เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 79 พระผู้ช่วยชีวิตของคุณลุง

            โจวเฉิงหยุดพักที่เซี่ยงไฮ้ไม่กี่วัน เขาไม่รับรู้เรื่องที่เซี่ยเสี่ยวหลานย้ายบ้านสักนิด

            แต่โจวเฉิงก็ไม่รีบร้อน เขาช่วยชีวิตหลิวหย่งผู้เป็นลุงไว้เซี่ยเสี่ยวหลานย้ายไปสุดขอบฟ้าจะไม่ดูดำดูดีลุงได้หรือ?

            หลิวหย่งที่เห็นว่าโจวเฉิงและคังเหว่ยมีท่าทางเหมือนคนลักลอบขนของเถื่อนแต่สองคนนี้กลับไม่ใช่คนพวกนั้นจริงๆ งานที่พวกเขาทำอย่างมากถือว่าเป็นการค้าขายเก็งกำไรหลิวหย่งต่างหากที่ทำการค้าของเถื่อนอย่างแท้จริง ช่างก่อสร้างจะทำเงินได้เท่าไรกันนิสัยของหลิวหย่งไม่มีทางพอใจในความธรรมดาสามัญ สิ่งที่ต้องการคืองานที่สามารถทำเงินได้รวดเร็วและเป็นจำนวนมาก

            เขาใช้เวลาเกือบปีก็คลำพบลู่ทาง และหาเงินได้โดยไม่มีใครสงสัย เขาไม่เพียงแต่คุ้มกันสินค้าบนรถอย่างเดียวแต่เขายังร่วมเป็นหุ้นส่วนอีกด้วย เงินที่ได้มานั้นลงทุนไปกับสินค้าหมดแล้วครั้งนี้ถูกสกัดกั้นระหว่างทาง ทรัพย์สินของครอบครัวที่หลิวหย่งสะสมมาเกินครึ่งปีสูญเสียอย่างน้อยมากกว่าครึ่ง!

            เจ็บใจก็ส่วนเจ็บใจ อย่างน้อยเขาก็สามารถหอบหิ้วชีวิตกลับมาได้

            ซึ่งดีกว่าอีกสองคนที่ร่วมกลุ่มกับเขาและได้ถูกคนทำร้ายจนตายในเหตุการณ์นั้น

            งานลักลอบขนของเถื่อนนี้ทำเงินได้รวดเร็ว แต่มีความเสี่ยงสูง หลิวหย่งได้พบเจอด้วยตนเองแล้วเขาจึงไม่ยอมให้เซี่ยเสี่ยวหลานและโจวเฉิงคบหากัน ทว่าโจวเฉิงกลับบอกว่าเขาทำงานในหน่วยงานลับตีหลิวหย่งให้ตายเขาก็ไม่เชื่อ แต่โจวเฉิงไม่ได้อธิบายอะไรตั้งตารอจนหลิวหย่งออกจากโรงพยาบาล หลังจากนั้นเขาและคังเหว่ยก็พาหลิวหย่งไปถ่ายสินค้าด้วยกัน

            รถยนต์ตงเฟิงที่โจวเฉิงและคังเหว่ยขับ ภายในตู้ขนของด้านหลังรถบรรจุเต็มไปด้วยกล่องลัง

            พวกเขาถ่ายสินค้าลงที่เซี่ยงไฮ้ ตอนจะออกเดินทางก็บรรทุกสินค้าในพื้นที่ขึ้นรถอีกครา

            บรรทุกอะไรน่ะหรือ ขณะที่พวกโจวเฉิงทำการตรวจสอบสินค้า หัวใจของหลิวหย่งก็เต้นระรัว

            บุหรี่ ทุกลังล้วนคือบุหรี่!

            โจวเฉิงและคังเหว่ยกวาดบุหรี่ที่เซี่ยงไฮ้ได้รับโควตาวางขาย ทว่าขายในพื้นที่ไม่ออกจนหมดเกลี้ยงดึงยอดขายดั้งเดิมของยี่ห้อบุหรี่กลับมาราคาส่วนต่างของบุหรี่หนึ่งซองอาจไม่น่าสนใจ แต่บุหรี่ที่พวกเขาขนไม่ใช่แค่หนึ่งซองไม่ใช่แค่หนึ่งคอตตอน และไม่ใช่แค่หนึ่งลัง

            บุหรี่เต็มทั้งคันรถ ยี่ห้อชื่อดังก็มี!

