ตอนที่ 25 การถูกลอบโจมตี
อาจารย์หวังชางเดินเข้ามาหาพวกเขาพร้อมกับรอยยิ้ม “เหว่ยหลิง ซ่งหลิน หลิวหยา พวกเ้าทำได้ยอดเยี่ยม ข้าภูมิใจในความสามารถและความสามัคคีของพวกเ้า”
เหว่ยหลิง ซ่งหลิน และหลิวหยามองกันด้วยความตื่นเต้นและความภาคภูมิใจ “พวกเราทำได้! ข้ารู้สึกถึงความสำเร็จและความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้น” เหว่ยหลิงกล่าวด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ข้ารู้สึกว่าการฝึกฝนและความพยายามของเรามีผล ข้าภูมิใจในพวกเรา” ซ่งหลินตอบ
“พวกเราเป็ทีมที่แข็งแกร่งและมีความมุ่งมั่น ข้ารู้สึกภูมิใจที่ได้เป็ส่วนหนึ่งของทีมนี้” หลิวหยากล่าวด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความภาคภูมิใจในความสำเร็จของการซ้อมรบทำให้เหว่ยหลิง ซ่งหลิน และหลิวหยารู้สึกมีกำลังใจและความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองต่อไป พวกเขารู้ว่าความสำเร็จนี้เป็เพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ยาวนานและท้าทาย แต่ด้วยความสามัคคีและการสนับสนุนจากเพื่อนๆ พวกเขามั่นใจว่าจะสามารถผ่านพ้นทุกอุปสรรคไปได้
ยามเช้าในสถาบันหลงหยวน แสงอาทิตย์ส่องสว่างผ่านกิ่งไม้และใบไม้ที่เต้นรำตามสายลม สถานที่ฝึกซ้อมที่เคยเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยนักเรียนที่ฝึกฝนและเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจใหม่ เสียงดาบกระทบกันและเสียงฝีเท้าก้องกังวานไปทั่วบริเวณ
เหว่ยหลิง ซ่งหลิน และหลิวหยากำลังฝึกซ้อมวิชาปราณอยู่ในมุมหนึ่งของสนามฝึกซ้อม พวกเขาร่วมมือกันทบทวนวิชาและการโจมตีในท่าทางต่างๆ แสงแดดที่สาดส่องลงมาทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจ
“พวกเราต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับภารกิจใหม่นี้” เหว่ยหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะฝึกฝนท่วงท่าการโจมตีด้วยดาบของเขา
“ข้ารู้สึกว่าภารกิจใหม่นี้จะยากขึ้นกว่าครั้งก่อน เราต้องมีความมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้” ซ่งหลินตอบขณะใช้วิชาปราณสายฟ้าในการโจมตีเป้าหมายจำลอง
หลิวหยาพยักหน้า “ข้าจะเตรียมสมุนไพรและยารักษาเพิ่มเติม เราต้องพร้อมในทุกสถานการณ์”
ขณะที่พวกเขากำลังฝึกซ้อมอยู่นั้น อาจารย์หวังชางเดินเข้ามาหาพวกเขาด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม “เหว่ยหลิง ซ่งหลิน หลิวหยา ข้ามีข่าวสำคัญจะแจ้งให้พวกเ้าทราบ”
นักเรียนทั้งสามหยุดฝึกฝนและหันมามองอาจารย์หวังชางด้วยความตั้งใจ “มีอะไรหรือ อาจารย์?” เหว่ยหลิงถามด้วยความสงสัย
“ข้าได้รับข้อมูลว่าเรากำลังจะเผชิญหน้ากับอุปสรรคใหม่ในการฝึกซ้อม ภารกิจในครั้งนี้จะมีการลอบโจมตีจากศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าเดิม เ้าทุกคนต้องเตรียมตัวให้พร้อม” อาจารย์หวังชางกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“ข้าเข้าใจ เราจะทำให้ดีที่สุด” เหว่ยหลิงตอบด้วยความมุ่งมั่น
“เราจะต้องใช้ความสามารถและความร่วมมือในการผ่านพ้นอุปสรรคนี้” ซ่งหลินเสริม
หลิวหยามองเพื่อนทั้งสองด้วยความมุ่งมั่น “ข้าจะเตรียมพร้อมทุกอย่างเพื่อให้เราผ่านพ้นอุปสรรคนี้ไปได้”
ใน่บ่ายของวันนั้น ขณะที่พวกเขายังคงฝึกซ้อมอยู่นั้น นักเรียนกลุ่มหนึ่งที่เป็พรรคพวกของหยางจิ้นเดินเข้ามาหาพวกเขา ใบหน้าของหยางจิ้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและความตั้งใจที่ไม่ดี
“เหว่ยหลิง ข้าจะทำให้เ้ารู้ว่าการเผชิญหน้ากับข้านั้นยากยิ่งกว่าที่เ้าเคยเจอมา” หยางจิ้นกล่าวด้วยน้ำเสียงท้าทาย
เหว่ยหลิงหันมามองหยางจิ้นด้วยสายตาที่แน่วแน่ “ข้าจะไม่ยอมแพ้ ข้าพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเ้าทุกเมื่อ”
“ดี ข้าจะทำให้เ้าเห็นว่าข้าเหนือกว่าเ้า” หยางจิ้นตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหมายร้าย
