ปัง!
“ไม่มีทาง!”
อัครเดชตบโต๊ะ เขาปฏิเสธด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ราคา 5,000 หินิญญาระดับสูงนั่นคือเงินเดือนคนทั้งตระกูลถึงสามปี การขูดเืขูดเนื้อนี้มันไม่สมเหตุสมผลจนเกินไป ต่อให้เป็ในงานประมูลอย่างมากก็ราคาไม่เกิน 3,000 หินิญญาระดับสูง
นอกจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเขานำเงินจำนวนนี้ใช้สอยออกไป ต้องบอกก่อนว่าใน่หลายปีมานี้เป็่การเปลี่ยนผ่านทางด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีล้ำสมัย หากเขาไม่มีการลงทุนที่มากพอ หน่วยงานภาครัฐก็จะไม่มีการสนับสนุนวิทยาการใดๆ ในการสำรวจดินแดนรกร้าง เนื่องจากในปัจจุบัน รัฐบาลได้ผูกขาดความรู้ทางด้านเทคโนโลยีจากอารยธรรมโบราณ โดยคิดเป็ร้อยละถึง 80% จากทั้งหมด
เมื่อเป็เช่นนั้นพวกเขาก็จะเกิดความลำบากในด้านการขนส่งแร่จากเหมืองในกรรมสิทธิ์เข้าประเทศ พวกเขาจะต้องหานายทุนใหม่ที่เป็เอกชน แน่นอนว่าส่วนแบ่งที่พวกเขาจะได้รับก็จะมีเพียงเล็บมือเท่านั้น อันเนื่องมาจากการถูกหักภาษีมากมาย
สิ่งนี้จะทำให้ตระกูลหวงไม่มีเงินทุนหมุนเวียนมากพอ การค้าและธุรกิจในเครือจะต้องหยุดชะงัก เมื่อถึงเวลานั้นพวกเขาตระกูลหวงจะมีความเสี่ยงที่จะไม่สามารถตามคู่แข่งได้ทัน และพวกเขาจะไม่สามารถหลีกหนีชะตากรรมตกต่ำลงของตระกูลได้
“ท่านจะไม่ซื้อก็ได้ เพราะถึงอย่างไรเราก็ได้ตกลงกับตระกูลฉินไว้แล้ว”
เฟิงซินหลานยักไหล่
เมื่อหวงเม่ยได้ยินคำพูดนี้นางก็กัดฟันจนได้ยินเสียงขบเคี้ยว ชัดเจนแล้วว่าอีกฝ่ายมาหาเื่พวกเขา อย่างไรก็ตามการกระทำเช่นนี้มันต่ำช้าเกินไป นอกจากพวกเขาจะต้องมีปัญหากับตระกูลฉินแล้วยังต้องเจอกับการขูดเืขูดเนื้อที่ต้องจ่ายออกไปในราคามหาศาล
“ท่านผู้นำ แล้วแต่ท่านเลือกตัดสินใจเถอะ หากไม่มีโอกาส ข้าก็แค่รออีกสักสองสามปี”
เมื่อซั่งกั่วรุ่ยเห็นสถานการณ์นี้เขาก็เข้าใจทันที เขาเพียงแสดงท่าทีไม่ยี่หระ แต่ภายในใจของเขากลับรู้สึกไม่สบายใจ หากอัครเดชไม่สามารถจัดหาโสมมะพานพันปีให้เขาได้ เขาก็ไม่รังเกียจนักที่จะออกจากตระกูลหวงแล้วไปทำงานภายใต้สมาคมปรุงโอสถในเมืองหลวงของมณฑลสิงห์คำรน มันไม่ใช่เื่ยากที่สมาคมที่ใหญ่ที่สุดจะสามารถจัดหาให้เขาได้
“ท่านผู้าุโไม่จำเป็ต้องกังวล ท่านเพียงเตรียมตัวกับการสอบเลื่อนระดับก็เป็พอ”
อัครเดชฝืนยิ้ม เขาจะไม่รู้ความคิดของอีกฝ่ายได้อย่างไร ใครกันจะยอมปล่อยสภาวะเจตจำนงรู้แจ้งโอสถไป ต่อให้เป็คนใจกว้างแค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้
“พวกเราตกลง แต่เราอาจต้องใช้เวลาสักสองสามวันในการเตรียมเงินจำนวนนี้”
อัครเดชพูดขึ้น ทรัพย์สินส่วนใหญ่ของพวกเขาเก็บเอาไว้ในรูปแบบของธนบัตร มันต้องใช้เวลาสักพักเพื่อเปลี่ยนเป็หินิญญาระดับสูง
“ฮ่า ฮ่า ไม่เป็ไรๆ เื่เล็กน้อย”
เฟิงซินหยานหัวเราะออกมาด้วยท่าทีเบิกบาน เมื่อนางเสร็จธุระก็ไม่นั่งนอนอีกต่อไป เตรียมจะจากไปพร้อมกับความสุขของชัยชนะในครั้งนี้
ขณะที่นางกำลังเดินออกไปจากหน้าประตูตำหนักหลัก นางก็อดที่จะฮำเพลงไม่ได้ พวกเ้าไม่สามารถโทษข้าได้ หากพวกเ้า้าจะจัดการใครสักคนก็ควรจะเป็บุตรชายของพวกเ้า เมื่อวันก่อนสามีน้อยของนางได้มาฟ้องนางถึงการกระทำอันน่ารังเกียจของนพเก้า เมื่อนางได้ฟังคำอธิบายที่มีการใส่สีตีไข่เข้าไปนางก็รู้สึกเดือดดาลขึ้นมาทันที
อะไรนะ!