            บุหรี่หนึ่งซองไม่ได้ทำกำไรเพียงหนึ่งเหมาแน่ๆตกลงโจวเฉิงก่อตั้งเส้นสายไว้มากเท่าไรกันตลอดการเดินทางมีแต่บรรทุกของขึ้นและถ่ายสินค้าลงไม่ใช่การเปลี่ยนลังสินค้าของตู้บรรทุกด้านหลัง บุหรี่แต่ละลังจะถูกขนลงจากรถลังใหม่ก็ถูกบรรทุกขึ้นเต็มตู้อีกครั้ง ธุรกิจประเภทนี้จะต้องแบ่งกำไรออกไปอีก เท่ากับว่าพวกโจวเฉิงเป็นนายหน้าคนกลางจากสินค้าต้นทางถึงการค้าปลีกล้วนต้องการคนมาจัดการให้สำเร็จ

            ทว่าต่อให้บุหรี่หนึ่งซองมีกำไรเพียงหนึ่งเหมาที่จะตกถึงมือของโจวเฉิงบุหรี่หนึ่งคอตตอนก็เป็น 1 หยวนแล้วหนึ่งลังใหญ่อย่างต่ำบรรจุถึงหนึ่งร้อยคอตตอนตู้ด้านหลังรถยนต์ตงเฟิงบรรทุกบุหรี่อาจไม่ถึงหนึ่งหมื่นคอตตอนแต่ก็มีหลายพันคอตตอนอยู่ดีสนะ? ไม่ใช่แค่เดินทางหนึ่งรอบจะทำเงินได้หลายพันหยวนแต่ผ่านทางทุกเมืองก็ต้องหยุดครู่หนึ่ง จากปักกิ่งถึงเซี่ยงไฮ้จากนั้นค่อยกลับจากเซี่ยงไฮ้ถึงปักกิ่ง หลิวหย่งคำนวณอยู่ภายในใจอย่างงุนงงว่าจริงๆแล้วสองคนนี้ขายบุหรี่ได้จำนวนกี่คอตตอน และสามารถทำเงินได้เท่าไรกันแน่!

            ลักลอบขนของเถื่อนก็ทำเงินได้ไม่ดีเท่านี้

            ถ้าธุรกิจนี้เป็นของโจวเฉิงและคังเหว่ยทั้งหมด ทั้งสองต้องร่ำรวยมากเหลือเกิน!

            หลิวหย่งมองจนดวงตาพร่ามัว ในใจยังคงคาดเดาที่มาที่ไปของโจวเฉิงและคังเหว่ยไม่ได้อาชญากรหรือผู้ร่วมผลประโยชน์? ถ้าไม่มีเครือข่ายความสัมพันธ์ก็ทำธุรกิจนี้ไม่ได้อย่างแน่นอนคังเหว่ยนั้นเคารพนับถือโจวเฉิงเป็นอย่างมาก สรุปแล้วโจวเฉิงมีหัวนอนปลายเท้าอย่างไรกันแน่?

            หลิวหย่งรู้สึกไม่วางใจแม้แต่น้อย คนเช่นนี้ต้องตาต้องใจเซี่ยเสี่ยวหลานหากไม่ไขว่คว้าไว้ในมือ จะยอมแพ้โดยง่ายจริงหรือ?

            บ้านหลิวขัดสนทั้งเงินและอำนาจไร้ซึ่งความสามารถในการต่อต้านโจวเฉิงโดยสิ้นเชิง

            หลิวหย่งไม่สามารถคาดหวังอนาคตของหลานสาวและโจวเฉิงได้เลย แม้โจวเฉิงไม่ได้ล้อเล่นกับจิตใจของเซี่ยเสี่ยวหลานทว่าสถานะไม่เหมาะสมกัน กว่าทั้งสองจะเดินไปถึงปลายทางได้ช่างยากเย็นยิ่งนัก

            ระหว่างเดินทางกลับ ยิ่งผ่านไปหลิวหย่งยิ่งเงียบขรึม

            โจวเฉิงเอ่ยวาจาตรงไปตรงมาไม่น้อย “ธุรกิจนี้ทำเงินดีมากทีเดียวแต่ผมก็คงไม่ทำไปตลอด คุณลุงมีความตั้งใจอย่างไร ยังต้องการทำอาชีพเดิมต่อไปไหมครับ?”

