ระบบ AI พิชิตแดนเซียน

    บทที่ 60 สังหารหลอมกายาขั้นสูงสุด

            บทที่60

            สังหารหลอมกายาขั้นสูงสุด

            จางหวังผ่อนลมหายใจออกอย่างโล่งอกแต่ยังไม่ทันจะได้สบายใจเต็มที่สัญชาตญาณในใจกลับร้องเตือนอย่างรุนแรงว่ากำลังเผชิญอันตรายร้ายแรงทั้งที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด

            และแล้ว…

            กึก  

            เสียงเหยียบวัตถุบางอย่างดังขึ้นเบาๆ แต่ชัดเจน

            “ไม่!”

            จางหวังเบิกตากว้าง แต่ทุกอย่างก็สายเกินไป

            ตูมมม!!!

            แรงระเบิดขนาดใหญ่ระเบิดขึ้นจากใต้ฝ่าเท้าของมันเปลวเพลิงสีส้มแดงปะทุขึ้นสู่ท้องฟ้า ฝุ่นควันและสะเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณความร้อนแผ่ซ่านราวกับภูเขาไฟปะทุแรงสั่นสะเทือนกระแทกป่าไม้รอบด้านจนใบไม้ปลิวว่อน เศษดินหินกระเด็นเป็นวงกว้าง

            ผ่านไปครู่หนึ่ง…

            เมื่อฝุ่นควันจางลงภาพที่ปรากฏคือผืนป่าที่เคยหนาทึบ บัดนี้กลายเป็นพื้นที่รกร้างในรัศมีหลายสิบจั้งเศษซากต้นไม้กองพังระเนระนาด ดินดำไหม้เกรียม เงียบสงัดราวกับความตายมาเยือน

            ท่ามกลางซากปรักหักพังร่างของหยุนโม่ยังคงยืนอยู่โดยไม่บุบสลายข้างกายของเขาคือหุ่นรบติดอาวุธทั้งสองตัวยืนประจำการอย่างเงียบงัน

            และที่พื้นตรงหน้า…

            ร่างของจางหวังนอนแน่นิ่งเลือดไหลอาบทั่วร่าง ท่อนล่างของเขาหายไปหมดสิ้นจากแรงระเบิด เหลือเพียงครึ่งร่างบนที่บอบช้ำแทบไม่เหลือสภาพผิวหนังไหม้เกรียม เนื้อฉีกขาด แขนข้างหนึ่งขาดสะบั้นและมีเพียงลมหายใจแผ่วเบาที่ยังหลงเหลืออยู่เพียงริบหรี่

            หยุนโม่ก้าวเดินเข้าไปอย่างเชื่องช้าจนมาหยุดอยู่ตรงหน้าร่างที่เกือบไร้ชีวิตนั้น เขาก้มหน้าลงจ้องมองเข้าไปในดวงตาของจางหวังที่ยังคงเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อสายตามุมปากของหยุนโม่ค่อย ๆ คลี่ยิ้มเยือกเย็นออกมา

            “ไม่พอใจงั้นหรือ?”
     เขาเอ่ยเสียงเรียบ “แต่ว่า…เจ้าก็ทำอันใดไม่ได้อยู่ดี”

            ทันใดนั้นเสียงหัวเราะต่ำก็ดังขึ้นจากลำคอของเขา

            “ฮ่า ๆ ๆ ลาก่อน”

            ดาบพลังงานในมือของหยุนโม่ถูกยกขึ้นช้าๆ แสงสีแดงเรืองรองส่องสว่างเป็นประกาย ก่อนจะฟาดลงอย่างเฉียบคมฉับไว

            คมดาบสะบั้นคอของจางหวังในพริบตา

            ผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาขั้นสูงสุด จางหวัง

            นักฆ่าที่มีชื่อเสียงในเขตเมฆาคลั่ง

            ตายลง ณ ป่าอสูรอวี้หยาง

            “เฮ้อ…จบแล้ว”

             หยุนโม่พึมพำพลางโน้มตัวลงก่อนจะค่อยๆ หยิบศีรษะของจางหวังขึ้นมาช้าๆ

            เขากวาดตามองไปรอบบริเวณที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังและกลิ่นควันจางๆแล้วเปรยออกมาอย่างผ่อนคลาย

            “อืม…นั่นเจ้าล่ะแอบมองอยู่ไม่ใช่หรือ?”

            ทันทีที่สิ้นเสียงคำพูดร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากห่างไกลหลายสิบจั้ง

            ชายหนุ่มผู้หนึ่งเดินออกมาจากเงามืดเขาสวมอาภรณ์จีนโบราณสีขาวสะอาดสะอ้าน รูปลักษณ์สะอาดตาดูดีด้านหลังสะพายกระบี่ไว้หนึ่งเล่ม ดวงตาสงบนิ่ง รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้า

            “ไม่คิดเลยว่าคุณชายหยุนจะรู้ตัวด้วย”เขากล่าวพร้อมรอยยิ้ม

            หยุนโม่หัวเราะเบา ๆ

            “ฮ่าๆ...แค่คาดเดาน่ะเอ้านี่!”

