เพชรชมพูพานิลภัทร นั่งรถสองแถวไปบ้านยายของเธอ การมาบ้านยายครั้งนี้ไม่สนุกอย่างที่คาดหวังไว้เพราะแม่เธอกับป้ามุกดาต้องสลับกันไปเฝ้ายายที่โรงพยาบาล เธอไปเยี่ยมยายได้แค่ครั้งเดียวที่โรงพยาบาล ยายผอมลงมาก หนังเหี่ยวๆของยายที่ฉันชอบจับไม่อวบนุ่มเหมือนเมื่อก่อนแล้วยายดีใจมากที่เจอเธอกับ นิลภัทร ป้ามุกดาก็ดูเหนื่อยล้ามากแม่เองก็เหมือนกัน ป้ามุกดาบอกว่าโชคดีที่ยังมี แม่ของเธอคอยช่วย
การดูแลผู้ป่วยถึงจะไม่ได้หยิบจับอะไรมากมาย แต่การต้องเฝ้าอยู่ที่โรงพยาบาลที่ไม่ใช่บ้านตนเอง กินอยู่หลับนอน ก็ไม่ใช่เื่ที่สะดวกสบายนัก เธอกับนิลภัทรไม่ได้เล่นน้ำลำธารหลังบ้านอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่เราช่วยกันทำความสะอาดบ้าน และถางหญ้าบริเวณแปลงผักหน้าบ้านยายที่ไม่มีใครดูแล ปล่อยรกเรื้อไว้ แต่ก็ทำได้ไม่มากนักทำได้เท่ากำลังของเด็กสองคนจะทำไหว นิลภัทรขอออกไปเล่นกับเพื่อนบ้านที่สนิทกันั้แ่เด็กๆ เธออนุญาต เพราะยังไงเขาก็ยังเด็กนัก สองวันนี้เก็บกวาดซักผ้าให้แม่กับป้ามุกดาก็ปวดหลังจะแย่ ตอนจะกลับแม่มาส่งที่ท่ารถสองแถว แม่ให้เงินติดตัวค่ารถมาสองร้อย “แม่ไม่ต้องให้เพชรก็ได้ เงินเก็บั้แ่ตอนขายต้นอ่อนทานตะวันก็ยังมีอยู่ค่ะ”
ฉันยิ้มกว้างๆ ให้แม่ “แม่มองหน้า มีจริงๆเหรอลูก” เธอไม่ได้อยากจะโกหกแต่เธอสงสาร แม่ ยาย และป้ามุกดา เงินเก็บเหลือพอค่ารถไปโรงเรียนได้อีก สองอาทิตย์เท่านั้น เธอยิ้มกว้าง พยักหน้าถี่ๆกลัวแม่ไม่เชื่อ “มีจริงๆนะแม่” น้องชายทำท่าจะอ้าปาก เธอเหยียบเท้าเขาไว้เบาๆ แม่กอดฉันและหอมฟ้อดใหญ่ที่หัว บอกว่า “แม่รักหนูนะลูก ขอบใจที่มาช่วยแบ่งเบาภาระได้เยอะเลย” เพชรชมพูพูดขึ้น “แม่อาทิตย์หน้าจะกลับวันไหนคะ” ครูไพลินถอนใจ “ แม่ว่าจะลาต่อนะเพชร สงสารป้า นี่แม่มาป้าก็ดีใจมากเลย อย่างน้อยก็ได้สลับกันกลับมาพักที่บ้าน คุณยายเองก็รู้ว่าเราลำบากบางทียายก็เหม่อ บ่นๆไม่อยากจะรักษาแล้ว ยายเขาคิดถึงบ้านนะ นี่ยังดีที่รักษาที่โรงพยาบาลอำเภอได้ ถ้าต้องย้ายไปรักษาโรงพยาบาลประจำจังหวัดไกลบ้านกว่านี้แถมคนยังแออัดอีกจะยิ่งลำบากกว่านี้อีก”
