" นี่พวกเ้ากำลังจะทำอะไรกัน " ผู้ที่เอ่ยออกมาก็คือ มู่ปิงปิง นางเอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามายังพวกเขา โดยด้านหลังของนางยังมีชิ้วเอ๋อและนายกองโป้กับผู้ติดตามอีกสองคนเดินตามมาด้วย
บุรุษหนุ่มเห็นดังนั้น เขาก็คลายมือออก แล้วทำตัวให้ผ่อนคลาย มองไปยังมู่ปิงปิงที่กำลังเดินเข้ามา ซึ่งผิดกับอันธพาลทั้งสี่คน พวกมันเมื่อเห็นว่าเ้าของเสียงคืออิสตรี ก็มีสีหน้าไร้กังวล และเมื่อเห็นว่าสตรีนางนี้มีรูปโฉมงดงามยิ่งก็เกิดกิเลสขึ้นมาทันที คนที่เป็หัวหน้าของอันธพาลจึงเป็ฝ่ายเอ่ยขึ้น " แม่สาวน้อย เ้ารู้จักเด็กบ้านนอกคนนี้ด้วยหรือ "
มู่ปิงปิงไม่สนใจหัวหน้าอันธพาลและคนของมันแม้แต่น้อย นางเบนสายตามองไปยังบุรุษหนุ่ม " นี่เ้า เป็อะไรหรือไม่ "
เหล่าอันธพาลเห็นว่ามู่ปิงปิง ไม่สนใจตน พวกมันก็ไม่พอใจเป็อย่างมาก แต่ก่อนที่พวกมันจะได้เอ่ยวาจาใดๆออกมา เสียงตวาดของนายกองโป้ก็ดังขึ้น " หากพวกเ้ายังรักชีวิตอยู่ ก็จงรีบไสหัวไปซะ หาไม่ข้าจะเด็ดหัวพวกเ้าลงมาให้หมด "
และเมื่อเหล่าอันธพาลได้ยินเช่นนั้น หนึ่งในพวกมันก็เดินไปสกิดอันธพาลที่เป็หัวหน้า " ลูกพี่ ข้าจำชายคนนี้ได้ เขาเป็นายกองเฝ้าจวนของจวนแม่ทัพมู่ "
หัวหน้าอันธพาลเผยสีหน้าใออกมาทันที รีบกุมมือคำนับโดยไว ก่อนจะเผ่นหนีหางจุกตูดไปพร้อมกับเหล่าลูกสมุน
มู่ปิงปิง จึงเดินเข้ามาหาบุรุษหนุ่ม พลางเอ่ยขึ้น " นี่ เ้ามาจากที่ไหนหรือ "
บุรุษหนุ่มยืนลังเลอยู่ชั่วครู่ เขาจึงตัดสิ้นใจเอ่ยขึ้น " คุณหนู เ้าพอจะเลี้ยงอาหารข้าซักมือได้หรือไม่ "
มู่ปิงปิงอมยิ้มขึ้นมาทันที นางมองไปยังบุรุษหนุ่มที่เอามือกุมท้อง พลางกล่าวออกมาว่า " ได้สิ เป็ข้าที่ทำเ้าาเ็ เช่นนั้นอาหารมื้อนี้ถือซะว่าข้าขอโทษเ้าหละกัน "
เอ่ยจบ มู่ปิงปิงก็พาบุรุษหนุ่มเดินไปยังโรงเตี๊ยมชั้นดีที่อยู่ไม่ไกลมากนัก
" เอาหละ เ้าอยากกินอะไรเชิญเ้าสั่งได้ตามสบายเลย " มู่ปิงปิงเอ่ยขึ้น
บุรุษหนุ่มจึงเอ่ยออกมาว่า " เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจหละ " พูดจบ เขาก็หันไปสั่งอาหารกับเสี่ยวเออร์หนุ่ม
