สรรพสิ่งในใต้หล้าล้วนมีวิถี ดาบก็เช่นกัน
หุบเขาเมฆาล่อง... นามนี้มิได้มาเพราะโชคช่วย หากแต่เป็ภาพสะท้อนความจริงอันงดงามที่ปรากฏแก่สายตาทุกเมื่อเชื่อวัน ยามรุ่งอรุณ แสงตะวันสีทองอร่ามสาดส่องผ่านม่านหมอกหนาทึบที่ปกคลุมยอดเขาสูงเสียดฟ้า ก่อเกิดเป็ทัศนียภาพตระการตาราวกับภาพวาดพู่กันจีนโบราณที่จิตรกรเอกบรรจงแต่งแต้ม หุบเขาลึกแห่งนี้ตั้งตระหง่านอยู่ห่างไกลจากความวุ่นวายของยุทธภพ ราวกับเป็ดินแดนลับแลที่ถูกลืมเลือน ผู้คนภายนอกน้อยคนนักที่จะล่วงรู้ถึงการคงอยู่ของสถานที่แห่งนี้
ณ ใจกลางหุบเขา ที่ซึ่งสายน้ำตกจากผาสูงไหลรินลงสู่แอ่งน้ำใสราวกระจกเงา เสียงน้ำตกกระทบโขดหินดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ขับกล่อมสรรพชีวิตในป่าเขาให้ตื่นขึ้นจากนิทราอันแสนหวาน ขุนเขาสูงตระหง่านโอบล้อมหุบเขาไว้ราวกับอ้อมแขนอันแข็งแกร่ง ปกป้องผืนป่าและสรรพสัตว์ให้พ้นจากภัยอันตรายภายนอก
กระท่อมไม้ไผ่หลังเล็กปลูกสร้างอยู่อย่างเรียบง่ายริมลำธาร หลังคาที่มุงด้วยใบจากเก่าคร่ำคร่า แต่ก็ยังคงแข็งแรงพอที่จะกันแดดกันฝนได้เป็อย่างดี ฝาผนังทำจากไม้ไผ่ขัดแตะที่ถูกสานอย่างประณีต บริเวณหน้ากระท่อมมีลานดินกว้างที่ถูกปรับให้เรียบเตียน เป็สถานที่ฝึกวิชาของเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง นามของเขาคือ เฟยหลง
เฟยหลงในวัยเยาว์ รูปร่างผอมบางราวกับกิ่งหลิวที่ต้องลม แต่ดวงตากลับเปล่งประกายความมุ่งมั่นดุจดวงดาวที่ส่องแสงในคืนเดือนมืด เขาตื่นขึ้นก่อนรุ่งสางเป็กิจวัตร สวมชุดผ้าฝ้ายสีครามที่แม้จะเก่าและมีรอยปะชุน แต่ก็สะอาดสะอ้านบ่งบอกถึงความใส่ใจของผู้สวมใส่ ผมสีดำขลับถูกรวบไว้เป็หางม้าอย่างลวกๆ เผยให้เห็นใบหน้าอ่อนเยาว์ที่ยังคงความไร้เดียงสา
แสงแรกแห่งวันยังไม่ทันโผล่พ้นขอบฟ้า เฟยหลงก็มายืนอยู่กลางลานฝึกวิชาแล้ว สองมือถือดาบไม้ไผ่ที่ดูธรรมดา หากแต่แฝงไว้ด้วยความพิเศษบางอย่าง ดาบเล่มนี้เป็ของตกทอดจากอาจารย์ของเขา... นักพรตเฒ่าผู้ลึกลับ ผู้ซึ่งเก็บงำเื่ราวในอดีตไว้มากมาย
นักพรตเฒ่าเป็ชายชราหลังค่อม ผมและหนวดเคราสีขาวบริสุทธิ์ยาวจรดเอว ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลาที่ล่วงเลย หากแต่ดวงตากลับส่องประกายความเมตตาและเฉลียวฉลาดอย่างยากจะหาผู้ใดเปรียบ ท่านสวมชุดนักพรตสีเทาที่ดูเก่าแก่ หากแต่สะอาดสะอ้านบ่งบอกถึงความเป็ผู้รักความสะอาดและมีระเบียบวินัย ท่านเป็ทั้งอาจารย์, พ่อ, และเพื่อนเพียงคนเดียวของเฟยหลง