มันทุบตีคนในตระกูลวายุภักษ์และยังทำอนาจารให้อับอายต่อสาธารณชนอีกหรือ สิ่งนี้ไม่สามารถให้อภัยได้
แล้วนี่อะไร!
มาบอกว่าธุรกิจของพวกนางไม่บริสุทธิ์เป็พวกเลี่ยงภาษี มีการปลูกสมุนไพรลับหลังรัฐบาล พวกมันไปรู้มาได้อย่างไร หรือจะมีคนค้นพบสวนสมุนไพรลับแล้ว สิ่งนี้ทำให้นางต้องปวดหัว ดูเหมือนนางจะต้องย้ายสถานที่ลับในป่ามรณะใหม่เสียแล้ว
และสุดท้ายสิ่งที่ทำให้นางเดือดดาลมากที่สุด เด็กเปรตผู้นั้นมันบอกว่านางเป็ผู้หญิงอัปลักษณ์ และไม่สามารถหาสามีที่ดีได้ สิ่งนี้ทำให้ความมีเหตุผลของนางหายไปอย่างสมบูรณ์
ขณะที่นางกำลังจะเดินออกจากประตูคฤหาสน์ตระกูลหวง นางเห็นร่างเด็กหนุ่มและเด็กสาวคนหนึ่งกำลังบินข้ามหัวพวกเขาแล้วตรงไปที่ทางเข้าตำหนักหลัก
เชอะ
นางกระเดาะลิ้น หากอีกฝ่ายไม่ใช่จักรพรรดิยุทธ์นางก็คงจะส่งมือสังหารไปจัดการแล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อนางมองดูโดยใช้สายตาโคจรพลังศักดิ์สิทธิ์ นางไม่อาจมองทะลุฐานการฝึกปรือของนพเก้าได้ นางไม่ทราบว่าระดับที่แท้จริงของอีกฝ่ายจะอ่อนแอกว่านางหรือไม่ เพราะตอนนี้นางติดอยู่ในระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นกลางมาเกือบ 80 ปีแล้ว
จะอย่างไรก็ช่าง เพราะตอนนี้นางได้ระบายความขุ่นเคืองไปแล้ว นางอดสงสัยไม่ได้ว่าเมื่อพ่อแม่คู่นั้นรู้ว่าบุตรชายตนเองเป็ต้นเหตุ พวกเขาจะลงมือจัดการอย่างไร
ตัดกลับมาที่ห้องรับรองในตระกูลหลัก ตอนนี้ซั่งกั่วรุ่ยพูดคุยกับอัครเดชด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ด้วยการกระทำของอัครเดชเขาไม่จำเป็ต้องไปเข้าสมาคมปรุงยาอีกต่อไป เขาไม่้าเป็หนี้และปรุงยาชดใช้อีกเป็เวลาสิบกว่าปี
“ขอบคุณท่านหัวหน้าตระกูล บุญคุณครั้งนี้ข้าซั่งกั่วรุ่ยจะไม่มีวันลืมอย่างแน่นอน”
ชายชราพูดออกมาด้วยสีหน้าเบิกบาน
“มิกล้า มิกล้า ขอเพียงแค่ผู้าุโสอบเลื่อนระดับได้ก็เป็พอ ถึงตอนนั้นก็เป็เื่ของเวลาที่ตระกูลหวงจะผงาดขึ้นมาโดยมีท่านเป็กำลังสำคัญ”
อัครเดชไม่อยากคิดมากอีกต่อไป ตอนนี้เขาทำได้เพียงซื้อใจผู้าุโท่านนี้ต่อไปก็เท่านั้น
“แน่นอน ยังไงซะข้าก็เป็คนของตระกูลหวงกึ่งหนึ่ง”
ซั่งกั่วรุ่ยรู้สึกพึงพอใจในท่าทีนอบน้อมของเ้าตระกูลผู้นี้ เมื่อเขาเลื่อนเข้าสู่ระดับ 4 ดาว เขาจะสามารถทำอะไรก็ได้ตามใจชอบในเมืองเวสสุวรรณ และมีลูกศิษย์มาเข้าหาเขามากมาย คงจะดีมิใช่น้อยท่ามีลูกศิษย์หญิงมากพร์สักสองสามคน เมื่อเขาคิดเช่นนี้ เขาก็อดที่จะยิ้มตาหยีไม่ได้
(เอ๊ะ บางทีลูกสาวของเ้าตระกูลก็อาจจะมีพร์ด้านการปรุงยาเช่นกัน ข้าควรจะหาเวลาเพื่อพูดคุยเื่นี้กับเ้าตระกูลเสียหน่อยแล้ว)
ขณะที่เขากำลังคิดเรื่อยเปื่อย นพเก้าก็ได้เดินเข้ามาพร้อมกับฉินอวี้หลิง