ซึ่งการสั่งอาหารของเขา ทำให้มู่ปิงปิงและคนของนางใเป็อันมาก เหตุก็เพราะว่า อาหารที่บุรุษหนุ่มผู้นี้สั่งนั้นเป็จำนวนมากถึงสิบกว่าอย่าง ไม่ใช่ว่านางไม่มีเงินจ่าย แต่ว่าจำนวนอาหารเหล่านี้มันมากพอที่พวกนางสี่ห้าคนจะกินหมดด้วยซ้ำ จวบจบเสี่ยวเออร์ยกอาหารมาถึง บุรุษหนุ่มก็ไม่รอช้า เริ่มสวาปามเหล่าอาหารที่เสี่ยวเออร์ยกมาอย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่สนใจเลยว่ามู่ปิงปิงและคนของนางกำลังมองดูด้วยความใอยู่ และในระหว่างที่เขากำลังกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ มู่ปิงปิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขาก็เอ่ยถามขึ้น " นี่ เ้ามีชื่อแซ่ว่าอะไรหรือ ? "
บุรุษหนุ่มอ้ำอึ้งเล็กน้อย พลางกล่าวออกมาว่า " เห็นแก่ที่เ้าเลี้ยงอาหารข้า ข้าบอกเ้าก็ได้ ข้าแซ่สือ มีชื่อว่าเฟยหวิ๋น "
" สือเฟยหวิ๋น " มู่ปิงปิงพึมพำขึ้น แล้วถามต่อ " ข้าชื่อมู่ปิงปิง สือเฟยหวิ๋น แล้วเ้ามาจากที่ใดกัน "
สือเฟยหวิ๋นที่กำลังสวาปามอาหารเต็มปาก เขายกกาน้ำขึ้นมาดื่ม ก่อนจะกลืนอาหารลงคอ พร้อมกับเอ่ยขึ้น " หากข้าบอกเ้า เ้าจะซื้ออาหารให้ข้ากินอีกได้หรือไม่ "
เมื่อประโยคนี้ของสือเฟยหวิ๋นดังออกมา ชิ้วเอ๋อ นายกองโป้และผู้ติดตามทั้งสอง ต่างตะลึงจนตาค้าง ก่อนที่ชิ้วเอ๋อจะหลุดอุทานขึ้น " นี้เขาไม่ได้กินอาหารมากี่วันกัน ถึงได้ตายอดตายอยากขนาดนี้ "
มู่ปิงปิงยกมือขึ้นห้ามปรามทันที ก่อนจะหันมาเอ่ยกับสือเฟยหวิ๋น " ได้สิ "
สือเฟยหวิ๋นพยักหน้า พลางกล่าวออกมาว่า " ข้ามาจากนอกด่านทางเหนือ บนูเาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะตลอดทั้งปี ส่วนที่นั่นเรียกว่าอะไรนั้นข้าเองก็ไม่รู้เหมืิอนกัน "
มู่ปิงปิงรีบหันไปทางนายกองโป้ทันที เป็เชิงเอ่ยถาม แต่นายกองโป้กลับส่ายหน้าไปมา เหตุก็เพราะเขาเองก็ไม่รู้จักเช่นกัน
มู่ปิงปิง เหลือบไปมองไปยังกล่องไม้ของสือเฟยหวิ๋น นางอดที่จะถามไม่ได้ " นี่ สือเฟยหวิ๋น เ้าสะพายอะไรมาด้วยอย่างนั้นหรือ "
ปึงงง... สือเฟยหวิ๋นวางตะเกียบลงโต๊ะทันที เขาหันไปหยิบกล่องไม้ที่สะพายด้านหลังเอามาวางไว้บนโต๊ะ พลางเอ่ยขึ้น " นี่หละหรือ มันคือคันธนูของข้าหนะ "
เอ่ยจบเขาก็เปิดกล่องไม้ให้พวกมู่ปิงปิงได้ดู ที่เขากล้าให้มู่ปิงปิงได้เห็น เหตุก็เพราะว่า เขาััได้ว่า มู่ปิงปิงไม่ได้มีเจตนาไม่ดีกับเขา
มู่ปิงปิงและคนของนางเมื่อได้เห็นคันธนูที่อยู่ด้านใน พวกเขาต่างก็อดตะลึงไม่ได้ เนื่องด้วยว่า คันธนูที่อยู่ในกล่องไม้ใบนี้ มีสีดำทมิฬทั้งตัว แต่ที่ทำให้พวกเขาต้องตกตะลึงก็คือ คันธนูสีดำอันนี้ มีขนาดใหญ่กว่าคันธนูปรกติถึงสองเท่า อีกทั้งแค่มองดูพวกนางก็รู้ว่าคันธนูคันนี้มันจะต้องหนักมากแค่ไหน