การโจมตีเริ่มขึ้นทันที หยางจิ้นและพรรคพวกของเขาใช้วิชาปราณเพลิงทมิฬในการโจมตีอย่างรุนแรง เปลวเพลิงที่พุ่งตรงมาทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความร้อนแรงและความตื่นเต้น
เหว่ยหลิงใช้วิชาปราณวายุในการป้องกัน กระแสลมเย็นที่หมุนวนรอบตัวเขาสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่ง ซ่งหลินใช้วิชาปราณสายฟ้าในการโจมตีตอบโต้ สายฟ้าที่พุ่งตรงไปที่ศัตรูทำให้พวกเขาต้องถอยหลัง
“เราต้องทำงานเป็ทีมและไม่ยอมแพ้” เหว่ยหลิงกล่าวขณะใช้พลังปราณในการต่อสู้
“ข้าจะไม่ยอมให้พวกเขาทำร้ายเรา” ซ่งหลินตอบพร้อมกับโจมตีศัตรูอย่างต่อเนื่อง
หลิวหยาคอยสนับสนุนเพื่อนๆ ด้วยวิชาปราณในการรักษาและป้องกัน “พวกเราทำได้ดีมาก ข้าจะคอยสนับสนุนเ้าเสมอ”
การเผชิญหน้ากับอุปสรรคใหม่ครั้งนี้ทำให้พวกเขารู้สึกถึงความท้าทายและความตื่นเต้น ทุกคนต้องใช้ความสามารถและความร่วมมือในการต่อสู้และป้องกัน แม้ว่าจะมีความยากลำบาก แต่พวกเขายังคงยืนหยัดและไม่ยอมแพ้
สุดท้าย หลังจากการต่อสู้ที่ดุเดือด พวกเขาสามารถเอาชนะการโจมตีของหยางจิ้นและพรรคพวกได้ ทุกคนยืนหอบหายใจและมองกันด้วยความภาคภูมิใจ
“พวกเราทำได้! ข้ารู้สึกว่าพวกเรามีความแข็งแกร่งมากขึ้น” เหว่ยหลิงกล่าวด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ข้าเชื่อว่าเราจะสามารถผ่านพ้นทุกอุปสรรคไปได้” ซ่งหลินตอบ
“พวกเรามีความสามารถและความสามัคคี ข้าภูมิใจในพวกเรา” หลิวหยากล่าวสรุป
การเผชิญหน้ากับอุปสรรคใหม่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น แต่ยังเสริมสร้างความสัมพันธ์และความสามัคคีในทีม ทำให้พวกเขาพร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทายที่กำลังจะมาถึง
ยามค่ำคืนที่มืดมิดและเงียบสงบของสถาบันหลงหยวน แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาทำให้เงาของต้นไม้ยาวนานยิ่งขึ้น เสียงนกร้องและเสียงลมที่พัดผ่านสร้างบรรยากาศที่เงียบสงบแต่ก็ดูเหมือนจะมีบางอย่างไม่ปกติ
เหว่ยหลิง ซ่งหลิน และหลิวหยาได้กลับมาจากการฝึกซ้อมในตอนเย็น และกำลังเดินกลับไปยังที่พักของพวกเขา บรรยากาศที่เงียบสงบและอากาศเย็นทำให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลาย แต่ในใจก็ยังคงมีความกังวลเล็กน้อย
“คืนนี้เงียบสงบมาก ข้ารู้สึกว่ามันผิดปกติ” เหว่ยหลิงกล่าวเบาๆ ขณะที่พวกเขาเดินผ่านสวนหย่อม
“ข้าก็รู้สึกเช่นกัน เราต้องระวังตัว” ซ่งหลินตอบพร้อมกับมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง
หลิวหยาพยักหน้า “พวกเราไม่ควรประมาท อาจมีบางอย่างเกิดขึ้น”
ขณะที่พวกเขาเดินเข้าใกล้ที่พัก เสียงกระทบที่เบาๆ ดังขึ้นจากเงามืดของต้นไม้ พวกเขาหยุดเดินและมองไปรอบๆ ด้วยความตึงเครียด ทันใดนั้น กลุ่มนักเรียนที่เป็พรรคพวกของหยางจิ้นก็พุ่งออกมาจากเงามืดพร้อมกับอาวุธในมือ
“โจมตี! เราจะทำให้พวกเขาเสียหาย!” หนึ่งในพรรคพวกของหยางจิ้นะโด้วยเสียงดัง
เหว่ยหลิง ซ่งหลิน และหลิวหยาหยุดเคลื่อนไหวและเตรียมพร้อมรับการโจมตี อากาศที่เงียบสงบกลับกลายเป็ตึงเครียดในทันที เหว่ยหลิงใช้วิชาปราณวายุในการป้องกัน กระแสลมที่หมุนวนรอบตัวเขาสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่ง
“ข้าจะไม่ยอมแพ้! เราต้องสู้!” เหว่ยหลิงะโขณะใช้พลังปราณในการต่อสู้
ซ่งหลินใช้วิชาปราณสายฟ้าในการโจมตีตอบโต้ สายฟ้าที่พุ่งตรงไปที่ศัตรูทำให้พวกเขาต้องถอยหลัง “เราต้องทำงานเป็ทีมและไม่ยอมแพ้!”
หลิวหยาคอยสนับสนุนเพื่อนๆ ด้วยวิชาปราณในการรักษาและป้องกัน “พวกเราต้องสู้! ข้าจะคอยสนับสนุนพวกเ้า!”
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดและเต็มไปด้วยความตึงเครียด ศัตรูโจมตีด้วยความรุนแรงและความตั้งใจที่ไม่ดี แต่ด้วยความสามารถและความร่วมมือของเหว่ยหลิง ซ่งหลิน และหลิวหยา พวกเขาสามารถป้องกันและตอบโต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เหว่ยหลิงใช้ดาบของเขาในการโจมตีและป้องกัน กระแสลมที่หมุนวนรอบตัวเขาทำให้ศัตรูไม่สามารถเข้าใกล้ได้ ซ่งหลินใช้วิชาปราณสายฟ้าในการโจมตีระยะไกล ทำให้ศัตรูต้องถอยกลับไปอีกครั้ง