บทที่ 28 เดาใจเขาไม่ได้เลยจริง ๆ
พูดจบหลีเกอก็ถือกล่องกระดาษออกจากลิฟต์ไป ทิ้งให้ฟู่ซือเหยียนมองตามแผ่นหลังของเธอไป สายตาของเขาหยุดอยู่ที่เธอครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ดูเหมือนจะยอมอ่อนข้อให้คนอื่น แต่จริง ๆ แล้วก็เป็คนที่มีความคิดเป็ของตัวเอง
หลีเกออุ้มกล่องกระดาษกลับมาที่ห้องในคอนโด
ห้องนั่งเล่นค่อนข้างรก มีกล่องกระดาษวางอยู่เต็มไปหมด เธอจัดการแยกของและจัดระเบียบอยู่พักใหญ่ จากนั้นจึงหยิบน้ำขวดหนึ่งจากตู้เย็นแล้วยืนรับลมที่ระเบียง
“หืม?” หลีเกอชะงักมือที่กำลังดื่มน้ำ
เธอเห็นอย่างชัดเจนว่ามีรถเก๋งสีดำจอดอยู่บนถนนฝั่งตรงข้ามที่คั่นด้วยแนวต้นไม้ หน้าต่างด้านหลังลดลงครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นชุดสูทที่ตัดเย็บอย่างประณีต และ้าเป็ใบหน้าที่หล่อเหลาและดูดี
เป็หานจินหยาง!
หลีเกอใมากจนเกือบจะถือขวดน้ำไม่อยู่ ชายในรถดูเหมือนกำลังรอใครบางคน ไม่นานนัก หญิงสาวคนหนึ่งที่แต่งตัวดูดีก็ออกมาจากคอนโดฝั่งตรงข้าม
หานจินหยางเปิดประตูหลังรถอย่างสุภาพ หญิงสาวคนนั้นก็เข้าไปนั่งในรถ จากนั้นรถก็แล่นออกไป
หลีเกอยืนอยู่ที่ระเบียงเป็เวลานาน เธอไม่คิดว่าหานจินหยางจะอยู่ใกล้กับเธอขนาดนี้ แถมยังมีแฟนแล้วด้วย แต่ในเมื่อเขามีแฟนแล้ว ทำไมยังต้องส่งดอกไม้มาให้เธออีก?
หานจินหยางมาประเทศ Z เพราะแฟนสาวคนนี้หรือเปล่านะ?
.....
หลีเกอคิดว่าหานจินหยางจะหยุด แต่หลังจากกลับไปทำงาน เธอก็ยังคงพบดอกคามีเลียสีขาววางอยู่บนโต๊ะทำงานของเธอ ตามที่เพื่อนร่วมงานบอก ใน่ที่เธอลาหยุดก็มีคนนำดอกไม้มาส่งให้ตรงเวลาทุกวัน
เธอไม่เข้าใจว่าหานจินหยาง้าอะไรกันแน่
“หลีเกอเธอไปทำอะไรให้เจียวม่านหนิงโกรธหรือเปล่า?” ขณะที่หลีเกอ ถือดอกไม้และกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น เพื่อนร่วมงานที่นั่งข้าง ๆ ก็หมุนเก้าอี้มาถามหลีเกอ
“มีอะไรเหรอ?”