เพชรชมพูพูดขึ้น "แม่ฝากบอกยายด้วยว่า ให้สู้นะคะ อาทิตย์หน้าเพชรจะมาอีกค่ะ" แม่ยิ้มบอก “ได้จ้า” จากนั้นครูไพลินก็หันมากอดและหอมนิลภัทรบ้างบอก “อย่าดื้ออย่าซนละเ้าตัวเล็ก อยู่บ้านช่วยดูแลพี่เพชรด้วยนะ เดี๋ยวแม่กลับไปจะทำของอร่อยให้กิน”
นิลภัทรดิ้นขลุกขลัก แล้วทำหน้าเขินที่แม่แสดงความรักแบบเด็กๆ พูดเบาๆ " แม่นิลโตแล้วน่า จะดูแลพี่เพชรอย่างดี แม่ไม่ต้องห่วงหรอก แต่นิลคิดถึงกับข้าวฝีมือแม่ แม่กลับเร็วๆนะ"
แม่ยิ้มตอบ “จ้า” แล้วเดินลงจากรถสองแถวเพราะถึงเวลารถออกพอดี เด็กๆ ยกมือไหว้ และ โบกมือให้แม่ที่ยืนยิ้มโบกมือส่งอยู่ตรงทางเท้า
เธอและนิลภัทรถึงบ้านประมาณ บ่ายแก่ๆพอถึงบ้านนิลภัทรรีบวางกระเป๋าเสื้อผ้า หยิบเป้นักเรียนวิ่งออกจากบ้านบอกสั้น ๆ แค่ “ไปหาเฮียโมกข์นะ”
พิโมกข์ กำลังว่ายน้ำอยู่เขาเพิ่งกลับจากเรียนพิเศษ ตอนแรกไอ้อาร์ตกับเพื่อนอีก สามสี่คนชวนไปขับโกคาร์ทต่อ แต่เขาก็ปฏิเสธไปเพราะ…ี้เี
เฮียโมกข์!! เฮียโมกข์ !! ไอ้เฮียโมกข์ !!!
พิโมกข์ รีบขานตอบก่อนที่ไอ้นิลมันจะไต่ระดับคีย์ชื่อเขาเป็อย่างอื่นที่จะทำ ให้ได้ไล่เตะเด็ก
“เอ้อ!!! เรียกหาพ่อ มึงเหรอ” ไอ้ลิงมันตอบมา “คิดว่าอยากเป็พี่เขยกูซะอีก ไม่รู้ว่าอยากเป็พ่อกูด้วย” นิลภัทรบ่นอุบอิบ แต่พิโมกข์ได้ยิน แล้วแอบขำ ยอมแพ้ ความปากหมาของไอ้ลิงนี่เขาเริ่มจะคุ้นเคยกับนิสัยของเ้าเด็กนิล คุ้นเคยพอที่จะรู้ว่าถ้าเราเริ่มกวนเ้าเด็กนี่ มันจะมีปฎิกิริยาตอบโต้กลับมาอย่างเจ็บ ๆ แสบพอ ๆกัน เหมือนกับว่าเ้าตัวเองก็ไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำเป็กลไกลการป้องกันตัวเองแบบอัตโนมัติ จะว่าดีก็ดี จะว่าอันตราย ก็อันตราย “มีอะไร? ”
“นิลมาทวงสัญญา นิลจะล้างไอ้ด้วงกว่างของเฮียโมกข์ไง” พิโมกข์ฟังไม่ถนัด “อะไรนะ?”