“คารวะท่านผู้าุโซั่งกั่วรุ่ย”
นพเก้าโค้งคำนับเล็กน้อย ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็กระปุกออมสินในตระกูล เขาควรให้เกียรติอีกฝ่ายสักเล็กน้อย
“อืม”
ซั่งกั่วรุ่ยพยักหน้าตอบกลับเล็กน้อย การมีจักรพรรดิยุทธ์มาแสดงการทักทายก็ถือว่าเป็เื่ดีเช่นกัน
(ไม่ ข้า้ามากกว่านี้ หาก้าให้จักรพรรดิยุทธ์ก้มหัวให้ ข้าต้องไปให้ถึงระดับ 6 ดาว)
ทันใดนั้นชายชราผู้นี้ก็รู้สึกมีกำลังใจมากขึ้น ด้วยพร์ของเขา เขาจะต้องสามารถไปถึงระดับนั้นได้อย่างแน่นอนในเวลาไม่เกินหนึ่งร้อยปี
เฮ้อ
อัครเดชถอนหายใจแล้วก็เล่าทุกอย่างออกมา เมื่อนพเก้าได้ฟังจนจบเขาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายมาหาเื่ตระกูลหวง แต่เพราะอะไรตอนนี้เขาไม่สามารถคิดออกได้ เขาพึ่งมาถึงโลกนี้ได้เพียงสี่วันเท่านั้น เขาจำเหตุการณ์ในอดีตได้ไม่มากนัก
“เด็กนี่คือ?”
อัครเดชสงสัย เขารู้สึกคุ้นหน้าเด็กสาวคนนี้
“ข้าเห็นว่านางมีพร์ ข้าจึงรับนางเป็ศิษย์”
นพเก้าตอบกลับและเล่าเื่เหตุการณ์ที่พบเจอระหว่างทางให้ฟัง
“โอว ช่างน่าสงสารนัก มาให้ข้ากอดที”
เมื่อหวงเม่ยได้ยินเื่ราวทั้งหมด นางรู้สึกอยากจะทุบตีสองแม่ลูกคู่นั้น ช่างเป็การกระทำของเดรัจฉาน นางอดที่จะอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาสวมกอดไม่ได้
ฉินอวี้หลิงรู้สึกงุนงง ทำไมอาจารย์ยายผู้นี้ถึงเข้ามากอดนาง อย่างไรก็ตามนางไม่ได้พยายามต่อต้าน นางรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ไม่ได้ััมานาน นางยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
“สายเืปักษากลืนสมุทรงั้นรึ? ยอดเยี่ยมมาก”
อัครเดชและทุกคนในที่นี้ต่างก็ตกตะลึงกันอีกครั้ง วาสนาการได้รับลูกศิษย์แบบนี้มันคืออะไรกัน นอกจากนี้เพียงออกไปแค่คืนเดียวเท่านั้น หากปล่อยให้อีกฝ่ายออกไปอีกแล้วกลับมาจะมีเด็กเพิ่มขึ้นมาอีกหรือไม่ พวกเขาพ่อแม่ของนพเก้าอดที่จะคิดเกี่ยวกับสิ่งนี้ไม่ได้ ต้องบอกก่อนว่าพวกเขาพึ่งจะมีหลานชายเมื่อวาน ยังไม่ทันได้จัดงานฉลองด้วยซ้ำ
ซั่งกั่วรุ่ยมองสลับไปมาระหว่างนพเก้าและฉินอวี้หลิง เขารู้สึกอิจฉา
(ไม่ได้การ หลังจากเลื่อนเป็ระดับ 4 ดาว ข้าต้องรีบหาลูกศิษย์โดยเร็วที่สุด)
หลังจากดีใจพักใหญ่อัครเดชก็รู้สึกสงสัย ทำไมบุตรชายของเขาถึงรู้เื่นี้ได้ เขาไม่มีทักษะการประเมินที่ยอดเยี่ยมเกินไปหน่อยหรือ ดูเหมือนเขาจะต้องไปบอกเื่นี้กับพ่อตาเสยหน่อยแล้ว จากนั้นค่อยจัดการเื่เตรียมเงินซื้อสมุนไพรโสมมะพานพันปี
“จริงด้วยท่านพ่อ เื่โสมมะพานพันปี ท่านไม่จำเป็ต้องเตรียมการแล้วล่ะ ข้าไม่คิดว่าพวกนั้นจะสามารถหามาให้ได้ตามสัญญา”
นพเก้าพูดขึ้นด้วยอารมณ์ขบขัน
“เ้าหมายความว่าอย่างไร?”
