทุกอย่างย่อมมีความเสี่ยงเป็ธรรมดายิ่งผลตอบแทนสูงความเสี่ยงที่ก็ย่อมที่จะสูงตาม เขาไม่สามารถััหรือตรวจสอบถึงจิติญญาของนายน้อยได้ก็จริงแต่ว่าหากสามารถใช้กระแสเสียงเวทย์นั้นได้ก็ต้องสามารถใช้พลังเวทย์ได้สิมันย่อมเกินกว่าเด็กในวัยเดียวอยู่แล้วเพราะนั่นคือการใช้พลังเวทย์เลย หรือว่านี่จะมิใช่ฝีมือนายน้อยอย่างนั้นรึ
มันก็คงจะเป็ความสงสัยที่ไม่มีคำตอบเพราะดูท่าว่านายน้อยคงจะไม่ตอบไม่อยากพูดถึงไม่บอกแน่นอน เฮ้อ... หากเป็ผู้มีความสามารถแต่เก็บเนื้อเก็บตัวเช่นนี้แล้วจะได้รับการดูแลให้เร่งรีบพัฒนาอย่างถูกต้องถูกทางอย่างไรเล่า เพราะดูท่าแล้วตัวเขาคงจะไม่สามารถจะขัดอะไรนายน้อยได้เลยจริงๆ
“บาสเตียน ไปทำตามความ้าของข้าซะ”
“นายน้อยมีคาเอล”
“......”
“ขอรับ” เพราะความจำใจทำให้บาสเตียนต้องรับคำโดยที่มิอาจที่จะขัดอะไรได้อีกเมื่อนายน้อยของเขาคิดเช่นนั้นแล้วตัดสินใจเช่นนั้นเขาก็คงจะห้ามอะไรไม่ได้อีกทำได้เพียงแค่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งเท่านั้น ‘นายน้อยข้าละอยากรู้ความคิดของท่านจริงๆ ว่าท่านคิดอ่านสิ่งใดอยู่กันนะถึงได้คิดทำเช่นนี้ทั้งๆที่มันไม่เป็ผลดีต่อตัวท่านเลยแท้ๆ’ (บาสเตียน) บาสเตียนเคลื่อนกายออกไปอย่างเงียบๆไปทำตามความ้าของนายน้อยของตน
เหลือเพียงความเงียบสงบเหมือนเดิมมีคาเอลรู้ดีถึงความห่วงใยของพ่อบ้านคนสนิทของตนตลอด่เวลาที่ผ่านมาก็คงจะมีเพียงบาสเตียนที่คอยดูแลเขาอย่างใกล้ชิดเป็อย่างดีไม่ขาดตกบกพร่องเลยสักอย่างในขณะที่ท่านปู่และท่านพ่อนั้นมีภารกิจที่รัดตัวแทบตลอดเวลา ทั้งๆหากเทียบในวัยเดียวกันแล้วบาสเตียนถือได้ว่าเป็หนึ่งในอัจฉริยะของรุ่นเดียวกันการก้าวไปสู่ระดับนักบุญเวทย์นั้นไม่ใช่เื่ง่ายและอีกหนึ่งความพิเศษของมันคือหากสามารถแตะไปถึงระดับนักบุญเวทย์นั้นได้รูปร่างหน้าตาก็จะหยุดนิ่งที่อายุนั้นแต่บาสเตียนทำมันได้ในวัยเพียง 20 ปีเศษเท่านั้นเอง ความเจริญก้าวหน้าต่างๆที่ควรจะมีหรือควรจะได้รับก็ควรจะมากกว่าการได้เป็แค่พ่อบ้านดูแลเด็กอย่างเขาแต่เขาก็เข้าใจถึงเหตุผลที่บาสเตียน้าที่จะแข็งแกร่งขึ้นนั่นเพื่ออะไรถ้าไม่ใช่เพื่อ้าที่ดูแลเขาให้พ้นจากภัยทั้งภัยภายในตระกูลเดียวกันและภัยจากภายนอกจากผู้ปองร้ายต่อตระกูล แม็กซีวีลอนเป็ตระกูลใหญ่ตระกูลขุมอำนาจหลักย่อมแน่นอนว่าศัตรูก็ย่อมจะมีและไม่ธรรมดาแน่นอน
‘เ้าคงจะเป็ห่วงข้าสินะบาสเตียนข้านั้นรับรู้และซึ้งใจอยู่เสมอเพียงแค่ไม่ได้เอ่ยมันออกไป แต่ว่า....
จิติญญาแรกเริ่มงั้นรึ หึ ข้ามีมันไปนานแล้วล่ะ....’