เพื่อนร่วมงานมีสีหน้าแปลก ๆ พูดจาตะกุกตะกัก บอกให้เธอไปดูในระบบภายในของบริษัทเอง
หลีเกอเปิดดูก็พบว่าเป็เื่เกี่ยวกับเธอ
เจียวม่านหนิงส่งอีเมลฉบับหนึ่งเวลาเก้านาฬิกาตรง ระบุว่ามีเพื่อนร่วมงานรายงานว่าหลีเกอ ในตอนที่ออกไปเจรจาธุรกิจ ยังรับเงินใต้โต๊ะจากลูกค้าอีกต่างหาก และเธอจะไล่หลีเกอออก
มีไฟล์รูปถ่ายสองสามใบแนบอยู่ด้วย มีรูปหนึ่งเป็รูปในขณะที่หลีเกอกำลังรับซองหนาจากมือผู้ชายคนหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายมีรอยยิ้มบนใบหน้า เหมือนตกลงอะไรบางอย่างสำเร็จ
ยอดเข้าชมหลายพันครั้ง แสดงว่าพนักงานทุกคนในบริษัทฟู่รู้เื่นี้หมดแล้ว
ลงมือแล้วสินะ
หลีเกอไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย รอยยิ้มปรากฏบนริมฝีปากของเธอเล็กน้อยก่อนจะส่งข้อความหานักข่าวคนนั้น จากนั้นก็ออกจากแผนกไปอย่างไม่รีบร้อนมุ่งหน้าไปที่แผนกวางแผน
เมื่อเธอมาถึงแผนกวางแผนก็เห็นเจียวม่านหนิงกำลังแนะนำหลี่เจี๋ยอวี๋ให้คนในแผนกรู้จักด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
ในกลุ่มพนักงานแผนกวางแผน หลีเกอไม่เห็นฟู่อวิ๋นจือ
หลีเกอสวมรองเท้าส้นสูงแล้วเดินเข้าไปข้างใน เสียงมาถึงก่อนตัวคน “ผู้จัดการเจียว”
ทันใดนั้นสายตาของทุกคนในแผนกวางแผนก็หันไปทางหลีเกอ รวมถึงเจียวม่านหนิงด้วย เมื่อเห็นท่าทีผ่อนคลายของหลีเกอ แววตาของเธอก็เต็มไปด้วยความเคียดแค้น
อีกไม่นานหลีเกอก็คงหัวเราะไม่ออกแล้ว!
“หลีเกอ เธอมาแผนกวางแผนมีธุระอะไรงั้นเหรอ?”
“เื่อีเมลฉบับนั้นค่ะ…ผู้จัดการเจียว ผู้ชายคนนั้นเป็ช่างภาพ เขาเคยไปถ่ายรูปกับฉันและหัวหน้าแผนกหลิวมาก่อน เขาแค่ส่งรูปให้ฉัน ไม่ใช่เงินที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย”
เจียวม่านหนิงหัวเราะเยาะ “ตอนนั้นมีแค่เธอกับเขา เธอบอกว่าเขาเป็ช่างภาพ เขาก็เป็งั้นเหรอ! แต่ทุกคนไม่ได้ตาบอดนะ สิ่งที่อยู่ในห่อนั่นดูยังไงก็ไม่เหมือนรูปภาพเลยสักนิด”
“แต่ฉันตามช่างภาพคนนั้นมาให้สอบถามได้นะคะ”
“ถึงแม้สิ่งที่คุณพูดจะเป็เื่จริง แล้วมันยังไงล่ะ?” เจียวม่านหนิง
กอดอกแล้วยิ้มเยาะเย้ย “ฉันไม่พอใจกับทัศนคติในการทำงานของคุณ ดังนั้นฉันก็จะไล่คุณออก!”
“ผู้จัดการเจียว ถ้าคุณไม่พอใจฉัน คุณสามารถคุยกับหัวหน้าของฉันได้” หลีเกอก้มหน้าลง “ฉันได้ยินมาว่าที่บริษัทไม่อนุญาตให้จัดการเื่ต่าง ๆ ข้ามแผนกนะคะ”
“ฉันได้แจ้งหัวหน้าแผนกของคุณแล้ว เขาไปเดินทางต่างจังหวัดและให้ฉันจัดการเื่นี้ได้เลย” เจียวม่านหนิงอยากจะกำจัดหลีเกอเต็มที “คุณรีบกลับไปเก็บของได้แล้ว!”