ก่อนที่อัครเดชจะพูดขึ้น ซั่งกั่วรุ่ยก็พูดออกมาก่อน สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไร ตระกูลวายุภักษ์คิดจะเล่นตลกกับเขางั้นหรือ อีกฝ่ายไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเลยงั้นหรือ
“ก่อนหน้านี้ที่ข้าไปสำรวจในป่ามรณะ ดูเหมือนตระกุลวายุภักษ์จะมีฐานที่มั่นลับสำหรับปลูกสมุนไพรอยู่ในนั้น อย่างไรก็ตามด้วยปรากฏการณ์ประหลาด มันทำให้พวกสัตว์ขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์ต่อสู้แย่งชิงอาณาเขตกัน ช่างโชคร้ายที่สถานที่นั้นถูกทำลายไป”
นพเก้าถอนหายใจขณะพูดออกมา
“คิกคิก”
ฉินอวี้หลิงหัวเราะออกมา เป็อาจารย์ของนางที่บุกปล้นชิงทุกอย่างในป่ามรณะจนไม่เหลือแม้แต่สมุนไพรต้นเดียว นางคิดว่าอีกไม่นานเมืองเวสสุวรรณจะต้องตกอยู่ในความโกลาหลเพราะขาดแคลนสมบัติล้ำค่า
“แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป คิดสิท่านผู้นำตระกูล ข้าไม่สามารถรอได้อีกต่อไป”
ซั่งกั่วรุ่ยพูดขึ้นด้วยความร้อนรน พึ่งจะมีความสุขไม่ทันไร ก็เหมือนมีคนมาสาดน้ำเย็นใส่หน้าทำให้เขาตื่นจากความฝัน
สามีและภรรยาต่างก็สบตากัน จะให้ข้าทำอย่างไร สิ่งนี้ไม่สามารถแก้ไขได้
“งั้นอันนี้ข้าให้ท่าน”
นพเก้าพูดขึ้นขณะที่โยนสมุนไพรบางอย่างเข้าไปในมือของซั่งกั่วรุ่ย
“นี่มันโสมมะพาน 1,500 ปี เ้าไปได้สิ่งนี้มาอย่างไร?”
ซั่งกั่วรุ่ยตกตะลึง ด้วยประสบการณ์ของเขา เขาเห็นสมุนไพรต่างๆ มามากมาย นอกจากนี้เขายังศึกษาตำราสมุนไพรในตระกูลหวงจนหมดสิ้น เขาจึงจำลักษณะของมันได้ในทันที นี่คือโสมมะพาน 1,500 ปี ซึ่งหาได้ยากเป็อย่างมาก โดยทั่วไปมันจะมีอายุขัยไม่เกิน 1,200 ปีเท่านั้นก่อนที่จะเสื่อมคุณภาพและเหี่ยวเฉาไป
นพเก้าเพียงยิ้มแต่ไม่ตอบ ความจริงแล้วเขามีสมุนไพรระดับนี้อยู่มากมายกองเป็ูเา เขามีแม้กระทั่งจักรพรรดิโสมมะพานอายุ 3,000 ปีเสียด้วยซ้ำ เขาคิดจะใช้สิ่งนี้ปรุงโอสถระดับ 7 ให้กับพ่อและปู่ของเขา
“ขอบคุณมากหลานเก้า เ้าช่วยชีวิตข้าไว้จริงๆ”
ซั่งกั่วรุ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงถ่อมตน หากอีกฝ่ายไม่ตอบเขาก็ไม่อยากซักไซ้เช่นกัน
“พ่อบ้าน ไปเตรียมห้องและของใช้จำเป็ต่างๆ ให้ลูกศิษย์ข้าด้วย จำไว้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างต้องเป็ของที่ดีที่สุด”