“นิลว่าชื่อด้วงกว่างมันเท่ห์กว่านินจานะเฮีย มันดูยิ่งใหญ่เกรียงไกรกว่า”คนพูดทำท่าชูก้ามน้อยๆของมันประกอบคำพูด พิโมกข์คิดตามไอ้เด็กนี่ไร้รสนิยมวะ แต่มันก็แค่ชื่อเขาไม่ได้ใส่ใจอะไร
“เออ เอาที่มึงสบายใจเลยครับ”
“นิลมาล้างรถนะเฮีย” นิลภัทรตอบ “นึกว่าลืมไปซะแล้ว” พิโมกข์ตอบกลับไปบ้าง
“แล้วเฮียเอาไปล้างมาแล้วเหรอ”นิลภัทรทำท่าเสียดาย
พิโมกข์มองท่าเสียใจคนตัวเล็ก เออ ! ล้างอีกก็ได้ว่ะ “ ยัง!! ก็รอนายอยู่เนี่ย”
นิลภัทรจากท่าดอกไม้หุบ กลายเป็ดอกไม้บานร่าเริงสุดขีด พิโมกข์บอก " เดี๋ยวไปเข็นรถมาให้ล้างหน้าบ้านนะ ตรงทางเข้าโรงรถมีก๊อกน้ำอยู่ อุปกรณ์อยู่แถวๆนั้นลองหาดู เปลี่ยนชุดแป๊บ"
สักพัก พิโมกข์ในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้น เดินไปขยับรถให้นิลภัทร เขาเหยียบขึ้นขาตั้งคู่ให้นิลภัทร ตาก็เหลือบดูคนตัวเล็กช่างสังเกต คอยมองตามเขาอยู่ตลอดเวลา เขาผายมือเชิญคนล้างรถเป็สัญญาณให้เริ่มได้
ก่อนจะเดินกลับเข้าไปหยิบน้ำอัดลมสองกระป๋อง เก้าอี้สนามและกีตาร์ ออกมานั่งคุมงานลูกจ้างตรงสนามหญ้าใกล้ๆ กัน
เขาแกะฝากระป๋องน้ำอัดลมขึ้นจิบ พลางสังเกตการทำงานของนิลภัทร เด็กคนนี้ศึกษาวิธีล้างรถบิ๊กไบค์มา อย่างดีพอใช้ ขั้นตอนการล้างแทบจะเหมือนที่ร้านใหญ่ๆ ทำกันซึ่งเขาเชื่อว่า หมอนี่ไม่น่าจะเคยไปดูด้วยตาตัวเองด้วยซ้ำ ข้อได้เปรียบของนิลภัทร คือ มือเล็กๆ ของเขาสามารถล้วงเข้าไปเช็ด ซอกมุมเล็กๆได้อย่างทั่วถึง พิโมกข์ อดชื่นชมในความศึกษาข้อมูลและความใส่ใจรายละเอียดของคนตัวเล็ก เขาให้คะแนนความพยายามเต็ม 10 จะติดอยู่แค่อย่างเดียวไม่มีที่เป่าแห้ง แต่ไม่ใช่ปัญหา เดี๋ยวเขาซื้อมาไว้ให้ทีหลัง
พิโมกข์ถาม “ชอบรถเหรอ” นิลภัทรหันมายิ้มตาหยี" ไอ้ท่าแบบนี้ถอดแบบออกมาจากพี่สาวเป๊ะๆ พิโมกข์อดยิ้มตอบไม่ได้
“นิลเคยเห็นแต่ใน TV กับที่เขาขับกันบนถนนนะครับ เห็นไกล ๆ เคยคิดว่าอยากดูใกล้ๆ อยากลองจับดูบ้าง” คนพูดพูดไปมือก็ทำงานไปอย่างขยันขันแข็ง เวลาพูดสิ่งที่ชอบสายตามีประกายมีชีวิตชีวา เขาอดจะเอ็นดูเ้าเด็กนี่ไม่ได้"
พิโมกข์บอกอย่างใจดี “เดี๋ยวรถแห้งเฮียพาขับกินลมหนึ่งรอบ” คนตัวเล็กยิ้มแป้นหัวเราะชอบใจพยักหน้ารับ
“กินน้ำหรือเปล่า” พิโมกข์ถามอย่างเอื้อเฟื้อ ไอ้ตัวดีกวนกลับ “เฮียใส่ยาอะไรลงไปหรือเปล่า”
พิโมกข์แหย่กลับ “เออ!ดิ ใส่ยานอนหลับนะ รำคาญ! พูดมาก”
นิลภัทรหันมาหยิบกระป๋องน้ำอัดลมที่ิพิโมกข์แกะฝาแล้วยื่นให้ “ถ้าไม่มีเสียงนิล นี่ที่นี่เงียบมากเลยนะเฮียโมกข์ เฮียโมกข์เหงาหรือเปล่า บ้านใหญ่โตอยู่คนเดียวนะ”