หลีเกอหัวเราะเยาะในใจ
เจียวม่านหนิงเธอนี่ช่างกล้าไม่เบาเลยจริง ๆ ไม่เพียงแต่จะจัดการเื่ข้ามแผนกเท่านั้น ยังกล้าโกหกหน้าด้าน ๆ อีก ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้รู้จักหัวหน้าแผนกของหลีเกอดีเลยด้วยซ้ำ เขาน่ะปกป้องลูกน้องตัวเองสุด ๆ ถ้าเจียวม่านหนิงกล้าทำแบบนี้ รับรองได้เลยว่าหัวหน้าแผนกของหลีเกอคงได้มีเื่กับแผนกวางแผนแน่นอน
ในตอนนั้น เพื่อนร่วมงานคนใหม่ของแผนกวางแผนอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นว่า “ผู้จัดการ มันเป็ความผิดของคุณไม่ใช่เหรอ?”
“หลี่เจี๋ยอวี่ รู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา!” เจียวม่านหนิงไม่คิดว่าคนใหม่อย่างหลี่เจี๋ยอวี๋จะกล้าพูดแทนหลีเกอ จึงส่งสายตาตำหนิไปให้ “เื่นี้ไม่เกี่ยวกับเธอ อย่ายุ่ง!”
หลี่เจี๋ยอวี๋ไม่สะทกสะท้านกับคำตำหนิของเจียวม่านหนิง เธอตอบกลับอย่างเชื่องช้าว่า “ถ้าเป็คนในแผนกเราว่าไปอย่าง แต่เธอเป็คนของแผนกแปล ถึงฉันจะเพิ่งเข้ามาทำงาน แต่ก็รู้ว่าบริษัทห้ามยุ่งเื่ข้ามแผนก”
“ถ้าเธอทำงานไม่ดี ก็ค่อยรอให้หัวหน้าเธอกลับมาจัดการ หรือไม่ก็ให้ฝ่ายบุคคลจัดการ แต่ถ้าผู้จัดการอย่างคุณมาจัดการ ก็เหมือนกับว่าคุณมีเื่บาดหมางกับเธอ แล้วหาโอกาสแก้แค้นเธอ”
เจียวม่านหนิงยิ้มแห้ง ๆ “ฉันจะมีเื่บาดหมางอะไรกับเธอได้?”
“แล้วทำไมคุณถึงไล่เธอออกล่ะ?” หลี่เจี๋ยอวี๋ดันแว่นตาอย่างสงสัย “แล้วอีกอย่าง หัวหน้าข้ามแผนกไปยุ่งเื่ของแผนกอื่น ถ้าไม่แจ้งรองประธาน มันก็เื่ใหญ่ไม่ใช่เหรอคะ?”
“พอได้แล้ว!” สีหน้าของเจียวม่านหนิงดูแย่มาก พนักงานใหม่คนนี้ทำให้เธอเสียหน้าไม่น้อย “ฉันไม่รับเธอเข้าแผนกวางแผนแล้ว เธอเก็บของออกไปกับหลีเกอได้เลย!”
“ผู้จัดการเจียว” หลีเกอเม้มริมฝีปากแล้วพูดขึ้น
ถึงแม้เธอจะรู้สึกขอบคุณพนักงานใหม่ที่พูดช่วย แต่เธอก็ไม่อยากให้พนักงานใหม่คนนี้ต้องตกงานเพราะเื่นี้ บริษัทฟู่ ขึ้นชื่อว่าเข้ายากออกง่าย แถมละครเื่นี้ก็ยังไม่จบ
แต่ทันทีที่หลีเกอพูดขึ้น หลี่เจี๋ยอวี๋ก็ส่งสายตาในทำนองว่า ‘ไม่ต้องห่วง’ ราวกับว่าหลี่เจี๋ยอวี๋มีแผนการรับมืออยู่แล้ว หลีเกอจึงได้แต่เงียบและดูหลี่เจี๋ยอวี๋กลับไปเก็บของที่โต๊ะ
หลี่เจี๋ยอวี๋อุ้มกระถางต้นหอม แล้วพูดกับเจียวม่านหนิงอย่างจริงจังว่า “ผู้จัดการคะ คุณเป็คนไล่ฉันออกนะ ไม่ใช่ฉันอยากออกเอง งั้นฉันไปแล้วนะคะ!”