นพเก้าเรียกพ่อบ้านชรามาและจัดแจงทุกอย่าง ขณะที่เขาพูดเขาได้แอบส่งนักรบโลหิตขอบเขตราชันยุทธ์ไปยังทุกคนในตระกูลอย่างลับๆ ประมาณสามร้อยคนที่เป็สมาชิกหลักและสมาชิกสาขา โดยเฉพาะพวกที่มีส่วนสำคัญในตระกูล เช่นธุรกิจ และข่าวกรอง ด้วยวิธีนี้เขาจะสามารถรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงภายในตระกูลหวงได้ตลอดเวลา
“ไม่จำเป็ต้องทำเช่นนั้น ทำไมไม่ให้นางมาอยู่กับน้องสาวเ้าเล่า”
หวงเม่ยพูดขัดขึ้น
นพเก้ารู้สึกแปลกใจ อย่างไรก็ตามเขาพยักหน้ารับ นั่นเป็สิ่งที่ดี ในตระกูลหวงน้องสาวของเขาไม่มีเพื่อนเล่นมากนัก เอาจริงๆ คือไม่มีเลย มันไม่เสียหายที่สองคนนี้จะสนิทกัน เพราะถึงอย่างไรสักวัน เขาก็จะก่อตั้งนิกายและพาสมาชิกตระกูลหวงทั้งหมดเข้าร่วมด้วย
“ดี งั้นเ้าก็มากับข้า”
หวงเม่ยจูงมือฉินอวี้หลิงออกไปโดยทิ้งคนทั้งสามไว้ นางรู้สึกดีใจที่มีลูกสาวอีกคน จะว่าไปเด็กคนนี้ก็หน้าตาดี การจับคู่กับหลานชายของนางั้แ่เล็กๆ ก็ไม่ใช่เื่เสียหาย เพราะถึงอย่างไรภูมิหลังของนางก็มีภาษีดีกว่าเด็กสาวทุกคนในเมืองเวสสุวรรณ
“ท่านพ่อ ท่านผู้าุโ ในครั้งนี้ข้าจะติดตามพวกท่านไปด้วย ข้าคิดมาสักพักแล้วว่าจะไปสอบเป็นักปรุงโอสถที่มณฑลสิงห์คำรน”
นพเก้าเซอร์ไพส์ทุกคนที่อยู่ตรงนั้น
“เ้าว่าอะไรนะ! สอบปรุงโอสถ?”
อัครเดชและซั่งกั่วรุ่ยต่างก็ตกตะลึง แม้แต่หวงเม่ยที่กำลังจะเดินจากไปก็หยุดเดินและหันหลังกลับมามอง
“ใช่ ข้าเตรียมตัวมาสักพักแล้วที่จะสอบปรุงโอสถระดับ 1 ดาว”
ความจริงแล้วนพเก้าไม่เคยปรุงโอสถแต่อย่างใด แต่ด้วยประสบการณ์และความรู้ที่ได้รับมาจากระบบ มันไม่มีทางเป็ไปได้ที่เขาจะทำผิดพลาด ยกเว้นว่าเขาจะ้าเสียเอง สำหรับตอนนี้เขาเพียงสนใจการปรุงโอสถเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ในชาติที่แล้วเขาเป็ปรมาจารย์ยันต์คาถาระดับ 6 ดาวและนักสร้างศาสตราวุธระดับ 2 ดาว มันคงจะดีมิใช่น้อยถ้าเขาได้ฉายาว่า “ปราชญ์ไตรภาคี” หรือนักปราชญ์สามสาขา นี่ถือเป็ความท้าทายอย่างหนึ่ง นอกจากนี้เขาไม่เชื่อว่าระบบจะให้รางวัลเป็ทักษะการปรุงโอสถระดับ 1 ดาวมาแบบสุ่ม มันจะต้องมีจุดประสงค์บางอย่างแน่นอน
อัครเดชและทุกคนรู้สึกได้ว่าพวกเขาไม่ได้คิดไปเอง เมื่อพวกเขาได้สติก็มองไปที่นพเก้าด้วยแววตาประหลาดใจ เด็กคนนี้ไม่มีอาจารย์ด้วยซ้ำแต่มั่นใจได้อย่างไรว่าจะสอบระดับ 1 ดาวผ่าน เขาเรียนรู้ด้วยตัวเองอย่างนั้นรึ แค่เป็อัจฉริยะด้านการบ่มเพาะก็ยังไม่พอใจอีกหรือ
“เป็ความจริงอย่างงั้นรึ?”