พิโมกข์ยกกระป๋องเครื่องดื่มขึ้นจิบ มองเหม่อก่อนจะตอบ “ชินแล้วหละ ปรกติไม่ค่อยอยู่บ้านนะ หาอะไรทำข้างนอก”
“เฮียโมกข์นิลล้างรถดีไหม ขอเบิกเงินเลยได้เปล่า” พิโมกข์ หรี่ตามอง “ร้อนเงินเหรอ? ” นิลภัทร พยักหน้าไม่ตอบ พิโมกข์ลุกขึ้นยืน “ปะขับรถเที่ยวกัน”
22:40 เพชรชมพูนอนฟังเสียงฝนตก อยู่หน้าทีวีนิลภัทรหลับไปแล้วั้แ่แม่ไม่อยู่เธอกับนิลภัทรออกมานอนรวมกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่น คืนนี้ อากาศเย็นเพราะฝนตกหนักเธอสะดุ้งตื่นเพราะเสียงแก้วแตกที่ดังฝ่าสายฝนเธอนอนรอฟังว่าเธอหูแว่วไปเองหรือเปล่าใจอดคิดไปถึงคนที่อยู่บ้านใหญ่ห่างออกไปไม่เกิน 500 เมตร ไม่ได้
เพล้ง!!!! เธอได้ยินเสียงชัดเจน เธอไม่ได้หูแว่วเธอดีดตัวขึ้นทันที เฮียโมกข์เป็อะไรหรือเปล่า เพชรชมพู เดินไปหยิบร่มสีขาวขุ่นที่อยู่ในกระถางดินเผาทรงสูงตรงประตูบ้าน เปิดประตูเดินฝ่าสายฝนออกไปอย่างไม่เกรงกลัวลมที่พัดจนต้นไม้ โยกไหวแทบจะโค่น เสียงฟ้าผ่า ฟ้าร้อง ดังสลับไปมาอย่างน่ากลัว เธอกอดด้ามร่มไว้แนบกับอก เพื่อไม่ให้มันปริวไปกับลมที่กรรโชกแรง เพล้ง!!! เสียงดังอีกครั้ง!!! เร่งให้เธอตัดสินใจวิ่งไม่คิดชีวิตเธอกระชากประตูบานใหญ่ฝั่งสระน้ำออก เธอเห็นร่างสูงกึ่งนั่ง กึ่งนอนตรงโซฟาหน้าบ้าน โต๊ะเล็กข้างหน้ามีขวดเหล้าที่เหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งวางอยู่ พื้นบริเวณหน้าเค้าเตอร์บาร์เต็มไปด้วยเศษแก้วแตกกระจาย คนตรงหน้าอยู่ในท่าตะแคงมือซ้ายขยำอกเสื้อเกร็งไว้แน่นจนเห็นเส้นเอ็นปูดโปน มือขวาไขว้ปิดใบหน้าบริเวณ่ดวงตา ร่างใหญ่ตรงหน้าเธอไหวสะท้านด้วยแรงอารมณ์ ดูเปราะบาง โดดเดี่ยว แตกสลาย และสิ้นหวัง
ค่ำคืน ยาวนานสุดทนของเขาเริ่มต้นขึ้นอีกแล้ว เขาอึดอัด ทุรนทุราย เขาไม่รู้ว่าความอดทนของเขา กับเช้าวันใหม่ อะไรจะมาถึงก่อนกัน แม่!! ถ้าแม่จะทำให้โมกข์เกิดมาแล้วปล่อยโมกข์ไว้ในโลกกว้าง เคว้งคว้าง มืด มิด นี้เพียงลำพัง ทำไม? แม่ไม่เอาโมกข์ไปด้วย แม่อย่าทิ้งโมกข์ไป โมกข์ไม่อยากอยู่คนเดียว โมกข์เหนื่อย.. อีกคืนที่เขาหลับตาได้ยินเสียงร้องไห้ของตัวเองดังหนวกหู ยาวนาน เหมือนมันไม่มีที่สิ้นสุด เขาอยากหยุดความเ็ปนี้ ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีก ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า ทันใดนั้นเขาได้กลิ่นอะไรบางอย่าง หอม อบอุ่น อ่อนโยน ค่อยๆแทรกผ่านเข้าไปในความเ็ป ห้อมล้อมเขาไว้ ความเ็ป ความทุรนทุรายค่อยๆจางลง ความอบอุ่น และสงบค่อย ๆ แทรกเข้ามาแทนที่ ไล่ความเหน็บหนาวดำมืดและสิ้นหวังในใจให้ล่าถอยออกไปทีละน้อย ทีละน้อย เขาเกาะกอดความอบอุ่นสบายและปลอดภัยนี้ไว้หลับไปพร้อมกับสิ่งนั้น