"จงตั้งมั่น... หายใจเข้าลึกๆ... เพ่งจิตไปที่ปลายดาบ..." เสียงแหบพร่าของนักพรตเฒ่าดังขึ้น ทำลายความเงียบสงัดยามเช้า เฟยหลงหลับตาลง ทำตามคำสอนของอาจารย์อย่างเคร่งครัด ลมหายใจของเฟยหลงค่อยๆ สม่ำเสมอ ร่างกายผ่อนคลาย จิตใจสงบนิ่ง เขาเริ่มร่ายรำกระบวนท่าดาบ... ช้าๆ... เนิบนาบ... หากแต่แฝงไว้ด้วยพลังที่รอวันปะทุ
ดาบไม้ไผ่ในมือของเฟยหลงเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต มันวาดผ่านอากาศเป็วงโค้งที่งดงาม เสียง "แช้ง! แช้ง!" ดังขึ้นเบาๆ หากแต่ก้องกังวานไปทั่วหุบเขา ราวกับเสียงดนตรีจากสรวง์ที่บรรเลงโดยธรรมชาติ กระบวนท่าดาบที่เฟยหลงฝึกฝนมีชื่อว่า "เพลงดาบเมฆาล่องลอย" เป็วิชาดาบที่เน้นความพลิ้วไหว คล่องแคล่ว และแปรผัน ดุจดั่งสายเมฆที่ล่องลอยไปตามสายลม เปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ตามใจปรารถนา
"*จำไว้เฟยหลง... ดาบมิได้มีไว้เพื่อเข่นฆ่า แต่มีไว้เพื่อปกป้อง...*" คำสอนของอาจารย์ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเฟยหลง ราวกับเป็เสียงกระซิบจาก์
"*วิถีแห่งดาบคือวิถีแห่งการขัดเกลาตน...*"
เฟยหลงฝึกฝนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เหงื่อกาฬไหลโซมกายราวกับสายฝนที่โปรยปราย แต่เขาก็ไม่เคยย่อท้อ ดวงตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ปลายดาบ จิตใจจดจ่ออยู่กับการเคลื่อนไหวแต่ละครั้ง ราวกับว่าเขากำลังหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับดาบ
ระหว่างการฝึก นักพรตเฒ่าจะคอยชี้แนะและแก้ไขข้อบกพร่องของเฟยหลงอย่างละเอียด ท่านไม่เพียงแต่สอนวิชาดาบ แต่ยังสอนปรัชญาและหลักธรรมแห่งเต๋า ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาทั้งชีวิตให้กับศิษย์รักเพียงคนเดียว
"ท่านอาจารย์ เหตุใดท่านจึงรับข้ามาเลี้ยงดู?" เฟยหลงเอ่ยถามด้วยความสงสัย หลังจากหยุดพักจากการฝึก
นักพรตเฒ่าแย้มยิ้มเล็กน้อย ดวงตาที่เปี่ยมด้วยเมตตาจับจ้องมองไปยังศิษย์รัก "เ้าเป็เด็กที่มีวาสนา และมีจิตใจที่ดีงาม" ท่านตอบด้วยน้ำเสียงที่สงบ "ข้าเห็นประกายบางอย่างในตัวเ้า... ประกายแห่งความกล้าหาญ ความยุติธรรม และความเมตตา..."