ซั่งกั่วรุ่ยถามขึ้นมา ทำไมตระกูลหลักถึงได้มีอัจฉริยะเยอะนัก พวกเขาสอนคนรุ่นหลังอย่างไร
“ท่านสามารถทดสอบข้าได้”
นพเก้ายิ้มกว้างจนเห็นฟันหลังพูดจบ
“ไม่ต้องๆ ข้าไม่สงสัยเ้าแม้แต่น้อย”
ซังกั่วรุ่ยไม่กล้าคิดต่อ ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็อัจฉริยะในรอบพันปี บางทีการเป็นักปรุงโอสถระดับ 1 ดาวอาจจะไม่ได้ยากเกินไปนัก
“ฮ่า ฮ่า งั้นก็ดี พรุ่งนี้เราจะไปเมืองหลวงสิงห์คำรนกัน”
คราวนี้อัครเดชจากไปด้วยรอยยิ้มสดใส เขา้าไปแจ้งข่าวนี้กับหวงไท่ อีกฝ่ายจำเป็ต้องดูแลตระกูลในขณะที่พวกเขาไม่อยู่
คืนนั้นตระกูลหวงผ่านไปอย่างสงบสุขราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ขณะที่โลกภายนอกกำลังตกอยู่ในความโกลาหล ข่าวที่เกิดขึ้นนอกป่ามรณะดังไปถึงมณฑลสิงห์คำรนในชั่วข้ามคืน
ด้วยคลิปวิดีโอต่างๆ และการถ่ายทอดสดเื่ของนพเก้า มันได้ผลักดันให้ชื่อเสียงของเขาไปถึงขีดสุด
“นี่พวกเ้าคิดเห็นอย่างไรกับเื่นี้?”
มีข้อความตั้งกระทู้ขึ้นในแพรตฟอร์มพันทิป
“ข้าคิดว่าเขาหล่อมาก สามารถป็นดาราระดับประเทศได้อย่างแน่นอน”
“ไร้สาระ ข้ากำลังพูดเื่อดีตเ้าเมืองน้อยฉินเซี่ยเอิน เห็นได้ชัดว่ามันผู้นั้นเป็คนต่ำช้า ข้าไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะเนรเทศตัวเองออกไปยังดินแดนรกร้างจริงหรือไม่”
“ข้าคิดว่าไม่ เ้าไม่รู้หรือว่าเ้าเมืองเวสสุวรรณมีผู้สืบสกุลคนเดียวที่เป็ผู้ชาย เท่าที่ข้ารู้เ้าเมืองผู้นี้มีชื่อเสียงด้านอารมณ์ร้ายเป็อย่างมาก ข้าคิดว่าอย่างไรอีกฝ่ายก็จะต้องตามแก้แค้นอย่างแน่นอน”
“โอวใช่ ข้าต้องพูดอีกประโยคหนึ่ง หลังจากที่ข้าดูไลฟ์สดย้อนหลังข้ารู้สึกขบขันเป็อย่างมาก ดูเหมือนเด็กสาวที่เป็ขยะในตระกูลจริงๆ แล้วจะเป็อัจฉริยะ ในขณะที่นางอยู่ใน่ตกต่ำเ้าเมืองไม่สนใจไยดีแต่อย่างใด คราวนี้เมืองเวสสุวรรณของเราเกือบสูญเสียอัจฉริยะที่มีสายเืปักษากลืนสมุทธไปเสียแล้ว หากไม่ได้จักรพรรดิหวงช่วยไว้มันคงจะกลายเป็เื่ที่เลวร้ายที่สุดในรอบร้อยปี”
คนผู้นี้อดที่จะพูดขึ้นด้วยอารมณ์ที่หลากหลายไม่ได้
“ใช่แล้ว ข้าคิดว่าจักรพรรดิรุ่นเยาว์ผู้นี้ควรเป็เ้าเมืองเวสสุวรรณแทนดีหรือไม่ ในขณะที่เ้าเมืองกำลังหมกตัวอยู่ในคฤหาสน์โดยไม่สนใจนักผจญภัยอย่างพวกเราที่เดือดร้อน มีเพียงจักรพรรดิหวงเท่านั้นที่กล้าเข้าไปเผชิญหน้ากับหายนะในป่ามรณะ บางทีการที่ปัญหาทุกอย่างภายในป่าสงบดี เขาอาจจะจัดการเองอย่างลับๆ ก็ได้ เพียงเพราะไม่อยากกลายเป็จุดสนใจ”
“ปิดทองหลังพระอย่างนั้นรึ ช่างเป็ผู้ชายที่ดี ข้าอยากจะแต่งงานกับเขา”
“บัดซบ เหตุใดทุกคนจึงไม่เตะผู้หญิงอ้วนผู้นี้ออกไปเสีย เ้าคิดว่าน้ำหน้าอย่างเ้ามีคุณสมบัติอย่างนั้นรึ”
บางคนพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าดูถูก
ในขณะเดียวกันเ้าเมืองเวสสุวรรณกำลังเลื่อนสมาร์ตโฟนด้วยนิ้วมือที่สั่นเทา ขณะนี้เขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หลักด้วยอารมณ์เดือดดาล โดยมีสองแม่ลูกนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นด้านล่าง
เพล้ง!!