            หลิวหย่งขบฟัน “ฉันจะถอนเงินทุนของตัวเองที่เหลืออยู่ออกมางานนี้ฉันคงไม่กล้าแตะอีกแล้ว”

            ความอาจหาญของหลิวหย่งนั้นมีไม่น้อย ก่อนเข้าวงการก็รับรู้ถึงความอันตรายแต่ครั้งนี้เกือบสิ้นชีวิต เป็นการส่งสัญญาณเตือนภัยให้แก่หลิวหย่งไม่มีใครที่ไม่กลัวตาย ถ้าเขาเสียชีวิตอยู่กลางทาง สมาชิกครอบครัวหญิงรวมกับเด็ก 6 ขวบที่หลงเหลืออยู่ จะไม่โดนคนข่มเหงแย่หรือ?

            “คุณลุงคิดว่าตัวเองจะดึงเงินทุนคืนได้เท่าไรครับ?”

            โจวเฉิงไม่ใช่คนขัดสนเงินทอง หลิวหย่งก็ไม่กังวลว่าเขาจะสนใจเงินเล็กน้อยของตนเองจึงเปิดอกกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

            “ส่วนมากก็เสียหายในครั้งนี้ไปแล้ว ถ้าฉันถอนทุนชั่วคราว ดีหน่อยจะได้ถึง 5000 น้อยหน่อยก็ประมาณ 3000 หยวน”

            หลิวหย่งเศร้าใจพอสมควร

            คังเหว่ยกลับค่อนข้างชื่มชมเขา

            หลิวหย่งอย่าว่าแต่เทียบกับพี่เฉิงจื่อเลย แค่เปรียบเทียบกับเขาเอง ต้นทุนชีวิตที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดก็ไม่ดีนัก

            พิจารณาสภาพร่างกาย เรื่องห้ำหั่นฆ่าแกงไม่วนมาถึงเขาใช้เวลาครึ่งปีหาเงินได้หนึ่งก้อน ล้วนอาศัยสมองและความกล้าทั้งสิ้น

            สำหรับคังเหว่ย หากไม่มีโจวเฉิงคอยแนะนำสนับสนุนเขาเขาก็น่าจะเข้างานไปวันๆ ในหน่วยงานที่ปักกิ่ง ทุกๆ เดือนได้รับเงินเดือนพอยาไส้ ปกติแล้วเขาพึ่งพาเงินเบี้ยเลี้ยงของคุณย่าที่รักใคร่เอ็นดูเขาทั้งนั้นถึงได้ไม่ขัดสนในเรื่องเงินทอง

            สาเหตุที่โจวเฉิงสอบถามจุกจิกแบบนี้ เพราะต้องการให้หลิวหย่งนำเงินที่เหลืออยู่ลงทุนในธุรกิจบุหรี่

            “คุณลุงลองคิดดูก่อนก็ได้ครับ ผมคิดว่าคุณและคังเหว่ยร่วมมือกันทำงานนี้ไม่น่ามีปัญหา”

            คังเหว่ยไม่คัดค้านอะไร โจวเฉิงมิอาจละเลยอาชีพหลักไปตลอดเมื่อโจวเฉิงไปแล้ว คังเหว่ยก็ไม่คิดที่จะฮุบส่วนที่เป็นของโจวเฉิง ถ้าเซี่ยเสี่ยวหลานเป็นพี่สะใภ้หลิวหย่งก็คือ ‘คุณลุงที่แท้จริง’ ของโจวเฉิง ให้หลิวหย่งเข้าร่วมธุรกิจ คังเหว่ยกลับวางใจยิ่งขึ้นเสียด้วยซ้ำ

            หลิวหย่งสนใจหรือไม่?

            เขาใจเต้นระรัว ภายในเวลาไม่กี่นาที เสื้อผ้าบนร่างกายก็เปียกชุ่มแล้ว!

            เหงื่อทำให้เขารู้สึกระคายเคืองบาดแผลบนหลังจนทั้งแสบและคันไม่รู้ว่าใช้ความแข็งแกร่งอันยิ่งใหญ่ขนาดไหนหลิวหย่งถึงปฏิเสธข้อเสนอที่ล่อตาล่อใจนี้ออกไปได้

            เขาไม่สามารถรับเงินทองที่ร่วงหล่นลงมาจากฟ้าได้ โจวเฉิงอาจจะไม่ถือสาแต่หลิวหย่งไม่อยากขายหลานสาวเพราะเงิน เดิมกลายเป็นผู้ร่ำรวยหมื่นหยวนได้ไปเดินในวังพญายมราชแล้วหนึ่งหน [1] ขาดทุนเสียจนหลงเหลือเงินอยู่ไม่กี่พันอีกทั้งอาจไม่ได้คืนเสียด้วยซ้ำ หลิวหย่งจะไม่เจ็บใจได้อย่างไร? ทว่ามีเงินไม่กี่พันเขายังสามารถนำไปทำธุรกิจอื่นได้อยู่แล้ว แม้จะทำเงินไม่รวดเร็วเท่าลักลอบขนของยิ่งสู้โจวเฉิงที่ขายบุหรี่ไม่ได้ แต่เงินที่หามานั้นเขาใช้จ่ายได้อย่างมั่นคง