ใบหน้าของเจียวม่านหนิงซีดเผือดลงทันที
หลังจากออกมาจากแผนกวางแผนด้วยกัน หลีเกออดไม่ได้ที่จะถามว่า “เธอให้คุณไป คุณก็ไปง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ?”
“แน่นอนสิ ยังไงฉันก็ไม่ชอบขี้หน้าเธออยู่แล้ว” หลี่เจี๋ยอวี๋เบะปาก “คุณก็เห็นแล้วว่าเธอเป็คนยังไง ถ้าทำงานเป็ลูกน้องเธอ คงไม่มีวันไหนที่สบาย แล้วยิ่งกว่านั้น…”
เธอส่งยิ้มเ้าเล่ห์ให้หลีเกอ “อย่าลืมนะว่า บริษัทฟู่เป็ฝ่ายเชิญฉันมาเอง ถ้าฉันไม่ได้ทำงานที่บริษัทฟู่ แน่นอนว่าต้องมีคนโทรมาถามฉัน แล้วคุณคิดว่าใครจะซวยล่ะ?”
หลีเกอถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา
เมื่อหลีเกอกลับไปที่แผนกเพื่อเก็บของ เพื่อนร่วมงานหลายคนก็มารุมล้อม ถามว่าเกิดอะไรขึ้น หรือไม่ก็บอกให้เธอยอมก้มหัวขอโทษเจียวม่านหนิง เพื่อให้เื่จบ ๆ ไป แต่เธอก็ได้แต่ยิ้ม
ไม่ต้องรีบ เื่สนุกกำลังจะเริ่มแล้ว
ระหว่างที่ลงลิฟต์ด้วยกัน หลีเกอกับหลี่เจี๋ยอวี๋ก็ได้ทำความรู้จักกัน
หลีเกอรู้ว่าหลี่เจี๋ยอวี๋ถูกบริษัทฟู่เชิญตัวมาทำงานพิเศษ และเพิ่งมาถึงเมืองหนาน หลีเกอจึงบอกว่าถ้ามีเวลาจะพาเธอไปเที่ยวชมเมืองหนาน ซึ่งหลี่เจี๋ยอวี๋ก็ตอบตกลงทันที
ลิฟต์หยุดที่ชั้น 20 พนักงานชายสองคนเดินเข้ามาพร้อมกับพูดคุยและหัวเราะ ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังคุยเื่ซุบซิบนินทา
“ผู้จัดการฟู่นี่น่าสงสารจริง ๆ”
“ใช่ ยังดีที่ขาไม่เป็อะไร เลยไม่เป็เื่ใหญ่”
“...”
เมื่อหลีเกอได้ยินพวกเขาพูดถึงผู้จัดการฟู่ เธอจึงนึกถึงผู้จัดการและรองผู้จัดการในบริษัทที่แซ่ฟู่ ซึ่งมีแค่ฟู่อวิ๋นจือคนเดียว “ขอโทษนะคะ ผู้จัดการฟู่เป็อะไรไปเหรอคะ?”
“อ้อ หลีเกอเองเหรอ?!” เนื่องจากแผนกแปลต้องลงมาข้างล่างบ่อย ๆ พนักงานหลายคนจึงรู้จักหลีเกอ หนึ่งในนั้นจำเธอได้และพูดด้วยความเสียดายว่า “ได้ยินว่าผู้จัดการฟู่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ตอนเช้า มีแผลถลอกหลายแห่งบนใบหน้า แถมเกือบจะขาพิการด้วย”