เ้าเมืองเวสสุวรรณเขวี้ยงสมาร์ตโฟนลงบนพื้นในทันที เขาไม่้าอ่านข่าวสารและความคิดเห็นอีกต่อไป ตอนนี้คฤหาสน์เ้าเมืองกำลังกลายเป็กลุ่มตัวตลกของสาธารณชน
“พวกเ้าสองคนมีสิ่งใดจะพูดหรือไม่?”
เ้าเมืองเวสสุวรรณจ้องมองสองคนแม่ลูกด้วยดวงตาแดงก่ำ หากอีกฝ่ายไม่ใช่คนในครอบครัวเขาอาจจะทนไม่ไหวและลงมือทุบตีสองคนนี้จนตาย
“ท่านตา ข้าผิดไปแล้ว ได้โปรดส่งข้าไปยังดินแดนรกร้างด้วยเถิด ข้า้าสำนึกผิดในการกระทำของข้า”
ฉินเซี่ยเอินพูดขึ้นโดยไม่กล้าสบสายตากับตาของเขา
ตู้ม!!
ทันใดนั้นลูกเตะก็ถูกส่งลอยออกไปยังหน้าของฉินเซี่ยเอิน เขาลอยออกไปในอากาศก่อนที่จะหล่นลงมากระแทกพื้นแล้วกระอักเืออกมา
“เ้าคิดจริงๆ หรือว่าการเนรเทศเ้าไปยังดินแดนรกร้างจะสามารถชดเชยความผิดได้”
เ้าเมืองยืนขึ้นพร้อมกับตวาดออกมา จังหวะนี้ไม่มีใครในโถงหลักกล้าสบตากับเขา
“ท่านพ่อ!”
เมื่อเห็นสภาพของลูกชายที่ถูกส่งลอยออกไปอย่างน่าอนาถ นางอดที่จะร้องออกมาไม่ได้
“หุปปาก!!”
เ้าเมืองะโออกมาอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะสงบสติอารมณ์แล้วนั่งลง เขารู้สึกคอแห้งเล็กน้อย
“รองเ้าเมือง อธิบายเหตุการณ์ทั้งหมดให้ข้าฟังอีกที รวมถึงสิ่งที่เ้ามีส่วนร่วมทั้งหมดด้วย”
เขาพูดกับน้องชายด้านข้างขณะที่เรียกคนรับใช้ให้รินน้ำชาให้เขา
น้องชายผู้ซื่อสัตย์ไม่กล้าปิดบังแต่อย่างใด เขาเล่าั้แ่เหตุการณ์วางยาพิษเมื่อห้าปีก่อนที่เขารับรู้มาในภายหลัง และแผนการกำจัดนางในป่ามรณะ หากเขาปิดบังอย่างใดอย่างหนึ่งอาจจะเป็เขาเองที่พิการด้วยลูกเตะเมื่อครู่นี้
“ดี ดีมาก พวกเ้าทั้งคู่ล้วนเป็ขยะ!”
เ้าเมืองเวสสุวรรณะโด่าด้วยความเดือดดาลก่อนที่เขาจะเดินออกไปโดยมีน้องชายผู้ซื่อสัตย์ติดตามด้านหลัง
“พรุ่งนี้เช้าเราจะไปเยี่ยมเยือนตระกูลหวง ไม่ว่าอย่างไรเราก็ต้องนำนางกลับมาให้ได้”
ด้วยข้อตกลงที่เขามีกับหวงไท่ เขาคิดว่าพวกเขายังสามารถต่อรองกันได้ เขาไม่สามารถเสียผู้มีสายเืปักษากลืนสมุทธไปได้ หากใช้นางในการแต่งงานกับผู้มีศักดิ์ใหญ่ในเมืองหลวงหรือเข้าตาองค์ชายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ อำนาจของเขาก็จะแผ่ขยายไปทั่วภูมิภาคกลาง
“ทราบแล้ว”
รองเ้าเมืองตอบกลับด้วยสีหน้าหนักใจ อย่างไรก็ตามไม่กี่วินาทีต่อมาเขาก็เดินโซซัดโซเซ
อัคค!!