นายกองโป้ ที่กำลังตะลึง พลางอดไม่ไหว เขาอุทานขึ้น " ั้แ่ข้าเป็ทหารมา ยังไม่เคยเห็นคันธนูที่ใหญ่ั์ขนาดนี้มาก่อน " สุดท้ายเขาก็อดความท้าทายไม่ไหว รีบพูดขึ้น " ขอข้าง้างมันดูได้หรือไม่ "
สือเฟยหวิ๋นมองไปยังนายกองโป้ ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่า " ได้สิ " เอ่ยจบเขาก็ยกคันธนูขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะยื่นมันไปให้แก่นายกองโป้
มู่ปิงปิงและชิ้วเอ๋อถึงกับเอามือกุมปากด้วยความใ จะไม่ให้พวกนางใได้อย่างไรละ ก็ก่อนหน้านัั้น พวกนางกว่าจะยกคันธนูคันนี้ขึ้นมาได้ ต้องใช้ถึงสองคน จริงอยู่ที่พวกนางเป็สตรี กำลังน้อยกว่าบุรุษ แต่การที่สือเฟยหวิ๋ย ยกมันขึ้นมาด้วยมือข้าเดียว อีกทั้งยังทำเหมือนกับว่ามันเบาอย่างกับนุ่น " นี่เขามีพละกำลังมากแค่ไหนกัน " มู่ปิงปิงอุทานขึ้นในใจ
ด้านนายกองโป้ เมื่อเห็นสือเฟยหวิ๋นยืนคันธนูให้แก่ตน เขาก็ยืนมือไปรับ ปรากฏว่า ใบหรน้าของเขาหนักอึ้งขึ้นมาทันที พลางคิดขึ้นในใจ " บ้าน่าาาา นี่เ้าเด็กนี้แบกคันธนูที่หนักขนาดนี้เดินมาตลอดเลยหรือ " แต่ว่าแม้เขาจะคิดแบบนั้น แต่เขาก็เป็ถึงนายกองที่มู่ปิงคัดเลือกมา เขาย่อมต้องมีกำลังที่ไม่ธรรมดา แต่ว่าถึงจะเป็แบบนั้น หน้าผากที่กว้างใหญ่ของเขาก็เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ผุดออกมา
นายกองโป้ ค่อยๆยกคัันธนูขนาดใหญ่ขึ้นมาด้วยมือซ้าย แม้เขาจะเป็หนึ่งในนายกองที่มีพละกำลังมาก แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังมือสั่นอยู่ดี เขากัดฟันแน่น ใช้มือขวาน้าวไปที่สายธนู เขาสูดลมหายใจเข้า แล้วใช้กำลังทั้งหมดที่มี น้าวสายธนูสุดกำลัง แต่ปรากฏว่า ผ่านไปสามลมหายใจ ไม่ว่าเขาจะใช้กำลังมากเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถจะน้าวสายคันธนูสีดำขนาดใหญ่นี้ได้ " เฮ้อออ... ข้าไม่สามารถน้าวสายคันธนูคันนี้ได้ " เอ่ยจบเขาก็ยกคันธนูคืนให้แก่สือเฟยหวิ๋น
สือเฟยหลงรับคันธนูคืนมา พลางเอ่ยขึ้น " นั่นเพราะท่านมีพละกำลังไม่มากพอ "
นายกองโป้ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย พลางเอ่ยออกมาว่า " หึ... ปีศาจแบบไหนกันถึงจะน้าวสายธนูคันนี้ได้ "
มู่ปิงปิงจึงพูดแทรกขึ้น " นั้นสิ ปีศาจแบบไหนกัน แล้วเ้าละสือเฟยหวิ๋น น้าวสายคันธนูนี้ได้หรือไม่? "
เมื่อคำถามนี้ดังออกมา ทุกคนเองก็มองไปยังสือเฟยหวิ๋นเพื่อรอฟังคำตอบ แต่ทว่าทุกคนก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ เมื่อคำตอบสือเฟยหวิ๋นตอบออกมา ก็คือ " ข้าทำไม่ได้..... "