เช้านี้อากาศเย็นสบาย ใบไม้เขียวสดและแวววาวด้วยหยดน้ำฝนที่เพิ่งหยุดตกไปเมื่อเช้าตรู่ พิโมกข์ยืนอยู่ข้างๆเ้านินจาในชุดเครื่องแบบเสื้อเชิ้ตนักเรียนแขนสั้น กางเกงขายาวสีกรมท่า รองเท้าผ้าใบสีขาว หล่อทุกกระเบียดนิ้วั้แ่หัวจรดเท้าในสายตาของเด็กสาวที่ค่อยๆเดิน สะลึมสะลือโผลเผลมาหาในเสื้อเครื่องแบบนักเรียนของเด็กมัธยมต้น กับกางเกงวอร์มที่ใส่ทับกระโปรงนักเรียนไว้ข้างใน เธอมองเขาอย่างอิจฉา แล้วแอบคิดในใจเราเหมือนนักแสดง ที่มาเข้าฉากหนังคนละเื่ เขาเหมือนพระเอกหนังวัยรุ่นเกาหลี ส่วนเธอเหมือนตัวประกอบหนังผีไทย เฮ้อ!!!!!! ไม่ยุติธรรม
พิโมกข์ดึงเสื้อกันหนาวสีดำแบบมีฮู้ดสวมลงทางหัว กำลังจัดคอเสื้อให้เข้าที่ หันหน้ามองตามเสียงเดินเหยียบก้อนกรวดของเด็กหญิงที่กำลังเดินตาปรือแทบปิด ผมสีน้ำตาลธรรมชาติที่เ้าตัวคงเพิ่งสระและเป่ามาชี้โด่ ชี้เด่ ไปคนละทิศ ละทางอย่างไม่สามัคคีกัน ขนตาสีน้ำตาลปลายสีทองที่คอยกะพริบถี่ๆ เพราะง่วงนอน พิโมกข์มองขำๆก่อนร้องทักพร้อมส่ายหัว “สภาพ” ก่อนที่สายตาจะเลื่อนลงมาสะดุดตรงอกเสื้อคนตัวเล็ก เขาหันหน้าหนีทันดี พร้อมถอดเสื้อแขนยาวที่เพิ่งสวมลงไปเมื่อครู่ คลุมลงไปบนหัวคนตัวเล็กกว่า เพชรชมพูก็จัดแจงสวมเข้าไปทันทีตามสัญชาตญาณไม่ได้หยุดคิดแอะใจสักนิดว่าเขาให้ใส่ทำไม พร้อมหันกลับมาถามคนตัวสูงกว่า “ขี้เหร่ไม่พอเหรอ” พิโมกข์ตอบกลับมาอย่าง หงุดหงิด พร้อมดึงแขนเสื้อตัวเองที่เพิ่งสวมทับไปให้คนตัวเล็กขึ้นมาพับให้ทีละข้าง พลางคิดในใจ ทีแขนขาเสือกไม่ยาวขึ้น แต่อย่างอื่นเสือกอยากจะโตขึ้นทุกวันๆ “เออดิ !! ขี้เหร่ไปเลยนะทั้งวัน อย่าให้รู้นะว่าเสือกถอดเสื้อออก กลับมาพ่อจะจับถ่วงน้ำ” เพชรชมพู งง ใจ เฮียโมกข์ อารมณ์เสียอะไร เฮ้อ!!!! ผีเข้า ผีออก วันละหลายสิบรอบคงต้องพาเฮียไปพบจิตแพทย์ รักษา กันจริงๆ จังๆซะแล้ว
พอถึงรั้วโรงเรียนรถจอดปุ๊บคนข้างหลังรีบะโลงยืนบนทางเท้าอย่างเริ่มชำนาญพร้อมกับรูดกางเกงขายาวพรืดออกอย่างไวก่อนจะม้วนกางเกงขายาวยื่นให้คนขับที่รับมาม้วนๆยัดใส่กระเป๋าเป้ที่อยู่ข้างหน้า และรีบรับหมวกสีดำแถบแดงที่คนตัวเล็กถอดออก และยื่นให้ ก่อนจะสะบัดผมสั้นไปมาแรง ซึ่งเขามองอย่างขัดตา ยิ่งขี้เหร่ไปใหญ่ พิโมกข์เปิดกระจกหมวกขึ้น