            พอโจวเฉิงได้ยินก็หัวเราะทันที พูดประโยคหนึ่งออกมาอย่างไม่มีเหตุผล

            “คุณลุงกับเสี่ยวหลานสมกับเป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ ”

            คนชนบทแล้วอย่างไร? ไม่ว่าเซี่ยเสี่ยวหลานหรือหลิวหย่งพวกเขาล้วนมีความมุ่งมั่นของตนเอง เซี่ยเสี่ยวหลานฉลาดเฉลียวขนาดนั้น จะไม่รู้เลยหรือว่าเพียงประจบประแจงโจวเฉิงไปเรื่อยๆไม่กี่คำก็สามารถอาศัยเขาสร้างเนื้อสร้างตัวได้แต่พอโจวเฉิงให้เซี่ยเสี่ยวหลานร่วมหุ้น เซี่ยเสี่ยวหลานปฏิเสธตามตรงไปแล้ว

            โจวเฉิงแค่คิดว่าช่างสมกับที่เป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ !

            หลิวหย่งรู้สึกจับต้นชนปลายไม่ถูก โจวเฉิงกลับไม่อธิบายออกมาสักคน โจวเฉิงคิดถึงเซี่ยเสี่ยวหลานขึ้นมากะทันหันความโหยหาของเขาที่มีต่อเธอไม่เคยหยุดยั้งเลย ณ ขณะนี้ยิ่งรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีความคิดที่อยากหยุดพักระหว่างทางแล้วโจวเฉิงขับรถพุ่งตรงไปยังเขตอันชิ่ง ทั้งยังบอกว่าหลิวหย่งได้รับบาดเจ็บกระตือรือร้นไปส่งหลิวหย่งกลับบ้าน

            หลิวหย่งจะทำอย่างไรได้?

            เขาไม่สามารถปฏิเสธได้เลยแถมต้องเชิญพระผู้ช่วยชีวิตทั้งสองกลับบ้านด้วยความนอบน้อม

            ตอนหลิวหย่งออกเดินทางบอกว่าตนจะไปอย่างน้อยสองเดือนถึงกลับมาไม่คิดว่าผ่านไปเพียงสองสัปดาห์เขาก็กลับมาแล้ว คนคนนี้ผิวดำคล้ำ หลังจากเสียเลือดมากร่างกายย่อมอ่อนแอริมฝีปากขาวซีด เดินเหินก็กระปั้วกระเปี้ย

            หลี่เฟิ่งรู้สึกกังวลแทบแย่ “นี่คุณเกิดอะไรขึ้น?”

            หลิวหย่งมองเข้าไปในบ้าน “เสี่ยวหลานล่ะ?”

            “เมื่อวานซืนเสี่ยวหลานย้ายไปอยู่ในซางตูแล้ว เธอบอกว่าอยู่ในเมืองสะดวกกว่า”

            ย้ายไปแล้ว?

            ความรู้สึกแรกของหลิวหย่งคือยินดี โจวเฉิงเดินตามหลังมาเพื่อเยี่ยมเยียนเสี่ยวหลานปรากฏว่าคว้าน้ำเหลว

            เมื่อเห็นโจวเฉิงผิดหวัง หลิวหย่งก็มีสีหน้าเบิกบานใจ สภาพจิตใจแบบนี้หลี่เฟิ่งเหมยไม่มีทางเข้าใจได้เธอเพียงแต่แปลกใจว่าโจวเฉิงและคังเหว่ยคือใคร จะบอกว่าเป็นเพื่อนของหลิวหย่งเธอก็ไม่เคยพบเจอมาก่อน

            หลิวหย่งกระแอมแห้งสองที “ฉันออกไปรอบนี้เจอปัญหาเล็กน้อยโชคดีที่สหายสองคนนี้ได้ช่วยชีวิตฉันไว้ บุญคุณที่ช่วยชีวิต ไม่รู้เลยว่าจะขอบคุณพวกเขาอย่างไร”

     

      

    เชิงอรรถ

    [1] 阎王殿走了一遭 เดินในวังพญายมราชหนึ่งหน หมายถึง เกือบตาย

     

     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808