"ท่านอาจารย์ขอรับ ทำไมเราต้องฝึกวิชาดาบด้วยขอรับ?" เฟยหลงถามอีกครั้ง
นักพรตเฒ่าลูบเคราสีขาวของตนเองเบาๆ "ดาบไม่ได้มีไว้เพื่อฆ่าฟัน แต่มีไว้เพื่อปกป้อง" ท่านตอบ "และที่สำคัญกว่านั้น ดาบยังช่วยขัดเกลาจิตใจของเราให้เข้มแข็งและมั่นคง ดุจดั่งเหล็กกล้าที่ต้องผ่านการหลอมด้วยไฟจึงจะแข็งแกร่ง"
หลังจากฝึกวิชาเสร็จ เฟยหลงเดินเข้าไปในป่าใกล้ๆ เพื่อหาฟืนมาหุงหาอาหาร ระหว่างทาง เขาพบกับลูกกวางน้อยตัวหนึ่งที่พลัดหลงกับแม่ ขาของมันติดอยู่ในเถาวัลย์ เฟยหลงรีบเข้าไปช่วยปลดปล่อยมันออกมาอย่างระมัดระวัง
"เ้ากวางน้อย... เ้าคงจะเจ็บมากสินะ" เฟยหลงพูดกับลูกกวางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เขาใช้ผ้าผูกแผลให้มันอย่างเบามือ
ลูกกวางมองเฟยหลงด้วยดวงตาที่ใสซื่อ ราวกับจะขอบคุณในความเมตตาของเขา เฟยหลงลูบหัวมันเบาๆ ก่อนจะปล่อยมันกลับคืนสู่อ้อมอกของแม่กวางที่ยืนรออยู่ไม่ไกล
เมื่อกลับถึงกระท่อม เฟยหลงและนักพรตเฒ่าก็ร่วมกันรับประทานอาหารเช้า ซึ่งเป็เพียงข้าวต้มกับผักป่าที่หาได้ในบริเวณนั้น
ขณะที่กำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่นั้น นักพรตเฒ่าก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
"เฟยหลง... อาจารย์มีเื่สำคัญจะบอกเ้า..." ท่านกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แ่เบา
เฟยหลงเงยหน้าขึ้นมองอาจารย์ด้วยความสงสัย
นักพรตเฒ่าเล่าเื่ราวในอดีตของตนเอง และความลับเกี่ยวกับดาบไม้ไผ่ให้เฟยหลงฟัง ท่านบอกว่าดาบไม้ไผ่เล่มนี้ไม่ใช่ดาบธรรมดา หากแต่เป็ดาบวิเศษที่สืบทอดกันมาในสำนักของท่าน มันมีพลังพิเศษที่สามารถดูดซับลมปราณและปลดปล่อยออกมาเป็ท่าไม้ตายที่รุนแรงได้
และที่สำคัญกว่านั้น... นักพรตเฒ่าบอกว่ามีศัตรูเก่ากำลังตามล่าท่านอยู่ ศัตรูผู้นี้เป็จอมมารร้ายที่เคยถูกท่านและเหล่าจอมยุทธ์ผู้ทรงคุณธรรมร่วมกันปราบปรามเมื่อหลายปีก่อน แต่บัดนี้ มันได้กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับพลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม
เฟยหลงตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าอาจารย์ของตนมีอดีตที่ซับซ้อนและอันตรายเช่นนี้
นักพรตเฒ่ายิ้มให้เฟยหลงอย่างอ่อนโยน ราวกับจะปลอบประโลมจิตใจของศิษย์รัก
"ไม่ต้องเป็ห่วงอาจารย์หรอก... อาจารย์แก่แล้ว... แต่เ้ายังหนุ่มแน่น... เ้ายังมีอนาคตอีกยาวไกล..." ท่านกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แ่เบา
"จงจำคำสอนของอาจารย์ไว้ให้ดี... และจงใช้ดาบไม้ไผ่เล่มนี้... เพื่อปกป้องสิ่งที่เ้าควรรักษา..."
คืนนั้น... เฟยหลงนอนไม่หลับ เขานึกถึงคำพูดของอาจารย์ และความลับที่เพิ่งได้รับรู้ ความกังวลและความหวาดกลัวเริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจ
เขาไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็อย่างไร... แต่เขารู้ว่าเขาจะต้องเข้มแข็ง... และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง...
รุ่งอรุณของวันใหม่กำลังจะมาถึง... พร้อมกับโชคชะตาที่มิอาจหลีกเลี่ยง... โชคชะตาที่จะเปลี่ยนชีวิตของเฟยหลงไปตลอดกาล...