            เขาโยนศีรษะของจางหวังในมือลอยไปทางอีกฝ่ายชายหนุ่มเอื้อมมือออกมารับศีรษะนั้นไว้ได้อย่างแม่นยำโดยไม่สะทกสะท้าน

            แม้อีกฝ่ายยังไม่เอ่ยถามแต่หยุนโม่ก็พูดขึ้นราวกับรู้ว่าอีกฝ่ายสงสัยอยู่แล้ว

            “เอากลับไปที่เมืองแล้วโยนทิ้งไว้หน้าตระกูลหลี่ให้ข้าหน่อย ถือว่ารบกวนเกินไปหรือเปล่า?”

            ชายหนุ่มส่ายหน้าเบาๆพร้อมยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน

            “ไม่เลย ไม่เลย”

            เขากล่าวพลางหันหลังแล้วร่างของเขาก็เคลื่อนไหวจากไปอย่างรวดเร็วเงาร่างของผู้ฝึกตนที่มีฝีมือยากจะติดตาม

            หยุนโม่มองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มนั้นก่อนจะพึมพำเบาๆ

            “อืม...เป็นคนของหมิงเยว่หลานจริงๆด้วย…”

            ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคาดไว้ไม่มีผิด

            บุรุษผู้นั้นย่อมเป็นผู้ฝึกตนในขอบเขตหลอมกายาอย่างแน่นอนและที่สำคัญกว่านั้น เป็นคนของหมิงเยว่หลาน

            สตรีผู้นั้น...ไม่ธรรมดาตั้งแต่แรก หยุนโม่รับรู้ถึงความลึกลับและไม่ธรรมดาของนางตั้งแต่แรกพบเขาเชื่อมั่นว่านางจะต้องไม่ได้มีสถานะเพียงแค่หัวหน้ากลุ่มกลีบบุปผาในเมืองอวี้หยางแน่นอน

            สำหรับเหตุการณ์สังหารในครั้งนี้…จะเรียกว่าเป็นแผนที่หยุนโม่เตรียมไว้ล่วงหน้าอย่างรัดกุมก็ไม่ผิดนัก

            หากเขาไม่ได้รับข้อมูลจากหมิงเยว่หลานว่าจะมีผู้ฝึกตนนามว่าจางหวังมาลอบสังหารเขาการเผชิญหน้าครั้งนี้คงกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างไม่ต้องสงสัย

            แต่เมื่อรู้ล่วงหน้า...แน่นอนว่าเขาย่อมไม่ปล่อยให้ตัวเองตกเป็นเหยื่อ

            เหตุผลก็ง่ายดายอีกฝ่ายยังเป็นเพียงผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายา ยังไม่อาจก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลอมพลังได้

            ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสามารถทนรับแรงระเบิดจากกับดักที่หยุนโม่วางไว้ซึ่งมีพลังเทียบเท่าการโจมตีของผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาขั้นแปดหลายคนรวมกัน

            เขาไม่ได้วางกับดักระเบิดไว้เพียงลูกเดียวแต่ฝังซ่อนไว้ใต้พื้นดินหลายจุด ทุกจุดล้วนเชื่อมต่ออย่างแม่นยำรอเพียงเหยียบลงไปก็จะระเบิดขึ้นพร้อมกันราวกับฟ้าถล่ม

            ผลลัพธ์ก็คือ จางหวังไร้โอกาสตั้งตัว

            แรงระเบิดลูกแรกทำให้ร่างของอีกฝ่ายกระเด็นขึ้นกลางอากาศก่อนที่หุ่นรบติดอาวุธทั้งสองจะโจมตีซ้ำในจังหวะที่จางหวังไม่อาจตั้งหลัก เปลี่ยนเส้นทางกลางอากาศอย่างฉุกเฉินและพลาดพลั้งตกลงสู่จุดที่หยุนโม่วางกับดักลูกถัดไปไว้รอ

            ทุกอย่างเกิดขึ้นตามแผนที่หยุนโม่วางไว้ทุกกระเบียดนิ้ว

            หากจะล้มผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาขั้นสูงสุดแน่นอนว่าไม่อาจแลกเปลี่ยนด้วยการประลองซึ่งหน้า สิ่งที่ต้องมีคือการเตรียมตัวอย่างรอบคอบและนั่นคือสิ่งที่เขาทำ

            หยุนโม่ก้มลงมองร่างของจางหวังที่เหลือเพียงครึ่งตัวหลังจากศีรษะและท่อนล่างแหลกสลายไปแล้ว เขาค่อย ๆยื่นมือผ่าเข้าไปที่กลางอกของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำก่อนจะหยิบเอาสิ่งที่เป็นเป้าหมายหลักของเขาในวันนี้ออกมา

            รากวิญญาณสีหม่นเปล่งแสงสลัวอยู่ในฝ่ามือของเขาหยุนโม่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ

            “รากปราณของผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาขั้นสูงสุด...ได้ผลเก็บเกี่ยวเพิ่มขึ้นอีกแล้ว”

            เขาพึมพำเบา ๆก่อนจะหันสายตาไปยังทิศทางของเมืองอวี้หยางที่อยู่ห่างไกลมุมปากคลี่ยิ้มอย่างแผ่วเบา

            “จากนี้...ก็แค่รอดูว่าพวกตระกูลหลี่จะทำอันใดอีกหรือไม่”

    คล้ายกับเรื่องระบบ AI พิชิตแดนเซียน ที่คุณอ่าน