ทันใดนั้นเขาก็คุกเข่าลงขณะเดียวกันก็มีเืไหลออกมาจากทวารทั้งห้า
“เกิดอะไรขึ้น!”
เ้าเมืองรู้สึกใกลัว มีมือสังหารหรือ ไม่น่าจะเป็ไปได้ เขาเป็ยอดฝีมือขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์ นอกจากนี้จะมีใครกล้าท้าทายคนในสังกัดของ 12 นิกายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทพจันทรา
“ระ ะเิเวลา อ๊ากก!!”
รองเ้าเมืองะโออกมาก่อนที่ตัวเขาจะถูกะเิเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย เืและอวัยวะสาดกระเซ็นไปทั่ว
กรี๊ด!!!
บรรดาคนรับใช้ที่เห็นภาพเหตุการณ์สยดสยองนี้ ต่างก็พากันกรีดร้องออกมา ขณะที่บางคนเป็ลมหมดสติไป
“นี่มันอะไร?”
เ้าเมืองรู้สึกหวาดกลัว เพราะด้านหลังของศพมีคำๆ หนึ่งเขียนขึ้นมาด้วยเืที่สาดกระเซ็น
“ห้ามยุ่งเกี่ยว ไม่งั้นตาย”
เขาไม่รู้ว่านี่มันวิชาอะไร อย่างไรก็ตามมันจะต้องเป็ศาสตร์มืดลึกลับอย่างแน่นอน เป็ไปได้ไหมว่าตระกูลหวงจะมีอำนาจลึกลับสนับสนุน เมื่อเขาคิดถึงสิ่งนี้เขาก็ตัวสั่นขึ้นมาทันที ดูเหมือนตระกูลหวงจะไม่ได้มีภูมิหลังเล็กน้อยอย่างที่คิด
ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็ได้สติ เขาสั่งให้ทุกคนเก็บเื่เหตุการณ์นี้ไว้เป็ความลับ หากใครกล้าพูดถึงเื่นี้เขาจะปะาทั้งครอบครัวทันที
เช้านี้บรรยากาศสดใส ทั้งตระกูลหวงตระกูลหลักและตระกูลสาขากำลังเดินออกมาส่งผู้คนบางกลุ่มออกนอกคฤหาสน์
คนที่ออกเดินทางไปเมืองหลวงสิงห์คำรน นอกจากครอบครัวของนพเก้าและผู้คนบางส่วนของตระกูลสาขาที่สามแล้ว ยังมีผู้พิทักษ์ติดตามไปด้วยมากกว่า 200 คน สิ่งนี้ทำเพื่อแสดงอำนาจของพวกเขาเมื่อเดินทางไปถึงเมืองหลวง
ขณะที่นพเก้ากำลังจะปิดประตูรถเสียงของระบบก็ได้ดังขึ้นมา
[ติ๊ง ยินดีด้วยท่านได้สังหารรองเ้าเมืองเวสสุวรรณขณะที่อยู่นอกรัศมี 30 กิโลเมตร รางวัล: ช่องทรัพยากร + 10]
“อืม ไม่เลว”
อย่างน้อยระบบก็ไม่มากวนตอนที่เขากำลังหลับ เขาเปิดดูช่องทรัพยากรทันที ตอนนี้เขาอาจจะกลายเป็บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดรองลงมาจากตระกูลฉิน
“ผลกายาสถิตหกผล ข้าควรใช้มันอย่างไรดี?”
ตอนนี้เขาไม่คิดจะใช้มันกับคนในครอบครัว เขาประเมินดูแล้วว่ารากฐานคนในตระกูลส่วนใหญ่ล้วนธรรมดา สำหรับพ่อแม่ของเขา นพเก้ายังมีความจำเป็ต้องหาวรยุทธ์ให้ฝึกใหม่เสียก่อน มันคงจะน่าเสียดายหากปลุกได้เพียงกายาระดับปฐี ส่วนน้องสาวของเขา เขาวางแผนไว้ว่าจะปลุกกายาให้นางหลังจากการสอบปรุงยาครั้งนี้จบลง
“อาจารย์”
ฉินอวี้หลิงที่นั่งกับน้องสาวของเขาที่เบาะด้านหลังกำลังทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม ดูเหมือนทั้งสองคนจะเข้ากันได้ไม่เลว
นพเก้าโบกมือทักทายตอบ ดูเหมือนจะไม่มีอะไรต้องกังวล การเดินทางครั้งนี้เขาหวังเพียงแค่ว่าจะไม่เกิดเื่ไม่คาดคิดขึ้น อย่างไรก็ตามการตัดสินใจที่ไม่รอบคอบของเขาในครั้งนี้จะทำให้เขาเสียใจไปอีกนาน