เพชรชมพูเห็นพิโมกข์เปิดกระจกเหมือนทำท่าจะพูดอะไรก็เอียงหูไปใกล้ๆ “ มีตังค์กินข้าวหรือเปล่า”
เพชรชมพูยิ้มแป้น พนมมือแต้ “ยืมเฮียโมกข์ก่อนได้ไหมคะ”
พิโมกข์ยิ้มเครียดๆ บอก"เอากระเป๋าตังค์มาให้หน่อย อยู่ในเป้ซิปนอกสุด"
เพชรชมพูรีบหยิบมาให้ พิโมกข์เปิดกระเป๋าหยิบแบงก์ สีม่วงออกมา 1 ใบ พลางคิดในใจ กูนี่เหมือนพ่อคนขึ้นทุกวันทุกวัน ก่อนจะยื่นให้คนที่ยืนพนมมือรอ เพชรชมพูรับเงินมาใส่กระเป๋ากระโปรง ไม่ลืมหยิบกระเป๋าสตางค์ มาเก็บใส่เป้ช่องเดิมให้อย่างเรียบร้อย เพชรชมพูยืนโบกมือส่งรถมอเตอร์ไซค์จนเขาเลี้ยวมุมลับสายตาไป ก่อนจะวิ่งไปที่ห้องเรียน
ตอนเย็นเพชรชมพูยืนรอพิโมกข์ที่เดิมที่เขามาส่งเมื่อเช้า คนขับเปิดกระจกลงถามก่อนจะทยอยเอาของจากกระเป๋าหน้ายื่นให้คนยืนข้างๆ “วันนี้ถอดเสื้อกันหนาวหรือเปล่า” เพชรชมพูตอบพลางหยิบกางเกงมาสวมทับกระโปรงเร็วๆ “อากาศเย็นๆพอดีคะวันนี้ใส่เสื้อเฮียโมกข์ทั้งวันอุ่นสบายมาก รู้สึกเหมือนจะฉลาดขึ้น นิดๆ ด้วยนะคะ” ก่อนจะหัวเราะคิ๊กคั้ก พิโมกข์ปิดกระจกหมวกลงพลางคิดในไง ฮึ!! ไม่หรอก ยังโง่ เหมือนเดิมนั่นแหละ เขากังวลใจเื่เสื้อทั้งวันจนเรียนไม่รู้เื่ สงสัยจะติดเชื้อโง่จากใครบางคน
พิโมกข์เดินนำเพชรชมพูขึ้นไปที่ร้านชุดชั้นในสตรี เดินไปพูดอะไรบางอย่างกับพนักงานขายหญิง สีหน้าดูอึดอัด ก่อนจะเดินไปยืนรอที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ พนักงานขายหญิงเดินยิ้มมาหาเพชรชมพูพูดอะไรบางอย่างกับเธอ เธอหันหน้าไปมองร่างสูงที่ยืนหันหลังให้เห็นแค่ใบหูแดงๆ สองข้าง ก่อนที่จะเดินตามพนักงานขายไปเลือกบราเด็กเอาแบบที่ถูกที่สุดมา 5 ตัว ตอนแรกคนขายบอกพี่ชายให้เลือกให้ 1 โหล แต่เธอคิดว่าออกจะเกินความจำเป็ไปสักหน่อย เพิ่งจะเข้าใจทำไมเฮียโมกข์ให้ใส่เสื้อกันหนาวก็ตอนนี้เอง ตัวเธอเองก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปรกติของร่างกายแต่ด้วยความที่แม่ไม่อยู่แล้วก็แอบคิดว่าเดินตัวงองอ ก็คงจะไม่มีใครสังเกตเห็น เธอเดินบิดๆถือถุงไปยืนข้างๆคนที่กำลังจ่ายตังค์ และรอรับเงินทอนแอบยกมือไหว้คนตัวสูงที่หันมาชำเลืองมองเธอด้วยหางตาเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบบอก “ ยืมตังค์ก่อนนะเฮีย เดี๋ยวจ่ายคืนให้ ” คนตัวสูง หน้าหล่อแต่ไม่อ่อนโยน หันมาพูดอย่างเ็า “ขัดส้วม ขัดรองเท้า ถูบ้านั้แ่พื้นยันหลังคา ทั้งชาติ จะใช้หนี้หมดไหมยังไม่รู้เลย” เพชรชมพูผู้ทำหน้าแมวจ๋อยส่งสายตา แง้ววๆๆ มองมาอย่างไม่รู้จะตอบว่าอะไรดี